Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

บ้านสวนของพ่อ

March5

 

ไม่มีบ้านหลังไหนสุขใจเหมือนบ้านสวนของพ่อ ความทรงจำแห่งวันวาน วีถีชีวิตชาวอิสานบ้านนอก กลิ่นไอลูกทุ่ง ฝูงวัวควาย ทุ่งนาหลากสีสันตามฤดูกาล หน้าแล้ง ฝน หนาว (สองสามวัน อิอิ) หนองน้ำที่เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน ที่สุดของที่สุด บ้านสวนของพ่อคือที่แวะหลบเลียแผลใจ… ก่อนบินสู่โลกกว้างอีกครั้ง….

 

 

.

 

 

เมื่อยังเล็กอยู่ไปโรงเรียนประถมจังหวัดระยะทางไปกลับเกือบสี่สิบกิโลเมตร บางวันเปียกปอนเพราะฝนตกที่บ้านแต่ไม่ตกในเมือง พูดภาษากลางไม่ชัดเพราะที่บ้านพูดภาษาถิ่นอิสาน อายที่จะพูดกับเพื่อน ต้องห่อข้าวไปทานกลางวัน พ่อแม่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวและลูกเยอะ(ห้าคน) พ่อแม่ไม่เคยอนุญาตให้ไปไหน รู้จักแต่บ้านและโรงเรียน วันเสาร์อาทิตย์หลังจากการบ้านเสร็จ อ่านหนังสือ ช่วยทำงานบ้าน เลี้ยงน้องแล้ว อนุญาตให้ไปเล่นในทุ่งนากับป้าๆ ลุง น้าๆ เป็นเด็กแก่นไปหัดเตะกระสอบทรายกับพวกน้าๆ

 

 

 

 

ไปเล่นน้ำในหนอง ใส่เบ็ด ใส่อีจู้(เครื่องดักปลาไหล) ไปยกยอ บางทีก็ไปกับคุณยายช่วยท่านหาปลา ข้าพเจ้าเป็นคนทำบาปขึ้น ถ้าไปจับปลาจะได้อย่างง่ายดายและตัวโตกว่าเพื่อน!! ตอนเด็กๆอยากเกิดมาเป็นลูกชาวนาจะได้ไปเล่นสนุกในท้องไร่ท้องนาทุกวันเย็นย่ำค่ำมืดจึงกลับบ้าน ไม่ต้องอ่านหนังสือ เฮเฮ เป็นลูกครูถูกบังคับ ต่อมาจึงเข้าใจว่าเหตุไฉนพ่อแม่จึงอยากให้ตั้งใจเรียน

 

 

ข้าพเจ้าและยกยอ เมื่อกลับบ้านปีที่แล้ว

 

 

 

 

พ่อกับแม่ชอบทำสวน ในสวนของพ่อมีต้นมะม่วงใหญ่หลายต้นทั้งเขียวเสวย น้ำดอกไม้ แก้ว อกร่องซึ่งหาทานยากขึ้นทุกวัน ข้าพเจ้าไม่ชอบอกร่องเพราะมันเละง่าย ชอบมะม่วงน้ำดอกไม้มากกว่า อร่อยมากหากทานกับข้าวเหนียวมูล

 

 

 

 

 

มีขนุนต้นใหญ่กินทั้งสุกและดิบๆนำมาต้มทำซุปบักหมี่(เหมือนยำขนุนทางภาคเหนือ) มีหน่อไม้ที่เวลาหน้าฝน ข้าพเจ้าใช้เสียมยาวๆแซะหน่อมันมาแกงแบบอิสาน ใบหญ้านางข้างรั้วนำมาขยี้กับน้ำใช้แกงหน่อไม้อร่อยนักเชียวมีมะขาวเปรี้ยวต้นใหญ่ที่ใช้ยอดมายำกับน้ำพริกนรกกุ้ง ใช้ฝักดิบบุบๆใส่ต้มปลา หรือแกงเห็ด ที่ไปเก็บจากตลาด เอ้ย จากป่าใกล้บ้าน หรืออาจเป็นป่ายูคาลิปตัสจะมีเห็ดผึ้งดอกโตๆแต่ขมจัดต้องต้มหลายน้ำ มีต้นขี้เหล็กไว้เก็บยอดมาแกงแบบอิสาน พ่อแม่ชอบอาหารอิสานเพราะทั้งสองคนต้องควบคุมคอเลสเตอรอล ท่านชอบพวกน้ำพริกต่างๆ มีมะอึกไว้ใส่น้ำพริกกะปิ กระถินข้างรั้วไว้แนมน้ำพริก ลาบ หรือซุปหน่อไม้ โอ้โหขนาดแค่เขียนยังน้ำลายหกราดบล็อก เฮเฮ พ่อปลูกผักติ้วไว้สองต้นๆหนี่งใหญ่มากมีดอกชาวบ้านชอบมาขอไปใส่ต้มปลา ส่วนต้นเล็กๆใครๆผ่านไปมา ร้องว่า คุณครูครับ คุณครูคะ ข้อยขอผักติ้ว แนเด้อ ว่าแล้วไม่ต้องรอให้พ่ออนุญาต คนเดินผ่านไปมาก็หักยอดผักติ้วจนโกร๋น ข้าพเจ้าให้แปลกใจว่า ทำไมเขาๆเหล่านั้นไม่คิดจะปลูกเองหรือไร

 

 

 

บอกแล้วว่าเป็นคนทำบาปขึ้นอย่ากระนั้นเลยแด๋วจะพาไปแหย่ไข่มดแดง เคล็ดลับว่าไข่มดแดงโตเพียงพอและคุ้มกับการเจาะไข่มดแดงมากินนั้นต้องใช้ไม้ไผ่ยาวๆ อิสานเรียกว่าไม้ส่าว ผูกติดกับตระกร้า

 

 

ลองแหย่ๆดูว่าไข่มดแดงโตเต็มที่หรือยัง โดยจ้วงไม้เข้าไปที่รังกะให้ดีว่าไข่มดจะตกลงมาที่ตระกร้า นำลงมาดู หากใช้ได้เลยก็ถึงเวลาเผาจริง เอ้ย แหย่จริงๆ พอได้ไข่มดแล้วนำมาเคาะใส่ถังซึ่งมีน้ำ ขอบอกข้าพเจ้าเคยพากิ๊กไปแหย่ไข่มดแดง ฮีอาสาเป็นผู้ช่วยอย่างแข็งขันบังเอิญฮีไม่ค่อยมีประสบการณ์เวลาเคาะไข่มดแดงใส่ถังน้ำ ฮีก็เคาะมดแดงใส่ตัวเอง ยุ่งละที่นี้ฮีเต้นแร็พเลย แล้วร้อง โอ้มายก็อด ! โอ้มายก็อด !  เย็นนั้นหลังจากฮีทานแกงผักหวานใส่ไข่มดแดงแล้ว ข้าพเจ้าต้องลำบากพาฮีไปหาหมอเพราะว่าฮีแพ้มดแดงกัดจนบวม เฮเฮ ไม่ค่อยคุ้มเลย รู้อย่างนี้ไปแหย่ไข่มดแดงที่ตลาดดีกว่า ถูกกว่าค่ายาอีก อิอิ

 

 

 

 

 

เมื่อยังเยาว์ข้าพเจ้าไม่มีความรู้สึกสำนึกรักบ้านเกิดแต่อย่างใด คิดแต่ว่าทำไมพ่อกับแม่ต้องมาอยู่ไกลปืนเที่ยงเช่นนี้ ถึงแม้จะรู้เหตุผลของการตั้งหลักปักฐานที่นี่เพราะพ่อและแม่พบรักกันที่โรงเรียนที่ท่านทั้งสองคนมาบรรจุครั้งแรก โอ้โห โรม้านซ์ ข้าพเจ้าจากบ้านไปเรียนไกลๆตั้งแต่จบมัธยมปลาย กลัมมาอีกครั้งก็เป็นเพียงการมาเยี่ยมเยียนพ่อแม่เท่านั้น หลายครั้งมีเพื่อนติดสอยห้อยตามมาด้วย พวกเขาลุ่มหลงในวัฒนธรรมอิสาน การเซิ้ง การช่วยเหลือกันในชุมชนเมื่อมีงานเทศกาลต่างๆ เคยพาเขาไปดูการฟ้อนรำศิลปะของอิสาน เพื่อนๆถามข้าพเจ้าว่าทำไมไม่ไปร่วมกับชาวบ้าน ข้าพเจ้าตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ว่าฉันไม่ได้อยู่บ้าน ในใจให้นึกว่าใครอยูู่บ้านก็ทำไปซี ชีวิตฉันไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ โลกของฉันกว้างไกลกว่านี้….

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ถูกถามและคำถามนั้นย้อนกลับมาที่ข้าพเจ้าอีกที และคิดได้ว่าขนาดเพื่อนต่างชาติยังรักวัฒนธรรมที่ดีงามของเรา แล้วตัวเราละทำไมถึงต้องให้คนนอกมาบอกเราเช่นนั้น

 

 

 

 

มีช่วงหนึ่งที่พ่อแม่สุขภาพไม่ดีนักและข้าพเจ้าถูกมลภาวะเมืองหลวงกัดกร่อนจิตวิญญาณพร้อมกับอกหักอย่างแรง ข้าพเจ้าเลือกที่จะกลับบ้านสวนของพ่อ กลับอิสานบ้านเฮา เรียนรู้ที่จะรักบ้านเกิดด้วยความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตที่เรียบง่าย การอยู่ร่วมกันอย่างเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึมซับภูมิความรู้ชาวบ้าน หัวเราะได้เต็มเสียงมีความสุขกับสิ่งที่เป็น

 

 

วันหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้าก็เกิดขึ้นที่บ้านสวนของพ่อแห่งนี้  งานแต่งงานที่เรียบง่ายแบบประเพณีอิสาน แม้ว่าข้าพเจ้าจะอยู่แห่งใดความทรงจำแห่งบ้านสวนยังคงตามติดข้าพเจ้าเสมอ และภูมิใจที่เกิดในดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่สอนให้อดทน รอคอย และสำคัญที่สุดสอนให้เข้มแข็ง ยืนหยัด มิหวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ….

 

 

สัญญลักษณ์เจ้าของบล็อก คุณนายตื่นสาย อิอิ

 

 

 

 


 





ข้อความ

by posted under ครอบครัว, ชีวิต-สังคม | Comments Off    

You must be logged in to post a comment.