Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

ควันหลง..คริสต์มาสของฉัน

December28

ปีนี้ฉันฉลองคริสต์มาสคนเดียวเพราะคนใกล้ตัวขออนุญาตเดินทางท่องเที่ยวหลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต เมื่อที่ทำงานขอร้องให้มาเข้าเวรในวันคริสต์มาสและบ็อกซิ่งเดย์ด้วยฉันจึงไม่ขัดข้อง เปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้ฉลองคริสต์มาสเต็มที่ ฉันเต็มใจเข้าเวรแทนเพื่อนสาวที่ไปฉลองกับครอบครัวโดยไปดูการแสดงแสงสีประดับประดาต้นไม้ที่สวนพฤกษชาติอันโด่งดัง

.

 

ครั้งหนึ่งที่โรงภาพยนต์ดังในเมืองเชียงใหม่ เพื่อนสาวของฉันน้ำตานองหน้าเดินออกมาพร้อมกับสามีหนุ่มชาติเดียวกันเพราะคิดถึงเทศกาลคริสต์มาสและครอบครัวที่บ้านเกิดท่ามกลางคนแปลกหน้า ฉันยังสงสัยว่าแค่ภาพยนต์รักเรื่องเดียว(Love Actually) ทำให้เพื่อนสาวขัวญกระเจิงเลยหรือ……

 

ชีวิตท่ามกลางชาวเทศหลายประเทศที่เดินทางมาทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้หนีภัยจากเพื่อนบ้านของเรา เขาเหล่านั้นคิดถึงบ้านและครอบครัวเป็นบางเวลาโดยเฉพาะช่วงเวลานี้ของปีที่สมาชิกจะกลับมาเยี่ยมครอบครัววันหยุดคริสต์มาสและบ็อกซิ่งเดย์ ฉันเพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเมื่อได้ใช้ชีวิตคลุกคลีใกล้ชิดคนท้องถิ่นที่นี่

 

คริสต์มาสของฉันที่เมืองไทยไม่เคยได้รู้สึกถึง 'จิตวิญญาณ' อาจเป็นเพราะเป็นเพียงการกระตุ้นทางโฆษณาและพาณิชย์เท่านั้น แม้ว่าบางปีคนใกล้ใจคนเก่าจะดั้นด้นมาฉลองคริสต์มาสด้วย

 

คริสต์มาสของฉันไม่เคยเป็นคริสต์มาสจริงๆจังๆจนได้มาเห็นและรู้จักคนเก่าๆที่เชื่อในวันคริสต์มาส การเฉลิมฉลองที่ทำกันมาจนเป็นประเพณีนิยม

 

2-3 ปีมานี้คริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่คนที่นี่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ คนท้องถิ่นเล่ากันว่าก่อนหน้านี้เขาจะประดับประดาบ้านเรือนก่อนคริสต์มาส 12 วัน และหลังคริสต์มาสอีก 12 วัน รวมวันคริสต์มาสด้วยก็เป็น 25 วันพอดี

 

ปัจจุบันนี้หลายๆคนประดับประดาบ้านเรือนด้วยไฟสวยๆและต้นคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา สามีฉันบอกว่าคนท้องถิ่นคงไม่ค่อยมีความสุขนักจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบบังคับเราจึงหันมาเพิ่มความสุขให้ชีวิตด้วยการตกแต่งบ้านเรือนและเร่งให้ถึงเทศกาลแห่งความสุขอย่างรวดเร็ว นับจากปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมาและตลอดเดือนธันวาคมจึงเป็นเดือนแห่งความสุขและความหวังของทุกคน เพลงคริสต์มาสจะดังกระหึ่มในทุกๆที่

 

ช่วงต้นเดือนฉันไปซื้อของตามร้านต่างๆเห็นวัยรุ่นเต้นรำและร้องเพลงคลอตามไปด้วย ฉันอดยิ้มกับภาพที่เห็นไม่ได้

 

ปีนี้ฉันฉลองคริสต์มาสคนเดียวเพราะคนใกล้ตัวขออนุญาตเดินทางท่องเที่ยวหลังจากทำงานหนักมาตลอดชีวิต เมื่อที่ทำงานขอร้องให้มาเข้าเวรในวันคริสต์มาสและบ็อกซิ่งเดย์ด้วยฉันจึงไม่ขัดข้อง เปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้ฉลองคริสต์มาสเต็มที่ ฉันเต็มใจเข้าเวรแทนเพื่อนสาวที่ไปฉลองกับครอบครัวโดยไปดูการแสดงแสงสีประดับประดาต้นไม้ที่สวนพฤกษชาติอันโด่งดังมีข้อแม้ว่าฉันขอใช้ภาพของเธอในบล็อกนี้ ฮาฮา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันตั้งใจจะฉลองคริสต์มาสให้แปลกและแตกต่างออกไป ที่ทำงานอนุญาตให้แต่งตัวแฟนซีเข้ากับเทศกาลไม่ต้องใส่เครื่องแบบสีเขียวเช่นเดียวกับสีของบุรุษพยาบาล ฉันจึงแต่งชุดสีขาวแดง !!?? ฮาฮา ที่ทำงานเน้นว่าขอให้ทุกคนทำให้คริสต์มาสของคุณตาคุณยายเป็นคริสต์มาสที่น่าประทับใจน่าจดจำ มีความสุขและสนุกสนาน พวกเราเปิดเพลงคริสต์มาสทั้งชั้นและทุกห้องของ สว

 

กิจกรรมเกี่ยวกับคริสต์มาสถูกโหมโรงมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนทีเดียว และในแต่ละวันของเดือนธันวาคมก็มีคณะนักร้องประสานเสียงทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง มาร้องเกือบจะทุกวัน พอถึงวันคริสต์มาสจริงๆก็เลี่ยนไปเลย ฮาฮา ทั้งภาพยนต์เกี่ยวกับคริสต์มาสก็นำมาเปิดเกือบทุกวันให้ สว ดูในห้องนั่งเล่น

 

 

เมื่อเราแต่งตัวให้คุณตาคุณยาย พวกเราเลือกชุดที่สวยที่สุด ดีที่สุดแต่งให้ท่าน เวลาเที่ยงเราก็เข็นทุกคนลงมาที่ห้องทานอาหาร ครอบครัวและญาติของ สว ต่างมาเยี่ยมและมาทานอาหารเที่ยงด้วย อาหารเที่ยงย่อมหนีไม่พ้นประเพณีนิยมจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากไก่งวง และตามด้วยคริสต์มาสเค็กหรือพุดดิ้งเป็นขนมหวาน

 

ฉันป้อนอาหาร สว สองท่าน และเด็กหนุ่มคนหนึ่ง สถานพยาบาลไม่ได้บริบาลเฉพาะ สว เท่านั้น แต่ยังมีคนหนุ่มสาวในวัยสี่สิบปีที่ครอบครัวไม่สามารถดูแลได้จึงต้องมาอยู่ที่นี่ ฉันใช้คำว่าหนุ่มสาวกับคนอายุสี่สิบปีเพราะว่าคนที่นี่อายุยืน เขาเล่ากันขำๆว่าคนอายุหกสิบปีเจ็ดสิบปีนั้นยังหนุ่มอยู่ซึ่งก็เป็นความจริงทีเดียว ฉันยังคงข้องใจอยู่ว่าทำไมคนที่นี่ดูหนุ่มสาวกว่าคนไทยในอายุเท่ากัน……

 

สถานพยาบาลนั้นมิได้เป็นบ้านหลังสุดท้ายของ สว ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองหรืออยู่ตามลำพังได้อีกต่อไป (สวัสดิการสังคม,แพทย์ประจำตัวจะส่งมาอยู่ที่นี่ ) เท่านั้น หลายๆครอบครัวที่ดูแล สว ที่บ้านเอง ต้องการไปพักผ่อนต่างถิ่นหรือต่างประเทศ ก็นำ สว มาฝากกับเราได้บางทีก็เป็นแบบไปเช้าเย็นกลับอย่างที่เราเรียกว่าเดย์เซ็นเตอร์ (Day Centre) บางทีก็มาอยู่กับเราเพียงอาทิตย์เดียวบ้าง เดือนเดียวบ้าง หรือไม่ก็มีพ่อแม่ที่ดูแลลูกที่พิการเองแต่ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนก็นำลูกๆมาฝากไว้ให้เราดูแล ทั้งนี้ลูกๆที่พิการเหล่านี้ต้องอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งก็คือกรณี้ผู้ชายอายุสี่สิบปีคนนั้น

 

ป้อนข้าวคนไข้เสร็จแล้ว ฉันช่วยพวกเขาเปิดห่อของขัวญคริสต์มาสจากครอบครัว คนไข้บางคนพูดไม่ได้สื่อสารด้วยภาษากาย หากชอบใจหรือมีความสุขก็ชูหัวแม่โป้ง หากรู้สึกตรงกันข้ามก็ทำนิ้วโป้งทิ่มหัวลง

ฉันทำงานทุกวันเพื่อนๆบอกว่าฉันบ้างาน ความจริงคือฉันอยากเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ สว เหล่านี้มีความสุขและรอยยิ้ม ผ่านช่วงเวลาแต่ละวันไปอย่างราบรื่น เมื่อ สว ดึงฉันเข้าไปกอด กล่าวคำขอบคุณในสิ่งที่ฉันทำให้ หรือบางคนที่พูดไม่ได้เมื่อฉันกอดพวกเขาแล้วท่านๆโน้มตัวหรือศรีษะมาซบกับไหล่ฉัน ด้วยปฏิกิริยารับรู้เหล่านี้ทำให้ฉันตื้นตันใจ ทำให้ทุกวินาทีของฉันในบ้านหลังสุดท้ายนั้นมีค่ายิ่ง ขอบคุณ สว ทุกท่านที่ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่มีทัศนคติต่อชีวิตที่เปลี่ยนไป แกร่ง เข้มแข็ง….

 

ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาแวะมาอ่านคะ ขออภ้ยยังไม่ได้ตอบคอมเม้นท์ของเพื่อนๆ จะรีบกลับมาตอบโดยเร็วคะ ขออวยพรให้ทุกท่านมีปีใหม่ที่มีความสุขนะคะ

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง ;

สีสันแห่งปี

http://mblog.manager.co.th/rapeseed/th-118237/

ชมดอกไม้ในสวนสวยระดับโลก

http://mblog.manager.co.th/rapeseed/Westonbirt-Arboretum/

บ้านหลังสุดท้าย

http://mblog.manager.co.th/rapeseed/Cotswolds/

 

 

You must be logged in to post a comment.