Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

ร้องไห้ในที่ทำงาน

September25

 

สิ่งที่เราๆท่านๆไม่อยากทำในที่ทำงานน่าจะมีอยู่หลายอย่าง…บรรยากาศในที่ทำงานที่ต้องเป็นไปอย่างมืออาชีพ การทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้ผลผลิตสูงสุดและมีคุณภาพ มิตรไมตรี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบทำงานเป็นทีม แต่สิ่งหนึ่งซึ่งฉันถือว่าน่าละอายและไม่น่าจะเกิดขึ้นในที่ทำงานคือการทะเลาะเบาะแว้งและเลยเถิดไปถึงการร้องไห้ในที่ทำงาน…….

 

.

 

'หุบเขาสีทอง'แห่งนี้มีประชากรอยู่อาศัยถึงหมื่นกว่าคน ส่วนหนึ่งของหุบเขานี้ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านขนาดกลาง ผู้คนส่วนใหญ่ก็ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่นี้ การเดินทางไปทำงานที่ต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่ปฏิบัติกันและเป็นเรื่องตลกขบขัน คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้จึงทำงานในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ หากจะเดินทางไปทำงานในเมืองบ้างเช่นกลอสเตอร์เชียร์ หรือบริสตอล ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดจะลองไปทำงานในลอนดอนซึ่งใช้เวลาไปกลับโดยรถไฟถึงสี่ชั่วโมง แม้ว่าค่าจ้างจะดีกว่าในท้องถิ่นแต่ว่าคุณภาพชีวิตคงจะแย่เอามากๆเวลาที่หมดไปกับการเดินทางและฤดูหนาวที่โหดร้ายที่ต้องรอรถไฟท่ามกลางลมหนาวและหิมะ….

 

หมู่บ้านของเรา

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อคนท้องถิ่นมองหางานเฉพาะในท้องถิ่นฉันจึงทำตามธรรมเนียมนี้บ้าง เพื่อนร่วมงานของฉันมีมากเกือบร้อยชีวิต นอกจากคนต่างถิ่นแบบฉัน ก็มีคนท้องถิ่นเป็นแรงงานหลักในที่ทำงานแห่งนี้ พวกเธอเหล่านี้ล้วนรู้จักกันทั้งนั้นจะด้วยเหตุผลเพราะโลกแคบหรือหมู่บ้านแห่งนี้เล็กก็ยากจะเดา เธอๆเหล่านั้นล้วนรู้จักกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอบางคนก็เคยไปโรงเรียนด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ แม้แต่ สว ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังสุดท้ายนี้ก็ล้วนรู้จักกันด้วย

 

เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ของฉันเป็นผู้หญิง งานพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ส่วนใหญ่ผู้หญิงนิยมทำกัน จำได้ว่าดูหนังเรื่องมีทเดอะพาเร้นทส์  (Meet the Parents) พระเอกของเรื่องก็เป็นพยาบาล เขาถูกตั้งคำถามแบบคาใจจากว่าที่พ่อตาทำนองว่าเป็นผู้ชายทั้งแท่งทำไมเลือกทำอาชีพสายที่ผู้หญิงทำกัน

 

ในโลกปัจจุบันสังคมแห่งการเท่าเทียม ยากที่จะพูดว่างานนี้ของผู้หญิง งานนี้ของผู้ชาย เพราะอาจเข้าข่ายของการเหยียดเพศและดูถูกความสามารถ แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งหากสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาได้ การทำงานในหมู่ผู้หญิงกันเองนั้นมีการปะทะทางอารมณ์ที่สูงมาก การทะเลาะเบาะแว้ง การนินทา อิจฉาริษยา ไม่กินเส้นกันกินแต่เกาเหลา 5555

 

หมู่บ้านของเราที่ๆกาลเวลาหยุดนิ่งในอดีต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่ทำงานที่รวมคนเป็นร้อยหลากพ่อพันแม่จึงมีเรื่องปะทะทางวาจาอารมณ์เนืองๆน้อยบ้างมากบ้างแล้วแต่เรื่องอะไรและเกิดขึ้นกับใคร ฉันจึงเห็นเพื่อนร่วมงานไม่ชอบขี้หน้ากันทะเลาะกันและร้องไห้ แต่น่าดีใจว่ายังไม่มีใครลงไม้ลงมือทำร้ายกัน นอกจากเชือดเฉือนทางวาจา ฉันเองก็เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกันถึงกับเสียน้ำตาแต่กลั้นไว้อย่างที่สุดที่จะไม่ให้คู่กรณีเห็นและไม่ร้องไห้ในที่ทำงาน เมื่อเดินลงจากตึก ระงับอารมณ์ความโกรธแอบปาดน้ำตาทิ้ง บางครั้งเก็บมาระบายกับคนใกล้ตัว พออารมณ์เย็นลงหลังจากได้รับคำปลอบโยนโลกนี้ก็ยังน่าอยู่เช่นเคย 5555

 

ส่วนตัวฉันคิดว่าการร้องไห้ในที่ทำงานไม่เป็นมืออาชีพ ฉันจึงพยายามอดกลั้นถึงที่สุดที่จะไม่แสดงอารมณ์และความอ่อนแอออกมา

 

แต่การร้องไห้ในอีกสถานการณ์หนึ่งกลับจำเป็นและอนุญาตให้แสดงออกมาได้ สถานพยาบาลเป็นที่บริบาลผู้ป่วยในระยะสุดท้าย รวมถึงเป็นสถานที่ๆ สว ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน ขายบ้านและละทิ้งสถานที่อยู่เดิมมาอาศัยอยู่ที่นี่ ที่ซึ่งการดูแลด้านสุขภาพมีบริการ 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ไม่ต้องหุงหาอาหารให้ลำบาก ไม่ต้องไปช็อปปิ้ง เพราะที่นี่เหมือนโรงแรมห้าดาว มีบริการอาหารสามมื้อหลักๆรวมถึงอาหารว่าง และเครื่องดื่มตลอดเวลา

 

สว ครอบครัวของ สว และญาติๆจึงสนิทสนมคุ้นเคยกับพวกเราเป็นอย่างมากเพราะเห็นกันทุกวันและ สว บางท่านอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เมื่อ สว หลายๆท่านป่วยและเสียชีวิต พวกเราจึงโศกเศร้าและเสียน้ำตา และร่วมแสดงความเสียใจเข้าใจถึงการสูญเสียท่านๆเหล่านี้ร่วมไปกับครอบครัวและญาติๆ พวกเราไปร่วมในงานศพของ สว เหล่านั้นด้วย

 

วิวจากที่จอดรถที่ทำงานของเรา

 

 

 

หลายๆครั้งพวกเราร่วมอยู่ในวินาทีแห่งการสูญเสีย ญาติๆของ สว ต่างร้องไห้ พวกเราก็อดน้ำตาปริ่มๆ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ ในวินาทีนั้นเราต่างต้องเข้มแข็งเพื่อญาติๆของ สว เราต่างต้องเป็นฝ่ายปลอบใจและยินดีที่จะให้บ่าของเราช่วยซับน้ำตา ความเข้มแข็งในสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นอย่างมากเพราะเมื่อออกจากห้องนี้ไป เรายังต้องไปทำงานให้ สว อื่นๆที่ต่างก็อยู่ในสภาพที่ความตายมาเยือนได้ทุกเมื่อ

 

เมื่อวานนี้ฉันพบแซนดร้า สาวสวยลอนดอนเนอร์ที่มาเยี่ยมพ่อแม่ของเธอทุกอาทิตย์ ฉันแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณยายเอ็ดน่า คุณแม่ของเธอ

 

ซานดร้าเป็นสาวช่างเจรจา เธอสามารถคุยได้ทุกเรื่อง ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัวเสมือนว่าเธอเพิ่งหลุดออกมาจากแค็ตตาล็อกล่าสุด เพื่อนร่วมงานของฉันเคยนินทาเธอว่าคุยได้เยอะจริงๆแทบจะคุยแทนคนทั้งหมดในเกาะอังกฤษเลยทีเดียว ฉันเห็นขันกับคำวิจารณ์ของเพื่อนร่วมงาน

 

ฉันแตะบ่าแซนดร้าพร้อมบอกว่าเสียใจที่คุณยายเอ็ดน่าจากไป แซนดร้าขอบคุณและดึงตัวฉันไปกอดพร้อมร้องไห้ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านไปสองวันแล้วก็ทำให้แซนดร้าระงับความเสียใจและทำใจได้มาก แซนดร้าบอกฉันว่าเธออยู่กับคุณยายเอ็ดน่าจนลมหายใจสุดท้าย พร้อมกล่าวว่าการจากไปของคุณยายเอ็ดน่านั้นน่าเสียใจก็จริงแต่อีกด้านก็ทำให้คุณยายเอ็ดน่าไม่ทรมานอีกต่อไป แซนดร้าได้อยู่ด้วยในวินาทีสุดท้ายและปรนนิบัติพ่อแม่ของเธออย่างดี แซนดร้าบอกฉันว่าการทำเช่นนี้ทำให้เธอไม่รู้สึกผิดและตำหนิตัวเอง และบอกฉันด้วยรอยยิ้มว่า เมื่อก่อนคุณยายเอ็ดน่าเป็นคนชอบกีฬา เช่น สกี และตีกอล์ฟ สนามกอล์ฟท้องถิ่นที่คุณยายเอ็ดน่าในวัยเกือบเก้าสิบปีไปตีอย่างสม่ำเสมอนั้นได้ลดธงครึ่งเสาให้คุณยายเมื่อทราบว่าเธอเสียชีวิต……ช่างเป็นเรื่องที่น่ารักมากๆ

 

 

 

 

 

การจากไปของใครสักคนหนึ่งอาจยังทื้งร่องรอยทางอารมณ์ต่อใครหลายๆคนและอาจกลายเป็นข้อตำหนิตัวเองอีกทั้งยังรู้สึกผิดว่าเมื่อครั้งเขาหรือเธอคนนั้นยังมีชีวิตอยู่เราไม่ได้ปฏิบัติหรือดูแลเขาอย่างดีที่สุด หากในทางกลับกันเราได้ทำดีที่สุดเท่าที่เราสามารถจะดูแลคนๆนั้นได้ ความรู้สึกสูญเสียคนที่เรารักจะทำใจง่ายและเร็วกว่า และการคิดถึงวันดีๆที่มีความสุขร่วมกันจะเยียวยาบาดแผลนั้นได้เร็วขึ้น

 

 

 

 

ขอบคุณที่กรุณาแวะมาอ่านคะ

You must be logged in to post a comment.