พีจัง Blog

เรื่องงาน เรื่องเที่ยว…เรื่องเดียวกัน

เที่ยวเส้นทางราชมรรคา…ก่อนเขมรจะยึดคืน

September15

หลังเขมรเอาปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้แล้ว ก็มีข่าวทำท่าจะรุกคืบปราสาทขอมที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ ตาเมือนธม จ.สุรินทร์ // สด็กก๊อกธม จ.สระแก้ว และล่าสุด ปราสาทตาควาย ที่สุรินทร์

 

 

มีเพื่อนพูดจาประชดประชันว่า ระหว่างนี้ว่างๆคนไทยน่าจะตะเวนไปเที่ยวตามปราสาทขอม ไล่ไปตั้งแต่ปราสาทหินพิมาย เขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ก่อนที่เขมรเขาจะอ้างสิทธิ์ว่าเป็นของเขา แล้วคนไทยจะอดเข้าไปดู ถามว่าจะอ้างสิทธิ์ได้ไง ก็อยู่ในพื้นที่ของไทย !!! เพื่อนบอกว่า ก็เพราะเป็นเส้นทางราชมรรคาไง 

.

 

 

พลันมีทริปต์ตามรอยเส้นทางราชมรรคา ที่พี่น้องเพื่อนฝูงชวนกันไป ก็เลยตอบรับอย่างไม่คิดไม่ใช่เพราะเชื่อในคำประชดของเพื่อน แต่อยากรู้ว่า เส้นทางราชมรรคาคืออะไร?

 

 

 

 

เส้นทางราชมรรคา : Royal Road หมายถึงถนนราชดำเนิน เส้นทางเผยแผ่อารยะธรรมเขมรโบราณ ซึ่งนักวิชาการประวัติศาสตร์และโบราณคดี สันนิษฐานว่าถนนสายโบราณ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ครองราชย์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 ต่อมาในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ.1724-1761) พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ผู้ครองอำนาจในยุคสมัยรุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรพระนคร … หลักฐานจารึกที่ปราสาทพระขรรค์ระบุถึงพระราชกรณียกิจสำคัญของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างนครธม กล่าวถึงการสร้างถนนเชื่อมระหว่างเมืองพระนคร (นครธม) กับเมืองต่างๆที่เรียกกันว่าเส้นทางราชมรรคาซึ่งมี 5 สายหลัก ประกอบด้วย…

– เมืองพิมาย จ.นครราชสีมา ประเทศไทย

 

 

 – ปราสาทวัดภู แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว

– สวายจิก จ.พระตะบอง

– ปราสาทพระขรรค์ เมืองกำปงสวาย

– และเมืองกำปงธม ประเทศกัมพูชา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งเส้นทางสายตะวันตกเฉียงเหนือจากเมืองพระนคร มุ่งหน้าสู่เมืองพิมาย ถือเป็นราชมรรคาสายที่น่าสนใจที่สุด เพราะมีความยาวมากที่สุดในเส้นทางทั้งหมด คือ 253.9 กิโลเมตร และบางส่วนในทางสายนี้ที่เราจะย่ำตามรอยสำรวจกัน…

 

 

 

 

 

 

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า ในเส้นทางราชมรรคาทุกเส้นจะประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง ปรางค์ปราสาทที่เรียกว่า “อโรคยาศาลา” หรือ สถานพยาบาลชุมชน หรือ โรงพยาบาล จำนวน 102 แห่ง และ ศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทาง เรียกว่าวหนิคฤหะ” หรือบ้านมีไฟหรือ ธรรมศาลามีทั้งหมด 121 แห่ง โดยทุกสิ่งก่อสร้างจะมีบารายหรือสระน้ำอยู่

 

 

 

 

 

 

ทริปต์นี้มีเวลา 2 วันเต็ม ในการสำรวจเส้นทาง โดยใช้เวลากลางคืนสำหรับการเดินทางไป กรุงเทพฯ-สุรินทร์ และกลับจาก บุรีรัมย์-กรุงเทพฯ  

 

 

         

 

 

 

 

 

                       

 

 

 

 

 

เราเริ่มต้นตอนเช้ากันที่สุรินทร์ หลังแวะปั๊มล้างหน้าแปรงฟัน อาหารเช้าค่อนไปทางเที่ยง ที่ร้าน ซำไถ่ อำเภอศีขรภูมิ ถือว่าออกนอกเส้นทางนิดหน่อยไปดู นางอัปสราที่ทวารบาลปราสาทบ้านระแงง หรือ ปราสาทศีขรภูมิกันก่อน

 

 

 

                   

 

 

 

           

 

 

 

 

เราไม่สามารถสำรวจเส้นทางอย่างยาว ด้วยการข้ามไปเริ่มต้นที่นครธม กัมพูชา ได้ เส้นทางเลยถูกย่นย่อลง… เริ่มที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ กลุ่มปราสาทตาเมือน จากสุดชายแดนไทย-กัมพูชา ปราสาทตาเมือนธม โดยรอบปราสาทจะเห็นป้ายหัวกระโหลกไว้สีแดง บอกให้รู้ว่าอย่าออกนอกเส้นทาง เพราะกับระเบิดยังกู้ไม่หมด

 

        

 

 

 

 

 

 

 

 

                     

 

 

 

 

 

     

 

 

 

ถัดเข้ามาเป็นปราสาทตาเมือนโต๊จ อโรคยศาลาหลักแรก และปราสาทตาเมือน ธรรมศาลาหลักแรกในเขตประเทศไทย

 

             

 

 

 

 

 

กลุ่มปราสาทตาเมือนอยู่ในความดูแลของอยู่ในความดูแลและรักษาพื้นที่มั่นโดยทหารหาญชุดดำ ผ้าพันคอขลิบแดงผืนเท่ห์ กองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 960 เลยถือโอกาสเอาเสื้อผ้า ยากันยุ่ง ผ้าห่ม หนังสือ และของแห้งของขบเคี้ยวเพลินๆไปฝากพี่ๆทหารหาญเขาด้วยเลย

 

 

 

 

 

 

ออกจากลุ่มปราสาทตาเมือน ก็หมดวันพอดี เข้าพักผ่อนที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางถนนสุรินทร์-ปราสาท  (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214) ประมาณ 5 กิโลเมตร ราวๆบริเวณหลัก ก.ม. ที่ 5-6 แยกซ้ายมือไปทางถนนริมคลองชลประทาน ประมาณ 4 กิโลเมตร

 

 

 

 

 

 

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อยู่ในโครงการชลประทาน เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง สันเขื่อนเป็นถนนราดยาง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์ ยามค่ำจะมีผู้คนมาปูเสื่อปิกนิกกันริมสันเขื่อน สนุกสนาน บรรยากาศดี ภายในที่ทำการมีบ้านพักรับรอง ที่สำคัญที่นี่ยังเป็นมีพระตำหนักที่ประทับ เพื่อรับเสด็จพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ด้วย

 

 

    

 

 

 

 

 

ไม่เพียงบรรยากาศดีๆยามค่ำเท่านั้น บรรยากาศฉ่ำน้อค้างยามเช้ายังสุดแสนจะโรแมนติค และโรแมนติคมากเป็นพิเศษ เพราะในค่ำคืนที่ไปพักค้างดันมีฝน เช้าขึ้นมาเลยทั้งฉ่ำน้ำค้าฉ่ำน้ำฝนไปพร้อมกันเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

เริ่มตามรอยราชมรรคาต่อ… มีเวลา 1 วันเต็มวันนี้ จุดหมายที่บุรีรัมย์ ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทพนมรุ้ง แต่เพื่อให้เห็นร่องรอยถนนสายโบราณชัดเจนขึ้น ไปที่ธรรมศาลาหลักที่ค่อนข้างสมบูรณ์ อยู่ภายในโรงเรียนบ้านบุ

 

            

 

          

 

อาคารหินศิลาแลง ช่องหน้าต่าง 4 ช่อง ผนังด้านหลังปิดทึบ ในสมัยโบราณจะก่อไฟภายในเพื่อให้แสงไฟส่องสว่างออกมาทางช่องหน้าต่าง สำหรับขบวนผู้เดินทางได้ปักหลักพักค้างในยามค่ำคืน ก่อนเดินทางต่อในเช้าวันถัดไป ถ้าย่ำตามรอยถนนสายโบราณจะผ่าน อโรคยศาลา กุฎิฤาษี ที่บ้านหนองบัวลาย

 

          

 

          

 

ก่อนถึงปราสาทเมืองต่ำ ภายในยังคงความงดงามแห่งสิ่งก่อสร้างแบบอารยธรรมขอมได้อย่างสมบูรณ์ ความพิเศษของปราสาทเมืองต่ำที่ไม่เหมือนปราสาทขอมที่อื่น คือ บาราย หรือ อ่างเก็บน้ำ รูปตัวแอล 4 มุม หลังกำแพงแก้ว อยู่รอบองค์ปราสาท

 

            

 

            

 

 

 

 

 

… เราใช้เวลาอยู่ที่ปราสาทเมืองต่ำนานพอสมควร ก่อนไปชื่นชมความอลังการงดงามที่ไม่เสื่อมคลายของ ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินสีชมพู ปิดทริปต์ตามรอยเส้นทางราชมรรคา…

 

          

          

You must be logged in to post a comment.