เพกานักท่องเที่ยวสมัครเล่น

ท่องเที่ยวเป็นอาชีพ

เหินฟ้าสู่หลวงพระบาง

February18



 



ในขณะที่มรดกโลกจะขึ้นทะเบียนเจาะจงลงไปว่าเป็นโบราณสถาน ธรรมชาติ แต่สำหรับหลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เรียกว่าทุกอย่างที่รวมกันเป็นหลวงพระบาง ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน ธรรมชาติ  รวมทั้งวัฒนธรรม

.ปลาวกันมาหลายครั้งหลายหนแล้ว และก็ไม่เคยซ้ำแบบกันเลย  มาครั้งนี้มีเวลาจำกัดแต่ก็อยากไปเที่ยวหลวงพระบาง ฉันเลยใช้วิธีซื้อเพ็จเกจทัวร์ ก็เลยได้เหินฟ้าไปหลวงพระบางด้วยเครื่องบินสายการบินลาว  (ลำน้อยๆน่ารักเชียว)  ใช้เวลาในการเดินทางเพียงชั่วโมงเศษเท่านั้นก็ถึงหลวงพระบาง พอไปถึงก็มีไกด์มารับที่สนามบินฉันเห็นป้ายบริษัททัวร์ที่จองไว้ก็ตรงเข้าไปหาทันที พอขึ้นรถออกมาได้สักพักฉันเห็นเอกสารเกี่ยวกับคณะที่มารับ อ้าว…..ผิดคณะนี่หว่า คุณไกด์ เธอบอกว่าวันนี้ทางบริษัทที่เมืองไทยจองมามี 2  คณะ แต่ไม่เป็นไร ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไปแลกกรุ๊ปกันที่ร้านอาหารก็แล้วกัน และพวกเราก็ได้รับการต้อนรับด้วยส้มตำใส่กระปิ รสชาติแปลกๆ
อร่อยดีเนหมือนกันแต่บังเอิญยังไม่คุ้นลิ้นเลยลชิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
มื้อต่ิอๆมาเริ่มชิน…แซบหลาย

หลังจากทักทายด้วยอาหารแล้ว แลกไกด์และรถให้ถูกตามกำหนดเรียบร้อย ไกด์ของฉันเริ่มแนะนำตัวเพื่อให้พวกเราจำแม่นๆ ว่าเขาชื่อตุ๋ย และคนขับรถชื่อยุ่ง จำง่ายๆว่า ตุ๋ยอย่ายุ่ง
จากนั้นก็เริ่มเที่ยวชมน้ำตกกวางสี  ห่างจากหลวงพระบางประมาณ 30 กิโลเมตร สามารถเหมารถจากหลวงพระบางไปได้ส่วนราคาแล้วแต่จะตกลงกัน


สภาพป่าบริเวณน้ำตกกวางสีร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนสัมผัสกับธรรมชาติเย็นสบาย

หลังจากพักผ่อนเย็นสบายกันแล้วก็ไปต่อกันที่พระราชวังหลวงพระบางซึ่ง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เลยออกแบบตัวอาคารแบบฝรั่งเศสกับศิลปะลานช้างในตัวพระราชวังได้อย่างลงตัว

 

 

ภายในพระราชวังตกแต่งอย่างสวยงามด้วยจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวลาว งานประเพณี

ก่อนกลับที่พักคุณตุ๋ยเธอบอกว่าประมาณ 3 ทุ่ม ที่ข้างๆโรงแรมที่พักของพวกเรามีรำวงลาว ถ้าสนใจก็เดินไปดูได้ไม่เสียตังค์ ไม่เลวเลยละ ชื่อร้านราตรีเมืองลาว คลายๆกับคาเฟ่บ้านเรา คนที่มาเที่ยวออกไปเต็นรำกันเต็นได้เหมือนกันหมดไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา ดูดีจัง

เช้าวันใหม่ก็ไปเที่ยวชมธรรมชาติที่ถ้ำติ่ง ในการเดินทางต้องนั่งเรือไปชมวิวแม่น้ำโขง



ภายในถ้ำติ่งจะมีพระพุทธรูปจำนวนมากมายหลากหลายขนาดเต็มไปหมด

และหลังจากที่ชมถ้ำเรียบร้อยจะได้ชมวิถีชีวิตของลาว ก่อนจะกลับ

มาชมโบราณสถานกัต่อที่วัดเชียงทอง

 



วัด
เชียงทอง มีอุโบสถที่โดดเด่นลวดลานสะดุดตา  สวยงาม
หลังคาพระอุโบสถโค้งลาดต่ำลงมาซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น
เป็นศิลปะแบบหลวงพระบางที่น่าชมมากทีเดียว

และวัดต่อมาก็เป็นวัดวิชุลราช

วัดวิชุลราชเป็นวัดที่ดูแปลกตาด้วยพระธาตุเจดีย์รูปร่างโค้งมนเหมือนผลแตงโมโดดเด่น มองเห็นแต่ไกลเชียว

 

หลังจากเที่ยวชมโบราณสถานเรียบร้อยแล้วก็มาชมธรรมชาติกันอีกครั้งที่ภูษี 

ภูษีเป็นภูเขากลางเมืองสูงประมาณ 150 เมตร บนยอดเขามีพระธาตุพูสี ฟังดูแล้วไม่สูงเลยนะคะแค่จิ๊บๆ เอง ไม่ขึ้นก็เสียเที่ยวอุสาห์มาทั้งที แต่พอขึ้นจริงๆก็เหนื่อยเหมือนกันนะไอ้จิ๊บๆเนี้ย แต่เมื่อขึ้นไปแล้วก็คุ้มสุดๆ เพราะมองเห็นวิวเมืองหลวงพระบางโดยรอบเลย
เห็นทั้งสายน้ำโขง สายน้ำคาน ที่โอบล้อมภูเขา
โดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า 


มุมนี้เห็นเมืองหลวงพระบางทั้งเมือง

ส่วนมุมนี้เห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน

  เค้าว่ากันว่าหากมาหลวงพระบางไม่ได้ขึ้นภูษีถือว่ามาไม่ถึงหลวงพระบาง พอลงจากภูษีแล้วก็ได้ช็อปทันทีเชียวเพราะตลาดอยู่ด้านล่างของภูษี

วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวใส่บาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์จำนวนมากมายทีเดียวและนี่ก็เป็นอีกสิ่งที่น่าจะรวมอยู่ในมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม

และนี่คือไฮไลท์อีกอย่างของการเที่ยวหลวงพระบาง……เพราะหลังจากใส่บาตรเรียบร้อยแล้วก็บินกลับกรุงเทพฯ กันเลย

 



 



 

 

14 Comments to

“เหินฟ้าสู่หลวงพระบาง”

  1. February 23rd, 2010 at 9:36 pm       athenaz Says:

    ้hello hello

    หลวงพระบาง สบายดีทุกวันนะคะ ..
    Arley Station


  2. February 22nd, 2010 at 3:54 pm       alphabet Says:

    เค้าว่าให้รีบไปเที่ยวหลวงพระบางก่อนจะเปลี่ยนไป :)


  3. February 22nd, 2010 at 1:16 pm       rapeseed Says:

    สวัสดีคะ หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้นค้า …ถ้าเป็นจะขอแบ่งสินสมรสให้สาหัสเลยค้าคุณทนาย !!!


  4. February 22nd, 2010 at 10:41 am       athenaz Says:

    กลับมาแล้วค่ะ เหมือนไปเชียงราบ เชียงใหม่นี่เองค่ะแป็บเดียว (ไปเป็นล่ามประชุมค่ะ)

    Bye now na ^^


  5. February 22nd, 2010 at 9:43 am       athenaz Says:

    ดอกไม้แปลกๆที่สวนนก Jurong ในสิงคโปร์ค่ะ ^^

    Jurong Bird Park 24 May _47

    สุขสันต์ทุกวัน ไม่เว้นวันทำงานค่ะ :))


  6. February 22nd, 2010 at 9:41 am       athenaz Says:

    ธรรมชาติที่นั่นยังงามอยู่ทีเดียว
    พลวงพระบางยังดูเขียวไปด้วยต้นไม้ วัดเก่าก็รักษาไว้
    ต้องหาโอกาสเที่ยว..ขอเก็บข้อมูลบ้านนี้ก่อนค่ะ ^^
    ..
    ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็กเสมอค่ะ :))


  7. February 21st, 2010 at 8:58 pm       rapeseed Says:

    มาอ่านและดูรูปที่บล็อกนี้แล้วเหมือนได้ไปเทียวหลวงพระบางเองเลยคะ หากไปโดยรถยนต์นั้นป่วยได้ง่ายๆเลยนะคะทางไกลและลำบาก แต่ถ้านั่งเครื่องก็แป๊บเดียว ขอบคุณที่ทำให้ดิฉันได้ระลึกถึงความหลังที่หลวงพระบางอีกครั้ง


  8. February 21st, 2010 at 12:11 am       athenaz Says:

    singapore010

    ตอนนี้อยู่สิงคโปร์ค่ะ รูปนี้เป็นโบสุ์เก่าสมัยเป็นอาณานิคม อนุรักษ์ไว้สวย ..มองจากห้องโรงแรมวิวโบส์คล้ายแบบนี้ค่ะ


  9. February 21st, 2010 at 12:08 am       athenaz Says:

    รูปพระอาทิตย์ตก งามจังค่ะ
    ส่วนเรือริมโขงนั้นยาวน่าดู และแคบด้วย
    ได้นั่งหรือเปล่าคะ ?

    เพิ่งเข้ามาเยี่ยม…ไม่อยู่สองสามวันค่ะ

    ขอบคุณพาเที่ยวค่ะ คุณน้อง rwatcharakorn :))

    Good nite ka ^^


  10. February 20th, 2010 at 4:40 pm       pijika Says:

    ว่าจะไป ไม่ได้ไปซักทีเลยค่ะ


  11. February 20th, 2010 at 10:24 am       rwatcharakorn Says:

    ค่ะคุณหนุ่ม จะตามไปที่ http//www.namchiew.com


  12. February 19th, 2010 at 8:18 pm       jtatanan Says:

    บรรยากาศข้างบนภู มองลงมาสวยจังเลยครับ เสียดายตอนที่ผมไป กล้องเจ้ากรรมดันแบตหมดทุกตัว เลยอดถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินเลย


  13. February 19th, 2010 at 6:41 am       หนุ่ม Says:

    ภาพสวยงามมากๆครับ ได้บรรยากาศ ที่น่าไปสัมผัส ว่างๆเอา เรื่องนี้มาเผยแพร่ที่นี่ด้วยนะครับwww.namchiew.com ยินดีต้อนรับ


  14. February 18th, 2010 at 3:14 pm       birdyicecoffee Says:

    เราเพิ่งตอนปลาย มค นี้เอง ติดใจบรรยากาศหลวงพระบางเนอะ ที่สำคัญ เราทิ้งหัวใจเราไว้ที่นั่นด้วยอะ อิๆๆ


You must be logged in to post a comment.