Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

รับจ้างล้างจานเมืองนอก !!??

January24

 

การใช้ชีวิตในต่างประเทศไม่หรูเริ่ดอย่างที่เข้าใจกัน ความกล้า  ใจรักการผจญภัย ความท้าทาย ในสังคม ภาษา  วัฒนธรรมใหม่ หากคุณชอบสิ่งเหล่านี้ ชีวิตต่างแดนจะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ คนที่พึ่งพาตัวเองมากขึ้น ให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป……

 

 

.

 

ฉันอ่านพบข่าว “ฟร้อนท์” ท้อไม่มีเงินเลี้ยงลูก เตรียมไปรับจ้างล้างจานที่เมืองนอก….จากเวบผู้จัดการคะ….

 

 ' อดีตนางแบบสาวชื่อดัง “ฟร้อนท์ มอนโกเมอรี่” หลังเจอมรสุมชีวิต ต้องเลิกรากับอดีตสามี “กริช หิรัญพฤกษ์” ชีวิตของเธอก็ต้องเจอกับความพลิกผันสุดขีด ต้องปากกัดตีนถีบเลี้ยงดูลูกสาว “น้องลีโอน่า” วัยน่ารักมาเพียงลำพัง เคยตกยากชนิดที่ไม่มีเงินพาลูกไปหาหมอมาแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวก็ออกมาเผยว่า เตรียมจะหอบลูกสาวไปทำมาหากินที่เมืองนอก หลังดิ้นรนที่เมืองไทยจนไม่ไหวแล้ว…'

 

เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ฉันรู้สึกสะดุดกับชีวิตที่ไร้หวังในเมืองไทยและต้องการไปทำงานล้างจานที่เมืองนอก….

 

 

ฉันมีเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นสาวสวย เปรี้ยว ในวันรับปริญญาเธอมีลูกน้อยอยู่ในครรภ์ด้วย เธอไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นๆในก๊วน พอรับปริญญาเสร็จก็เปลี่ยนไปใส่ชุดเจ้าสาวและแต่งงานในเย็นวันนั้นเลย เธอแต่งงานกับหนุ่มเพลย์บอย ที่มาจากครอบครัวคหบดีทางภาคใต้

 

ในตอนแรกเธอโชคดีกว่าเพื่อนคนอื่นเพราะไม่ต้องตระเวนหางานหลังเรียนจบ แต่ทำงานให้ครอบครัวสามีที่เป็นคนจีน หลายปีต่อมามีลูกชายรวมทั้งหมด 3 คน เธอเป็นทั้งแม่บ้านเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัวสามีในฐานะสะใภ้คนเล็ก รวมถึงดูแลธุรกิจครอบครัวสามีแทนสามีที่เอาแต่เที่ยว มีกิ๊กเป็นเด็กนักศึกษา

 

วิกฤตต้มยำกุ้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และฟาร์มไก่ที่เธอทำ ขาดทุนย่อยยับ ธุรกรรมต่างๆทำในนามเธอเพราะแม่สามีไม่ไว้ใจลูกชายเพลย์บอยของตัวเอง เธอต้องแบกหนี้หลายสิบล้านบาท และตัดสินใจจบชีวิตบัดซบที่เมืองไทยไปล้างจานที่เมืองนอก….

 

 

'การไปล้างจานที่เมืองนอก'… หลายคนหมายถึงการไปทำงานนี้ที่อเมริกา ฉันไม่มั่นใจว่าเพราะการพูดปากต่อปากถึงรายได้ที่ดี เป็นงานทีไม่ต้องการทักษะอะไรมากมาย หรือเป็นเพราะอเมริกาคือดินแดนแห่งโอกาส….

 

หากการไปทำงานเมืองนอก คือ ประเทศอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ประเทศไทย ฉันขอแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวในการทำงานเมืองนอก(อังกฤษ)ไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพื่อว่าอาจเป็นประโยชน์สำหรับใครก็ตามที่อยากมาทำงานที่เมืองนอก

 

ลักษณะงานที่เมืองนอกแตกต่างจากเมืองไทยมาก มีงานหลากหลายชนิดกว่า มีเวลาให้เลือกทำตามสะดวกและมีหลายกะมากทั้งเช้า บ่าย เย็น ดึก และกลางคืน

 

ประเภทของคนทำงานก็แบ่งได้หลายอย่างเช่นกัน เช่นพนักงานเต็มเวลา ส่วนใหญ่ทำงานอาทิตย์ละ 37 ชั่วโมง พนักงานพาร์ทไทม์ ทำงานประมาณ 20 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ต้องดูแลลูกไปด้วย ไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้ว ก็มาทำงาน พอโรงเรียนใกล้จะเลิกช่วงบ่ายก็หยุดทำงานแล้วไปรับลูกกลับบ้าน หลายๆคนทำงานแบบที่เราเรียกกันว่าแบงค์สตาฟ คือถูกเรียกมาทำงานเมื่อเจ้าหน้าที่ขาดเช่น ป่วย พักร้อน ลาคลอดลูก เป็นต้น (ฉันคิดว่าไม่มีพนักงานนี้ที่เมืองไทย)

 

 

ตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2010 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ปรับอัตราแรงงานขั้นต่ำ 2.2 % เป็น 5.93 ปอนด์ต่อชั่วโมง โดยความเป็นจริงฉันยังเห็นบางงานเช่นพนักงานขายของในห้างและพนักงานเสิร์ฟได้รับอัตราค่าจ้างเพียง 5.50 ปอนด์ต่อชั่วโมง (ที่นี่ภาษีรายได้ขั้นต่ำคือ 20 % และยังต้องหักประกันสังคม ภาษีท้องถิ่น หักเข้ากองทุนเกษียณอายุ)

เร็วๆนี้พบข่าวพาดหัวต้วเป้งว่าที่อังกฤษนั้น 2 ใน 3 ของงานใหม่ๆในปัจจุบันจับจองโดยคนต่างชาติ (100,000 เป็นแรงงานท้องถิ่น และ 297,000 เป็นแรงงานต่างชาติโดยเฉพาะจากโปแลนด์) เนื่องจากปี 2004 อียูได้รับประเทศใหม่ๆจากยุโรปตะวันออกเข้าเป็นสมาชิก จึงมีการหลั่งไหลของแรงงานต่างชาติเหล่านั้นเข้ามา (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

 

เมื่อฉันมีบัตรประกันสังคมซึ่งเป็นเช่นใบอนุญาตทำงานที่นี่ ฉันเริ่มหางานครั้งแรกจาก นสพ ท้องถิ่น ซึ่งส่งฟรีถึงบ้าน (ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดในปัจจุบัน นสพ ท้องถิ่นที่แจกฟรีไม่มีแล้ว) เริ่มจากงานเลขานุการ ผู้ช่วยในสำนักงานบำบัดผู้ติดยาเสพติด และองค์กรเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย งานเหล่านี้ล้วนอยู่ที่บริสตอล ชนบททีฉันอยู่ไม่มีงานประเภทนี้

 

 

ใบสมัครที่ส่งไปเป็นสิบๆ(คง)หายไปในขยะของสำนักงานเหล่านั้น ฮาฮา ฉันก็ไม่ท้อไปลงเรียนคอร์สเลขานุการนักกฏหมาย แต่ด้วยความขี้เกียจ ขาดแรงจูงใจทีดี และทัศนคติที่ว่าทำไมจะต้องทำอะไรยากๆอีก ฉันเรียนไม่จบคอร์ส เปลี่ยนมาเรียนผุ้ช่วยเภสัชกร (คอร์สทางไกลเรียนผ่านอินเตอร์เน็ต ส่งเอกสารการเรียนทางไปรษณีย์)

 

เวลาหลายเดือนที่ฉันพยายามจะหางานที่เทียบเท่ากับความรู้และประสบการณ์การทำงานจากเมืองไทย ความเบื่อหน่ายจากชีวิตประจำวันจากงานบ้านและเล่นเน็ต (ใครจะเล่นเน็ตได้ทั้งวันทั้งคืน ฮาฮา) ความเชื่อมั่นในตัวเองถดถอยลงจากผลตอบรับที่เป็นศูนย์ ฉันจึงไปสมัครงานโรงงานทำขนมปังใกล้ๆบ้าน

 

 

(ห้องและโต๊ะทำขนมเป็นแบบนี้เลยคะ)

 

ผู้จัดการโรงงานรับฉันอย่างง่ายดายทั้งสบประมาท

'ลองดูก็แล้วกัน ซีวี (Curriculum Vitae -CV-ประวัติส่วนตัวและการทำงาน) ของคุณเริ่ดๆจากเมืองไทย คนละสายงาน คุณจะทำได้หรือเปล่า'

 

เป็นเพราะฉันอยากได้เงิน สารภาพตามตรง ฮาฮา  และอยากได้ประสบการณ์การทำงานในต่างแดน งานอะไรก็ได้ขอให้ได้ออกจากบ้าน ฮาฮา ฉันจึงยืนยันหนักแน่นว่าทำได้ ฉันบอกสามีให้ซื้อจักรยานเพื่อฉันจะปั่นมาทำงานประมาณสิบนาที แม้แต่คนทำขนมปังในโรงงานยังต้องมีคนรับรองตั้งสองคน ฉันขอร้องให้นายคนเก่าที่แต่งงานกับสาวไทย เป็นผู้รับรองให้ พร้อมกับสาวไทยซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวฉัน เธอแต่งงานกับหนุ่มอังกฤษและเป็นครูอยู่โพลีเทคนิคที่แมนเชสเตอร์เป็นผู้รับรอง สาวคนนี้ก่อนจะได้งานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ (เธอเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษใน มหาวิทยาลัยที่เมืองไทย) เธอก็ทำงานโรงงานมาก่อน

 

 

วันแรกสามีตื่นไปส่งฉันที่โรงงานขนมปัง งานของฉันเริ่มตีสี่ มีเพื่อนร่วมงานสิบคน ก่อนทำงานก็มีการทำความรู้จักกัน ถามชื่อ ถามว่ามาจากประเทศไหน เคยทำเบเกอรี่มาก่อนหรือเปล่า ฉันบอกว่าเคยมีร้านเบเกอรี่เล็กๆแต่ฉันไม่ได้เป็นคนทำหรอก !!

 เขาถามต่อไป…'แล้วเคยทำอะไร'

'เลขานุการ….' หลายคนตาเหลือกกับคำตอบ

'แล้วเธอจะทำงานนี้ได้หรือเปล่า'

'คิดว่าได้'…. ฉันยืนยัน

'โชคดีก็แล้วกัน' หลายคนอวยพร ฮาฮา

ท้ายที่สุดฉันรู้ว่าฉันต้องการคำนี้ 'โชคดี' อิอิ….

 

หัวหน้างานบอกให้ฉันทำงานกับเธอ ดูเธอทำงานและทำตาม ก้มๆเงยๆระหว่างปั้นขนม วิ่งไปนวดแป้งและหอบมาที่โต๊ะปั้น เสร็จแล้วนำไปใส่ไว้ที่ชั้นและเข็นไปเข้าเตาอบ ชั้นที่บรรจุถาดขนมนั้นสูงกว่าฉันมากนักและหนักด้วย (สาวไทยสูงแค่ 160 ซ.ม.) ฉันมองนาฬิกาข้อมือเพิ่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมง บอกตัวเองว่าฉันต้องทำงานแบบนี้ไปจนถึงสิบโมงเช้าเลยหรือ ดูเหมือนหน้าจะมืดซะแล้ววววว ฉันควักยาดมที่นำมาจากเมืองไทยสูดดม บอกตัวเองว่าไม่ไหวแล้วละ ขอหัวหน้างานไปห้องน้ำ ใช้น้ำเย็นๆลูบหน้าเผื่อว่าจะดีขึ้น มองหน้าตัวเองในกระจก ประสบการณ์หนึ่งชั่วโมงเหมือนจะเปลี่ยนฉันเป็นคนใหม่ !!  ใจนึกว่าไม่ได้มาเมืองนอกเพื่อที่จะทำงานนี้ พ่อแม่ไม่ได้ส่งเรียนสูงๆเพื่อให้มาเป็นคนทำขนมปัง ฮาฮา อย่ากระนั้นเลย เดินไปบอกหัวหน้างานว่าฉันไม่ทำแล้ว จะกลับบ้าน แล้วก็สะบัดก้นจากมา !!

 

 

การทำงานที่เมืองนอกของฉันสิ่งที่ยากที่สุดคือการประนีประนอมกับ'อัตตา'ที่สูงที่นำเข้าจากเมืองไทย หลายครั้ง…ฉันเคยอยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นใครสักคน…ที่ไม่ต้องประสบความสำเร็จมากจากงานในอดีต เผื่อว่า….ฉันจะทำใจให้ยอมรับ งาน ที่ต่ำกว่าความสามารถและมาตรฐานของตนเอง

 

ความโชคร้ายไม่อยู่กับฉันนานนัก เมื่อเรียนจบคอร์ส ผช เภสัชกร ฉันสมัครงาน ผช เภสัชกรในร้านบู้ทส์ และได้งานแต่เป็นเพียงงานชั่วคราวแทนคนที่ลาคลอดเท่านั้นและเป็นงานพาร์ทไทม์ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้นฉันได้งานเป็น ผช พยาบาล ในชุมชน ของทรัสต์ที่ใหญ่ทีสุดในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ (พนักงาน  3,000 คน รายได้ชั่วโมงละ 7.80 ปอนด์ (เสาร์อาทิตย์ชั่วโมงละ 8.20 ปอนด์) มีค่าน้ำมันไมล์ละ 40 พี มีค่าเดินทางชั่วโมงละ 3 ปอนด์ แต่ไม่มีบ้านไหนที่ฉันต้องเดินทางไปเป็นชั่วโมงหรอกคะ คิดตามอัตราส่วนนี้ และรวมถึงหากต้องรอเพราะว่าเวลาที่ทำงานไม่สามารถทำงานต่อเนื่องจากบ้านหนึ่งไปบ้านหลังหนึ่งในทันทีได้ ก็มีค่ารอชั่วโมงละ 3 ปอนด์ )

 

ฉันสนุกกับงานได้พบปะผู้สูงอายุหลากหลายเป็นร้อยคนใน 4 ปี เพลิดเพลินกับการอบรมต่างๆ เข้านอกออกในโรงพยาบาลท้องถิ่น ขับรถไปในชุมชนได้เห็นช่วงที่วิวสวยทีสุด และแย่ที่สุดในฤดูหนาว

 

 

ชีวิตการทำงานของฉันแต่ละวันแตกต่างกันออกไป มีเรื่องราวใหม่ๆให้เรียนรู้ตลอดเวลา 'ต้นทุน' ที่นำมาจากเมืองไทยก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อใช้ในการเข้าใจสังคม วิถีชีวิต แนวคิด ความเชื่อ ของสังคมใหม่ ปัจจัยเหล่านี้สำคัญทั้งนั้น เมื่อคุณเข้าใจความเป็นไปของสังคมของเขาคุณจะปรับตัวให้เข้ากับคนท้องถิ่นได้

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือภาษา ประเทศอังกฤษค่อนข้างเป็นสังคมเปิดในเรื่องเหล่านี้อาจเป็นเพราะภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ เขามีผู้คนที่มาจากอาณานิคมเดิมมาก สำเนียงภาษาของคนเหล่านั้นแตกต่างกัน เช่นคนอินเดียน หรืออัฟกัน และตอนนี้รวมคนจากยุโรปตะวันออกเข้าไปด้วย คนท้องถิ่นจึงเปิดรับวัฒนธรรมและสำเนียงภาษาอังกฤษที่หลากหลาย การเหยียดผิว เชื้อชาติเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายในประเทศนี้

 

 

 


ฉันแนะนำสาวไทย น้องฟ้ามาทำงานกับฉัน น้องฟ้ามีความรู้เพียง มัธยมต้นที่เมืองไทย ไม่เคยมีหรือได้โอกาสที่ดีในสังคมไทย เธอทำงานเป็นแม่บ้านในสำนักงานแห่งหนึ่งใน กทม ด้วยอัตราเงินเดือน 5,000 บาท เมื่อแต่งงานและย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่อังกฤษ เธอทำงานช่วยเพื่อนคนไทยที่มีผับในลอนดอน ทำงานล้างจาน และทำทุกอย่างในครัว หากใครคิดว่างานล้างจานที่เมืองนอกเป็นงานสบาย ได้โปรดคิดใหม่ !!  แม้ว่าการล้างจานนั้นไม่ได้ล้างด้วยมือเพราะมีเครื่องล้างจาน แต่ก่อนจะนำจานไปล้าง ก็ต้องเก็บกวาดอาหารที่เหลือ แยกช้อน ส้อม มีด ออกไป เช็ดจาน เก็บเข้าที่ งานทุกอย่างต้องทำด้วยความรวดเร็ว

 

ส่วนใหญ่ร้านอาหารไทยจ่ายเหมารวมไม่นับการทำงานเป็นชั่วโมง ไม่หักภาษี ไม่หักประกันสังคม จ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดไม่โอนเข้าบัญชีธนาคารเหมือนงานอื่นๆ หลายครั้งได้ยินว่าเจ้าของร้านอาหารไทยโกงค่าจ้างเด็กนักศึกษาที่ทำงานให้ หลายๆคนที่มาด้วยวีซ่านักเรียนล้วนทำงานเกินชั่วโมงมากกว่าที่กฏหมายกำหนด

 

 

หากใครถามฉันว่าการทำงานที่เมืองนอกมีข้อดีอย่างไร ฉันมีคำตอบว่า โอกาสที่เมืองนอกนั้นทุกคนมีเสมอกันอย่างเท่าเทียม น้องที่จบมัธยมต้น ก็สามารถทำงานอย่างคนที่จบมหาวิทยาลัยจากเมืองไทย มีข้อแม้ว่า ภาษาพูดต้องใช้การได้ ทักษะการเขียนและการอ่านนั้นยังเป็นรองและฝึกกันได้หากใช้ความอดทนและพยายาม

 

การปรับเงินเดือนและตำแหน่งที่ดีกว่าก็ทำได้ง่ายโดยคุณสามารถที่จะลงเรียนคอร์สการอบรมที่บริษัทจัดให้ (บางคอร์สอบรมภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์เสริมให้ด้วย) ทั้งนี้บางส่วนของการอบรมเป็นไปตามความต้องการของกฏหมายที่ต้องการจะให้คนทำงานมีความรู้ในระดับประกาศนียบัตรแห่งชาติระดับสองหรือสาม ว่ากันไปตามงาน หากอยู่ในตำแหน่งหัวหน้างานก็พัฒนาความรู้โดยการอบรม โดยมีทุนส่งเสริมพวกนี้อยู่เยอะแม้ว่าจะถูกตัดไปบ้างเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี

 

 

เมื่อคุณไปอบรมความรู้เหล่านี้จากวิทยาลัย หรือเขาส่งวิทยากรมาอบรมที่ทำงาน คุณจะได้รับค่าจ้างเหมือนคุณทำงาน

 

วัตถุประสงค์ของการเขียนบล็อกนี้เพื่อเป็นการแบ่งปันจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำงานที่นี่มาเกือบสี่ปี ในชุมชนเล็กๆนี้สาวไทยสองคนมีชื่อเสียงที่ดี คนท้องถิ่นหลายคนบอกว่าเราทำงานดีที่สุด ดีกว่าคนอังกฤษและคนจากชาติอื่น ฮาฮา เจ้าของบล็อกไม่ได้โม้ หวังว่าพอเป็นประโยชน์สำหรับคนที่คืดจะมาทางานเมืองนอกได้ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ ขอบคุณที่แวะมาอ่านคะ….

 

 

4 Comments to

“รับจ้างล้างจานเมืองนอก !!??”

  1. February 13th, 2013 at 7:18 pm       man Says:

    ฉันมีเพียง กุหลาบแดง แฝงด้วยรัก
    เปี่ยมใจภักดิ์ มอบให้ อาจไร้ค่า
    สอดดวงใจ ซื่อตรง ส่งแนบมา
    โปรดเมตตา รับไว้ใน อ้อมใจเธอ

    น.นิตย์มาลัย


  2. February 12th, 2013 at 12:38 am       athenaz Says:

    send most love through this flowers ka sis !!


    xxx


  3. February 11th, 2013 at 12:39 pm       nokhasee Says:

    หนาวกายไม่เป็นไรเพราะอุ่นใจเสมอใช่มั๊ยคะคุณธัญญ่าที่รัก เฮง เฮง เฮง นะคะ


  4. February 11th, 2013 at 4:00 am       rapeseed Says:


You must be logged in to post a comment.