Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

แหวนหมั้นเพชร

January4

'แหวนหมั้นเพชร'….สัญลักษณ์ความรักความผูกพัน ความมั่นคงทางใจระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว หรือบางตำนานเชื่อว่าแหวนหมั้นเพชรนั้นสามารถปกป้องคู่สมรสจากสิ่งชั่วร้าย….อาจจริงในกรณีนี้

 

.

 

ไม่ว่าจะปีใหม่ ปีเก่าหรือปีไหนๆ 'ครอบครัว'……สถาบันที่เล็กที่สุดในสังคมซึ่งถือเป็นสถาบันสำคัญที่สุดที่สร้างหรือหล่อหลอมบุคคลใดๆให้มีสถานภาพ ตัวตน บุคลิกภาพ รวมถึงการเป็นคนดีหรือคนไม่ดีให้กับสังคมนั้นก็มีการกระทบกระทั่ง ขัดแย้งระหว่างสามีภรรยา (หรือคู่รักในกรณีที่ไม่ได้แต่งงานตามกฏหมาย)

 

การทะเลาะเบาะแว้งกระทบกระทั่งทางวาจานั้น(น่าจะถือว่า)ปกติสำหรับสามีภรรยาซึ่งสุภาษิตไทยเปรียบเหมือนลิ้นกับฟัน แต่หากเกินเลยไปกวานั้นและลามไปถึงการทำร้ายร่างกายนั้นไม่น่าจะใช่สิ่งที่ปกติ

 

การใช้ความรุนแรงในครอบครัวเปรียบเสมือนอาชญากรรมที่ซ่อนเร้น มีหลายเหตุผลที่คนที่ตกเป็นเหยื่อไม่กล้าเปิดปากบอกใคร ;

1.เขาหรือเธออายในสิ่งที่เกิดขึ้น

2.เขาหรือเธอรุ้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตัวเองมีส่วนต้องรับผิดชอบและถูกตำหนิด้วย

3.เขาหรือเธอไม่ต้องการให้อีกฝ่ายต้องถูกวิจารณ์หรือได้รับโทษจากความรุนแรงนั้น

4.เขาหรือเธอคิดว่าความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขี้นนั้นจะเป็นเพียงครั้งเดียวและจะไม่เกิดขี้นอีก

5.เขาหรือเธอหวาดกลัวว่าหากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง ความรุนแรงนั้นจะยกระดับมากขึ้นกว่าเดิม เขาหรือเธออาจตกอยู่ในอันตรายจากคู่ของตน

 

การใช้ความรุนแรงในครอบครัวจึงเหมือนอาชญากรรมร้ายที่แฝงตัวและรอโอกาสเกิดเหตุการณ์ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม

ตามสถืติที่อังกฤษผู้ตกเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัวนั้นมักเป็นฝ่ายหญิง ซึ่งผู้กระทำก็คือ อดีตสามี (คู่รัก) หรือสามี(คู่รัก) คนปัจจุบัน

 

สถิติระบุว่าหนึ่งในสี่ของผู้หญิงตลอดชีวิตของเรานั้นตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป ทุกๆนาทีตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีการกระทำรุนแรงต่อผู้หญิงเกิดขึ้น โดยเฉลี่ยทุกๆอาทิตย์ผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆาตกรรมโดยอดีตสามี(คู่รัก)หรือสามี(คู่รัก) คนปัจจุบัน

 

อาจไม่เป็นธรรมต่อผู้ชายหากจะไม่กล่าวถึงว่าโดยสถิติที่นี่หนึ่งในหกของผู้ชายก็มีประสบการณ์ตกเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่กระทำโดยผู้หญิงเหมือนกัน ในกรณีนี้ขอกล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงเพราะจะเชื่อมโยงไปถึงข่าวดังข่าวหนึ่งซึ่งรายงานก่อนคริสต์มาส

 

ทั้งนี้สถิติของไทยก็มีความคล้ายคลึงกันสำหรับความรุนแรงในครอบครัวที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์รายวันในช่วงปี 2543-2544 จากการรวบรวมของมูลนิธิเพื่อนหญิง (2545) รวม 228 ราย โดยร้อยละ 72 เป็นการทำร้ายกันหรือทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิต แยกได้เป็นกรณีสามีฆ่าภรรยาร้อยละ 39 ภรรยาฆ่าสามีร้อยละ 14 พ่อฆ่าลูกร้อยละ 7 แม่ฆ่าลูกร้อยละ 6 และภรรยาฆ่าตัวตายร้อยละ 5

………………………………………

 

หญิงชายชาวโปแลนด์พลัดถิ่นซึ่งอาศัยอยู่ที่ยอร์กเชียร์ตะวันตก อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ เขาทั้งสองพบรักกันมาห้าปี ฝ่ายหญิงอายุ 27 ปี และฝ่ายชายมาร์ซินอายุ 25 ปี

 

ทั้งสองมีสถานภาพเป็นคู่หมั้น ก่อนหน้านั้นฝ่ายชายเคยขอฝ่ายหญิงแต่งงาน แต่หลังจากเขาทั้งสองมีพยานรักด้วยกันคือลูกชายซึ่งปัจจุบันอายุ 3 ขวบแล้ว ฝ่ายชายก็ไม่ได้มีท่าทีจริงจังจะแต่งงานด้วยเลย แต่เขาทั้งสองก็ยังอยู่ด้วยกันภายใต้ชายคาบ้านพ่อแม่ฝายชาย

 

ฝ่ายชายนั้นมีอาชีพเป็นคนงานในโรงงานฆ่าสัตว์ใช้ยาสเตียรอยด์อย่างสม่ำเสมอและบ้าเพาะกาย ทุกอาทิตย์เขาจะไปโรงยิมถึงห้าวัน เขาพบรักใหม่และต้องการกำจัดฝ่ายหญิงให้พ้นทางรัก จึงวางอุบายหลอกฝ่ายหญิงว่าจะพาไปช็อปปิ้ง…..

 

ในขณะที่เดินมาที่ห้องนั่งเล่นเขาช็อตเธอด้วยปีนสตัน  (Stun Gun ที่มีอานุภาพไฟฟ้าสูงถึง 300,000โวลต์ทำให้เธอหายใจและเดินไม่ได้ในทันที (และยังส่งผลยาวนานถึงสองอาทิตย์) เขาบังคับเธอลงนอนในกล่องกระดาษที่เตรียมไว้ มัดขามัดมือด้วยเทป และ ปิดกล่องกระดาษนั้นด้วยเทปอีกชั้นหนึ่ง นำเธอไปฝังทั้งเป็นใช้กิ่งไม้ทับกล่องไว้ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนสนิทของเขา

 

ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าวาระสุดท้ายของเธอคงมาถึง มิเคลลิน่ารอให้มาร์ซินและเพื่อนของเขาจากไปหลังจากฝังเธอทั้งเป็น เธอสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าและคิดถึงลูกชายวัยสามขวบ เธอรวบรวมพละกำลังและความเข้มแข็งและมีเพียงแหวนหมั้นเพชรเป็นตัวช่วย

 

เธอเริ่มกรีดเทปที่พันขาเธอไว้ด้วยหนามเตยที่แหลมคมของแหวนเพชร หลังจากนั้นจึงมาจัดการที่มือที่ถูกพันเทปไว้ด้วยเช่นกัน และต่อมาเธอเริ่มกรีดเทปที่ติดกล่องไว้จนสามารถหายใจได้ดีขึ้น พยุงตัวเองออกจากกล่องมรณะ และเดินโซซัดโซเซไปตามถนนขอความช่วยหลือจากรถที่วิ่งไปมาและท้ายที่สุดไปแจ้งความ

 

มาร์ซินถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานพยายามฆ่า แต่มิเคลลิน่าก็ยังอยู่กับฝันร้ายทุกคืน หวาดผวาว่าหากมาร์ซินพ้นโทษวันใดอาจตามล้างตามล่าเธอและลูก…..

คำกล่าวนี้ถูกต้องทีเดียว……..

“ยุติความรุนแรงในครอบครัว คือการส่งเสริมสันติภาพและหลักสิทธิมนุษยชน”

 

ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาแวะมาอ่านคะ ขอบคุณพิเศษไปยังเพื่อนๆ พี่ๆเอ็มล็อกที่แวะเวียนมาทักทาย แม้เจ้าของบล็อกจะทำตัวหายๆโผล่ๆ สวัสดีปีใหม่อีกครั้งคะ

 

อ้างอิงและขอบคุณ

 

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1352

 

http://www.dailymail.co.uk/news/article-2076154/Marcin-Kasprzak-buried-Michelina-Lewandowska-alive-convicted-attempted-murder.html

 

http://www.womensaid.org.uk/domestic-violence-articles.asp?section=00010001002200360002&itemid=1403&itemTitle=Domestic+violence+%2D+a+hidden+crime

 

 

 

 

 

 

 

You must be logged in to post a comment.