Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

สีสันฤดูร้อน เสียงสะท้อนจากต่างแดน

June9

ปลายฤดูใบไม้ผลิต้นฤดูร้อน ที่นี่จะมีกิจกรรมกลางแจ้งเช่นเปิดท้ายขายถูกในวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์(วันหยุดธนาคาร) ผู้คนกระหายการใช้ชีวิตกลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอุ่น ดอกไม้สวย ต้นไม้เขียว กระเช้าไม้ดอกถูกนำขึ้นมาประดับบ้านเรือน ขับไล่ความหมองหม่นโหดร้ายของฤดูหนาว

 

.

ฉันมีนัดกับจูน หญิงสาวซึ่งเป็นญาติของลูกค้า เรานัดกันที่หอนาฬิกาประจำหมู่บ้านเนื่องจากต้องการประหยัดน้ำมันจึงขับรถไปคันเดียว หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ควีนวิคตอเรียทรงครองราชย์ครบ 60 พรรษา (1837-1897)

 

 

สถานที่จัดงานเปิดท้ายขายถูกนั้นอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจมะเขือเทศ อุ๊บส์ !! คงต้องเรียกว่าสถานีตำรวจแอปเปิ้ลกระมังคะ อิอิ  

จูนแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์เมืองไทยในขณะนั้นว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมหรือไม่ ฉันถามจูนด้วยความอยากรู้ว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอังกฤษ ตำรวจแอปเปิ้ลจะจัดการอย่างไร จูนตอบว่าคงจัดการเช่นเดียวกับที่ยิงชายหนุ่มผู้ต้องสงสัย ณ สถานีรถไฟใต้ดินลอนดอน ปี 2005 (Jean Charles de Menezes-ฌอง ชาร์ลส์ เดอ เมเนเซส, 27 ปี ชาวบราซิลถูกตำรวจอังกฤษยิงเสียชีวิต)

 

(สถานีตำรวจแอปเปิ้ล)

วันนั้นอากาศร้อนถึง 30 องศาเซนเซียส จึงได้เห็นผู้คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าฤดูร้อน ผู้คนรอโอกาสที่จะได้แต่งตัวแบบนี้มาหลายเดือนหลังจากฤดูหนาวอันแสนทารุณปีนี้ เปิดท้ายขายถูกที่นี่เรียกว่าคาร์บู้ทเซลล์ (Car Boot Sale) เขานำเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ในการตกแต่งบ้าน เครื่องทำครัว ทำสวน เครื่องตัดหญ้า ซีดี วีดีโอ หนังสือ ซึ่งต้องการกำจัดออกจากบ้านมาขายในราคาถูกตั้งแต่ ห้าสิบพี (หนี่งร้อยพีเท่ากับหนึ่งปอนด์) และราคาไม่กี่ปอนด์ ตาดีอาจได้ของเก่าราคาถูก

 

 

ฉันขออนุญาตถ่ายด้านหลังของจูน การไปช็อปปิ้งเปิดท้ายขายถูก เราจะนำกระเป๋าสำหรับใส่ของไปด้วยอย่างที่จูนสะพาย

เสื้อผ้า รองเท้า มือสองพวกนี้ราคาแค่ห้าสิบพีคะเป็นการระบายเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ออกจากตู้เสื้อผ้าของคุณ บางทีก็มีของใหม่ซึ่งเจ้าตัวซื้อมาแล้วไม่ชอบใจหรือใส่ไม่ได้ก็นำมาขายเลราคาถูก

 

 

สถานที่จัดงานคาร์บู้ทเป็นสวนสาธารณะหมู่บ้านพื้นที่กว้างขวางติดถนนใหญ่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่

 

 

ร่มรื่นแบบนี้

 

 

ช็อปปิ้งสาแก่ใจกัน ฉันได้ของเก่าซื้อตุนไว้เพื่อนำไปแต่งบ้านที่เมืองไทยส่วนมากเป็นภาพเก่าๆและหนังสือไปใส่ห้องสมุด จูนให้สมญานามฉันว่า'ควีนแห่งคาร์บู้ท' ฮาฮา

 

 

ไหนๆก็ไหนๆเนื่องจากวันหยุดและฉันขออุทิศให้เป็นวันแห่งการช็อปปิ้ง ฉันจึงซิ่งไปรับน้องสาวไทยที่อยู่อีกหมู่บ้านหนี่งไปด้วยกันเพื่อไปช็อปปิ้งอาหารไทยที่ร้านจีนในเมือง เรื่องช็อปปิ้งนั้นสาวไทยไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ววว น้องสาวไทยชีมีแฟลตอยู่ใจกลางหมู่บ้านคะ

 

 

 สีสันฤดูร้อน คนท้องถิ่นพร้อมใจกันต้อนรับด้วยกระเช้าดอกไม้หลากสีเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาคะ

 

 

ร้านค้าร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก 2010

 

 

แฟชั่นฤดูร้อนมาถึงแล้วคะทั้งผู้ชายผู้หญิง

 

 

นี่เฉพาะร้านค้าในหมู่บ้านคะ ร้านค้าในเมืองใหญ่แฟชั่นน่าตื่นเต้นกว่าในหมู่บ้านเล็กๆ วันหลังจะเก็บภาพร้านในเมืองมาให้ชมคะ

 

 

ฉันขับรถพาน้องสาวไทยไปเมืองกลอสเตอร์ มีชุมชนคนจีนอยู่กันมาก วิทยากรที่อบรมเรื่องสุขอนามัย & โภชนาการ บอกว่าชุมชนคนจีนในกลอสเตอร์เป็นรองก็แต่ลอนดอน(โซโฮ) ร้านอาหารจีนที่นี่เยอะมากทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และสั่งตามเมนู หรือซื้อไปทานที่บ้าน  ร้านค้าที่ขายสินค้าจากเอเชียซึ่งคนจีนเป็นเจ้าของมีอยู่สองร้านในเมืองนี้ ฉันไม่เคยไปอีกร้าน ร้านจีนที่นี่จะเป็นคนส่งวัตถุดิบให้กับร้านอาหารเอเชียในเมืองนี้ แคชเชียร์ของร้านจีนนี้เป็นคนจีนมาเลเซีย

 

 

ร้านจีนตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเล็กๆ ประตูทางเข้าร้านตรงสีแดงคะ ข้างในกว้างขวางพอสมควร หากมาซื้อของฤดูหนาวนั้นหนาวมากเพราะไม่มีเครื่องทำความร้อน ประตูเปิดโล่งแบบนั้น สาวจีนมาเลเซียชี้ชวนให้สองสาวไทยซื้อหนังสือพิมพ์ของฟิลิปปินส์ ฉันแก้ความเข้าใจของชีว่า เราสองคนเป็นสาวไทยไม่ใช่ฟิลิปปินส์ ท้นทีที่บอกว่าเป็นสาวไทยเท่านั้นละ ชีบอกว่าสถานการณ์เมืองไทยแย่นะตอนนี้ ชีระงับเที่ยวบินที่จองไว้เพื่อมาฮอลิเดย์ที่กรุงเทพฯแล้ว ชีหันมาถามน้องสาวไทยว่าเหตุการณ์ยังไม่ดีขึ้นเลยเนอะ น้องสาวไทยพยักหน้า ฉันแย้งว่าเหตุการณ์ดีขึ้นแล้วนะ ด้วยความรักชาติหากทำได้ฉันจะจับชีขึ้นเครื่องที่สนามบินฮีทโทรว์วันนี้เลยให้มาเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น !!  ชีส่ายหน้าบอกว่าไม่ไปแล้วกลัว ฉันยังทู่ซี้ต่อไป เลื่อนก่อนก็ได้ไว้ให้สถานการณ์ดีกว่านี้ค่อยไปใหม่ ชีหันมาถามว่า เธอสองคนจะกลับเมืองไทยหรือเปล่า ฉันรีบตอบ กลับซิคะบ้านเกิดฉัน พ่อแม่พี่น้องฉันก็อยู่ที่นั่น จ่ายตังค์บอกลาชี เข็นของไปใส่หลังรถ ของสำคัญที่ขาดไม่ได้คือบะหมี่สำเร็จรูปเวลาเบื่อฟิชแอนด์ชิปส์คะ

 

 

วันนั้นฉันทำหน้าที่โชเฟอร์ทั้งวัน ส่งน้องสาวไทยเสร็จ ชีวานให้ส่งตังค์ให้ที่บ้านเมืองไทย มฝร (เมียฝรั่ง) กับการโอนเงินกลับเมืองไทยเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินครอบครัวเป็นของคู่กัน (ศูนย์วิจัยธุรกิจ และเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มข. บอกว่าเมียฝรั่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปีละประมาณ 9,000 ล้านบาท !! (งานวิจัยนี้ทำเฉพาะในภาคอิสานเท่านั้น-ผู้เขียน)) ฉันใจดีไปจัดการให้ที่หมู่บ้านตัวเอง โอนเงินโดยเวสเทิร์นยูนี่ยน ร้านหัวมุมของอินเดีย (Corner Shop) มีบริการนี้ คนอินเดีย ฟิลิปปินส์ ก็มีภาระต้องโอนเงินไปช่วยครอบครัวเหมือนกัน

 

 

ร้านหัวมุมของคนอินเดียนั้นอยู่ด้านขวานะคะที่มีป้ายของเวสเทิร์นยูเนี่ยนสีเหลืองอยู่ด้านบน ร้านนี้ขายของชำหน้าร้อนก็มีไอศครีมวอลล์ขายด้วย เมื่อฉันถามเจ้าของว่าโอนเงินไปเมืองไทยวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนต่อเงินสกุลปอนด์เป็นเท่าใด ฮีบอกว่า สี่สิบห้าบาทกว่าๆ ฉันทำสีหน้าตกใจ ฮีอธิบายว่าก็บ้านคุณเกิดวิกฤตการเมืองค่าเงินเลยตก เสียใจด้วยนะที่เกิดความขัดแย้งขึ้นที่บ้านคุณ โลกเราเดี่ยวนี้เล็กลงข่าวสารมิได้จำกัดอยู่ในวงแคบๆอีกต่อไป…..

 

 

กุหลาบเลื้อยนี้ปลูกเองกับมือเมื่อสามปีก่อนคะ คนอังกฤษชอบการทำสวนมาก ขอบคุณที่แวะมาอ่านคะ

You must be logged in to post a comment.