สมาชิกวุฒิสภา มีมติรับร่างแผนกู้วิกฤตเศรษฐกิจ 7 แสนล้านเหรียญ แล้ว ด้วยเสียง 74 ต่อ25 คะแนน ในการเพิ่มแผนขายวงเงินค้ำประกันเงินฝากธนาคาร เพิ่มความมั่นใจแก่สถาบันการเงิน "แมคเคน-โอบาม่า"ขอยกมือหนุนด้วย ขณะที่ตลาดโลกเริ่มตึงตัว ดอกเบี้ยพุ่ง ธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้
สภาสูงมะกันผ่านร่างแผนกู้วิกฤต 7แสนล้านเหรียญแล้ว
เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 2 ต.ค. ตามเวลาในประเทศไทย มีรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติรับรองร่างกฎหมายกอบกู้เศรษฐกิจสหรัฐมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ (หรือ 23 ล้านล้านบาท) สหรัฐที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียด หลัง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาคองเกรส โหวตคว่ำแผนดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง 74 ต่อ 25
โพลคนอเมริกันเกินครึ่งเชื่อสภาสูงมะกันคว่ำแน่ร่างแผนกู้
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 2 ต.ค. โดยอ้างผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวสหรัฐ จำนวน 47,239 คน ของเว็บไซต์ www.money.cnn.com ต่อกรณีที่ วุฒิสภา สหรัฐ กำลังพิจารณาเตรียมลงมติรับรองร่างกฎหมายกอบกู้เศรษฐกิจสหรัฐมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดหรือไม่ หลังจากที่ สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาคองเกรส ปัดไม่รับร่างดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามว่า วุฒิสภา จะให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวหรือไม่ โดย 63% เชื่อว่า วุฒิสภา จะไม่ให้ความเห็นชอบต่อแผนการดังกล่าว ขณะที่มีเพียง 37% ที่เชื่อว่าวุฒิสภา จะให้ความเห็นชอบ
รายงานข่าวระบุว่า ข้อเสนอแผนกอบกู้ภาคการเงินฉบับใหม่ สร้างความอึดอัดใจให้กับวุฒิสมาชิกจำนวนมาก เนื่องจากมีข้อเสนอให้ใช้มาตรการลดหย่อนภาษีและการค้ำประกันเงินฝากเอกชน เนื่องจากเกรงว่า อาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการนำเงินภาษีของประชาชน ไปช่วยเหลือนักลงทุน
วุฒิสมาชิกมะกันจี้สภาคองเกรสผ่านร่างแก้แผนกู้วิกฤต
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (2 ต.ค.) ว่า นายมิตช์ แมคคอนเนล แกนนำวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ยืนยันร่างกฎหมายกู้วิกฤติระบบการเงินสหรัฐฯ มูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ มากกว่า 23 ล้านล้านบาท ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ จะเป็นเกราะคุ้มกันชาวอเมริกันจากวิกฤตและปัญหาอีกมากที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น
ขณะที่นายแฮร์รี รีด แกนนำวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต หวังว่า ความร่วมมือกันอย่างแข็งขันของทั้ง 2 พรรคการเมืองจะช่วยผลักดันให้ร่างกฎหมายดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบในที่สุด
อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างกฎหมายกู้วิกฤติการเงินสหรัฐฯ ฉบับใหม่นี้ มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างกฎหมายกู้วิกฤติการเงินที่ถูกสภาผู้แทนราษฎรลงมติคว่ำไปเมื่อวันจันทร์ที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่มีการแก้ไขเพิ่มสาระสำคัญเข้าไป เช่น การลดภาษี และการเพิ่มวงเงินรับประกันเงินออมจาก 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ส.ว.สหรัฐเตรียมผ่านร่าง7แสนล.ดอลล์
วันที่ 1 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ คว่ำร่างกฎหมายแก้ไขวิกฤตการเงินที่กระทรวงการคลังเสนอมา เพื่อใช้เงิน 7 แสนล้านดอลลาร์ซื้อหนี้เสียของสถาบันการเงิน
ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐพร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภาจากทั้ง 2 พรรคได้พยายามทำงานร่วมกันผ่าทางตัน เพื่อให้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ โดยวุฒิสภาจะเป็นผู้แสดงบทบาทนำ ด้วยการนำร่างกฎหมายที่จะมีการแก้ไขอีกครั้งเข้าสู่การลงคะแนน (โหวต) ของวุฒิสภาในวันพุธที่ 1 ตุลาคม โดยจะมีการเพิ่มเติมเงื่อนไขบางประการที่คาดว่าจะสามารถดึงดูดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากทั้ง 2 พรรคให้เห็นชอบ เมื่อร่างนี้เข้าสู่การโหวตของสภาผู้แทนฯ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือคนชั้นกลาง มาตรการยกเว้นภาษีให้กับรัฐที่ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น
ขยายวงเงินค้ำประกันเงินฝาก
รายงานข่าวเปิดเผยว่า นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับของวุฒิสภาจะให้บรรษัทค้ำประกันเงินฝากแห่งสหรัฐ (เอฟดีไอซี) ขยายวงเงินค้ำประกันเงินฝากของผู้ฝากเงินในธนาคารจาก 1 แสนดอลลาร์เป็น 2.5 แสนดอลลาร์ เพื่อสร้างความมั่นใจกับระบบสถาบันการเงินและผู้ฝากเงิน ตามที่นายจอห์น แมคเคน ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และนายบารัค โอบามา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต เรียกร้อง
แหล่งข่าวในพรรคเดโมแครต เปิดเผยว่า คาดว่าร่างกฎหมายนี้จะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา เนื่องจากมีเพียงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ที่ต้องลงรับเลือกตั้งอีกครั้งในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องลงเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ดังนั้น สภาผู้แทนราษฎรจึงมีความกดดันมากกว่าเพราะต้องคำนึงถึงคะแนนเสียง ดังนั้น หากยกมือผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวที่ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนก็เกรงว่าอาจไม่ได้รับเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ว.จะมีแรงกดดันเรื่องนี้น้อยกว่า
ส.ส.ซีกอนุรักษ์เตือนอย่าเร่งดันกม.
รายงานข่าวเปิดเผยว่า วิธีการที่นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การโหวตของวุฒิสภาก่อน มีข้อดีคือจะเป็นการสร้างแรงเหวี่ยงหรือพลังให้กับร่างกฎหมาย แต่ข้อเสียคืออาจทำให้ ส.ส.ไม่พอใจที่วุฒิสภาเข้ามาเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของสภาล่างและใช้วิธีบีบบังคับ ขณะที่บรรดา ส.ส.สายอนุรักษนิยมในซีกเดโมแครตที่จับมือกับ ส.ส.พรรครีพับลิกันคว่ำร่างกฎหมาย ออกมาเตือนวุฒิสภาว่า อย่าพยายามเร่งรัดเดินหน้าร่างกฎหมายนี้เพื่อกดดันสภาผู้แทนราษฎร
นางแนนซี่ เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต และนายแฮร์รี่ รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้ทำจดหมายถึงประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ระบุว่า จะทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับบุชเพื่อชุบชีวิตร่างกฎหมายนี้ และเชื่อมั่นว่าวุฒิสภาจะผ่านร่างกฎหมายในเวลาอันใกล้
นายรีด ให้สัมภาษณ์ว่า ส.ว.ทั้งจากรีพับลิกันและเดโมแครต เชื่อว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วในกฎหมายที่มีความสำคัญนี้เพื่อกอบกู้ความมั่นใจในระบบการเงินสหรัฐและทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่ง
"ผมหวังว่าวุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ ในวันที่ 1 ตุลาคม และสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะทำอย่างเดียวกันในไม่ช้า" นายรีดกล่าว
นายคริส ดอดจ์ ส.ว.จากพรรคเดโมแครต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการธนาคาร วุฒิสภาสหรัฐ ก็แสดงความมั่นใจว่า วุฒิสภาจะให้ความเห็นชอบ และคงจะได้เห็นผลการโหวตในทางบวกภายใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า
"เรากำลังเดินมาถูกทาง ผมทราบมาว่า ส.ส.บางคนที่คว่ำร่างกฎหมายนี้ไป กำลังคิดทบทวนใหม่ หลังจากเห็นแล้วว่าทำให้สถานการณ์เป็นอย่างไร" นายดอดจ์ กล่าว
"แมคเคน-โอบามา" ขอยกมือหนุน
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ทั้งนายโอบามา, นายโจ ไบเดน ผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต และนายแมคเคน ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการรณรงค์หาเสียง ส่งสัญญาณว่าจะกลับมายังกรุงวอชิงตันเพื่อร่วมโหวตในวุฒิสภาด้วย ทั้งนี้ หากนายโอบามาและนายไบเดนจากเดโมแครตยกมือเห็นชอบ ก็จะเป็นการยากที่นางเพโลซีและสมาชิกเดโมแครตอื่นๆ จะปฏิเสธในสิ่งที่วุฒิสภาโหวต ขณะเดียวกัน ในระหว่างการหาเสียงทั้งนายโอบามาและนายแมคเคนต่างย้ำตรงกันว่า มีความจำเป็นที่จะต้องกอบกู้วิกฤตหลังจากสภาผู้แทนราษฎรคว่ำร่างกฎหมาย
นายโอบามา ระบุว่า การที่ร่างกฎหมายถูกคว่ำทำให้เลือดนองตลาด เพราะมูลค่าในตลาดหุ้นหายไป 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะความเจ็บปวดของตลาดหุ้นเท่านั้น แต่เป็นความเจ็บปวดของคนอเมริกันทุกคนที่มีเงินบำนาญ ตลอดจนบริษัทขนาดเล็ก
"มันเป็นเรื่องน่าโกรธที่ต้องใช้ภาษีของประชาชนไปแก้ปัญหาให้นักการเงิน แต่ถ้าหากคองเกรสไม่ทำอะไรเลย ชาวอเมริกันหลายล้านคนจะตกงานและเศรษฐกิจจะถดถอยอย่างยาวนาน เรามีเวลาจะลงโทษผู้ก่อปัญหาหรือผู้จุดไฟในภายหลัง แต่ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันดับไฟก่อน ดังนั้น ผมอยากให้สมาชิกจากทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตที่ต่อต้านร่างกฎหมายดังกล่าวควรทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศของเรา" นายโอบามา กล่าว
ด้านนายแมคเคน กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (29 กันยายน) โลกทั้งโลกจ้องมองดูภาวะความเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกา แต่ก็อีกครั้งที่คองเกรสกลับมามือเปล่า ซึ่งตนรู้สึกผิดหวังที่เราขาดความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหา เพราะการที่คองเกรสไม่ทำอะไรเลย ทำให้ชาวอเมริกันและเศรษฐกิจอยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก
นายโทนี่ แฟรตโต โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับสื่อมวลชนโดยขอร้องว่า สื่อไม่ควรเรียกมาตรการแก้วิกฤตการเงินครั้งนี้ว่าเป็นการ "อุ้ม" เพราะให้ความรู้สึกในทางลบ เพราะแท้จริงแล้วมาตรการนี้ไม่ใช่การช่วยแค่ตลาดหุ้น ตลาดเงิน แต่คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ตลาดเงินโลกเริ่มตึง-ดบ.พุ่ง
รายงานข่าวเปิดเผยว่า วิกฤตในตลาดเงินโลกทำให้ตลาดเงินตึงตัว โดยอัตราดอกเบี้ยไลบอร์หรือดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารในลอนดอน วันที่ 30 กันยายน ขยับขึ้นเป็น 4.05% จาก 3.88% สำหรับการกู้ยืมดอลลาร์ 3 เดือน ส่วนอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมข้ามคืนพุ่งเป็น 6.88% จาก 2.57% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่สุดนับจาก พ.ศ.2544 ซึ่งน่ากังวลเพราะโดยปกติแล้วดอกเบี้ยข้ามคืนของไลบอร์จะสูงกว่าดอกเบี้ยของเฟดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ภาวะเช่นนี้จะทำให้ผู้บริโภคที่กู้สินเชื่อโดยอิงไลบอร์ประสบความลำบาก
นายคิม รูเพิร์ต กรรมการผู้จัดการแอ๊คชั่น อีโคโนมิคส์ บริษัทวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในขณะนี้ตลาดเกิดความกลัวอย่างมาก เพราะทุกคนตุนเงินสดไว้หมด แม้ธนาคารกลางหลายประเทศจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แทบจะไม่สามารถจูงใจให้ธนาคารและสถาบันการเงินปล่อยกู้เลย ซึ่งสร้างปัญหาให้กับบริษัทต่างๆ ที่ต้องการขยายธุรกิจ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังจากวุฒิสภาสหรัฐแสดงท่าทีจะผลักดันร่างกฎหมายให้ได้ ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้น 458 จุด หลังจากวันก่อนหน้าปรับลง 778 จุด ส่วนตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ก็ปรับขึ้นเช่นกัน อาทิ ญี่ปุ่นปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.96% หรือ 108.40 จุด ไต้หวันเพิ่มขึ้น 0.78% หรือ 44.73 จุด นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 97.75 จุด หรือ 3.16%
ส่วนราคาน้ำมันดิบไลท์สวีตในนิวยอร์ก เพิ่มขึ้น 4.27 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 110.64 ดอลลาร์ ส่วนตลาดเอเชียในวันที่ 1 ตุลาคม ในช่วงเช้าราคาปรับขึ้นอีก 71 เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 101.35 ดอลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดมีความหวังว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการทบทวนและเห็นชอบ
เขียนโดย phakri ที่ 2008-10-02 09:05:40 น. 0 ความคิดเห็น
| ฟังวิทยุออนไลน์คลื่น | คนฟังวันนี้ |
|---|---|
| ลูกทุ่งอมตะตลอดกาล | 1,723 |
| 93 Cool FM | 1,208 |
| เพลงลูกกรุง | 967 |
| 97.75 คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน | 962 |
| MAX 103 Maximum Hits | 897 |
| 103.75 BKK Radio | 740 |
| 105.5 Eazy FM | 671 |
| สวท.เชียงราย | 638 |
| 98.5 GoodFM | 583 |
| 94.50 Sun Shine Radio | 549 |
| 89 Chill FM | 537 |
| 90.25 City Radio | 534 |
| 104.75 Thai FM | 528 |
| 95 PFM | 507 |
| 90 Sport Radio | 447 |
All site contents copyright ©1999-2008 Thaiday Dot Com Co., Ltd.
