Tanya-Rapeseed Blog

ประสบการณ์ชีวิต และการทำงานในอังกฤษ

เพื่อนในยามทุกข์ใจ

July6

 

เวลาใดกันหนอที่คนเราต้องการเพื่อนมากที่สุด ยามสุขเพื่อแบ่งปันเสียงหัวเราะ ยามทุกข์ช่วยรับฟัง ปลอบโยน

 

.

 

น้องสาวไทยบอกฉันว่าซินเธีย เพื่อนร่วมงานสาวฟิลิปปินส์ถูกให้ออกจากงานจากสถานพยาบาลที่ฉันเคยไปทำงาน ฉันตกใจกับข่าวที่ได้รับด้วยความคาดไม่ถึง

 

ความทรงจำของฉันต่อซินเธียนั้นเป็นความทรงจำที่สุขใจ ฉันทำงานกับเธอไม่กี่วัน ความที่เป็นคนต่างชาติบนแผ่นดินของคนอื่นแม้ว่าฉันจะมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคนท้องถิ่นแต่ความรู้สึกของฉันไม่เคยผสมกลมกลืนเป็นคนท้องถิ่นได้เลย

 

 

ฉันได้พบซินเธียฤดูหนาวปีที่แล้ว ฉันคิดจะเปลี่ยนงานจากชุมชนไปทำในสถานพยาบาล เนื่องจากเบื่อหน่ายการเดินทางที่ยากลำบากจากอากาศที่เลวร้าย และอันตราย

 

ในขณะที่ฉันนั่งรอผู้จัดการสัมภาษณ์ ซินเธียเดินผ่านมาพบ เธอหยุดยืนตรงหน้าฉันแล้วถามตรงๆว่าเป็นสาวฟิลิปปินส์หรือเปล่า หลังจากนั้นเจ้าของสถานพยาบาลพาฉันเดินชมอาคารและผ่านห้องผู้สูงอายุที่พำนักในสถานพยาบาลแห่งนั้น ซินเธียกำลังทำงานอยู่เธอหันมายิ้มให้…

 

 

ตัวฉันชอบความท้าทายและชอบทดลอง จึงขอสามีไปลองทำงานกะกลางคืนที่สถานพยาบาล ฉันเข้าเวรร่วมกันกับซินเธีย เธอสอนงานให้ฉันอย่างดีอย่างคนที่มีประสบการณ์ ซินเธียเป็นอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาลทีกรุงมะนิลา สามีเธอเป็นคุณหมอที่ไปเรียนเพิ่มเติมด้านพยาบาลและเป็นพยาบาลในอเมริกาขณะนี้

 

มีเรื่องเหลือเชื่อในอังกฤษหลายเรื่องที่ทำให้ฉันประหลาดใจ จะด้วยเหตุผลขาดแคลนผู้คนในอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุหรือไร ทำให้คนต่างชาติเข้ามาจับจองตำแหน่งงานเยอะมาก ไม่เว้นแม้แต่พยาบาลจากโรมาเนีย ที่ฉันรู้จัก หรือจะเป็นเพราะคนท้องถิ่นไม่ชอบทำงานหนักเนื่องจากสวัสดิการของรัฐที่คอยโอบอุ้มจึงทำให้ประชากรบางส่วนพอใจเต็มใจที่จะพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากรัฐ

 

 

ซินเธียและสาวๆจากฟิลิปปินส์ 6-7 คนถือวีซ่านักเรียน โดยความเป็นจริงสามารถทำงานได้เพียง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ปรากฏว่าสาวๆพยาบาลฟิลิปปินส์เหล่านี้ทำงานกันถึงสัปดาห์ละ 72 ชั่วโมง เจ้าของสถานพยาบาลจัดหาบ้านให้อยู่ฟรี และหากพนักงานท้องถิ่นป่วยหรือด้วยสาเหตุอื่นใด สาวๆเหล่านี้จะถูกจิกให้ไปทำงานทั้งกลางวันกลางคืนด้วยความเต็มใจ

 

ฉันเพิ่งทราบจากน้องสาวไทยว่าเจ้าของสถานสถานพยาบาลเก็บพาสปอร์ตของสาวๆเหล่านี้ไว้ด้วย และสาวๆฟิลิปปินส์ทะยอยกลับบ้านกันหรือไปทำงานที่ดูไบ หรือ อเมริกา แทน เนื่องจาก โฮมออฟฟิศ ไม่ต่อวีซ่านักเรียนให้พวกเธอ…ฉันคิดว่านี่คือการลดจำนวนคนต่างด้าวลงตาม นโยบายของรัฐบาลใหม่

 

 

คืนที่ฉันทำงานกับซินเธียฉันเรียนรู้เทคนิคจากเธอ เธอมีพรสวรรค์ในการสอนงาน ช่วงพักเราคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่การเมืองบ้านเธอ การเมืองบ้านเรา และเหตุผลที่ทำให้สองสาวต่างด้าวมาอยู่อังกฤษและได้มารู้จักกัน เวลาที่นั่งพักหลังจากเช็กดูความเรียบร้อยของผู้สูงอายุแล้ว เราสองยังมีเรื่องเล่าผีๆ ประตูลิฟท์เปิดออกเองโดยไม่มีผู้ใช้ทั้งทีการใช้ลิฟท์ต้องกดรหัสลับเสียก่อน เล่นเอาเราสองคนขนลุก

 

ในสถานพยาบาลมีผู้พำนักที่เป็นผู้สูงอายุอยู่ถึง  55 คน เป็นสถานพยาบาลที่ใหม่ที่สุดในพื้นที่รวมถึงแพงที่สุดด้วย ซินเธียถูกให้ออกจากงานเนื่องจากผู้พำนักขาวีน กดเครื่องเรียกพนักงานที่เราเรียกว่า เนิร์สเอด ทุกๆห้านาที ซินเธียจึงดึงปลั๊กเครื่องเรียกนี้ออก สว ผู้นี้จึงร้องเรียนไปยังเจ้าของ ไม่มีการเตือน ซินเธียถูกเด้งภายในยี่สิบสี่ขั่วโมง ต้องเก็บกระเป๋าออกจากห้องพักด้วย น้องสาวไทยของฉันจึงเสนอให้ที่พักกับซินเธียฟรี ฉันซาบซึ้งกับน้ำใจของน้องสาวไทยมาก การมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินของคนอื่นนั้นไม่มีใครมีน้ำใจต่อกันมากเกินกว่าคนต่างชาติด้วยกันเรียนรู้ที่จะแบ่งปันทุกข์และสุข ฉันโทรฯไปหาสาวทั้งสองว่ามีอะไรให้ช่วยได้บ้าง 

 

 

ฉันและน้องสาวไทยตกลงกันว่าช่วงที่ซินเธียอยู่อังกฤษอีกหนี่งเดือนนั้น เราจะพาเธอเที่ยวให้หนำใจ เพราะรู้ว่านี้จะเป็นเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่เราจะได้มีโอกาสอย่างนี้

 

ยามที่ทุกข์ใจ ขอแค่ใครสักคนเข้าใจและซึมซับทุกข์นั้น  เยียวยาจิตใจ วันหนึ่งเธอจะเข้มแข็งได้ดังดิม พร้อมที่จะโบยบินออกสู่โลกกว้างอีกครั้ง นี่เป็นหน้าที่ของเพื่อนโดยแท้จริง…

 

 

ขอบคุณและสวัสดีคะ

You must be logged in to post a comment.