Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

รถคันแรก

October10

นโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาลปูยิ่งลักษณ์ สวนทางกับการอนุรักษ์พลังงานและระบบขนส่งมวลชน เต็มไปด้วยเงื่อนไขการคืนเงินภาษีและการกำหนดคุณสมบัติของผู้ซื้อรวมถึงจำนวนซีซีและแหล่งผลิตด้วย ในภาวะน้ำท่วมสาหัสไปทุกหย่อมหญ้าเช่นนี้ใครจะมีกะจิตกะใจไปซื้อรถ…….หันมามองอีกซีกโลกหนึ่งเขามีวิธีการจัดการกับรถคันแรกอย่างไร……..

 

.

 

มาดูเงื่อนไขของรถคันแรกรัฐบาลปูกันคะ ;

นโยบาย รถคันแรก รายละเอียดเงื่อนไขการคืนเงินภาษี ในการซื้อรถยนต์คันแรก ตามที่รัฐบาล 2554 ชุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีนโยบายรถคันแรก โดยจะเป็นการคืนเงินภาษีเท่ากับที่จ่ายจริง ในการซื้อรถยนต์คันแรก แต่จะคืนได้ไม่เกิน 100,000 บาท

สำหรับรายละเอียด ข้อกำหนด เงื่อนไขต่างๆ ในการคืนภาษีรถยนต์คันแรก มีดังนี้

ผู้ซื้อต้องอายุ 21 ปีขึ้นไป

ผู้ซื้อจะต้องไม่เคยซื้อรถยนต์มาก่อน

ระยะเวลา จะต้องซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555

โดย ราคารถยนต์นั้นจะต้องไม่เกิน 1,000,000 บาท

เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (สำหรับรถกระบะจะไม่จำกัด ซีซี)

เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

ต้องครอบครองไม่น้อยกว่า 5 ปี

เป็นรถใหม่(ป้ายแดง,มือสองไม่ได้)

การคืนเงินภาษีรถคันแรก ภาครัฐจะคืนภาษีได้เมื่อครอบครองรถยนต์ไปแล้วเป็นเวลา 1 ปี

……………..

 

มาดูธรรมเนียมปฏิบัติของคนที่นี่กับรถคันแรกของพวกเขา ส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุ  20-21 ปี ซึ่งทำงานมาหลายปีแล้ว (เริ่มทำงานอายุ 16 ปี) เก็บหอมรอมริบเอง หรือผู้ปกครองช่วย หากทำงานอย่างจริงๆจังๆจะสามารถซื้อรถได้ภายในไม่กี่เดือนหลังทำงานเพราะส่วนใหญ่มือใหม่หัดขับนิยมรถมือสองกัน และรถมือสองที่นี่ซื้อขายกันด้วยราคาที่เป็นธรรม ราคาสูงต่ำขึ้นอยู่กับไมล์ที่ขับ รถที่จำนวนไมล์เยอะๆก็จะราคาถูก และจำนวนปีที่มากของรถก็เป็นปัจจัยหนึ่งด้วย

 

 

 

 

ยี่ห้อของรถไม่ค่อยเกี่ยวข้องเท่าไหร่ ฉะนั้นคนทำงานขยันๆก็มีรถคันแรกที่เป็นมือสองได้โดยง่าย หรือรถใหม่ที่ผ่อนก็ไม่ได้ผ่อนแบบมหาโหดแบบบ้านเรา คนในชนบทต้องขวนขวายในการมีรถมากกว่าคนในเมืองเพราะการขนส่งมวลชนในชนบทไม่ดีเท่าไหร่

ตารางการเดินรถ

ป้ายรถเมล์

 

เมื่อก่อนในชนบทที่ฉันอยู่ไม่มีการเดินรถในวันอาทิตย์ และการเดินรถก็มีเป็นเวล่ำเวลา พอหกโมงเย็นก็ไม่มีรถเมล์วิ่งแล้ว มีสถานีรถไฟก็จริงแต่ห่างจากหมู่บ้านด้วยการเดินเท้าถึงยี่สิบนาที

 

ความสุขตามอัตภาพ ความพอเพียงในการดำรงชีวิต ความเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อไปตามกระแสสังคมวัตถุนิยม ดูเหมือนจะสวนทางกับบางนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันในภาวะที่เศรษฐกิจโลกถดถอย แม้แต่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนปัจจุบันผู้ยืนยันแข็งขันต่อการตัดทอนงบประมาณและค่าใช้จ่ายอย่างที่สุดยังออกมาแนะนำให้ทุกรัฐบาลในโลกนี้ช่วยกันตัดทอนงบประมาณ หนี้สินอย่างเคร่งครัด

 

ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนต้องจำใจขายบ้านเพื่อไปอยู่บ้านหลังเล็กลงซึ่งค่าผ่อนบ้านก็ถูกลงด้วย ป้ายประกาศขายบ้านจึงมีให้เห็นเยอะทีเดียว

 

รายการดังๆของบีบีซีก็มีการรณรงค์ให้ประชาชนมีชีวิตที่พอเพียงและมีสุขภาพที่ดีด้วยการเชิญชวนให้ออกกำลังกายด้วยการทำสวนครัวปลูกพืชผักและผลไม้ทานเองไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีแถมยังได้ผลิตผลที่สดใหม่รับประทานด้วย ใครไม่มีสวนที่บ้านเพราะมีพื้นที่ๆจำกัด เขาหล่านั้นยังสามารถไปเช่าที่ๆถูกมากๆของสภาท้องถิ่นปลูกได้ เช่นภาพนี้

 

 

 

สวนครัวของคนทั่วๆไปในหน้าร้อนเขานิยมปลูกมะเชือเทศ กะหล่ำปลี บวบฝรั่ง สลัด ผักชี สะระแหน่ โหระพา ถั่วฝักยาว และบร็อคโคลี่ ไว้ทานเอง ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

 

 

ความเรียบง่ายในการดำรงชีวิตนั้นเป็นสากล ชาติใดภาษาใดก็ปฏิบัติกันได้ ความพอเพียงตามพระราชดำรินั้นใช้ได้ทุกที่ การพึ่งพาตัวเองให้ได้ การใช้จ่ายตามกำลังเงิน การประหยัด ภาวะที่ไมมีหนี้สินรุงรังนั้นเป็นความปลอดโปร่ง ขอเชิญชวนทุกท่านดำรงชีวิตแบเรียบบง่าย ไม่สร้างภาระให้ตัวเอง ครอบครัว และสังคมคะ

 

ขอแสดงความเสียใจไปยังพี่น้องร่วมชาติที่ประสบภัยน้ำท่วมในตรั้งนี้ และขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านเช่นเคยคะ

 

You must be logged in to post a comment.