Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

มหัศจรรย์วันหิมะตก

April5

 

ประหลาดใจไปตามๆกันเมื่อหิมะตกหนักในหลายพื้นที่ สก็อตแลนด์  เวลส์ ภาคเหนือและภาคกลางของอังกฤษ หิมะตกครั้งนี้ทำให้ประชาชนกว่า 50,000 คนเดือดร้อนและปราศจากไฟฟ้าใช้

 

.

 

สว  หลายคนดูรายงานพยากรณ์อากาศจากทีวีมีการเตือนว่าหิมะจะตก เรายังพูดกันอย่างขบขันว่าจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออาทิตย์ที่แล้วร้อนแทบตับแล่บ (สำหรับคนท้องถิ่น) เพื่อนฝูง คนรู้จักหลายคนก็ตั้งเตาบาร์บีคิวที่สวนหลังบ้าน กิน ย่าง ดื่ม กันอย่างสนุกสนาน เช้านี้ข่าวหิมะตกหนักหลายพื้นที่กลายเป็นข่าวใหญ่ การสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศจึงเป็นเรื่องน่าสนใจเพราะอากาศอังกฤษเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆและฉับพลันจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

การพยากรณ์อากาศที่นี่ค่อนข้างแม่นยำ น้อยครั้งมากที่จะผิดพลาด การเตรียมการรับสถานการณ์ก็ค่อนข้างดี หากผิดพลาดขึ้นมาทั้งสื่อและประชาชนตำหนิรัฐบาลสำหรับการรับมือที่ล้มเหลว ไม่เหมือนน้ำท่วมครั้งใหญ่ในบางประเทศที่พอผ่านไปคนก็ลืมๆกับการจัดการทีไร้ความสามารถของรัฐบาล

 

เดือนมีนาคมที่ผ่านมาอากาศที่อังกฤษทำสถืติใหม่ๆ กลายเป็นเดือนที่ร้อนและอากาศแห้งที่สุด (ปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1938 ,1957 เช่นกัน : การพยากรณ์อากาศและการวัดปริมาณน้ำฝนเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1910ในขณะที่การวัดปริมาณแสงแดดจัดทำในปี ค.ศ.1929-http://www.bbc.co.uk/news/uk-17595024)

 

(พริมโรสดอกไม้ประจำเดือนมีนาคม)

 

ปริมาณน้ำฝนที่วัดได้ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา 36.4 ม.ม. และปริมาณแสงแดดตลอดเดือนอยู่ที่ 165.5 ชั่วโมง

 

ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาน้อยทำให้ระดับน้ำในแหล่งเก็บน้ำต่างๆวิกฤต เจ็ดบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการด้านน้ำจึงมีมาตรการเข้มงวดและจำกัดการใช้น้ำในภาคใต้และตะวันออกของอังกฤษ

 

เมื่อวานนี้ก็มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาหลายพื้นที่ของสหราชอาณาจักรกลายเป็นอัมพาตเพราะหิมะตกหนักเช่น สก็อตแลนด์  เวลส์  ภาคเหนือและภาคกลางของอังกฤษย่านดาร์บี้เชียร์ ยอร์กเชียร์ และเบอร์มิงแฮม ในช่วงเวลาหนึ่งประชาชนจำนวน 50,000 คน ไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะสายไฟฟ้าเสียหายจากพายุลมแรง น้ำแข็งหนาและหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทางการประกาศให้ผู้ขับขี่รถยนต์ใช้ความระมัดระวังเพราะหิมะนอกฤดูกาลที่หนาถึงแปดนิ้ว บริษัทที่ให้บริการด้านไฟฟ้าต้องส่งพนักงานออกไปให้บริการเครื่องดื่มร้อนๆในย่านดังกล่าวรวมถึงให้คำแนะนำที่จำเป็น

 

 

 

 

กระแสลมแรง น้ำแข็งที่ลงอย่างหนาแน่น ผสมปนเปกับเกร็ดหิมะผิดปกติใหญ่และหนา ทำความสียหาแก่บ้านเรือนและรถยนต์ในพื้นที่ดังกล่าว……

 

มิใช่ว่าหิมะไม่เคยตกในเดือนเมษายนในอดีตหิมะก็เคยตกอย่างหนักในปี ค.ศ.2008 เหมือนกัน

 

คงไม่ปฏิเสธว่าหลายๆครั้งในชีวิตคนเราดำรงชีพอยู่ภายใต้ความคาดหวัง …..เราปราถนาโน่น นี่ ให้เป็นอย่างใจเรา อาทิตย์ที่แล้วอากาศดีมากๆเราต้องการให้อาทิตย์นี้เป็นเช่นนั้น แม้ว่ามหัศจรรย์ไม่เกิดขึ้นกับสภาพอากาศในอาทิตย์นี้…… แต่ฉันก็มีเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น…..เป็นอีกเรื่องที่ฉันอยากแบ่งปันกับเพื่อนๆและเป็นเรื่องเดียวในขณะนี้ที่ฉันอยากกระโจนใส่คอมพิวเตอร์และอัพเดทบล็อก 5555

 

ณ บ้านหลังสุดท้ายที่ฉันทำงานอยู่และผูกพันกับ สว มากๆนั้น เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ประกอบไปด้วย สว ต่างภูมิหลัง บางคนที่ไฮโปรไฟล์มากๆท่านเป็นนักบินในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง บินในฝูงบินของพันธมิตร ท่านเป็นนักบินท่านเดียวที่มีชีวิตรอดกลับมาจากการไปทิ้งระเบิด ฉันเคยทำหน้าที่เข็นรถท่านไปร่วมงานสดุดีทหารผ่านศึก นายทหารน้อยใหญ่ต่างแวะเวียนมาทำความเคารพท่านและเรียกท่านเซอร์อย่างนั้น เซอร์อย่างนี้ ในขณะที่เขาบรรเลงเพลงชาติ God save the queen ท่านพยายามจะลุกขึ้นแม้ว่าโดยปกติท่านจะยืนไม่ได้เลย ภาพเหล่านี้ทำให้ฉันน้ำตาซึมทุกครั้ง………

 

มี สว หญิงอีกท่านที่ฉันรัก  ตลอดเวลาสองปีที่ดูแลท่าน ฉันไม่เคยได้ยินท่านพูดอะไรแม้คำเดียว จนฉันและเพื่อนๆต่างเข้าใจว่าท่านไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป เวลาเราพูดกับท่านจึงเป็นแบบอัตโนมัติพูดฝ่ายเดียว ภาษากายที่ท่านสื่อสารกับเราคือยิ้มและกระพริบตา การกระพริบตาของท่านแปลว่า Yes และการทำหน้าเมินเฉยแบบว่างเปล่าเวลาเราถามอะไร แปลว่า No เราเรียนรู้ภาษากายหลายอย่าง หากท่านงอนิ้วก้อยนั่นแปลว่าท่านอยากทานกล้วย ใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจ เมื่อวานนี้เรานั่งดูทีวีและป้อนข้าว สว ท่านนี้ จู่ๆก็มีเสียงเล็กๆพูดว่า 'ฉันอิ่มแล้ว'……

 

 ฉันนึกว่าหูฝาด มองหน้าท่านอีกครั้งแบบตะลึง ท่านคงเข้าใจว่าฉันตกใจจึงกล่าวซ้ำคำเดิม …..'ฉันอิ่มแล้ว ขอบใจมาก'…. เท่านั้นเองจานอาหารแถบจะหล่นจากมือ ฉันอุทานในใจ 'โอ้มายก็อด โอ้มายก็อด' ….. วิ่งไปสุดแรงเกิดไปบอกเพื่อนร่วมงานและพยาบาลโปแลนด์ว่าคุณยายพูดได้แล้วๆ ทุกคนกรูมาที่ห้องคุณยายด้วยความดีใจ จนคุณยายตกใจอุทานว่า Bloody hell !!! พวกเราสิบกว่าชีวิตหัวเราะกันสนั่นตึก 5555555

 

…….จนป่านนี้คุณหมอประจำตัวคุณยายไม่สามารถอธิบายได้ว่าตลอดเวลา3 ปีมานี่ทำไมคุณยายไม่สามารถพูดได้ คุณหมอเคยบอกว่าสมองลิมบิก(Limbic brain) ของคุณยายนั้นตายแล้ว สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ภาษาหากไม่มีสมองส่วนนี้เราจะไม่สามารถเขียน หรือพูด หรือสื่อสารกับใครได้  ………

 

…….มหัศจรรย์ที่ 2 ในขณะที่พายุทอร์นาโดถล่มสหรัฐอเมริกาเมื่อวานนี้ มีข่าวเล็กๆที่ทำให้ฉันชื่นใจ ท่านเป็น สวชาวอเมริกันในวัย 80 ปี ท่านนำเครื่องบินส่วนตัวลงจอด ทั้งๆที่รู้ว่าสามีซึ่งทำหน้าที่นักบินที่หนึ่งนั้นหมดสติและเสียชีวิตแล้ว คุณยายท่านนี้ชื่อ เฮเลน คอลลินส์ ท่านมีประสบการณ์การบินน้อยนิดมากและการฝึกขับเครื่องบินโดยการนำเครื่องขึ้นและลงนั้นผ่านมาตั้ง 30 ปีแล้ว แต่เพราะสถานการณ์ฉุกเฉินบังคับ ท่านควบคุมสติได้อย่างดีและนำความรู้และประสบการณ์น้อยนิดนั้นนำเครื่องบินลงจอด เครื่องลื่นไถลออกรันเวย์ถึง 305  เมตร แต่ตัวท่านปลอดภัย อ่านข่าวนี้แล้วประทับใจในความกล้าหาญ การควบคุมสติอารมณ์ของท่าน ฉันเชื่อว่าในวิกฤตสิ่งที่สามารถช่วยเราให้เอาตัวรอดได้คือสติและความรู้

 

 

การศึกษาสำหรับฉันจึงเป็นเหมือนอาภรณ์ประดับกายมากกว่าความสวยงามภายนอก ขอบคุณที่กรุณาแวะมาอ่านคะ…..บันทึกในวันที่กำลังลุ้นว่าหิมะจะตกหรือเปล่า

 

You must be logged in to post a comment.