เพกานักท่องเที่ยวสมัครเล่น

ท่องเที่ยวเป็นอาชีพ

วันเดียวเที่ยวทั่วกัวลาลัมเปอร์

September26
  



สัญลักษณ์ตึกแฝดระฟ้าในนครกัวลาลัมเปอร์ ตึกปิโตนัส

 



.

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันไปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากนักทั้งๆที่ธรรมดาแล้วต้องเตรียมหาข้อมูลให้พร้อมแต่มาคราวนี้กะว่าจะหาทัวร์ท้องถิ่นเอาข้างหน้า
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งมันติดกับบ้านเราซะขนาดนี้ นึกซะว่าไปเที่ยวต่างจังหวัดก็แล้วกัน แต่ปรากฎว่าเมื่อลงจากเครื่องบินกะว่าจะเรียกแท็กซี่เอาแถวหน้าสนามบิน
คนที่คุมคิวแท็กซีให้ไปซื้อตั๋วซะก่อน
ฉันก็นึกว่าเป็นแท็กซี่เหมือนกันหมดดันไปซื้อตั๋วลิมูซีน
(limousine)ซะนี่ ราคาแพงนิดหน่อยแต่ถ้าเฉลี่ยต่อหัวแล้วก็ยังถูกกว่ารถไฟเพราะฉันไปกันสามคนก็เรียกว่าคุ้มค่าในการใช้บริการแท็กซี่

เมื่อมาถึงโรงแรมที่พักท้องก็เริ่มหิวไปหาอะไรกินกันดีกว่า
ฮ่าๆๆ พอเจอร้านแรกก็เข้าเลยเป็นอาหารกึ่งๆยุโปแต่เน้นไปทางมาเลย์ซะมากกว่า
…ก็มันไม่คุ้นนี่นา จากนั้นก็เดินเที่ยวไปแต่ก็มองหาบริษัททัวร์ไป เพราะย่านที่พวกเราพักติดกับบูติกเบตัง
มีห้างสรรพสินค้าและของวางขายคลายๆย่านราชขประสงค์ของไทย

จนมาเจอบริษัทที่ขายตั๋วKL HOP ON HOP
OFF เที่ยวทั่วกัวลาลัมเปอร์ภายใน 24 หรือ 48ชั่วโมง เป็นรายการที่น่าสนใจ พวกเราจึงซื้อตั๋วสำหรับ 24 ชั่วโมงด้วยสนนราคา  38  ริงกิตต่อคน เพื่อท่องกัวลาลัมเปอร์ในวันพรุ่งนี้

เช้าวันใหม่ที่สดใสเหมาะสำหรับการเดินทางก็มาถึงพวกเราไปรอขึ้นรถป้ายที่ใกล้โรงแรมที่พัก
ในครั้งแรกพวกเราก็นั่งดูถนนหนทางตลอดจนสถานที่ที่สนใจแต่ยังไม่ลงแวะชมจนกระทั่งรถวนจนรอบกัวลาลัมปอร์
โดยที่เราหมายตาที่แรกเอินได้เอาไว้แล้วว่าจะลงไปหาอะไรกินซะหน่อยที่ไชน่าทาวน์
พอลงเดินก็กวาดสายตาหาร้านอาหารเลยทีเดียวแล้วก็มาเจอะร้านบะหมี่เป็ดนี่เองอาหารคุ้นๆ
กินได้อย่างสบายอารมณ์แถมพนักงานคนขายพูดได้ซะด้วย
ถามไถ่ได้ความว่าเป๋นคนมอญแถวสมุทรสาครนี่เอง ไปหากินที่นั่น

บรรยากาศการช็อปปิ้งในไชน่าทาวน์

หลังจากท้องอิ่มก็มีแรงเดินช็อปปิ้งแถวไชน่าทาวน์ต่อ
สินค้าที่นั่นก็ประมาณซอยละลายทรัพย์บ้านเรากะมัง แต่ราคาแพงกว่านะแต่คุณภาพก็โอเค
อยู่หรอก เดินกันจนเมื่อยแล้วก็ไปเที่ยวต่อดีกว่า ก็ขึ้นรถ
HOP ON HOP OFF ต่อพอมีแรงแล้วก็ชื่นชมสถานที่ที่งดงามกันก่อน

Istana Negara (National  Palace)พระราชวังแห่งนี้เมื่อก่อนที่พักอาศัย Chan Wing 

พวกเราได้เพียงแต่ถ่ายรูปกันข้างหน้าพระราชวังเท่านนั้น พอเดินถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็ต้องรอรถมา ถึงขึ้นรถเพื่อเที่ยวที่ต่อไป พอมาถึงที่สวนนก และสวนกล้วยไม้ ชื่นชมธรรมชาติร่มรื่นค่อยมีแรงขึ้นมาหน่อยหนึ่ง
จากนั้นก็เดินกลับเพื่อรอรถอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ถ้าพวกเราสังเกตุดีๆก็จะเห็นว่าตรงสวนนกก็มีป้ายรถเหมือนกันแต่ด้วยความที่พวกเราไม่ใส่ใจเลยทำให้เราต้องเดินกลับไปขึ้นที่เดิมที่ลงเล่นเอาเดินซะเหนื่อยเชียว
พอขึ้นรถที่คิดว่าจะเดินต่อสงสัยจะไม่ไหวแล้วสิคราวนี้เลยได้แต่นั่งชมเมืองต่อจนกว่าจะหายเหนื่อย
กว่าจะหายเหนื่อยก็เกือบครบอีกรอบแล้วสิ
แต่แน่นอนที่ขาดซะไม่ได้ก็ต้องเป็นตึกแฝดปิโตนัสยังไงๆก็ต้องลงไปชมซะให้ทั่วหน่อยเมื่อวมรอบนอกแล้วเข้าข้างในไปช็อปปิ้งอีกหน่อยแต่ของราคาค่อนข้างแพงสักหน่อยนะเพราะเป็นห้างหรูประมาณ 
The emporium บ้านเรา


 

 

หลังจากนั้นก็นั่งต่อจนถึงเป้าหมายปลายทางไชน่าทาวน์อีกครั้งที่เก่าแต่ไม่ใช่เวลาเดิมกะว่าจะหาอาหารเย็นกันที่นี่แหละ
พอเดินผ่านร้านบะหมี่เป็ดเจ้าเดิมเด็กร้านอาหารจำพวกเราได้รีบเรียกเราเลยว่า
กินข้าวๆ   แต่ขอเปลี่ยนรสชาติกันซะหน่อยจะให้กินอะไรจำเจเหมือนเดิมล่ะ
พออิ่มท้องแล้วก็มีแรงเดินช็อปต่อทันที ช็อปเสร็จหมดเวลารถ
HOP ON HOP OFF ซะแล้วก็ต้องเรียกแท็กซี่กลับโรงแรมระยะทางจากไชน่าทาวน์ถึงโรงแรมที่พักไม่ไกลมากแค่2 ป้ายเท่านั้น แท็กซี่เรียก 10 ริงกิต
ก็
OK นะ ที่นี่กฎหมายให้ใช้มิเตอร์แล้วแต่ยังมีการใช้วิธีต่อรองราคาอยู่…….เฮ้อ! วันนี้เหนื่อยแล้วเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยลุยกันใหม่

เมื่อวานหมายตาที่น่าสนใจไว้หลายที่
แต่จะเริ่มต้นตรงไหนดี ….เออ…ก็ตรงที่
The Historical Centre Chinatown หรือไชน่าทาวน์
นี่แหละเมื่อวานชมแต่ตลาดวันนี้เที่ยวใกล้ๆ แถวนี้แล้วกัน พวกเราเรียกแท็กซี่ไปมาวัดเจ้าแม่กวนอิม
(
Guan Yin Temple ) อยู่ใกล้ๆกับไชน่าทาวน์
ในราคาเดิมระหว่างทางโชเฟอร์คุยกับพวกเราว่าเค้าเคยมาเมืองไทยมาซื้อเสื้อผ้าที่แพทตินัมไปขายที่อิโดนีเซียแต่พอเศรฐกิจไม่ดีเลยกลับมาขับแท็กซี่เค้าบอกว่าเสื้อผ้าข้าวของวเมืองวไทยถูกกว่ามาเลเซียเยอะ
พอถึงไชน่าทาวน์ก็ส่งพวกเราที่นั่น โอ้
! แม่เจ้า
วัดเจ้าแม่กวนอิมห่างจากที่เราลงตั้งไกลกว่าจะเดินไปถึงก็เล่นเอาเหงื่อตกเชียว





วัดเจ้าแม่กวนอิมนี้เป็นวัดที่สร้างอุทิศให้เจ้าแม่กวนอิม มีลักษณะของศิลปผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป  จากนั้นก็เดินต่อไปที่วัด Chan See Shue
Yuen เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน



 

ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็น Sri Mariamman Temple สร้างเมื่อปี1873 วัดฮินดูแห่งนี้มีการออกแบบด้วยการแกะสลักที่วิจิตรงดงาม
ร่มรื่น



ภาพภายในอาคารของวัดฮินดู

หลังจากชื่นชมวัดจีนวัดแขกแล้วก็หาทางไปย่านที่เรียกว่า  The Historical Centre of Kuala Lumpur เป้าหมายแรกคือ Sultan Abdul Samad Building แต่ว่าจากตรงนี้ไปจะต้องไปอย่างไร
ก็อย่างว่าแหละสำหรับฉันแล้ว หนทางอยู่ที่ปาก
ก็เริ่มถามหญิงสูงวัยแถวนั้นดูว่าจะไปยังไง แล้วก็ช่างโชคดีคนที่นั่นใจดี
จริงๆที่เธอนึกไม่ออกว่าจะไปยังไงเธอก็ถามคนอื่นต่อให้อีก
เป็นหนุ่มสาวคู่สามีภรรยา และสามีภรรยาคู่นั้นไม่รู้ว่าจะบอกยังไงสามีบอกว่าจะพาไป
หญิงสูงวัยคนนั้นบอกว่าโชคดีและก็ต้องขอบคุณสามีภรรยาคู่นี้อย่างมาก
แล้วบอกให้พวกเราตามสามีภรรยาคู่นั้นไป ระหว่างที่สามีไปเอารถ
ฝ่ายภรรยาก็คุยกับเราเธอบอกว่าเธอไม่สามารถบอกได้ว่าขึ้นรถประจำทางไปยังไงเพราะไม่เคยขึ้นเพราะว่าขับรถเองฉันเข้าใจนะเพราะอยู่เมืองไทยฉันเองก็ไม่ค่อยได้ขึ้นรถประจำทางเหมือนกัน
สุภาพสตรีใจดีชาวมาเลเซียคนนี้เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อโรซา เรียนจบการเงินและบัญชี
จาก
Liverpool เธอรู้จักกับสามีที่นั่น ปัจจุบันเธอทำงานกับบริษัทประกันภัยส่วนสามีเป็นวิศวกรทำงานบริษัทผลิตรถยนต์ยี่ห้อโปรตรอนกับอีกยี่ห้อหนึ่งที่ไม่มีขายในไทย
คุยกันได้สักพักสามีเธอก็ขับรถมารับพอขึ้นรถเธอก็บอกว่าวันนี้ขอเป็นไกด์ชั่วคราว แล้วก็แนะนำสถานที่ต่างๆ
พอรถผ่าน
central market เธอถามว่าเราไปมาแล้วหรือยัง
ส่วนใหญ่เรานั่งรถผ่านมาแล้วแต่ไม่ได้ลงไปจนกระทั่งถึงเป้าหมายปลายทางของเราที่ 
Sultan Abdul Samad Building เธอส่งพวกเราลงนี่เป็นหนึ่งความประทับใจที่กัวลาลัมเปอร์
เพราะพวกเราได้เจอกับคนมาเลย์ที่ใจดีมีน้ำใจไม่เพียงบอกเส้นทางให้แต่เค้าและเธอได้ไปส่งพวกเราถึงที่หมายพร้อมอธิบายแนะนำอย่างที่เธอว่าแหละว่าเป็นไกด์ชั่วคราว
และหากว่าพวกเราไปกับทัวร์คงไม่ได้พบเจอความมีน้ำใจของเจ้าของประเทศเช่นนี้


 

 

ที่ Sultan Abdul Samad Building เป็นอาคารที่โดดเด่นสสวยงามสะดุดตาซึ่งสร้างเมื่อ 1894 – 1897  ใช้เป็นที่ทำการสหพันธ์มาเลเซีย
ในปี
1897  ต่อมาใช้ศาลสูงในปี1972 จนปัจจุบัน ใช้เป็น ministry of
information 
ถัดมาเป็น
Government
Office   สร้างขึ้นเมื่อปี 1896 อยู่ถัดจาก  Sultan Abdul Samad Building ส่วน Museum
tekstil Negara  สร้างเมื่อปี1905 เป็นอาคารที่สร้างด้วยอิฐสีแดงฉาบปูนสีขาวสไตล์อิสลาม
Formerly
National Museum Department  สร้างเมื่อปี 1919 ตึก 3 ชั้น
มีระเบียงยื่นออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสาน


 


 

ภาพที่สามารถมองอาคารเก่าๆที่สวยงามพวกนี้อยู่ใกล้กันมากลงจุดเดียดสามารถดูได้ทั่วเชียวและมาปิดท้ายกันที่  Masjid Jamek  เป็นมัสยิดแห่งแรกในกัวลาลัมเปอร์
ถ้าผู้หญิงจะเข้าไปข้างในจะต้องคลุมผมเข้าไปบังเอิญที่พี่สาวมีผ้าพันคอติดไปด้วยฉันก็เลยได้อาศัยผ้าของพี่สาวคลุมเข้าไป
แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรเพราะเค้ามีให้(ยืมหรือเช่าก็ไม่รู้นะ)



 Masjid Jamek

นี่ก็ใกล้เวลาเห็นทีจะต้องกลับโรงแรมเสียทีจะได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวกลับเมืองไทยสักที ถึงแม้ว่าโปรแกรมท่องเที่ยวครั้งนี้จะเป็นเวลาสั้นๆ
แต่ก็ทำให้ฉันจดจำน้ำใจของสองสามีภรรยาชาวกัวลาลัมเปอร์
โรซาและสามี

 

7 Comments to

“วันเดียวเที่ยวทั่วกัวลาลัมเปอร์”

  1. March 20th, 2013 at 2:06 pm       gabile sohbet Says:

    gabile sohbet


  2. December 31st, 2010 at 7:07 pm       ana123 Says:

    Happy Rabbit Year 2011

    To K. rwatcharakorn ka

    :)))


  3. September 28th, 2010 at 5:41 pm       rwatcharakorn Says:

    – สบายดีค่ะพี่เลดี้ พอดีมีกิจกรรมใหม่ๆให้เล่นเลยเพลินไปหน่อยค่ะพี่
    -ค่ะ คุณ Kanit ครั้งต่อไปจะติดต่อไป..ว่าแต่ว่าติดติดที่ไหนหว่า?
    – จริงอย่าง คุณprasarn ว่าแหระค่ะเมืองไทยน่าอยู่กว่าเยอะแต่แค่เที่ยวก็ไม่เลวนะคะ
    – คุณมดตะนอย ลองไปเที่ยวดูซิคะไปเองสบายๆ


  4. September 28th, 2010 at 11:07 am       lady007 Says:

    ไม่ได้เจอคุณทนายสาวเสียนาน สบายดีนะคะ อ้อ.. ต้องสบายซี เพราะไปเที่ยวมานี่ ขอเป็นชาวเกาะ เกาะตัวหนังสือ และภาพไปเที่ยวค่ะ ฮ่า ๆๆๆ


  5. September 27th, 2010 at 8:49 pm       Kanit Says:

    น่าอิจฉาจัง ผมอยู่มาเลเซียยังไม่เคยได้เที่ยวอย่างนี้เลย มาคราวหลังติดต่อ มาบ้างนะ


  6. September 27th, 2010 at 1:58 pm       prasarn Says:

    เมืองไทยน่าอยู่กว่าเยอะ


  7. September 27th, 2010 at 11:53 am       ,มดตะนอย Says:

    อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง ใกล้ดีด้วย


You must be logged in to post a comment.