Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

ตระการตา บัวล้านดอกบานที่ทะเลบัวแดง

February9

 

เรือลำน้อยนำนักท่องเที่ยวสู่เวิ้งน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศยามเช้าที่สดใสเย็นสบาย….เบื้องหน้าของเราคือบัวแดงหลายล้านดอกที่อวดโฉมงามด้วยสีสันสดใสชมพูปนม่วงอ่อน…นี่คือแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นสวนดอกไม้ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดมีอาณาเขตถึง  22,500ไร่ 

 

.

 

3 ปีมานี้ฉันเห็นภาพและเรื่องราวของ'ทะเลบัวแดง'ผ่านสื่อต่างๆอย่างมากมาย ต้องขอบคุณสื่อสาธารณะอย่างเฟซบุ้คทีทำให้การติตต่อสื่อสารแบ่งปันภาพและเรื่องราวเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก และถูกกว่าการสื่อสารอย่างอื่นรวมถึงความรวดเร็วฉับไวด้วย

 

 

ฉันและครอบครัวจึงแบ่งปันภาพประทับใจจากการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและอังกฤษด้วยสื่อสังคมนี้ ครอบครัวของฉันยกโขยงไปเที่ยวทะเลบัวแดงเมื่อ 3ปีที่แล้ว ภาพดอกบัวชูช่อเบ่งบานกลางทะเลสาบขนาดใหญ่ดึงดูดสายตาและทำให้ฉันหมายมั่นว่าจะต้องไปเที่ยวทะเลบัวแดงให้ได้….

 

 

 

หนองหาน…..ฉันได้ยินชื่อนี้มาตั้งแต่เด็กๆ บางทีก็สับสนว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ ผู้เฒ่าผู้แก่แยกแยะไม่ให้สับสนโดยบอกว่าหนองหารสกลนครหรือหนองหานอุดรธานี

 

 

โดยส่วนตัวฉันไม่ชอบคำว่าทะเลบัวแดง ใครๆก็ทราบว่าอิสานไม่มีพื้นที่ใดติดกับทะเล ฉันเคยคิดว่าทำไมเขาไม่เรียกหนองบัวแดง แต่พอนานๆเข้าชื่อของทะเลบัวแดงก็คุ้นเคย อาจเป็นเพราะทะเลบัวแดงนั้นเข้าใจง่ายและเห็นภาพบัวบานจำนวนมหาศาลในเวิ้งน้ำ และคงเป็นจุดขาย สำหรับการท่องเที่ยวกระมัง

 

“หนองหาน” หนองน้ำขนาดใหญ่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นเรื่องความอุดมสมบูรณ์  ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์นก พันธุ์ปลา และพืชน้ำจำนวนมาก รวมถึงระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยได้พึ่งพาเป็นแหล่งอาหาร

 

 

ความงดงามและเรียบง่ายของวิถีชุมชนที่พึ่งพาหนองน้ำเป็นแหล่งอาหารในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าหลายฝ่ายคงตระหนักและกังวลว่าเมื่อมีการส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยวชุมชนแห่งนี้มากขึ้น ชุมชนและองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจะจัดการและมีวิธีการรองรับอย่างไร โดยส่วนตัวเห็นว่าชุมชนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ที่ได้ประจักษ์แก่สายตาคือมีการขยาย ปรับ พื้นที่ ทำถนนให้กว้างขวางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น หลายๆบ้านมีการต่อเรือเอง ชาวบ้านมีฐานะดีขึ้น มีร้านอาหารมากขึ้น มีขยะ มีการขยายส่วนที่จอดรถ ทำสะพานขึ้นลงให้สะดวกกว่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ตามหากการปรับเปลี่ยนนั้นยังคงวิถีชุมชนในระดับที่ทุกคนรับได้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี

 

ท่่าลงเรือไปชมบัว

 

ท่าเรือขึ้่นฝั่งหลังจากเสร็จจากการนั่งเรือชมบัว

 

 

 

ทะเลบัวแดงกลายเป็นแห่ล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพระดับชาติ ที่ ททท และองค์กรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง (จังหวัดอุดรธานีร่วมกับอำเภอกุมภวาปี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีและเทศบาลตำบลเชียงแหว)ได้สนับสนุนให้คนไทยมาเที่ยวที่นี่ 'ทะเลแห่งดอกบัวแดง'

 

 

 

 

 

 

 

โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆหนองหานนี้มีอาชีพประมงและแปรรูปปลา เมื่อมีการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่ ชาวบ้านก็มีอาชีพอื่นๆที่รองรับการท่องเที่ยวเช่นค้าขาย ต่อเรือและขับเรือพานักท่องเที่ยวชมทะเลบัวแดง รวมถึงบริการที่พักประเภทโฮมสเตย์ รายละเอียดโปรดค้นหาทางกูเกิ้ลได้คะหากใครสนใจ

 

 

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเที่ยวที่ทะเลบัวแดงนี้คือเช้าตรู่ตั้งแต่ หกโมงเช้าเป็นต้นไปจนถึงสิบเอ็ดโมงเช้า หากวันไหนไม่มีแสงแดดบัวแดงอาจบานนานจนถึงเที่ยง เรือเที่ยวแรกออกบริการหกโมงเช้า มีเรือสองขนาดให้บริการ คือขนาดเล็กที่จุนักท่องเที่ยวได้ 2-3 คน ค่าเรือคนละ 100 บาท ส่วนเรือขนาดใหญ่กว่านั้นบรรจุนักท่องเที่ยว8-10 คน ราคาเหมาต่อลำ500  บาท

 

 

 

 

 

ฤดูกาลแห่งการเที่ยวชมทะเลบัวแดงนี้เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมีนาคม แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือธันวาคมจนถึงปลายเดือนนี้ หลังจากนั้นบัวแดงจะค่อยๆลดจำนวนลงและเน่าไปในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทริปนี้ฉันชวนคุณแม่ลงเรือไปเที่ยวชมบัวด้วย เป็นการไปเยือนทะเลบัวแดงครั้งที่สองของท่าน คุณแม่เล่าว่าบัวแดงปีนี้สวยและมีปริมาณมากกว่าปีที่แล้วรวมถึงการจัดการปรับสภาพที่จอดรถ ท่าขึ้นลงเรือเหมาะสำหรับ สว ด้วย รวมถึงห้องน้ำที่สะอาดพอใช้ได้ ฉันเห็นเขาขึ้นป้ายโครงการปรับปรุงทะเลบัวแดงให้มีความพร้อมสำหรับรับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น คาดว่าปีหน้าทะเลบัวแดงแห่งนี้จะมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ดีและสะดวกขึ้นกว่าปีนี้

 

(ความจริงธงนั้นเป็นสีชมพูมิใช่สีแดงอย่างในรูป)

 

หากท่านใดสนใจที่จะมาท่องเที่ยวทะเลบัวแดงและต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดต่อหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้คะ;

 

– ที่ทำการปกครองอำเภอกุมภวาปี โทรศัพท์ 0 4233 4446

– สำนักงานเทศบาลตำบลเชียงแหว โทรศัพท์ 0-4223-6022

– นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานสภาเทศบาลตำบลเชียงแหว ผู้ประสานงานกลุ่มผู้ให้บริการล่องเรือ   โทรศัพท์ 08-3349-5673

– นายรักเกียรติ ศรีลาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเดียม โทรศัพท์ 08 4798 9016

– นางศิริตะวัน แสนหาญ ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเดียม โทรศัพท์ 08 6984 5320

– นางพวงทอง อุดชาชน ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเชียงแหว โทรศัพท์ 08-5458-1075, 0-4214-3070

– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทรศัพท์ 0-4232-5406-7, 0-4232-6436

 

 (เจ้าของบล็อกมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ประการใดแต่เขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและรูปภาพเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อีกด้านหนึ่งเพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิด ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยเงินทองไม่รั่วไหลและกระจายรายได้สู่ชาวบ้าน)

 

 

วันที่เดินทางกลับอังกฤษฉันแวะร้านหนังสือนายอินทร์ เพราะปก อสท ฉบับนี้แท้ๆเชียวทำให้ฉันซื้อติดมือกลับมาด้วย แถมยังได้อวดผู้โดยสารชาวผู้ดีซึ่งนั่งข้างๆเมื่อเขาถามว่าฉันอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย ฮาฮา หากใครสนใจเรื่องบัวแดงรายละเอียดมีอยู่ในเล่มประจำเดือนกุมภาพันธ์คะ

 

 

หนองหานแห่งนี้มีตำนานเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น หากคุณเป็นคนอิสานนิยายรักผาแดงนางไอ่คำ คือนิทานอมตะนิรันดร์กาลที่ไม่เคยลืมเลือนไปตามกาลเวลา อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งคุณจะได้เห็นหนุ่มและสาวแต่งตัวเป็นผาแดงนางไอ่นั่งอยู่บนม้าเผือกแห่ไปตามชุมชนในเทศกาลบุญบั้งไฟในเดือนมิถุนายนของทุกปี

หากบัวแดงล้านๆดอกในทะเลบัวแดงนี้คือนางเอก ตำนานรักพื้นบ้านที่เล่าขานกันตลอดมาคือพระเอกที่มาเพิ่มความขลังให้กับสถานที่เที่ยวแห่งนี้

 

 

ตำนานรักเล่าขานกันต่อๆมาว่านางไอ่คำเป็นธิดาของพระราชาเมืองขอม ซึ่งมีสิริโฉมงดงามเป็นที่หมายปองของเจ้าชายเมืองต่าง ๆ มีอยู่ปีหนึ่ง เมืองขอมประสบปัญหาฝนแล้ง เจ้าเมืองขอมจึงจัดการแข่งขันบั้งไฟ เพื่อเสี่ยงทายขอฝน มีกติกาอยู่ว่า หากบั้งไฟของใครขึ้นสูงที่สุดจะยอมยกธิดาให้เป็นภรรยา มีเจ้าชายหลายนครเข้าแข่งขัน รวมทั้งท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง และท้าวภังคี โอรสของพญานาคในนครบาดาล บั้งไฟของภังคีไม่ชนะ แต่เมื่อภังคีได้ยลโฉมนางไอ่คำ ก็ไม่สามารถถอนใจรักได้ จึงปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกวิ่งเข้าไปในสวนดอกไม้ของนางไอ่คำ

 

ด้วยเคราะห์กรรมที่ติดตัวมาแต่ชาติปางก่อนนางไอ่คำเกิดอยากกินเนื้อกระรอกเผือก จึงสั่งให้นายพรานไปตามล่ามาปรุงอาหาร และนายพรานก็ยิงกระรอกเผือกได้ ก่อนตายภังคีได้อธิษฐานว่า ใครก็ตามที่ได้บริโภคเนื้อของตนจงจมน้ำตายในบาดาล นางไอ่คำได้นำเนื้อกระรอกเผือกมาปรุงอาหาร และแจกจ่ายให้ประชาชนทั้งเมืองกิน ในคืนนั้นเองเกิดพายุฝนแผ่นดินไหวน้ำท่วม พัดพาผู้คนลงสู่หนองหานและท้องบาดาล ท้าวนาคราชบิดาของภังคีโกรธที่โอรสถูกฆ่า จึงพาพญานาคจากเมืองบาดาลออกอาละวาดถล่มเมืองขอมจนสิ้น ส่วนท้าวผาแดงเมื่อเห็นเมืองขอมถล่ม จึงพานางไอ่คำขึ้นม้าควบหนีไปทางทิศเหนือ หนีน้ำและบรรดาพญานาคที่ตามพ่นไฟไล่หลังมา แม้ตัวจะหนีพ้นไปแต่ทั้งสองหามีความสุขไม่ เพราะวิญญาณแค้นของภังคีได้วนเวียนมาทวงความแค้นทุก ๆ ชาติ(ขอบคุณ; http://travel.kapook.com/view8852.html)


ข้าวจี่อิสาน

 

 

 

นอกจากตำนานเล่าขานนั้นแล้วเสน่ห์ที่ทำให้ทะเลบัวแดงน่ามาเยือนของนักท่องเที่ยวคือวิถีชีวิตขุมชน เมื่อเสร็จจากการนั่งเรือชมบัวแล้ว เดินข้ามสะพานไม้เล็กๆจะพบกับตลาดสินค้าชุมชนโอทอป แวะทานข้าวดื่มน้ำและซื้อสินค้าจากชุมชน หากอยากลองทานเมี่ยงปลาเผา ข้าวเหนียวและส้มตำซึ่งถือได้ว่าเทียบเท่าฟิชแอนด์ชิปส์ที่นี่ ฮาฮา แล้วแวะไหว้พระธาตุบ้านเดียมเพื่อความเป็นศิริมงคล



 

หวังว่าทุกท่านคงได้สาระเพลิดเพลินจากบล็อกนี้บ้าง ขอบคุณพิเศษไปยังเวบมาสเตอร์เอ็มบล็อกที่ช่วยแก้ปัญหาจนบล็อกสามารถกลับมาใช้งานได้ และเพื่อนๆพี่ๆชาวเอ็มบล็อกทุกท่านที่แวะเวียนมาถามข่าวคราวและแนะนำแก้ไขปัญหา ขอบคุณไปยังผู้อ่านทุกท่านที่กรุณาแวะมาอ่านและบางท่านฝากคอมเม้นท์ไว้ในบล็อกเก่าๆที่ จขบ ยังไม่ได้มีโอกาสตอบเลย จะพยายามตอบให้เร็วที่สุด ขอบคุณพิเศษไปยังนู๋มินนี่ปุ๊กกี้ที่อุตส่าห์ถักผ้าพันคอแสนสวยให้และได้ใช้งานในอากาศวิปริตติดลบด้วยคะ

 

 

บทควาททะเลบัวแดงที่น่าอ่าน ;

http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9550000017835

 

ปล.; เพลงที่ใช้ในการจัดงานทะเลบัวแดงหมื่นไร่ตั้งแต่ปี 2548 เป็นเพลงที่บรรยายถึงความเป็นมาของทะเลบัวแดง และสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้อง และปัจจุบันยังใช้ในการประชาสัมพันธ์มาโดยตลอด แต่งโดยนายยงยุทธ วงศ์คำพระ ลิขสิทธิ์ของ ผอ.รักเกียรติ ศรีลาวงศ์ โรงเรียนบ้านเดียม

 

คำเตือน ; กรุณาอย่าเก็บสายบัวจากทะเลบัวแดงแห่งนี้เพราะท่านจะถูกปรับสายละห้าร้อยบาท หากต้องการบัวสายไปทำอาหาร มีชาวบ้านนำมาขายที่ศูนย์อาหารโอทอปคะ

 

 

You must be logged in to post a comment.