Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

สุดยอดโชว์การบินมหาอำนาจโลก

July20

แสนยานุภาพทางอากาศมีผลต่อยุทธวิธีและยุทธศาสตร์ของสงคราม ดั่งคำกล่าวของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล (นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ปี 1940-1945,1951-1955)  ‘…อำนาจทางอากาศ อาจยุติสงคราม หรือยุติอารยธรรมได้…’ (Air power may either end war or end civilization…1933)

.

 

การแสดงแสนยานุภาพด้านการบินระหว่างประเทศ ถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพอากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เปิดการแสดงปีละหนึ่งครั้ง ในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฏาคมของทุกปี ที่ฐานทัพแฟร์ฟอร์ด(Fairford,Gloucestershire) ที่เมืองกลอสเตอร์เชียร์ สหราชอาณาจักร โดยทรัสต์เพื่อการกุศลของกองทัพอากาศ (The Royal Air Force Charitable Trust) โดยทั่วไปจำนวนผู้ชมประมาณ 150,000-200,000 คน แต่ปีนี้มีคนเข้าชม 180,000 คน

 

 

การแสดงแสนยานุภาพทางอากาศจัดขึ้นครั้งแรกที่สนามบินนอร์ธ วีลด์ ที่เอซเซ็กซ์ มีเครื่องบินที่เข้าร่วมการแสดงในครั้งแรกเพียง 100 ลำ ผู้ที่ริเริ่มการแสดงทางอากาศนี้คือ ทิโมธี ปรินซ์ และ พอล โบเวน จากการแสดงแสนยานุภาพอากาศเพียงเล็กๆได้ค่อยๆพัฒนาเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางการบินระหว่างประเทศในปี 1976

 

 

ด้วยการแสดงที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ภายหลังควีนจึงได้พระราชทาน Royal นำหน้า  จึงกลายเป็น The Royal International Air Tattoo (RIAT) ในปี 1996  และได้ใช้ชื่อนี้เป็นต้นมา

 

 

ปี ค.ศ.1973-1983 การแสดงแสนยานุภาพทางอากาศที่ยิ่งใหญ่นี้เคยจัดแสดงที่สนามบินกรีนแฮม คัมมัน (Greenham Common ) และได้ย้ายมาจัดแสดงที่สนามบินแฟร์ฟอรด์ในปี 1985 จนถึงปัจจุบัน

 

 

ปี ค.ศ.2003, Guinness World Record ได้บันทึกว่าการแสดงแสนยานุภาพทางอากาศที่แฟร์ฟอร์ดครั้งนี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพทางอากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยมีมา มีเครื่องบินรบเข้าร่วมแสดงถึง 535 ลำ

 

ค.ศ.2008 ควีนเสด็จในงานแสดง ทุกอย่างพร้อมเปิดการแสดง ทีมนักบินจากพันธมิตรหลายๆประเทศ แต่น่าเสียดายด้วยสภาพอากาศที่เลวร้าย ฝนตกหนัก และเพื่อความปลอดภัยในการบิน ผู้จัดการแสดงจึงได้ยกเลิกการแสดงในนาทีสุดท้าย รวมถึงการพลาดการแสดงแสนยานุภาพครั้งแรกของ The Lockheed Martin/Boeing F-22 Raptor เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 (ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 – ปัจจุบัน)

**(เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 1 (1945 – 1955),เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 2 (1955 – 1960),เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 3 (1960 – 1970), เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 (1970 – 1990))

ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจจับได้ยาก (Stealth technology / LO technology (low observable technology)มาร่วมในการแสดงเป็นครั้งแรกในยุโรป

ราคาของเครื่องบินรบ F-22 Raptor (เอฟยี่สิบสอง เรปเตอร์ )นี้ตกอยู่ที่ลำละประมาณ 70 ล้านปอนด์ กองทัพสหรัฐมีประจำการอยู่ 120 ลำ ในการแสดงที่แฟร์ฟอร์ดในปีนี้ เจ้า F-22 Raptor ถือว่าเป็นดาราดวงเด่นที่เดียว

 

 

ในปี 2009  การแสดงแสนยานุภาพทางการบินระหว่างประเทศ มีเครื่องบินทหารเข้าร่วมการแสดงถึง 269 ลำ จากมากกว่า 20 ประเทศ นับว่ามีจำนวนเครื่องบินซึ่งออกโชว์ตัวครั้งแรกเป็นประวัติการณ์ รวมถึง B 2A Spirit Bomber เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบพรางตัว โดย ใช้ระบบ “Fly-by-wire” (การใช้ไฟฟ้าควบคุมอุปกรณ์และระบบบังคับต่างๆ รวมทั้งนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ช่วยในการควบคุม) มีคุณสมบัติตรวจจับได้ยาก (Stealth Technology)  นอกจากนั้นยังเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของกองทัพอากาศสหรัฐ-USAF

 

 

สำหรับการแสดงครั้งล่าสุดในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 17-18 กรกฏาคม 2010 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นการแสดงปีที่ 25 ฉันอ้อนสามีพาไปชม สนามบินแฟร์ฟอร์ดห่างจากบ้านเราเพียงการขับรถ 45 นาที โดยใช้มอเตอร์เวย์สายห้า (M 5) แต่วันนั้นฉันติดเรื่องงาน ขนาดขออนุญาตหยุดวันเสาร์โดยการบอกล่วงหน้าตั้งหนึ่งเดือน แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่แย่มากๆในอังกฤษ ทุกบริษัทก็พยายามลดค่าใช้จ่ายไม่จ้างพนักงานใหม่ คนเก่าๆก็ต้องทำงานกันสุดตัว ห้ามสาย ห้ามลา ห้ามป่วย และห้ามตาย !! ฮาฮา ถ้าเป็นไปได้ …

 

 

การเดินทางของเราจึงเริ่มต้นออกจากบ้านหลังสิบโมงเช้า การจราจรใกล้ๆที่จัดงานนี่ฝันร้ายดีๆนี่เอง ห่างจากที่จัดงานเพียงไม่กี่ไมล์แต่เราต้องติดแหง็กในรถตั้งสองชั่วโมง กว่าจะไปถึงงานก็เที่ยงกว่าๆ งานแสดงเริ่มเปิดให้คนเข้าชมตั้งแต่เช้าเจ็ดโมงครึ่ง การแสดงบินผาดโผนจะเริ่มตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงเกือบหกโมงเย็น ตั้งแต่ปีที่แล้วไม่มีการขายบัตรหน้างานเพื่อลดจำนวนคิวที่ยาวเหยียด ประหยัดเวลา โดยซื้อตั๋วออนไลน์โดยตรงกับเวบไซต์ของผู้จัดงาน การจัดงานใหญ่ยักษ์ระดับนี้ทำได้ดีมากทั้งเรื่องของที่จอดรถสำหรับการรองรับผู้ชมเกือบแสนคนต่อวัน อาหารมีบริการในงานรวมทั้งเครื่องดื่มไอศครีม ราคาอาหารแพงไปหน่อยแต่เข้าใจว่าการเช่าที่แพงจึงเห็นคนที่มาทั้งครอบครัวหอบอุปกรณ์ปิคนิก มาเอง รวมถึงอาหารเครื่องดื่ม มีส่วนเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ห้องน้ำที่สะดวกสบายเป็นจุดๆเดินไม่ไกลนัก ตำรวจแอปเปิ้ลมาดูแลความปลอดภัย รถพยาบาลมารออยู่ทุกงานตามกฏเฮลท์และเซฟตี้ มีรถบริการฟรีจากที่จอดรถถึงที่จัดงานหากไม่ต้องการเดิน ที่จัดงานรวมเป็นรัศมีสองไมล์ ประกอบไปด้วยโชว์เครื่องบินต่างๆ 300 ลำ จาก 15 ประเทศที่เข้าร่วมในปีนี้ นิทรรศการหุ่นยนต์ นิทรรศการรถที่ใช้ในกองทัพในสงครามต่างๆที่ผ่านมา

 

 

ประเทศที่เข้าร่วมในการแสดงแสนยานุภาพทางอากาศครั้งนี้ประกอบด้วย

สหราชอาณาจักร (แน่นอนเพราะเป็นเจ้าภาพ)

สหรัฐอเมริกา

ฝรั่งเศส

เยอรมัน

อิตาลี

นาโต้

โปแลนด์

โอมาน

เดนมาร์ก

จอร์แดน

เนเธอร์แลนด์

นิวซีแลนด์

นอร์วีเจียน

สโลวาเกีย

สวีเดน

สวิส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คอนเซ็ปต์ของการจัดการแสดงมีอยู่สี่ข้อหลักคือ


1.การรำลึกถึงการต่อสู้ทางอากาศในปี 1940 ; Battle of Britain (ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง 1939-1945) ซึ่งครบรอบ 70 ปีในปีนี้ระหว่างอังกฤษและเยอรมัน ซึ่งทางอังกฤษได้เชิญให้กองทัพอากาศ กองทัพบก และกองทัพเรือเยอรมันเข้าร่วมในการแสดงและการฝึกบินครั้งนี้ด้วย รวมถึงประเทศอื่นๆในยุโรปที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบครั้งนั้น

 

 

 

2.การรำลึกถึงการก่อตั้งนักเรียนเตรียมทหาร ครบรอบ 150 ปี ตั้งแต่สงครามไครเมียน (Crimean War – เกิดขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1853-1856 บนแหลมไครเมียทางตอนใต้ของยูเครนบนฝั่งทะเลดำ) ของกองทัพอังกฤษ ฝรั่งเศส และเตอร์กิช ซึ่งได้รับชัยชนะในสงคราม

3.เพื่อเป็นการร่วมมือฝึกฝนนักบินให้ได้รับความรู้ใหม่ๆร่วมกัน เพื่อให้แน่ใจและเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบในอนาคต

4.เพื่อให้ความรู้และเป็นการกระตุ้นคนรุ่นใหม่ให้สนใจในด้านนี้ การแสดงแสนยานุภาพครั้งนี้มิใช่แค่การแสดงโชว์เครื่องบินรุ่นต่างๆที่เคยประจำการหรือปลดจากการประจำการแล้ว ยังมีการแสดงการบินผาดโผน การแสดงนวัตกรรมทางหุ่นยนต์ ยุทโธปกรณ์ทางทหาร และวิศวกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และการทหาร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ๆต่อไป

รวมถึงให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์การบินและสงครามให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักว่าหากกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรไม่ได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนั้น ชนรุ่นปัจจุบัน,ชนรุ่นหลังอาจมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้ !!

 

 

 

 

การแสดงแสนยานุภาพทางการบินของประเทศมหาอำนาจของโลกในครั้งนี้มิใช่เพื่อวัตถุประสงค์ในการสู้รบอย่างเดียวแต่มีเรื่องของการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้วย เช่นการอพยพผู้คนจากสงคราม การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ การแจกจ่ายอาหาร ยา ขนส่งคนที่เกี่ยวข้อง หรือทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม

 

โชว์ที่ถือว่าเป็นดาวดวงเด่นครั้งนี้ เจ้าของบล็อกเห็นว่ามีอยู่ 5 โชว์คือ ;

1. Messerschmitt Bf 109

 

 

2.US Navy – กองทัพเรือสหรัฐ F/A-18E/F Super Hornet

 

 

3.USAF-กองทัพอากาศสหรัฐ F-22A Raptor

 

 

4.Vulcan XH558 bomber (กองทัพอากาศอังกฤษ)

 

 

5.RAF(กองทัพอากาศอังกฤษ)The Red Arrows Display Team

 

 

แต่เจ้าของบล็อกชอบเป็นพิเศษมีอยู่สองโชว์คือ ;

1.RAF (กองทัพอากาศอังกฤษ) Red Arrows Display Team

ดูในวีดีโอนะคะ เขาบินเป็นรูปหัวใจและมีศรรักปักทรวงด้วย สุดยอดจริงๆ

 

 

 

 

ทีมบินผาดแผลงของลูกศรสีแดง (Red Arrows)ประกอบด้วย นักบิน 9 คน มีนักบินหญิงรวมอยู่ด้วย ทีมลูกศรสีแดงนี้จัดตั้งขึ้นในปี 1965 จนถึงปัจจุบันทีมนี้แสดงการบินผาดโผนรวมจำนวน4,000 ครั้งใน 53ประเทศทั่วโลก

 

 

2.Vulcan XH558 bomber (กองทัพอากาศอังกฤษ)”The Spirit of Great Britain”(จิตวิญญาณของบริเตน)

 

 

 

เครื่องบินทิ้งระเบิดนวัตกรรมของอังกฤษอายุ 50 ปีแล้วคะ แต่สุดยอด เขาต้องการงบประมาณมหาศาลเพื่อบำรุงรักษาเจ็ดล้านปอนด์ เขามีคำขัวญของเครื่องบินทิ้งระเบิดลำนี้ว่า “once seen, never forgotten” ได้เห็นเพียงครั้งเดียว จะจดจำตลอดไป…คงจะจริงในกรณีเจ้าของบล็อกเพียงได้เห็นการแสดงแสนยานุภาพด้านอากาศเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวก็เกินคุ้มสำหรับค่าตั๋วเพียงสี่สิบปอนด์ และอาจคุ้มค่าสำหรับการเกิดมาเพียงจะได้เห็นการแสดงครั้งนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ…

สุดยอดโชว์การบินมหาอำนาจโลก

July20

แสนยานุภาพทางอากาศมีผลต่อยุทธวิธีและยุทธศาสตร์ของสงคราม ดั่งคำกล่าวของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล (นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ปี 1940-1945,1951-1955)  '…อำนาจทางอากาศ อาจยุติสงคราม หรือยุติอารยธรรมได้…' (Air power may either end war or end civilization…1933)

Read the rest of this entry »

You must be logged in to post a comment.