running007 blog

Apr 03

jjjjjjj

 

ไม่รู้อะไรดลใจผมว่าเช้านี้ควรขี่จักรยานไปทำงาน ทั้งที่อากาศร้อนนรกแตก แม้แต่อูฐก็คงต้องมีอาการตับแล่บกันบ้าง แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็เตรียมชุดและลากสองล้อที่เคยโปรดปรานเมื่อเกือบปีก่อนจากมุมเก็บของ เอาออกมาเช็ดฝุ่นและสูบลมยางกันเรียบร้อยแล้ว

 

กว่าจะรู้ตัวว่าบ้าและควรกลับไปเปลี่ยนรถที่บ้านก็คงไม่ทันการณ์ เพราะปั่นมาไกลถึงครึ่งทางกว่า 10 กม. ซ้ำร้ายยังมีเพลงพี่เบิร์ดที่จู่ๆ ก็ฮัมขึ้นมาในสมองอย่างไม่ตั้งใจ

 

กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง

เหมือนมีอะไรที่ดึง ไม่ให้เราเลือกทางใด…”

 

ในนาทีนั้น ผมได้ปลอบตัวเองแบบขำๆ เดินไม่ถึง แต่ปั่นถึงนี่หว่า ว่าแล้วก็เลือกพาร่างที่เกรียมแดดกับรถถีบแบรนด์จีนมุ่งหน้าต่อไป พร้อมกับคิดในใจสนุกๆ ว่ากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนทีมชาติลงแข่งในรายการตูร์ เดอ ฟรองซ์ ละกัน งานนี้สู้ตายเว้ยเฮ้ย!

 

เหมือนจะได้ผล แต่ทุกๆ 5 นาที คำว่าท้อและพอเถอะก็ผุดขึ้นตามจำนวนเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยออกมา จนแล้วจนรอดผมต้องหยิบยกเหตุผลอื่นล้านแปดมาเป็นแรงผลักดันแทนที่ ส่วนมีอะไรบ้างนั้นขณะที่เขียนอยู่นี้จำไม่ได้แล้ว รู้แค่ก่อนหมดแรง ภาพสุดท้ายคิดถึงหน้าลูกเมีย (ไม่รู้โผล่มาได้ไง) ผมก็ขยับรถเข้าจอดที่บ้านพระอาทิตย์เสร็จแล้ว

 

หลังเข้าเส้นชัย เช้าวันนี้ทุกคนที่ออฟฟิศเห็นว่าผมขี่จักรยานมาทำงาน แต่หลังภาพที่เห็นอาจมีอะไรมากกว่านั้น และนี่คือบันทึกของสิ่งที่อยากจะบอก

 

ว่าแต่ขากลับ นั่งแท็กซี่ดีกว่ามั้ย!

(มือใหม่หัดเล่น Blog แนะนำติชมได้ครับ)