Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

เดินผ่าน..พงพัฒน์ วชิระบรรจง

May18

เมื่อวานผู้ชายคนนี้ พงพัฒน์ วชิระบรรจง กล่าววาทะแห่งปีในงานนาฏราช #1

' ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ และก็พาลมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกกับคนๆนั้นว่า ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ…เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ…ผมรักในหลวงครับ และผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน…ขอบคุณครับ '

ขออนุญาตเขียนถึงเขาจากความทรงจำเก่าๆคะ

 

ขอบคุณ ; ภาพที่พี่เลิฟเซ็ปมอบให้กับบล็อกวรรณประสาทคะ

.

 

ฉันเพิ่งกลับจากเวลส์ ห่างหายจากข่าวการเมืองที่ร้อนระอุของเมืองไทยไปหลายวันเพราะที่พักบีแอนด์บี (bed & breakfast) ที่เงียบสงบกลางทุ่งเลี้ยงแกะใกล้ทะเลสาบและสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทะลุทะลวงเข้าไปไม่ถึง ใจอยากรู้ว่าคน ที่ถูกสนิปเปอร์ส่องไปพบยมบาลหรือยัง เมื่อกลับถึงบ้านจึงกระโดดเข้าใส่โน๊ตบุคเครื่องโปรด เช็กเมล์ที่FB มีข่าวเกี่ยวกับวาทะแห่งปีของพี่อ็อฟ พงพัฒน์ นั่งดูหลายรอบพร้อมน้ำตาเปื้อนหน้า รวมถึง นก จริยา นก สินจัยและพี่อ็อฟ พร้อมศิลปินอื่นๆ (ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้างห่างหายจากวงการไปนาน) ร่วมร้องเพลงความฝันอันสูงสุด ช่างเป็นบทเพลงที่เปี่ยมความหมาย ถูกที่ ถูกเวลา ถูกสถานการณ์

 

 

ไม่เคยคิดจะเขียนเรื่องดารา หรืองานแจกรางวัลนักแสดงและผู้เกี่ยวข้องเลย แต่งานนาฏราชครั้งที่หนึ่งและวาทะแห่งปีของพี่อ็อฟ กระตุ้นแรงบันดาลใจจึงขุดซากแห่งความทรงจำที่นานมากมาเขียนบล็อก

ฉันเคยเกี่ยวพันกับวงการบันเทิงอยู่หลายปีตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา ฉันมีเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนใจมาเรียนกฏหมายที่รามคำแหงและนักเรียนการแสดงช่องสาม ฉันไม่ลงเรียนซัมเมอร์จึงขึ้นมาหาเพื่อนสนิทนักเรียนการแสดงคนนี้ทุกปี เธอมีเพื่อนนักเรียนการแสดงที่เอาดีทางการแสดงหลายคน เอ่ยนามมาคงรู้จักแต่ขออนุญาตละไว้คะ เพื่อนสาวคนนี้ก้าวเข้าวงการบันเทิงทั้งฐานะนักแสดงและคนทำงานเบื้องหลัง เป็นครั้งแรกที่ฉันมาช่วยเธอทำงานทั้งการเป็นตัวประกอบอดทน หาพร็อพประกอบฉาก ออกแบบเสื้อผ้านักแสดงรวมถึงหาสปอนเซอร์เสื้อผ้า ติดต่อประสานงานเรื่องสถานที่ถ่ายทำ เป็นการ์ดเมื่อไปถ่ายทำนอกสถานที่แล้วมีไทยมุง ติดต่อเช่ารถดับเพลิงในฉากที่มีฝน  เคยตามเธอไปงานแจกรางวัล เคยเดินผ่านและร่วมงานกับนักแสดงที่ดังๆหลายคน รวมถึงพี่อ็อฟ พงษ์พัฒน์ ทั้งที่เจเอสแอลและช่องสาม พี่อ็อฟ เคยยิ้มทักทายฉันและเพื่อน

 

บรรยากาศของงานนาฏราชทำให้ฉันอดคิดถึงงานแจกรางวัลออสการ์ 2009 (เฉพาะช่วงที่กล่าวสุนทรพจน์) เมื่อตอนพี่อ็อฟกล่าววาทะแห่งปี ฉันนึกถึงดาราโปรดของฉัน เคท วินสเล็ต (Kate Winslet) นักแสดงหญิงชาวอังกฤษที่ได้รับรางวัลออสการ์จากเรื่อง The Reader  เธอสวมบทบาทเป็นสาวเยอรมันช่วงนาซี ตอนรับรางวัลเธอกล่าวว่าคงโกหคหากพูดว่าไม่เคยใฝ่ฝันจะได้รับรางวัลเกียรติยศนี้มาก่อน เมื่อยังเป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ เธอถือขวดแชมพูขณะอาบน้ำแล้วลองทำท่าถือรางวัล แต่วันนี้ในมือคือออสการ์จริงๆมิใช่ขวดแชมพูอีกต่อไป

ฉันชอบวาทะของเธอ เฉกเช่นที่ฉันชอบวาทะของพี่อ็อฟ คำกล่าวที่ซื่อสัตย์ จริงใจ และเป็นธรรมชาติ

งานแจกรางวัลนี้ทำให้ฉันเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพราะได้เห็นใครหลายคนที่ฉันเคยได้รู้จัก อย่างเช่นหม่อมน้อย(ท่านเคยเป็นผู้กำกับที่น่ารักในหนังที่ฉันเป็นตัวประกอบอดทนคะ) และฉันปลื้มใจที่เห็นสีหน้าภาคภูมิใจของพี่แดงเมื่อพี่อ็อฟกล่าวสุนทรพจน์จบ อย่างนี้นี่เองผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในชีวิตย่อมมีผู้หญิงที่รักสนับสนุนอยู่เบื้องหลังเสมอ…

ขอบคุณที่แวะมาอ่านและขอบคุณย้อนหลังสำหรับคอมเม้นท์ของเพื่อนๆนะคะ ขอโทษที่ไม่ได้ตอบทุกคนแล้วจะตามไปเยี่ยมเพื่อนๆถึงบ้านคะ

You must be logged in to post a comment.