Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

จากลอนดอนถึงอุดรธานี

February16

หลายปีมานี้การเดินทางจาก 'บ้าน' สู่ 'บ้าน' มิใช่หนึ่งคืนโดยรถทัวร์อีกต่อไป แต่เป็นสิบๆชั่วโมงจากทวีปหนึ่งสู่ทวีปหนึ่งหรืออาจเรียกได้ว่าข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรเลยทีเดียว……

 

.

 

กลางเดือนมกราคมฉันจากลอนดอนมาในขณะที่อากาศเริ่มเย็นๆ ตอนแรกหลายๆคนคิดว่าปีนี้เราจะไม่มีฤดูหนาวเพราะในฤดูใบไม้ร่วงนั้นอากาศอุ่นกว่าปกติและแม้แต่เดือนธันวาคมเอง ช่วงคริสต์มาสก็แดดแจ่มและอากาศอบอุ่นมากๆจนใครๆคิดว่าเราจะกระโดดจากฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูฤดูใบไม้ผลิเลย ฮาฮา

 

ฉันล้อเล่นกับคนท้องถิ่นผู้สูงอายุที่ฉันดูแลอยู่ว่าเรากำลังอยู่ในฤดูใบไม้ผลิแล้ว สว หลายท่านไม่เชื่อ แล้วในที่สุดฤดูหนาวทีโหดร้ายก็มาในเดือนกุมภาพันธ์ มีคนเสียชีวิตจากความหนาวเย็นนี้หลายร้อยคนในยุโรป

 

 

(ขณะที่รอเปลี่ยนเครื่องที่มุมไบ-การเดินทางมามุมไบสะดวกสบายทุกอย่างจากสายการบินนี้ เสียอย่างเดียวระบบตรวจเช็คความปลอดภัยที่สนามบินนั้นล่าช้า ไม่เป็นมืออาชีพ ระบบความปลอดภัยที่นี่เข้มงวดมากสงสัยเพราะเคยถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีเมื่อสองปีก่อน)

 

ฉันมิได้บินตรงจากลอนดอนสู่กทม แต่แวะเปลี่ยนเครื่องที่มุมไบ อินเดียเสียก่อน ฉันไปมุมไบสี่ครั้งแล้วโดยสายการบินที่เขาโฆษณาว่าเป็นสายการบินอินเดียที่เป็นที่นิยมและทันสมัยที่สุด เมื่อเครื่องร่อนลงจอดที่สนามบินมุมไบ กัปตันอินเดียบอกว่าขอต้อนรับทุกท่านกลับบ้าน

 

…เออนะ….อย่างไรเสียเอเชียก็ถือว่าเป็นบ้านของฉันเหมือนกัน ฮาฮา ถ้าตีความแบบเหมารวมไม่ได้ชี้เฉพาะลงไป เมื่อเครื่องร่อนลงแตะพื้นสนามบินสุวรรณภูมิ ฉันรู้สึกตื้นตันใจที่ได้กลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับก้มลงกราบพื้นสนามบินเหมือนใครบางคนที่กราบให้สื่อเห็นและถ่ายรูปหรอกนะ ฮาฮา

 

 

ขณะที่หลายคนเผชิญความหนาวเย็นฉันหลบมาอาบแดดร้อนที่เมืองไทย ไม่คิดว่าเดือนมกราคมเมืองไทยจะร้อนได้ขนาดนี้

 

 

'บ้านสวนของพ่อ' ก็ยังต้อนรับฉันเสมอแม้ว่าฉันมิได้เป็นสมาชิกถาวรของบ้านนี้อีกต่อไป

 

ด้วยความรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ว่าฉันอยู่ไกลมิได้ดูแลท่านในชีวิตประจำวัน ฉันจึงใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่บ้านสวนดูแลพ่อแม่ ด้วยสุขภาพและอายุของพ่อแม่ที่เพิ่มมากขึ้น การทำใจและเตรียมใจให้ยอมรับความเปลี่ยนไปในด้านต่างๆเป็นเรื่องที่จำเป็นและยากสำหรับฉันพอสมควร

 

……..เมื่อเราเลือกใช้ชีวิตในรูปแบบใดก็ตาม มักจะมี 'ราคา' ที่ต้องจ่ายไปเสมอไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง……..

 

ฉันพยายามตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้พ่อแม่ไปวัด หรือบางวันฉันก็ขับรถไปส่งท่าน ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ แม้ฉันไม่อยู่ ก็มีน้องสาวคนรองดูแลพ่อแม่ไม่เคยขาดตกบกพร่องในชีวิตประจำวัน รวมถึงพาไปหาคุณหมอทุกเดือน

 

การกลับบ้าน…..คือการไปช่วยแบ่งปันภาระความรับผิดชอบของน้องสาว ฉันให้เธอหยุดทำกับข้าวในช่วงนั้นฉันลงมือทำอาหารให้พ่อแม่ทุกมื้อ คุณแม่ดีใจมากเพราะว่าเบื่ออาหารถุงพลาสติกของน้องสาว….. เธอเหนื่อยจากงานสอนหนังสือ ไม่มีเวลาพอที่จะมานั่งประดิษฐ์ประดอยทำอาหารเอง

 

วันหนึ่งฉันตื่นสายเพราะนอนใจว่าทำอาหารทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เลยถือโอกาสนอนฟังเสียงนกเสียงกาแถมเมื่อตื่นแล้วก็ยังเถลไถลเดินดูดอกไม้ สวนครัวที่แม่ปลูกไว้ให้

 

 

 

 

จนเดินมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็นที่อยู่ของพ่อแม่(บ้านหลังนี้สองชั้น พวกเราเติบโตมากับบ้านหลังนี้ แต่ระยะหลังจากแม่ป่วยหนักและพ่อเดินเหินไม่สะดวก ลูกๆจึงสร้างหลังเล็กๆชั้นเดียวให้ท่านอยู่ แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆเช่นเครื่องซักผ้าก็ยังคงอยู่ในบ้านหลังเดิมซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน) พบพ่อกับแม่นั่งอยู่หน้าเครื่องซักผ้า พ่อกำลังอธิบายวิธีการใช้เครื่องซักผ้าให้แม่ฟังอยู่ ปกติการนำเสื้อเข้าเครื่องซักผ้าหรือออกตากหลังจากปั่นแห้งเป็นหน้าที่ของหลานสาวคนเดียวของครอบครัว แต่วันนั้นเธอรีบไปโรงเรียนเพราะมีสอบ จึงมีเสื้อผ้ารอซักเยอะ

 

ภาพพ่ออธิบายการใช้งานเครื่องซักผ้าให้แก่แม่แล้ว ฉันอดขำไม่ได้ แต่ฉันมิได้เข้าไปก้าวก่าย นึกรักในความพยายามของท่านทั้งสอง ว่ากันตามหลักการดูแล สว ที่นี่ นั่นเป็นการดีสำหรับท่าน เพราะท่านไม่ต้องการเป็นภาระของลูกหลาน อะไรที่ท่านยังทำได้เราควรสนับสนุนเพราะจะทำให้ความสามารถที่พึ่งตัวเองได้ของท่านยังคงอยู่ และเกิดความภูมิใจในการที่ท่านยังสามารถดูแลตัวเองได้

 

ความรักของพ่อและแม่เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อแม่ป่วยหนักอยู่ในห้องไอซียูถึงสามครั้ง พ่อไปใส่บาตรให้แม่ทุกเช้าก่อนจะไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล เมื่อห้องไอซียูเปิดให้เยี่ยม พ่อและน้องๆจะเป็นคนกลุ่มแรกที่กรูเข้าไปเยี่ยมคนป่วย รวมถึงจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกจากห้องผู้ป่วย

 

ความรักของพ่อกับแม่ไม่ได้ดีเสมอ มีทะเลาะกัน มีขัดแย้งกัน แต่ท่านทั้งสองก็เรียนรู้ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา ให้อภัยกัน ฉันคิดว่าไม่ใช่ความรักทั้งหมด แต่เป็นความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ และความเป็นเพื่อนคู่ชีวิตของท่าน

 

 

 

ทุกวันนี้ก่อนนอนฉันมิได้สวดมนต์ให้ตัวเอง แต่ฉันสวดมนต์ให้พ่อแม่มีสุขภาพที่ดีเพื่อให้ท่านอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูก

 

ในเดือนแห่งความรัก ฉันขอมอบบันทึกพิเศษนี้แด่พ่อแม่ ขอบคุณที่กรุณาแวะมาอ่านคะ

ขออนุญาตเล่นเพลงของวิทนีย์ ฮูซตัน ศิลปินในดวงใจของ จขบ อาลัยกับการจากไปของเธอคะ

You must be logged in to post a comment.