我的抽屉里 Drawer of Memories

porduangporn

This user hasn't shared any biographical information

February 12, 2015

“เป็ดป่าเดียวดายในแสงอัศดง” ผลงานของจิตรกรผู้อาภัพแห่งราชวงศ์หมิง

Filed under: Uncategorized @ 4:08 pm and
ภาพ  "เป็ดป่าเดียวดายในแสงอัศดง(落霞孤鹜)" วาดโดย ถัง อิ๋น(唐寅) สมัยราชวงศ์หมิง  ขนาด 189.1 x105.4 ซ.ม. ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติซั่งไห่ เมืองเซี่ยงไฮ้  ประเทศจีน

  ภาพ “ลั่วสยากูอู้(落霞孤鹜)” ซึ่งแปลว่า เป็ดป่าเดียวดายในแสงอัศดง เป็นภาพทิวทัศน์ ในภาพปรากฏต้นหลิวน้อยใหญ่ยืนต้นระรายอยู่บนเงื้อมเงาชะง่อนผา มีบุคคลผู้หนึ่งนั่งอยู่ในเก๋งน้อยเพ่งชมเป็ดป่าบินเดียวดายภายใต้แสงอัศดงแห่งวันด้วยความเงียบสงัด   ในภาพ จิตรกรใช้เทคนิคพู่กันเปียก หมึกเข้มมีน้ำหนัก แต่งแต้มรอยพู่กันแบบหน้าขวานตัดเล็กเป็นภูเขาหินผาที่อยู่ใกล้สายตา ทำให้ทั้งภาพมองดูรวบรัดชัดเจน ภาพ ลั่วสยากูอู้ นี้เป็นหนึ่งในภาพอันเป็นตัวแทนผลงานของจิตรกรนาม ถัง อิ๋น(唐寅) ผู้นี้   ถัง อิ๋นจารึกบทกวีไว้บนภาพ ความว่า “ขื่อคานม่านมุกในวารีเลือน เป็ดป่าอัสดงพลันไร้ร่องรอย พันปีอยากพบเจ้าทะเลใต้ หยิบยืมสายลมแห่งราชามังกร” โดยมีนัยยะถึงความอิจฉาของเจ้าตัวที่มีต่อชีวิตของ หวัง ป๋อ(王勃) นักกวี 1 ใน 4 ศิลปินเอกสมัยราชวงศ์ถังตอนต้น เจ้าของบทประพันธ์เลื่องชื่ออย่าง “เก๋งเถิงหวัง(滕王阁序)” ผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังเยาว์ ขณะที่ชะตาชีวิตของ ถัง อิ๋น กลับผิดแผกแตกต่างออกไป   ถัง อิ๋น มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ.1470 – 1523 เขาเป็นชาวเมืองอู๋(ปัจจุบันคือซูโจว) มณฑลเจียงซู  แหล่งรวมปัญญาชนที่เดินทางหลบหนีมาจากราชสำนักที่ปกครองด้วยชนเผ่ามองโกลในสมัยราชวงศ์หยวน จวบจนสมัยหมิง แม้แผ่นดินจะเปลี่ยนกลับมาปกครองโดยชาวฮั่น […]

September 25, 2014

ภาพจีนโบราณ#11 : “ขี่ม้าท่องภูยามวสันต์” โดย “โจวเฉิน” ศิลปินผู้ถ่อมตัวแห่งราชวงศ์หมิง

ภาพ "หลิวหมิน(流民)" ของ โจวเฉิน ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ คลีฟแลนด์ สหรัฐอเมริกา

  ภาพ “ชุนซานโหยวฉี(春山游骑)” เป็นภาพที่บรรยายถึงธรรมเนียมโบราณในการขี่ม้าเดินทางท่ามกลางภูเขาในวสันต์ฤดู ในภาพประกอบด้วยภูสูงผาชันสลับซับซ้อน หอน้อยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางหุบผา ดำรงระเบียบอยู่ในความวุ่นวาย ทิวทัศน์ระยะใกล้คือไม้ดอก หน้าผา ลำน้ำ และบุคคล ซึ่งหนึ่งควบม้า หนึ่งนำทาง หนึ่งแบกหาม เดินข้ามสะพาน เหนือภูสูงสนใหญ่แน่นขนัดทั้งทรงพลังและมีชีวิตชีวา ศิลปินโจวเฉิน(周臣) นามเดิมตงชุน เป็นชาวเมืองอู๋(ปัจจุบันคือเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู) อายุขัยทั้งสิ้น 80 กว่าปี เป็นจิตรกรผู้มีฝีมือในสมัยราชวงศ์หมิง ทว่าผลงานของเขากลับไม่เป็นที่รู้จักมากเท่ากับลูกศิษย์ 2 คน คือ ถังเอี่ยน(唐寅) และ โฉวอิง(仇英) แม้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ผลงานของถังเอี่ยนหลายต่อหลายชิ้นที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันนั้น เป็นผลงานของอาจารย์โจวเฉิน ที่ให้ศิษย์ถังเอี่ยน ลงพู่กันแทนเท่านั้น นอกจากนี้ศิลปินโจวเฉินยังมีความสามารถด้านการประพันธ์โคลงกวีอีกด้วย     ด้านซ้ายของภาพ ชุนซานโหยวฉี ระหว่างกลุ่มก้อนหินผา ปรากฏนาม “ตงชุนโจวเฉิน” จารึกอยู่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับภาพ “ซานลู่ซงเซิง( 山路松声)” ซึ่งแปลว่า เสียงสนบนทางเขา ของศิลปินถังเอี่ยนอันโด่งดังแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรอยตัดของเงื้อมเงาชะง่อนผา ลายเส้น-แสงเงา ที่ละเอียดแข็งแกร่ง รอยพู่กันแบบหน้าขวานตัด […]

August 22, 2014

ภาพจีนโบราณ#10 : พระเซนสำรวมใจ…อำนาจแห่งธรรมคือที่สุด

Filed under: Uncategorized @ 11:15 am and
cover-inner

ในสมัยห้าราชวงศ์(ค.ศ.907-960) เป็นยุคที่แผ่นดินจีนระส่ำระสายอย่างหนัก เกิดความแตกแยกรุนแรง ผู้มีอำนาจต่างตั้งตนเป็นใหญ่สร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมา ศิลปกรรมยุคนี้จึงไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร ทว่าเมื่อถึงราชวงศ์ซ่ง ศิลปกรรมจีนกลับฟื้นคืนและรุ่งเรืองถึงขีดสุด โดยเฉพาะด้านจิตรกรรมนั้นถือได้ว่าเด่นล้ำกว่าสมัยถังอีกขั้นหนึ่ง ทั้งยังโดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ของจีน โดยจิตรกรรมในยุคนี้มีการพัฒนารูปแบบงานศิลปกรรมขึ้นมาอย่างเมีเอกลักษณ์ ภาพนี้วาดโดยจิตรกรนาม สือเค่อ(石恪) ชาวเมืองเฉิงตู ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อของยุคห้าราชวงศ์กับราชวงศ์ซ่ง ถนัดในการวาดภาพนักบวช ภาพบุคคล เอ้อจู่เถียวซิน ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของจิตรกร สือเค่อ ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนานิกายมหายาน ที่ในภาษาจีนเรียกว่า “ฉาน(禅)” หรือ “เซน” ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง โดยจิตรกรรมประเภทนี้จะมีความเป็นธรรมชาตินิยม คือเคารพในคุณสมบัติเดิมแท้ของสรรพสิ่ง อีกทั้งยังเน้นความสมถะ สันโดษ เรียบง่าย มักใช้วิธีการสร้างงานแบบเฉียบพลัน ฝีแปรงเร็ว รุนแรงและคมคาย โดยในภาพจิตรกรใช้หมึกจางในการวาดศีรษะมือเท้า ขณะที่ใช้ฝีแปรงหนาหนัก ตวัดวาดเครื่องนุ่งห่มคลุมร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดแสงเงาในเส้นหมึกทึบ นอกจากนี้จิตรกรยังวาดภาพเสือตัวใหญ่ที่กลายเป็นดั่งหมอนให้ภิกษุหนุนนอน ซึ่งเป็นการหยิบยกสัญลักษณ์มาใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อสะท้อนว่าอำนาจของธรรมมะในตัวของบรรพชิตยังสูงส่งกว่าอำนาจที่น่าเกรงขามของพยัคฆ์ ซึ่ง สือเค่อ สร้างสรรค์รูปแบบการใช้ฝีแปรงได้อย่างมีเอกลักษณ์โดยจะเห็นว่าในส่วนที่หมึกเข้มยังคงมีช่องว่างของสายตา ขณะที่ในหมึกสีอ่อนจางก็ยังคงมองเห็นรายละเอียดเช่นกัน จนกลายเป็นความขัดแย้งที่กลมกลืนสะท้อนออกมาจากภาพ ภิกษุ 2 รูปในภาพนี้คือ ฮุ่ยเข่อ(慧可) สังฆปรินายกองค์ที่2 แห่งแผ่นดินจีนผู้สืบทอดของปรมาจารย์ตั๊กม้อหรือพระโพธิธรรม ส่วนอีกรูปหนึ่งคือ เฟิงกัน(丰干) อาจารย์เซนผู้โด่งดัง ทั้งนี้ เซน […]

July 29, 2014

ภาพจีนโบราณ#9 : มองไผ่ร่ายกวี โดย ตู้จิ่น จิตรกรสมัยราชวงศ์หมิง

201

ภาพนี้มีชื่อว่า “ถีจู๋(题竹)” ซึ่งแปลว่า การแต่งโคลงกลอนโดยใช้ “ไผ่(竹)” เป็นหัวข้อ โดยในภาพปรากฏผู้อาวุโสถือพู่กันยืนอยู่ข้างต้นไผ่เพื่อตระเตรียมประพันธ์บทกวี ข้างกายด้านหนึ่งมีอาคันตุกะหนึ่งชราหนึ่งเยาว์วัยยืนมองด้วยความสนใจ อีกด้วนหนึ่งเด็กรับใช้ยืนถือน้ำหมึกไว้พร้อมสรรพ บรรยากาศโดยรอบด้านหน้าเป็นต้นไผ่ชะลูดสดเขียว เบื้องหลังคือเงื้อมเงาชะง่อนผา ที่แท้ภาพนี้จำลองเหตุการณ์มองไผ่ร่ายบทกวี ของซู ตงโพ(苏东坡题竹) แห่งราชวงศ์ซ่ง ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นกวีเอกสำคัญยิ่งผู้หนึ่งในประวัติศาสตร์จีน จิตรกรใช้ลายเส้นเล็กละเอียดในการวาดภาพบุคคล จากนั้นลงสีสันเจือจางแฝงความเรียบร้อยอ่อนหวาน ซูตงโพ เครายาว อยู่ในชุดยาวกรอมเท้า ยืนตระหง่านงามแฝงความแข็งแกร่ง ใบหน้ามุ่งมั่นครุ่นคิด จิตรกรใช้น้ำหนักเข้มอ่อนของหมึกสร้างมิติใกล้ไกลให้กับต้นไผ่ พุ่มใบไผ่ในความกระจัดกระจายยังคงไว้ซึ่งระเบียบแบบแผน ฝีพู่กันพลิ้วไหวลื่นไหลดุจสายน้ำ ด้านซ้ายมีโคลงประกอบภาพจรดจารึก ระบุชื่อตู้จิ่น(杜堇) ตู้จิ่น จิตรกรเลื่องชื่อสมัยราชวงศ์หมิง มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1465 – 1487 เป็นชาวเจิ้นเจียง มณฑลเจียงซู ซึ่งอยู่ตอนกลางของดินแดนชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศจีนที่มีทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำงดงาม จึงเป็นแหล่งกำเนิดศิลปกรรมที่สำคัญของประเทศจีนมายาวนานนับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งเป็นต้นมา ตู้จิ่น ถนัดวาดภาพเรื่อวราว ภูเขาดอกไม้ นกดอกไม้ และที่โดดเด่นที่สุดคือภาพบุคคลในประวัตศาสตร์ยุคก่อนหน้า ภาพบุคคลของจิตรกรผู้นี้วาดด้วยฝีพู่กันหมดจดลื่นไหลให้อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการวาดเส้นแห่งวงการจิตรกรรมแผ่นดินหมิง ภาพบุคคลของตู้จิ่น ถือได้ว่ามีอิทธิพลต่องานแนวเดียวกันในยุคต่อมาอย่างยิ่ง อีกทั้งตู้จิ่นยังมีความชื่นชอบในโคลงกวีอีกด้วย ผลงานส่วนใหญ่ของตู้จิ่นอยู่ในยุคสมัยที่ราชวงศ์หมิงเข้มแข็ง บ้านเมืองสงบร่มเย็น ประชาชนอิ่มท้อง ซึ่งส่งผลให้ศิลปกรรมก้าวหน้าพัฒนาอย่างมาก ในช่วงเวลานั้นฐานะของศิลปินจึงได้รับการยกย่องอย่างสูง ซึ่งรวมถึงตู้จิ่นเอง […]

July 10, 2014

ภาพจีนโบราณ#8 : ซู ฮั่นเฉิน ปรมาจารย์ภาพเด็กแห่งราชวงศ์ซ่ง

Filed under: Uncategorized @ 10:33 am and
022-Qiu(pic)-head

    ภาพ “ชิวถิงซี่อิง(秋庭戏婴)” ซึ่งแปลว่า เด็กน้อยเล่นในสวนยามฤดูสารทหรือฤดูใบไม้ร่วง เป็นผลงานของจิตรกรนาม ซู ฮั่นเฉิน(苏汉臣) ในสมัยราชวงศ์ซ่ง(宋)(ค.ศ. 960 – 1279) ซู ฮั่นเฉิน เป็นชาวเมืองไคเฟิง เคยเป็นช่างหัตถศิลป์ในสำนักศิลปะสมัยจักรพรรดิซ่งฮุยจง มีความถนัดในการวาดภาพบุคคล ภาพนักพรตเต๋า สตรี และเด็ก โดยเฉพาะภาพการละเล่นของเด็กที่รังสรรค์โดยจิตรกรผู้นี้ถือได้ว่ามีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกระทั่งผลงานของเขาได้รับคำจำกัดความว่า “สีสันสดใส เคลื่อนไหวดุจมีชีวิต” ภาพ “เด็กน้อยเล่นในสวนยามฤดูสารท” นี้ จิตรกรใช้ฝีแปรงเล็กละเอียดวาดรูปเด็กน้อยในชุดผ้าไหมสองคนกำลังเล่นเกมจีนโบราณที่มีชื่อว่า “ทุยเจ่าโหมว(推枣磨)” (เกมหมุนลูกพุทราที่เสียบบนคานไม้ โดยใครหมุนได้รอบเยอะกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ) ซึ่งไม่ว่าจะเพ่งพิศจากเรือนผม หน้าตา หรือ เสื้อผ้า ของเด็กทั้งสองล้วนแสดงถึงความตั้งใจในการวาดภาพ การลงสีอันไม่มีที่ติ รวมทั้งสอดแทรกความเปลี่ยนแปลงเอาไว้ในภาพอย่างกลมกลืน โดยอาศัยลายเส้นทอดยาวและโค้งมนในการวาดเสื้อผ้าไหม จากนั้นระบายสีลายผ้าเล็กละเอียด สะท้อนความอ่อนนุ่มและสีสันอันสดใสของผ้าไหมออกมาได้อย่างเสมือนจริง ซึ่งการทำงานที่ไม่มองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยของจิตรกร ช่วยขับเน้นให้เด็กทั้งสองคนในภาพมีลักษณะของความสมบูรณ์ อ่อนโยน และพิถีพีถันโดยธรรมชาติ จนทำให้ผู้ที่ได้ชมภาพบังเกิดความรักเอ็นดู นักวิจารณ์ภาพจีนลงความเห็นว่า ภาพของซู ฮั่นเฉินภาพนี้มีความสมจริงในระดับสูงมาก ราวกับเด็กในภาพมีชีวิตโลดแล่นออกมาจากแผ่นกระดาษเลยทีเดียว นอกจากนี้ กลางสวนในภาพยังมีแท่งหินสูงใหญ่ด้านและมวลไม้ดอกไม้ใบพันเกี่ยว ที่ล้วนสะท้อนบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วงออกมาได้อย่างแจ่มชัด รูปแบบของภาพวาดเสมือนจริงและใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้ […]

June 27, 2014

ภาพจีนโบราณ#8:กิ่งเหมย ณ วัดหลิงกู่ จิตรกรรมสมัยชิงโดย สือ เทา

Filed under: Uncategorized @ 9:20 am and
"สือเทาจื้อฮว่าเซียง(石涛自画像)" ภาพที่จิตรกรสือ เทา วาดตัวเอง ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กู้กงไทเป ไต้หวัน

ภาพ “กิ่งเหมย ณ วัดหลิงกู่” นี้จิตรกรนามสือ เทา วาดกิ่งเหมยที่ชูช่อแข่งกับใบไผ่ โดยใช้สีหมึกเข้ม-จางอย่างมีมิติ ลายเส้นหมดจดชัดเจน ทั้งยังวาดใบไผ่พลิ้วไหวเสมือนหนึ่งโดนสายลมที่มองไม่เห็นพัดพา สร้างเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนขึ้นมา ทั้งไผ่ และ เหมย ล้วนเป็นต้นไม้ที่ได้รับความสำคัญยิ่งในหมู่ชาวจีน ได้รับการขนานนามว่าเป็น สามสหายแห่งเหมันต์ฤดู ซึ่งประกอบด้วย ต้นสน เหมย และต้นไผ่ เพราะทั้ง สน ไผ่ และเหมย ล้วนชูช่อเบ่งบานต้านทานอากาศหนาวเหน็บของแผ่นดินจีนได้อย่างดี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง พากเพียร อดทน ที่มักปรากฏอยู่เสมอในงานศิลปะของจีน ทั้งในงานเขียน บทเพลง บทกวี รวมถึงภาพวาดต่างๆ ส่วนวัดหลิงกู่นั้น เป็นวัดหนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย เดิมวัดหลิงกู่ (灵谷寺) ชื่อว่าวัดไคซ่าน (开善寺) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์เหลียง(ค.ศ.502-557) แต่ในสมัยราชวงศ์หมิง ถูกโยกย้ายมาตั้งอยู่ ณ บริเวณเขตภูเขาจงซานแห่งหนานจิงพร้อมกับสุสานของ จู หยวนจาง ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นผู้ประทานนามใหม่ของวัดแห่งนี้ว่า วัดหลิงกู่ จิตรกรนาม “สือ เทา” คือหนึ่งในจิตรกร นักเขียนอักษรจีน […]

June 20, 2014

ภาพจีนโบราณ#7 : “งานอาลักษ์สมัยฉีเหนือ” โดย “หยัง จื่อหวา”

ภาพ "เป่ยฉีเจี้ยวซู" หรือ "งานอาลักษณ์สมัยฉีเหนือ"  วาดโดย "หยัง จื่อหวา"  สมัยราชวงศ์เหนือใต้ ยุคเป่ยฉี(ฉีเหนือ) ขนาด 80x240 ซ.ม.(ภาพบางส่วน) ปัจจุบันเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บอสตัน สหรัฐอเมริกา

เป่ยฉี(北齐: ฉีเหนือ) อยู่ในยุคที่นักประวัติศาสตร์จีนเรียกว่ายุคราชวงศ์เหนือใต้(ค.ศ. 420 – 589) โดยยุคสมัยเป่ยฉี กินระยะเวลาสั้นๆ เพียง 27 ปี(ค.ศ. 550 – 577) เนื่องจากกษัตริย์ในยุคนั้นโหดเหี้ยมทารุณ ทั้งยังหวาดระแวงว่าจะถูกโค่นอำนาจ จึงฆ่าฟันบรรดาขุนนางที่ไม่ได้รับความไว้วางใจไปมากมายทั้งชาวฮั่นและชนเผ่าเซียนเปย ทำให้ราชวงศ์เป่ยฉีสูญเสียความชอบธรรมและการสนับสนุนจากประชาชน อันเป็นเหตุแห่งความล่มสลาย ถูกเป่ยโจว(北周:โจวเหนือ) กลืนกินไปในปี 577 กระนั้นยุคราชวงศ์เหนือใต้ยังคงได้รับการยอมรับจากนักวิชาการรุ่นหลังว่าเป็นช่วงเวลาที่วงการจิตรกรรมรุ่งเรืองถึงขีดสุดอีกยุคหนึ่ง ภาพ “เป่ยฉีเจี้ยวซู(北齐校书)” เดิมทีวาดโดยจิตรกรนาม “หยัง จื่อหวา(杨子华)” จิตรกรนามกระเดื่องที่ได้รับการขนานนามร่วมกับ “กู้ ข่ายจือ(顾恺之)” ยอดจิตรกรเอกแห่งประวัติศาสตร์แผ่นดินจีน ทว่าภาพต้นฉบับที่แท้จริงนั้นได้สูญหายไปเนิ่นนานแล้ว ส่วนภาพที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ยังพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์บอสตัน สหรัฐอเมริกานี้เป็นภาพเลียนแบบโดยศิลปินในสมัยราชวงศ์ซ่ง หยัง จื่อหวา เป็นจิตรกรในราชสำนัก ถนัดวาดภาพขุนนางสำคัญ ภาพทิวทัศน์อุทยาน ภาพรถม้า และโดยเฉพาะภาพม้าที่ร่ำลือกันว่าเหมือนจริงจนแทบได้ยินเสียงร้องของม้าดังออกมาจากภาพเลยทีเดียว ภาพ “เป่ยฉีเจี้ยวซู” ได้สะท้อนบรรยากาศงานอาลักษณ์ หรืองานตรวจแก้หนังสือ ตำรา ในยุคฉีเหนือ(ค.ศ.556) รัชสมัยของพระเจ้าเหวิน เซวียนตี้(文宣帝) โดยตำแหน่งนี้ได้ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยซีฮั่น(西汉:ฮั่นตะวันตก) จากนั้นถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อราชสำนักอย่างยิ่ง ผู้ดำรงตำแหน่งนี้จะได้รับเกียรติและความเคารพนับถืออย่างสูง โดยในภาพเป็นเหตุการณ์ที่เหล่าขุนนางกำลังจัดระเบียบ “อู่จิง(五经)” […]

May 8, 2014

ภาพจีนโบราณ#6 : ภาพม้วนทิวทัศน์เก่าแก่ที่สุดในจีน

Filed under: Uncategorized @ 2:09 pm and
0002

  ในประวัติศาสตร์ศิลปะจีนถือว่าภาพ “ท่องไปในวสันตฤดู” ของ จ่าน จื่อเชียน เป็นภาพม้วนทิวทัศน์แบบจีนที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำที่วาดในสมัยราชวงศ์สุย(ค.ศ.581-618)เพียงภาพเดียวที่ตกทอดสืบต่อมา เนื่องจากราชวงศ์สุยปกครองแผ่นดินด้วยระยะเวลาสั้นๆ เพียง 30 ปีก็เปลี่ยนผ่านไปสู่ราชวงศ์ถังอันเป็นยุคที่อารยะธรรมจีนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดอีกสมัยหนึ่ง รูปแบบการวาดภาพ ท่องไปในวสันตฤดู ของจิตรกร ถือว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบจิตรกรรมทิวทัศน์จีน จากเดิมที่จิตรกรมักจะวาดภาพโดยเน้นบุคคลเป็นสำคัญ หากมีทิวทัศน์อยู่บ้างก็จะเป็นเพียงฉากหลังเท่านั้น ทั้งยังไม่ทิ้งช่องว่างในภาพซึ่งแม้แต่ผลงานของบิดาแห่งจิตรกรรมจีน กู้ ข่ายจือ จิตรกรเอกสมัยราชวงศ์จิ้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ขณะที่ภาพของจ่าน จื่อเชียน นั้นต่างออกไป เขาวาดให้ภูเขาแม่น้ำเป็นวัตถุหลัก ส่วนบุคคลเป็นเพียงส่วนประกอบ ทั้งยังทิ้งพื้นที่ว่างไว้ในภาพให้ความรู้สึก “ใกล้แต่เหมือนไกล” ซึ่งกลายมาเป็นปรัชญาในการวาดภาพทิวทัศน์ของจีนในยุคต่อมา ภาพ ท่องไปในวสันตฤดู บรรยายทิวทัศน์ตอนใต้ของลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียงในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ผลิบานเขียวขจี สายน้ำไหลรินจากด้านบนซ้ายมายังกลางภาพ มหานทีกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเกลียวคลื่นเล็กๆ ทั้งยังมีนักท่องเที่ยวอยู่ในนาวาลำหนึ่งที่ลอยอยู่กลางน้ำ บางส่วนชมทิวทัศน์อยู่ริมสองฝั่ง บนคนเดินเท้าบางคนอยู่บนหลังม้า มีสะพานน้อยๆ และกระท่อมชาวบ้าน อีกทั้งอารามหลังหนึ่งหลบอยู่ด้านหลังแนวป่า วัตถุในภาพทั้งภูเขา แม่น้ำ ต้นไม้ คน มา เรือ และสิ่งก่อสร้างล้วนผสมกลมกลืน ใช้การย่อวัตถุไกล ขยายวัตถุใกล้ เพื่อสร้างมิติให้กับภาพ สามารถพบความเป็นเอกภาพในความไร้ระเบียบของกลุ่มต้นไม้ทั้งสองฝั่ง ลายเส้นฝีพู่กันละเอียดรวดรับหมดจด ส่วนต้นไม้ระบายด้วยสีเขียวขับเน้นให้เด่นที่สุดในภาพ […]

March 28, 2014

ภาพจีนโบราณ#5 :หวัง เจาจวิน โดยปรมาจารย์ภาพอีโรติกสมัยหมิง

renwu-01

ภาพที่นำมานี้ เป็นหนึ่งในชุด ภาพบุคคล ของจิตรกรนาม ฉิว อิง ซึ่งมีทั้งหมด 10 ภาพด้วยกัน โดยเนื้อหาของภาพเป็นการรวบรวมบุคคลสำคัญจากเรื่องราวและตำนานในประวัติศาสตร์ อาทิ นักปราชญ์ นักกวี นักดนตรี วีรบุรุษ และหญิงงาม แม้ว่างานในรูปแบบเดียวกันนี้มักจะถูกหยิบยกมาวาดโดยจิตรกรหลายยุคหลายสมัย แต่งานของฉิว อิง ที่กลายเป็นมรดกของชาติชิ้นนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวทางการวาด ฝีแปรง และเทคนิคพิเศษอย่างมีเอกลักษณ์ โดยภาพวาดของฉิว อิง จะมีลักษณะเรียบร้อย นุ่มนวล มีระเบียบแบบแผน และมีความละเอียดในการใช้สีสัน ถนัดการใช้สีเขียว-ฟ้า ซึ่งกลายเป็นแนวการลงสีสมัยใหม่ยุคราชวงศ์หมิง ภาพชุดบุคคล เป็นหนึ่งในสุดยอดผลงานของฉิว อิง กริยาท่าทางของบุคคลในภาพลึกซึ้งละเอียดอ่อนสวยงาม สิ่งก่อสร้างมีเส้นสายที่เป็นระเบียบ ฝีแปรงเคลื่อนไหวอิสระแฝงความเด็ดขาด แต่นุ่มนวล และสง่างาม สีสันสอดคล้องกลมกลืนไปทั้งภาพ ผลงานภาพบุคคลชุดนี้ ไม่เพียงใส่ใจในรายละเอียดของทุกกิจกรรมของบุคคลในภาพ แต่ใส่ใจไปถึงรายละเอียดของเฉดสีสิ่งแวดล้อมภายในภาพทั้งหมด ซึ่งสะท้อนสุนทรียรสของภาพออกมาได้เป็นอย่างดี ดังเช่นตัวอย่างที่นำมาให้ชม เป็นตอนหนึ่งที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติจีน เกี่ยวกับหญิงงามนาม หวัง เจาจวิน ที่ถูกจักรพรรดิฮั่นหยวนตี้ส่งไปสมรสกับข่านฮูหานเสีย แห่งเผ่าซงหนู เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี โดยเรื่องราวของหญิงงามผู้นี้มีอยู่ว่า ภายใต้การปกครองสมัยฮั่นหยวนตี้ หวัง เจาจวินถูกคัดเลือกเข้าเป็นนางสนม […]

January 28, 2014

ภาพจีนโบราณ#4 : ภาพม้ารับตรุษจีนปีมะเมีย

"มู่หม่า(牧马)" หรือ เลี้ยงม้า ภาพวาดบนผ้าไหม ขนาด 27.5 x 34.1 เซนติเมตร ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม(กู้กง)ไต้หวัน

……ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย กับภาพวาดม้าชิ้นสำคัญในประวัติศาสตร์จีน……   ม้า เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญกับประเทศจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทหารม้ามีความสำคัญต่อกองทัพอย่างยิ่งในช่วงสงครามผลัดแผ่นดินในแต่ละยุคสมัย นอกจากนี้ม้ายังเป็นพาหนะ สำหรับเดินทาง และล่าสัตว์ สมัยราชวงศ์ถัง เป็นสมัยที่จิตรกรนิยมวาดภาพม้ามากที่สุดสมัยหนึ่ง โดยจิตรกรที่ได้ชื่อว่าเชี่ยวชาญการวาดภาพอาชาแห่งยุคนั้นมีนามว่า หาน ก้าน หาน ก้าน มีพื้นเพชาติกำเนิดไม่สูงส่ง วัยเด็กเคยทำงานรับจ้างในโรงเหล้า ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากศิลปินเอกแห่งแผ่นดินจีน หวัง เหว่ย ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์กว่า 10 ปีจึงประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงในแวดวงจิตรกรรม หาน ก้าน ถนัดในการวาดภาพบุคคล ภาพจักราศี ภาพดอกไม้ใบไผ่ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือภาพม้า หาน ก้าน มีโอกาสเข้าวังรับหน้าที่เป็นจิตรกรวาดภาพถวายเจ้าเหนือหัว ในรัชสมัยของฮ่องเต้ถังเสวียนจง ต่อมาได้ศึกษาการวาดภาพม้าเพิ่มเติมกับจิตรกรในราชสำนักนาม เฉิน หง จากนั้นเขาเริ่มค้นหาแนวทางการวาดในแบบฉบับของตัวเอง โดยการเพิ่ม “ชีวิต” เข้าไปในภาพ หาน ก้าน มักใช้เวลาส่วนใหญ่ในคอกม้า เฝ้าสังเกตพฤติกรรมและเรียนรู้ อุปนิสัยของเหล่าอาชา จากนั้นจดบันทึกไว้โดยละเอียด ความทุ่มเทดังกล่าวทำให้เขาถูกคนทั่วไปมองว่าแปลกประหลาดที่แทบจะย้ายตัวเองไปกินนอนในคอกม้า เล่ากันว่าครั้งหนึ่ง หาน ก้านเคยประกาศว่า “ข้าศึกษาการวาดภาพม้า ม้าทุกตัวในคอกนี้ล้วนเป็นดั่งอาจารย์ของข้า” เมื่อผ่านการเรียนรู้อย่างเข้มข้น […]

Next Page »

© 2019 我的抽屉里 Drawer of Memories  Hosted by mblog Sites