Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

สุดยอดประสบการณ์ที่ลอนดอน

October18

ฉันไปลอนดอนด้วยเหตุผลนานาประการ มีประสบการณ์ตื่นเต้นแบบสุดโด่ง พบนายกรัฐมนตรีสุดหล่อคนปัจจุบันโดยบังเอิญ ท่านยิ้มพร้อมโบกมือให้ใกล้ๆรัฐสภา ได้รับเสด็จปริ้นซ์ชาร์ลครั้งลอนดอนเฉลิมฉลองครองราชย์หกสิบพรรษาของควีนทุกมุมถนน ทว่าทริปเมื่อวาน ทำให้ประสบการณ์ลอนดอนครั้งก่อน ด้อยความหมายลงทันที

 

.

 

ผู้อ่านคงยังจำได้ว่าลอนดอนเพิ่งจะผ่านการเฉลิมฉลองพิธีสำคัญของควีนเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา รวมถึงการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ด้วย น่าผิดหวังว่า รัฐบาลต้องการจะใช้โอกาสสำคัญทั้งสองนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้ฟื้นขึ้นมา แต่ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เศรษฐกิจที่นี่ก็ยังแย่อยู่เหมือนเดิม ยังโชคดีไม่มีเหตุการณ์มาซ้ำเติม อย่างที่หลายฝ่ายกลัว ไม่มีการประท้วงหยุดงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง พวกเขายกเลิกในวินาทีสุดท้าย เพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ หรือว่าปรองดองกันด้วยผลประโยชน์ลงตัวทั้งสองฝ่าย(รัฐบาลและสหภาพแรงงานที่พวกเขาเป็นสมาชิก) ไม่มีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในลอนดอนเกมส์

 

 

 

 

 

………………………………………

 

จากบล็อกก่อน ฉันเขียนถึงความน้อยใจต่อเพื่อนสนิท

http://mblog.manager.co.th/rapeseed/th-122814/

อีกหลายวันต่อมา เจ้าของสถานพยาบาล และผู้จัดการ เรียกฉันไปพบ เพื่อแจ้งว่า ฉันได้รับฉันทานุมัติ จากเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ ให้ไปเป็นตัวแทน เพื่อเข้าแข่งขันในรายการ Britain s  got talent อุ๊บส์ ไม่ใช่ 555 รายการสุดยอด พยาบาลและ ผช พยาบาล ดีเด่นแห่งชาติครั้งที่ 14

 

ฉันและพยาบาลชาวอังกฤษ มีเวลาเตรียมตัวเพียงสี่วัน พยาบาลคนนี้เคยเข้ารอบสุดท้ายของพยาบาลดีเด่นแห่งชาติ เมื่อสองปีก่อน เธอไม่ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่การที่เราเข้าไปถึงรอบสุดท้าย ก็ถือว่าดีแล้ว มีคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ทั้งสหราชอาณาจักร หลายแสนคน บางคนก็ทำงานจนเกษียณอายุ ก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมในการประกวดนี้

 

คืนวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ฉันเตรียมตัวเพื่อสัมภาษณ์ หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต จดจำศัพท์เทคนิคที่จำเป็นต่างๆ กะว่าจะนำไปใช้ในการสัมภาษณ์ เพื่อทำให้คณะกรรมการประทับใจ คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเพราะความกังวล กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี

 

ฉันได้รับคำแนะนำจากเจ้าของสถานพยาบาลว่า ต้องเตรียมตัวอย่างไร ในฐานะที่เขาเคยเข้ารอบสุดท้ายเหมือนกัน ในสาขาเจ้าของสถานพยาบาลดีเด่น เขาบอกฉันว่า เป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุด ไม่ต้องตื่นเต้นมาก พูดความจริงและซื่อตรงต่อข้อมูลของเรา ฟังดูไม่ยาก แต่ปฏิบัติจริงนั้นยากกว่า

 

 

16 ตุลาคม 2012

วันที่ฉันต้องจดจำไปนาน วันที่ทำให้ความทรงจำสองครั้งสำคัญที่ลอนดอน แทบจะหมดความหมายไปเลยทีเดียว

 

 

สถานพยาบาลของเรา ได้รับเลือกให้เข้าประกวดสองสาขา ทีมพยาบาลหนึ่งทีม(ฉันและมารี) และทีมจัดกิจกรรมแก่ผู้สูงวัย (เฮเลนและเบ็ตตี้)

 

เรานัดพบกันที่ทำงาน เจ็ดโมงเช้า มีพนักงานขับรถตู้ไปส่งที่สถานีรถไฟสเตราด์ เราไปรถไฟเที่ยวแปดโมงเช้า วันนั้นอากาศดี ฟ้าสวย แดดแจ่ม ลมหนาวต้นฤดูใบไม้ร่วง กรีดผิวกาย

 

เราคุยกันบ้างบนรถไฟ ทิวทัศน์สองข้างทางงดงามด้วยใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสี ผ่านทุ่งปศุสัตว์ ทั้งม้า วัว แกะ ล้วนเป็นภาพที่คุ้นเคยในชนบท เราผ่านเมืองสวินดอน และออกฟอร์ด ด้วย

 

ที่นั่งบนรถไฟที่นี่จัดไว้เป็นคู่ ชื่นชมการบริการที่ฉับไว ตรงเวลาเป็นส่วนใหญ่ มีสายบ้าง เขาจะแจ้งเสมอ ห้องผู้โดยสารสะอาด มีเครื่องดื่มและของกินเล่นไว้บริการ มีจอสกรีนไว้ดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าว ไม่มีหูฟังให้ คุณต้องพกมาเอง หรือไม่ก็ซื้อบนรถไฟเขามีบริการ การเดินทางสะดวกสบายเหมือนนั่งเครื่องบิน ค่าโดยสารรถไฟถ้าซื้อล่วงหน้านานๆจะได้ราคาถูก แต่ทริปนี้ของเราค่อนข้างฉุกละหุก ค่าตั๋วเลยแพงหน่อย ไปกลับลอนดอนครั้งนี้คนละ ห้าสิบแปดปอนด์ เราไม่ได้จ่ายเองหรอกคะ นายจ่ายให้แถมพ็อกเก็ตมันนี่สำหรับแท็กซี่และอาหารด้วย

 

เพียงชั่วโมงครึ่งเราก็มาถึงลอนดอน เราลงรถไฟที่สถานีแพดดิงตั้น นั่งรถแบลคแค็บ หรือแท็กซี่ลอนดอน (ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ) ไปที่โรงแรมฮิลตั้น ไม่ไกลนักเพียงสิบนาที

 

 

 

พวกเราไปถามพนักงานต้อนรับว่า ห้องที่จัดงานประกวดอยู่ที่ไหน แล้วเราก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้นสอง เดินเข้าห้องที่เขาเตรียมไว้ ลงทะเบียน เขาให้เราไปถ่ายรูป และถ่ายวีดีโอด้วย เพื่อเตรียมไว้ใช้ในวันประกาศผลชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในค่ำวันที่ 23 พฤศจิกายน เป็นงานกาลาไนท์เลิศหรู

 

เราสัมภาษณ์เวลาเที่ยงตรง ใช้เวลาสิบห้านาที เขาสัมภาษณ์เป็นทีมไม่ใช่สัมภาษณ์เดี่ยว คณะกรรมการสัมภาษณ์สามคน เป็นระดับผู้จัดการ และผู้อำนวยการองค์กรด้านดูแลผู้สูงวัย ฉันและพยาบาลอังกฤษตื่นเต้นมาก

 

กรรมการท่านหนึ่งถามฉันว่า ทำไมคุณคิดว่าคุณเหมาะสมสำหรับตำแหน่งชนะเลิศระดับประเทศในการดูแลผู้สูงวัย

 

 

ฉันตอบท่านว่า เพราะฉันมีความมุ่งมั่นอย่างที่สุดที่จะให้ ผู้สูงวัยเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของตัวเอง คุณค่าของมนุษย์ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้น ฉันสนับสนุนให้ผู้สูงวัยรักษาความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองในทุกๆด้าน พึ่งพาคนอื่นเท่าที่จำเป็น ฉันมาจากประเทศที่สวัสดิการด้านสังคมยังไม่เท่าเทียมกับที่นี่นัก ส่วนใหญ่สมาชิกในครอบครัวจะดูแล พ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายเอง การดูแลผู้สูงวัยของคนไทยเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมา ฉันนำเทคนิคที่เรียนและฝึกอบรมที่นี่ ปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อให้คุณภาพของงานดียิ่งขึ้น

 

ขอบคุณเพื่อนๆที่ให้กำลังใจโดยเฉพาะ พี่เอที พี่เซ็ป ท่านนอร์ คุณนก ท่านศรสิบเอ็ด คุณพรายพิลาส และผู้อ่านที่กรุณาฝากคอมเม้นท์ดีๆไว้ที่บล็อกเก่า ผลการตัดสินจะออกมาประการใด ฉันจะไม่ผิดหวัง เท่าที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ห้าทีมในสหราชอาณาจักรนั้น ถือว่าตัวเองมาไกลกว่าที่หวังไว้ ขอบคุณคะ

You must be logged in to post a comment.