ฉันได้อ่านเรื่องราวของ The Body Farm ครั้งแรกจากนิตยสารหัวนอกฉบับหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
นานมากเสียจนจำได้เพียงเลือนๆว่า เป็นแปลงทดลองเกี่ยวกับนิติวิยาศาสตร์
ครั้งนั้นคิดอ่านเพื่อความบันเทิงและไม่ได้สนใจติดตามอีก
จนมาสะดุดตากับชื่อ The Body Farm อีกครั้งจากเว็บไซต์เกี่ยวกับอาชญากรรม
ซึ่งมักอ้างอิงเปรียบเทียบผลชันสูตรเบื้องลึกกับงานวิจัยที่ได้จาก The Body Farm
ฉันจึงได้ค้นหาเรื่องราวของ The Body Farm เพื่ออ่านโดยละเอียดอีกครั้งจากในเว็บไซต์
เดียวกันนั้น ตั้งแต่ราวๆกลางปีก่อน ..
จนเมื่อวาน .. เรื่องราวของวัดพระบาทน้ำพุที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ลงสื่อนอก ซึ่งเรื่องหนึ่งในนั้น
คือเรื่องของพิพิธภัณฑ์มนุษย์ หรือ Life Museum มันทำให้ฉันนึกโยงไปถึง The Body Farm
อีกครั้ง ในความแตกต่างระหว่าง เชิงศาสนาและเชิงวิทยาศาสตร์ ..
เรื่องราววันนี้ อาจจะมีภาพที่รบกวนกระเพาะอาหารของคุณๆผู้อ่าน
หากเพิ่งอิ่มหนำสำราญ .. อย่าเปิดอ่านดีกว่า ..ค่ะ
พุทธศาสนา กล่าวไว้ว่า อสุภะกรรมฐาน คือ การพิจารณาศพตั้งแต่ตายใหม่ๆ
ไปจนย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงอนิจจังว่าสังขาระ เป็นสิ่งไม่เที่ยง
เมื่อมีเกิด ย่อมมีแก่ และมีเจ็บตาย ไม่มีสิ่งใดคงทน ไม่มีตัวตน
เมื่อคนเราตายลงก็เหลือเพียงร่างกายที่จะต้องเน่าเปื่อยสลายดับสิ้นไปเท่านั้น
เมื่อเราได้พิจารณาแล้ว เราก็จะไม่ยึดในรูป ไม่ยึดในสัญญา สังขาร วิญญาณหรือเวทนา
พิพิธภัณฑ์ชีวิต .. ที่วัดพระบาทน้ำพุ ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงซากอสุภะให้คนเราได้ตระหนัก
ว่าชีวิตคนเราก็เท่านี้ .. ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงซากศพต่างๆของผู้ป่วยโรคเอดส์
มีทั้งเด็ก มีทั้งผู้ใหญ่ มีทั้งหญิง มีทั้งชายและเพศที่สาม
ซึ่งแต่ละศพนั้นล้วนแต่ได้รับการบริจาคร่างกายเพื่อให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ศึกษา พิจารณา
ถึงความไม่เที่ยง ไม่จีรัง เพื่อจะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
แน่นอนว่า .. ย่อมเน้นเกี่ยวกับการติดเชื้อเอดส์ เนื่องด้วยจัดแสดงไว้ในอาณาเขต
ของวัดพระบาทน้ำพุ
.jpg)
ภาพ : ภายในพิพิธภัณฑ์ชีวิต(จากอินเตอร์เน็ต)
จริงๆแล้ว บ้านเรามีพิพิธภัณฑ์ที่แสดงเกี่ยวกับซากศพหลายแห่ง
แต่ส่วนมากแล้วจัดแสดงเพื่อให้ได้ศึกษาเกี่ยวมนุษยวิทยา ที่ฉันเคยไปเยี่ยมชมมาก็คือ
พิพิธภัณฑ์คลองดอนที่ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งขณะนี้ได้ย้ายไปจัดแสดงไว้ที่อาคารทางด้านหลัง
โรงพยาบาล ติดกับอาคารนิติเวช .. ในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มนุษยวิทยานั้น
หากจะให้บอกเล่าตามความรู้สึกจริงนั้น คือ นอกจากจะได้ศึกษาเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์แล้ว
ก็อดจะนึกปลงไปกับความไม่เที่ยงของสังขารไม่ได้
ในปี 1981 ด็อกเตอร์บิล เบสส์ ได้จัดสร้าง The Body Farm ขึ้นที่เมืองเทนเนสซี่
บนผืนดินที่ได้รับบริจาคมาในขนาด 2 1/2 เอเคอร์ ท่านต้องการที่จะจัดสร้าง The Body Farm
ก็เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการเน่าเปื่อยย่อยสลายของซากศพในเชิงวิทยาศาสตร์
.jpg)
ภาพ : ทางเข้า the body farm (จากอินเตอร์เน็ต)
ปีแรกๆเลยนั้นทางแปลงทดลองร่างกายมนุษย์แห่งนี้ได้รับบริจาคศพของคนจรจัดมาเพียง
4-5 ศพเท่านั้น ปัจจุบันได้รับบริจาคศพเพิ่มเป็นปีละประมาณ 40 ศพ
แต่ละครั้งที่ The Body Farmรับศพเพื่อนำมาทดลองนั้น
จะรับศพมาคราวละ 25 ศพ เพื่อนำไปใช้ทดลองวิจัยในระยะเวลา 1 ปี
แต่ละศพจะถูกจัดวางไว้ในหลากหลายอิริยาบถและสภาพแวดล้อม ..
บางศพจะถูกจัดวางไว้กลางแจ้ง บางศพจะถูกแขวนไว้ บางศพนั้นจะถูกใส่ไว้ที่ท้ายรถ
บางศพถูกฝังไว้ในเลน บางศพจะถูกคลุมไว้ด้วยผ้าพลาสติก บางศพใส่ไว้ในโลง
บางศพจะถูกแช่แข็งไว้ในตู้เย็น บางศพถูกถ่วงไว้ในน้ำ บางศพที่รับมานั้นไร้ศรีษะ
บางศพเต็มไปด้วยบาดแผล 2-3 ศพที่ถูกส่งมาในลักษณะที่ถูกแยกชิ้นส่วน
ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงเน่าสลายของร่างกาย
เพื่อนำไปเปรียบเทียบในการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่างๆ

ภาพ : ซากศพในแปลงทดลองของ The Body Farm (จากอินเตอร์เน็ต)
The Body Farm ได้ทำการวิจัยโดยละเอียดเกี่ยวกับสภาพศพ สภาพดิน ภูมิประเทศ
อุณหภูมิและเก็บรายละเอียดต่างๆเหล่านั้นไว้ เพื่อใช้ในการคลี่คลายคดีต่างๆ
และเพื่อชันสูตรหาระยะเวลาที่ศพถูกทิ้ง ย้อนกลับได้จนถึงระยะเวลาที่เหยื่อถูกฆาตกรรม
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแม้แต่ FBI ต่างก็ต้องมาศึกษาที่ The Body Farm
นอกจากนี้ The Body Farm ยังได้ทำการวิจัยอีกหลายอย่างและรวบรวมข้อมูลต่างๆไว้
เพื่อนำไปพัฒนาเชิงวิทยาศาสตร์
ผลงานเด่นๆที่ The Body Farm กำลังพัฒนาอยู่ก็คือ สเปรย์กลิ่นศพ ..
ที่จะนำไปฉีดให้สุนัขดมกลิ่นได้ฝึกการค้นหาศพ
เรดาร์ตรวจจับใต้ดิน .. ที่มีการพัฒนาการค้นหาศพที่ถูกฝังไว้ใต้ซีเมนต์ในระดับความลึกที่แตกต่าง
ทั้งนี้เคยนำไปใช้ค้นหาเหยื่อทางการเมืองในโครเอเชีย บอสเนียและปานามามาแล้ว
เนื่องจากกรณีต่างๆเหล่านั้น หลุมศพที่พบมีบริเวณกว้างมาก จึงจำเป็นต้องใช้เรดาร์ตรวจจับ
เพื่อความแม่นยำก่อนจะลงมือขุดศพเหล่านั้นขึ้นมา
ซอฟต์แวร์ที่จะจำแนกแยกแยะโครงกระดูกที่พบ ซึ่งจะทำให้ระบุเชื้อชาติ เพศ รูปร่าง ส่วนสูง
อายุและสาเหตุการตาย ทั้งนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากโครงกระดูกที่ด็อกเตอร์บิลล์ เบสส์
เก็บสะสมไว้และจากโครงกระดูกที่ปล่อยวางจนเน่าสลายหมดใน The Body Farm
และพัฒนาซอฟต์แวร์โดยด็อกเตอร์ริชาร์ด แจนทซ์ ซึ่งทำการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง
ฯลฯ
.jpg)
ภาพ : ศพที่ถูกทิ้งวางไว้จนเหลือแต่โครงกระดูกใน the Body Farm (จากอินเตอร์เน็ต)
หากให้เปรียบเทียบว่าพิพิธภัณฑ์ชีวิตกับ The Body Farm ว่าแตกต่างกันตรงไหน
ก็ต้องบอกว่า พิพิธภัณฑ์ชีวิตให้สติแก่ผู้เข้าเยี่ยมชม เพื่อจะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
อย่างสำเริงสำราญเกินไป จนขาดความยับยั้งชั่งใจ
ส่วน The Body Farm ให้ความรู้เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ที่จะค่อยๆเน่าเปื่อยหลังความตาย
ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ อันจะนำมาเป็นหลักฐานในเชิงวิทยาศาสตร์เพื่อพิจารณาคดี
เราทุกคนคงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยตาย หรือถูกฆ่าตายหรอกใช่ไหม ??
อย่าประมาทกับชีวิต ..นะคะ
เขียนโดย sazzie ที่ 2008-04-24 09:59:34 น. 59 ความคิดเห็น
ว๊า....ย นึกว่าคุณศศิ จะพาเที่ยว แหะ ๆ
กลายเป็น body farm ที่สุดสยอง
เห็นรูปแล้ว ไม่กล้าอ่านคำบรรรยายเลยอะ 555
มีเสียงดัง ๆ ที่หูว่า "ไม่ต้องกลั้ว" ซะด้วย!
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยไปดูโครงกระดูกที่ร.พ.ศิริราช น่ากลัวมากค่ะ
สวัสดีคะคุณศศิ..เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีใครอยากตาย ไม่ว่าจะรูปแบบใด? เราจึงไม่ควรประมาท เพราะเราไม่รู้วันตาย บางทีอาจจะเป็นวันนี้ หรือพรุ่งนี้ไม่มีใครรู้ แม้แต่โหรที่ว่าแม่นหนักหนา กล้าและเสี่ยงในการออกมาปาวๆ ฟันธงในเรื่องต่างๆ แต่ไม่รู้วันตายของตัวเอง ? / ฉันไม่รู้เรื่องมากนักเกี่ยวกับวัดพระบาทฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันเชื่อคือ "ความจริงใจและความครัทธา" ถ้าเราบริสุทธิใจไม่ว่าใครจะวิจารณ์ไปในด้านใด ถ้าใจไม่อ่อนไหวหรืออ่อนแอ ย่อมมีพลังที่จะต่อสู้ เพื่อคนที่เรารักและรักเรา หรือการช่วยเหลือที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นแรงบันดาลใจให้เราสู้เพื่อสิทธิของเราและทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้กับนักต่อสู้ทุกคน และอย่าประมาทในชีวิตเหมือนที่คุณศศิบอก และขอขอบคุณคุณศศิมาก ที่ให้ความรู้ในเรื่อ The body farm. / good day ค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เลดี้ 5555555 ก็เนี่ยไงคะพี่ หนูก็พาเที่ยวแล้วไงคะพี่ เรื่องไม่น่ากลัวค่ะพี่ แต่ภาพน่ะค่ะ ที่หนูกังวลว่าจะรบกวนกระเพาะอาหารได้ค่ะ 55555
นี่หนูเอาภาพซากที่แห้งแล้วมานะคะ จริงๆมีแบบกำลังอืดเลยด้วยค่ะ อิอิ
ไม่ต้องกลัววววค่าาาาาพี่่เลดี้้ขาาาาาา บรู๋วววววว
good day ค่ะ :)))))
อ่านแล้ว เปิดโลกทรรศน์ดี
แม้จะดูสยองไปบ้าง
เพิ่งรอยหยัดในสมองขึ้นอีกหลายหยัก
แต่ถ้าจะพาไปเที่ยวชมฟาร์มนี้ ขอสละสิทธิ์ดีกว่า
สวัสดีครับคุณศศิ
ไม่ได้แวะมาเยี่ยมบ้านของคุณเสียหลายวัน
ไม่ใช่ว่าลืมหรอกนะครับ แต่เวลาแวะไปบ้านอื่นๆไม่พอเพียง งานยุ่งๆนะครับ
วันนี้แวะมา ก็เลยได้เจออสุภกรรมฐานชั้นดีเลย
ไม่คิดว่า คุณศศิจะอธิบายหลักคำสอนทางพุทธศาสนาได้ดีปานนี้
ที่ต้องขอบคุณคือ ข้อมูล ของ เดอะ บอดี้ ฟาร์ม และผลงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลพวกนี้ ชนสุรินทร์ไม่เคยรับทราบมาก่อนเลยครับ
นี่ถ้าไม่มีกรณีข่าวของวัดพระบาทน้ำพุ คงไม่ได้อ่านเรื่องราวนี้จากบ้านของคุณศศินะนี่
นับว่า คุณศศิเป็นคนมีความรู้กว้างขวางคนหนึ่ง
วันนี้ขอยกให้เป็น "นักปราชญ์หญิง" นะครับ
สวัสดีค่ะน้องกิ๊บซี่ 555555 เมื่อก่อนพี่ไปดูครั้งแรกเลยคือตอนเรียน ม.ปลาย ไปครั้งนั้น แหม่ มันตื่นเต้น เขย่าขวัญมาก ครั้งล่าสุดที่ไป เปลี่ยนอารมณ์เป็นปลง ชี้ให้ลูกดูว่า .. เนี่ยดูสิคนเราตายแล้วก็เป็นแบบนี้ ตายแบบนี้ ศพออกมาเป็นอย่างนี้ ฯลฯ
และครั้งสุดท้ายที่ไปนั่น พี่มีอาการจะเป็นลมด้วยค่ะ มีความรู้สึกว่าออกซิเจนน้อยมาก เพราะอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาอาบศพหรือเปล่าก็ไม่รู้ .. good day ค่ะ :)))))
ท้ายทีสุดก็ไม่มีใครที่เป็นอมตะได้
เวลาเห็นเรื่องพวกนี้ หรือไปที่สุสาน มักเกิด อาการ 'ปลง' ทุกที
สวัสดีค่ะคุณปลา ด้วยความยินดีค่ะ อ่านข่าวเรื่องวัดพระบาทน้ำพุแ้ล้วก็เห็นใจเจ้าอาวาสและ จนท.ที่นั่นทุกคนนะคะ ตัวศศิได้ชมเรื่องเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุเป็นระยะๆ ก็เพิ่งจะได้ทราบว่าที่นั่นมีพิพิธภัณฑ์ชีวิตจัดแสดงจากข่าวเมื่อวานนี่เองค่ะ เลยลองค้นดูจากทางอินเตอร์เน็ต ก็ทราบว่าจัดแสดงเพื่อเตือนสติไม่ให้เราใช้ชีวิตอย่างประมาท อีกทั้งให้ปลงกับสังขารว่าไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน
ศศิเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมอาสาสมัครต่างชาติสองคนแล้ว (คนแรกมาจากฮอลแลนด์ค่ะ) ที่ไปให้สัมภาษณ์ในทางไม่ค่อยดีกับสื่อต่างชาติ ลองนั่งคิดดูก็ว่าสงสัยเขาอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับอสุภะกรรมฐานของพุทธศาสนากระมัง
หากคนเราเรามีศรัทธาที่จะทำความดีเพื่อส่วนรวม แน่นอนว่าย่อมไม่ไหวเอนไปตามแรงวิพากษ์ค่ะ ท่านเจ้าอาวาสและ จนท.ที่นั่นก็เช่นกัน ศศิว่ายิ่งมีคำวิพากษ์ออกมามากๆ พวกท่านๆเหล่านั้นย่อมได้สร้างความเข้มแข็งในศรัทธาได้มากขึ้นค่ะ เพื่อพิสูจน์ว่าพวกท่านๆได้ทำงานช่วยเหลือเพื่อส่วนรวมอย่างบริสุทธิ์ใจ
good day ค่ะ :)))))
สวัสดีค่ะคุณวู๊ดดี้ 5555555 ธ่อ เนี่ยว่าจะจัดจับรางวัลหางบัตร พาผู้โชคดีไปเที่ยวบอดี้ฟาร์มนะคะเนี่ย ไม่อยากไปจริงๆเหรอคะ ไปเหอะ 555555
รายละเอียดของบอดี้ ฟาร์มยังมีอีกยาวเลยค่ะ แต่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลวิจัยต่างๆน่ะค่ะ วันนี้เอาแค่จุดประสงค์ในการก่อสร้างมาให้อ่านกันค่ะ
จริงๆของไทย ถ้าจะทำแบบนี้บ้างนี่สบายเลยนะคะ เพราะศพไม่มีญาติบ้านเรานี่เพียบเลย
good day ค่ะ :)))))
สวัสดีค่ะคุณชนสุรินทร์ ยอกันเกินไปแล้วค่ะคุณ แต่ขอบคุณมากค่ะ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันกันค่ะ ศศิมีลิงก์ของเว็บ crimelibrary อยู่ในบล็อกนี้ค่ะ ด้านล่างนั่น เป็นเว็บที่ศศิชอบอ่านน่ะค่ะ 5555 คือ เห็นแต่ชื่อ อาจจะคิดว่า มันต้องเป็นเรื่องฆาตกรรมอย่างเดียวแน่ๆเลย แต่จริงๆแล้ว ในนั้นมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์หลากหลายเลยค่ะ ใครชอบดู CSI นี่ ไปอ่านได้เลยค่ะ มันส์กว่าดูหนังอีก
ส่วนเรื่องอสุภะกรรมฐานนั้น ก็ไม่ได้รู้มากหรอกค่ะ ศศิรู้เพียงนิดหน่อยแค่นั้นเอง จำคำผู้ใหญ่ที่ท่านคุยๆกันน่ะค่ะว่า คือการปลงสังขาร ให้เราไม่ยึดติดกับรูป รส กลิ่น เสียง เพราะต่างๆเหล่านั้น ไม่จีรังยั่งยืน
ศศิก็ไม่ค่อยได้แวะอ่านเลยค่ะ วันสองวันนี้ยุ่งๆเหมือนกันค่ะ .. ก็จากพายุฝนที่โหมกระหน่ำนี่ล่ะค่ะ 555555 good day ค่ะ :)))))
สวัสดีค่ะีพี่เมย์ เพื่อนๆ คนรอบตัวหนูชอบว่าหนูเป็นโรคจิต เพราะหนูชอบดู ชอบอ่านเรื่องพวกนี้น่ะค่ะ 55555 พวกเขาบอก เรื่องสวยๆงามๆไม่ดู ไปดูอะไรก็ไม่รู้อยู่ได้ แหม .. คนเรายังไม่เน่าก็ดูดี ดูสวยทั้งนั้นแหละนะคะพี่ หาดูอะไรที่ไม่สวยไม่งามดีกว่า ดูแล้วจะได้ไม่ยึดติดมากนัก
อสุภะกรรมฐาน จริงๆเขาว่าดูเพื่อให้ปลงและตัดให้ขาด แต่หนูดูเพื่อให้ไม่ยึดติดเท่านั้นพอค่ะ good day ค่ะ :)))))
คนเราส่วนใหญ่ก็ยังชอบความปรุงแต่งอยู่เสมอจนบางทีสถานที่เหล่านี้อาจกลายเป็นเหยื่อ เช่นพวกชอบโชว์ว่าตัวเองไม่กลัวผี หรือแบบพวกดาราชอบทำคือต้องกลัวอะไรแปลกๆไว้ก่อน แต่คนส่วนใหญ่ผมว่าจะรู้สึกเพียงชั่วครู่แล้วก็จางไปตามกาลเวลา เหมือนตอนเรียนแล้วเห็นคนรับปริญญาจะอยากจบบ้างแล้วไม่นานก็ไปเที่ยวผับต่อ ๕๕๕๕๕ เมื่อคืนก่อนเห็นเรื่องวัดพระบาทน้ำพุผ่านๆตาทางทีวีช่องไหนไม่แน่ใจเพราะเปิดผ่านๆพอดีจำท่านเจ้าอาวาสได้(ไม่ได้รู้จักกันนะครับ) บางครั้งคนเราตั้งใจทำอะไรที่ไม่เหมือนใครนี่กลายเป็นสิ่งแปลกต้องประนามไปซะงั้น แต่บนความแปลกแยกนั้นต้องไม่อยู่บนความเดือดร้อนของสังคมเหมือนคนที่ไม่ยอมยืนถวายความเคารพในโรงหนังจริงไหมครับ
สวัสดีค่ะคุณซาตาน โอ้ .. เรื่องข่าวคนที่ไม่ยืนถวายความเคารพในโรงหนังนั่น ศศิได้ฟังมาจากไอ้แก่เมื่อคืนนี้ค่ะ ยังบอกมันว่า เหรอ .. ไม่เห็นข่าวเลย
เมื่อคืนท่านเจ้าอาวาสไปออกรายการตาสว่างทางช่อง 9 ค่ะ ศศิได้ชมในช่วงท้ายของรายการแล้วน่ะค่ะ
หากคิดในแง่ของศาสนาก็ได้อีกหนึ่งแง่ค่ะ คือ ความดีมักจะมีมารมาขัดขวางเพื่อทดสอบจิตค่ะ ว่าจะหวั่นไหว โกรธ ไปตามจุดมุ่งหมายของมารนั้นหรือไม่ หรือจะให้อภัยและเพียรสร้างความดีที่ตั้งใจต่อไป
นะ .. ไม่ต้องสาธุค่ะ ยังไม่ได้คิดจะบวช 5555555
good day ค่ะ :)))))
sazz' โหลดหน้านี้ขึ้นมาเสร็จ ข้าพเจ้าที่กำลังกินขนมคาปาก รู้สึกกลืนยากนิดหน่อยนะ ฮาฮาฮาฮาฮา...
อันนี้รายงานเพื่อทราบเฉยๆ ยังไม่ใช่ความคิดเห็นนะ ฮาฮาฮาฮาฮา...
The Body Farm เล็กๆในกาฬสินธุ์ก็มีเหมือนกันนะครับ ที่วัดป่ามัฌชิมาวาส เดี๋ยวจะหารูปมาให้ชมบ้าง
แต่ก่อนก็มีคนมองว่า วัดนี้แปลกๆ เหมือนกรณีทีุ่คุณ satan10 ว่ามา แต่เพราะความขลัง การปฏิบัติของพระสายวัดป่าที่นี่อย่างเข้มข้น ทุกคนจึงได้มอบความศรัทธาให้ จึงกลายเป็นสถานที่นั่งสมาธิที่สงบอีกแห่งหนึ่ง
คุณศศิไปมารึยังเนี่ย
การเสนอข่าวเรื่องดังกล่าวมันเป็นดาบสองคมครับ เพราะหมอนั่นเอาป้ายภาษาอังกฤษที่เตรียมอย่างดีมาด้วยพร้อมเชิญสื่อต่างชาติมา สื่อไทยคงไม่อยากเป็นเหยื่อเลยไม่นำเสนอดีกว่า แต่ถ้าคุณศศิอ่านข้อเขียนหน้ากระดานเรียงห้าของคุณคำนูณใน Manager ก็อาจมองเห็นบางอย่างที่กำลังดำเนินไปเงียบๆครับ ในแง่ศาสนาที่คุณศศิว่าอาจใช้คำว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด" ก็คงได้มั้งครับ มองฟ้าตอนนี้ฝนมาอีกแล้วทีแรกว่าจะออกไปทำธุระสงสัยต้องอยู่ในที่ตั้งซะแล้ว ดูที่แถบพยากรณ์บอกว่าพรุ่งนี้ก็มีฝนอีกเซ็งเลย
ไม่ว่ายามหิวหรือยามอิ่ม ใจรับรู้ เรียนรู้ ทุกเรื่องราวได้ทันที แต่ความคิดแยกวัย/วัยเด็กวัดเคยนอนหัวชนเสาที่แขวนโครงกระดูก ใจคิดไม่กลัว พอโต,แม้ปัจจุบันใจไม่ค่อยกล้า ?..
เกิด แก่ เจ็บ ตาย ..เป็นของแน่นอน
เคยเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ที่ศิริราช ตึกเก่าๆ ขลังน่าดู เคยเดินผ่านอาจารย์ใหญ่ตลอด 2 แนวฝั่ง คิดว่า สักวันเราทุกร่างล้วนต้องนอนนิ่งเช่นกัน
ตามที่ผมอ่านตามเวบ http://hilight.kapook.com/view/23042 ชาวต่างชาตินั้นจะเน้นไปที่เรื่องค่าใช้จ่ายที่ได้รับบริจาค เพื่อจะดูแลผู้ป่วย มากกว่าจะเน้นไปที่พิพิธภัณฑ์มนุษย์
การซื้อเครื่องเล่นยิงลูกฟุตบอลจากยุโรป มาประดับในวัด ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดมันจึงจำเป็นสำหรับวัดแห่งนี้!
อ้างว่าทางวัดมีระบบทำบัญชีที่ดี โดยพระอลงกตยังได้ขอให้นายแอนดรูว์ไปหาสำนักงานเลขาฯของวัด เรื่องการใช้จ่ายของวัด ซึ่งเมื่อเขาได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฎว่าแต่ละคนกลับให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ไม่ตรงกัน และไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า โครงการบ้านเด็กกำพร้าได้รับเงินทุนสนับสนุนอย่างไร
หากผู้ป่วยเข้มแข็งด้วยยารักษาโรคเอดส์แล้ว วัดก็คงจะได้รับเงินสนับสนุนน้อยลง ดังนั้น ยารักษาเอดส์สูตร ARV ที่ยังคงมีราคาสูง อาจถูกซื้อมาที่นี่ แต่มันก็จะไม่ได้ใช้กับคนไข้
ผมว่าที่จะพิสูจน์ได้เน้น ๆ คือเครื่องยิงลูกฟุตบอลว่ามันมีจริงหรือเปล่า มีใครรู้บ้างช่วยบอกที
ยอมรับว่างานบทความวันนี้ แล้วปลง แต่พอมาอ่านเม้นท์ของหลายๆ ท่าน รู้ทันทีว่าตกข่าวไปเสียแล้วเรา เดี๋ยวต้องไปตามข่าวหน่อยนะน้อง เดี่ยวมา อิอิ
ชีวิตคนเราก็เพียงเท่านี้
สวัสดีค่ะท่านศร 5555555 ธ่อ ก็ศศิทำตัวทึบเตือนไว้แล้วนี่คะ ว่าถ้าเพิ่งหม่ำมาอย่าอ่านดีกว่าอ่ะค่ะ ตอนนั่งเขียน ศศิยังต้องจิบน้ำบ่อยๆเลยค่ะ ไล่ของเก่ากลับลงคอ 55555555 good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณบอน ยังไม่เคยไปเลยค่ะ แต่พ่อศศิน่าจะเคยไปมาแล้วค่ะ ที่นั่นก็มีการจัดแสดงอสุภะเพื่อใช้ในการวิปัสสนากรรมฐานใช่มั้ยคะ ??
คุณบอนจัดมาเลย ศศิจะได้ไปอ่านเผื่อเป็นไกด์ไลน์ ตอนจัดวันเดินทางใหม่ได้น่ะค่ะ good evening ค่ะ ;)))))
คุณซาตาน ที่บ้านศศิฝนเพิ่งขาดเม็ดไปเมื่อครู่นี่เองค่ะ ลงมาตั้งแต่เย็น
เดี๋ยวศศิจะย้อนไปอ่านหน้ากระดานเรียงห้าค่ะ แต่เรื่องที่กำลังดำเนินไปอย่างเงียบๆนั่น บางทีมันไม่ได้เงียบหรอกนะคะ มันออกจะเปิดเผยโจ่งแจ้งด้วยซ้ำ ซึงศศิก็ได้แต่แปลกใจว่า ทำไม .. จึงยังดำเนินการอยู่ได้ โดยไม่มีการถูกปิด .. ถูกจับ .. ถูกดำเนินคดีหรือสาวไปถึงตัวการ
แต่พอคิดอีกครั้ง แม้มันจะเปิดเผยโจ่งแจ้ง แต่อย่างตัวเราไปเปิดเจอ ได้อ่าน ได้ดู เราก็อุบ อุบเพราะยิ่งไปปากต่อปากก็ยิ่งขยายความ คนไม่รู้ก็จะอยากรู้ และสิ่งที่ได้รู้มันก็ไม่ได้ประเทืองอารมณ์หรือปัญญา ซ้ำทำให้รู้สึกแย่ แย่กับพวกมาร
บางบทความที่เคยอ่าน ร้ายไปใหญ่ ไม่ทราบว่านั่งเทียนเขียนไปได้อย่างไรในเมื่อความเป็นจริงก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง มันอาจจะพยายามไซโคน่ะค่ะ
มารไม่มีบารมีไม่เกิดจริงๆ บางครั้งเราก็ควรจะขอบคุณมารนะคะ ที่ทำให้เรามีใจมุ่งมั่นในความดี ความถูกต้องอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีปีใหม่ไทยย้อนหลังค่ะคุณพ่อ หนูขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง เย็นกาย สบายใจนะคะ __/|\__
5555 แล้วทำไมตอนนี้ไม่กล้าล่ะคะคุณพ่อ แต่กลับกันกับหนูนะคะ เพราะตอนเด็กหนูกลัววววววมากๆๆๆเลยค่ะ เข้าห้องน้ำ ต้องจ้างพี่ชายไปยืนเฝ้าเลยล่ะค่ะ พอโตมากลับไม่กลัว เป็นพี่ชายหนูที่กลัวแทน 55555
อากาศแย่มากเลย คุณพ่อรักษาสุขภาพด้วยนะคะ :)))))
สวัสดีค่ะคุณ pv ค่ะ ตึกนั้นเป็นตึกเรียนผ่าศพน่ะค่ะ แต่ตอนนี้เขาย้ายพิพิธภัณฑ์ไปจัดแสดงไว้อีกตึกทางด้านหลังโรงพยาบาลแล้วค่ะ บรรยากาศไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีส่วนจัดแสดงที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ แต่โปร่งกว่าเดิม .. ที่เก่าน่ะ .. สุดยอดเลยค่ะ บันไดไม้ พื้นไม้ .. ห้องแสดงก็แยกเป็นห้องๆ ซ้ำไม่มีแอร์อีกต่างหาก
ศศิชอบดูเด็กดอง .. เวลาดูแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพวกเขายังมีชีวิต ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงกันบ้างน่ะค่ะ เมื่อก่อนไปดูบ่อย เพราะมีเด็กดองคนหนึ่งที่น่ารักมากๆ แต่พอดูปี พ.ศ.ที่ดองเขาแล้ว เขาอายุมากกว่าศศิซะอีก ดูแล้วก็คิดว่าเรานี่โชคดี ได้เกิด ได้ดำเนินชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องดับเหมือนกัน good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณ me ขอบคุณสำหรับรายละเอียดข้อมูลค่ะ สำหรับเรื่องราวที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ศศิเองก็ตามอยู่บ้างค่ะ แต่เพียงคร่าวๆเท่านั้น เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ชีวิตที่นำมาเขียนนี้ ก็เพราะได้ยินคำสัมภาษณ์ของหลวงพ่อท่านทางทีวี ทำให้สะดุดใจ เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าที่วัดนี้มีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วย แล้วเลยคิดไปถึงเดอะ บอดี้ ฟาร์ม ของฝรั่ง ที่อาจจะมีการจัดแสดงซากศพคล้ายกัน แต่ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกัน
ในเรื่องส่วนของเนื้อหาข่าวนั้น ศศิไม่ได้ยกเอามาตั้งไว้เป็นประเด็น เพราะตัวเองก็เป็นเพียงผู้ที่ติดตามข่าวอย่างคร่าวๆเท่านั้นค่ะ ยังรออ่านจากน.ส.พอยู่เช่นกัน และก็จากคุณด้วย 555 เดี๋ยวจะคลิกตามไปอ่านตามลิงก์ที่คุณให้มานะคะ
เท่าที่ฟังคำสัมภาษณ์ในวันนั้น หลวงพ่อท่านว่า ส่วนของสนามกีฬา ได้รับเงินบริจาคมาให้สร้าง คำสัมภาษณ์ก็ไม่ได้ละเอียดหรอกค่ะ เพราะรัดกุมเรื่องเวลา แต่ท่านก็ว่าทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบได้ .. ก็ต้องรอให้มีใครไปตรวจสอบก่อนจะตัดสินใจว่ามีลับลมคมในอะไรในนั้นหรือเปล่าน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะพี่เอ๋ 55555555 ปลงกับความสวยไม่มีที่ติของตัวเองเหรอไงคะพี่
ข่าวเรื่องวัดนั้น สองวันแล้วค่ะพี่ หนูเองก็อ่านและฟังคร่าวๆเท่านั้น รู้แต่ว่าสองครั้งแล้วที่วัดถูกสื่อนอกเขียนถึงในทางไม่งามน่ะค่ะ good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณ spaceline สังขารเป็นของไม่เที่ยงนะคะ good evening ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณ baglady ขอบคุณมากค่ะ :) good evening ค่า ;)))))
เมื่อคืน 23 เมษา ๒๕๕๑ ได้ฟังพระอลงกฎสัมภาษณ์ได้ความคิดหลายอย่าง
เรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม การกระทำที่เกิดขึ้นเมื่อมองจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน เอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาจับ ก็กลายเป็นเรื่องงเลวร้าย
เหมือนเรื่องประชาธิปไตย แบบที่ไทยถูกบังคับให้รับมาตามแบบตะวันตก(ประชาธิปไตย) ทั้งที่ยังเต็มไปด้วยการซื้อเสียง
การจัดตั้ง ร่างที่ถูก Stuff การจับผู้คุ้มคล้งมัดเพื่อไม่ให้ทำร้ายตนเอง ผู้อื่น มุมมองตะวันตก เป็นเรื่องผิด แต่ตามสภาพสังคมไทย สังคมตะวันออก ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าทำด้วยความปารถนาดี หรือจะต้องจัดคนดูแลจับใส่เสื้อกาวน์หรือ
ทั้งหมดนี้ถ้าตรวจสอบได้ว่าทำด้วยเจตนาดี ไม่ได้หวังลาภสักการะ ทำตามวุฒิภาวะของเรา
ก็ขอแสดงความเห็นว่า ฝรั่ง ยุ่ง หรือมีเจตนาแอบแฝงเกี่ยวกับศาสนา โดยเอาหลักศาสนาของเขามาจับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
The body farm มีการจัดทำเป็นสารคดีของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกในชื่อว่า "Biography of a Corpse" และ "Anatomy of a Corpse."
และที่เป็นหนังสือชื่อว่า Death's Acre: Inside the Legendary Forensic Lab, the Body Farm, Where the Dead Do Tell Tales เขียนโดย Dr. Bill Bass และ Jon Jefferson
ส่วนที่เป็นหนังสือนิยายใช้ชื่อว่า The Body Farm เขียนโดย Patricia Cornwell ค่ะ
ในปี 2006 มีการจัดสร้าง The Body Farm อีกแห่งที่ Western Carolina University
สวัสดีค่ะคุณ japh หากว่ากันตามความคิดเห็นส่วนตัวจริงๆ ก็คิดคล้ายๆกับคุณค่ะ คือ ด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน และด้วยหลักความเชื่อทางศาสนา ทำให้อาสาสมัครที่เข้ามา อาจจะไม่เข้าใจในวิธีการดำเนินงาน และวิธีการที่ใช้ดูแลผู้ป่วยที่นั่น ทางฝั่งตะวันตก เขาจะมุ่งเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชนมาก จนทำให้เขาอาจจะมองว่า การกระทำบางอย่างนั้นละเมิดสิทธิ์
ในบางอย่างที่ทางเรากระทำด้วยความปราณี เขาอาจจะมองว่าเรากระทำทารุณ
แต่อย่างไรก็ต้้องรอการตรวจสอบค่ะ ตามที่ท่านเจ้าอาวาสบอกไว้ว่า ทางวัดพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้เสมอ ก็รอฟังผลต่อค่ะ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ good evening ค่า ;)))))
เมื่อกลางวันเข้าไปดู The body farm ทางยูทิวป์มาแล้ว มีประโยชน์ทางนิติวิทยาศาตร์จริง ๆ บรรยากาศฟาร์มก็น่ากลัวมากค่ะ ส่วนเรื่องวัดพระบาทน้ำพุ เห็นด้วยกับพี่ค่ะ พระท่านสร้างขึ้นมาเพื่อเตือนสติคน ศพที่นำมาแสดงก็ได้รับบริจาคร่างกายแล้วด้วยค่ะ ฝรั่งคนไม่เข้าใจ ก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละท่านไปค่ะ //พี่น่าจะไปเรียนนิติวิทยาศาสตร์นะ ได้เห็นศพบ่อย ๆ เลย ฮ่าๆๆ
สวัสดีค่ะน้องหนูฝ้าย นี่แสดงว่าไม่กลัวอ่ะเด่ะ ธ่อ เลยไม่หนุกเลย เนี่ยเห็นป่ะว่าเว็บที่พี่ชอบมันไม่ได้น่ากลัวเลย แต่มันมีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจในนั้นน่ะค่ะ แม้ว่าที่พี่ตามอ่านเพื่อที่จะได้ลงมืออย่างแนบเนียบไร้หลักฐานโยงใยมาถึงพี่ก็ตาม อุ๊บส์ .. ไม่ใช่ๆ พี่อ่านเพื่อที่จะได้รู้เกี่ยวกับอาชญวิทยาเป็นหลักน่ะค่ะ 55555555
เรื่องของวัด ก็รอติดตามกันต่อไปค่ะ
นะ .. พี่คงแก่เกินกลับไปเรียนหมอแล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าพี่ไปสมัครทำงานกับร่วมกตัญญู หรือปอเต๊กตึ๊ง นี่ก็น่าจะทำให้พี่ได้สมหวังไปกว่าค่อนทางเนอะน้อง 555555555555 goodnight ค่ะ :)))))
ยังไม่แก่ พี่เรียนได้ พี่ชอบทางนี้ พี่ก็มุ่งไปทางนี้เลย
หาหลักฐานไม่เจอพี่ก็ใช้ไสยศาสตร์ช่วย พี่ทำได้อยู่แล้ว ความสามารถรอบตัว เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นไร ไม่ค่อยกลัวผีเลย สงสัยความรู้สึกด้านชาไปแล้ว ฮ่าๆๆ
มันก็เป็นการโจมตีเพื่อผลบางอย่างแหละครับ ผมเป็นคนลพบุรีก็ได้ไปที่นั้นหลายครั้ง รู้ว่าการดูแลคนป่วยเป็นงานที่หนัก และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินบริจาคไม่ได้มากมายจนเหลือล้นอะไรหรอก วัดบางวัดในบ้านเรามีเงินมากมายจากเงินบริจาคมีเยอะแยะ ความจริงแล้วคนเป็นอาสาสมัครไม่เป็นจำเป็นที่ทางวัดเขาจะต้องมาแจงรายการบัญชีอะไรให้เห็น อย่าลืมว่าวัดเขาไม่ใช่ลูกจ้างของใครจึงการที่คุณต้องการเข้าไปตรวจสอบกิจการภายในของวัดมันก็เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อยู่แล้ว คนเราบางครั้งก็ทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง กรรมมันส่อเจตนา
ดีค่ะ คุณศศิฉันเองหายไปจากบล็อคนานมาก แต่ยังจำคำแนะนำที่มากคุณค่าของคุณศศิได้
แวะมาทักทายค่ะ แฟนคลับยังแน่นหนาเหมือนเดิมนะคะ
good day ka.
ลูกชายนักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาจากเมืองนอก
ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้องให้บวชเรียนเสียก่อน
เพื่อเห็นแก่แม่..บัณฑิตใหม่หมาดๆจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้
เมื่อบวชที่วัดใหญ่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่งเสร็จแล้ว
ผู้เป็นแม่จึงพาไปฝากให้จำพรรษาอยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่งที่วัดป่าแถวภาคอีสาน
พระหนุ่มการศึกษาสูงมาจากตระกูลผู้ดีมีแต่ความสุขสบาย
เมื่อมาอยู่วัดป่ากว่าจะปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือน
แต่ก็นั่นแหละกว่าจะนิ่งก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูปพลอยอิดหนาระอาใจไปตามๆกัน
ปัญหาที่ทำให้พระทั้งวัดเหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิด
และชอบอวดรู้ยกหู ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ
วันแรกที่มาอยู่วัดป่าก็นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนอย่างตน
ออกบิณฑบาตได้อาหารท้องถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง
เห็นที่วัดใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่หาว่าล้าสมัย
ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี่ ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็นก็บ่นว่า
ท่านรองเจ้าอาวาสทำวัตรนานเหลือเกินกว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็นั่งจนขาเป็นเหน็บชา
ครั้นพอถึงเวรตัวเองล้างห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปทีล้างไปบ่นไป
ประเภทตูจบปริญญาโทมาจากเมืองนอกต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้
โอ้ชีวิต! ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ถือดี
ว่าตัวเองมีชาติตระกูลสูง มีการศึกษาสูงกว่าใครในวัดนั้น
ผิวพรรณก็ดูสะอาดสะอ้านชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมด
มองตัวเองเปรียบกับพระรูปอื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตู
นึกแล้วก็ยิ้มกระหยิ่มอยู่ในใจกลับเข้ากุฏิเมื่อไหร่ก็เอาปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทิน
นับถอยหลังรอวันสึกด้วยใจจดจ่อ
อยู่มาได้พักใหญ่พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งนี้ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา
ซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้โอวาทกับลูกศิษย์เสียทีหนึ่ง
วันๆไม่เห็นท่านทอะไรเอาแต่กวาดใบไม้ เก็บขยะ
ซักผ้าเอง (เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้) สอนก็ไม่สอน
การบริหารวัดก็มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคน
จัดการไปเสียทุกอย่าง เห็นแล้วเลยนึกร้อนวิชา
เสนอให้ปรับโน่นลดนี่สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัย
รวมทั้งให้เสนอให้วัดใช้ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่งเพราะตนเห็นว่ายุคสมัยก้าวไกลมามากแล้ว
ไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขาให้คนอื่นเขาดูถูก
อีกหนึ่งในข้อวิจารณ์จุดด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้นพระใหม่เสนอให้
หลวงพ่อเจ้าอาวาส
มีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้ สอนให้มากขึ้นเทศน์ให้มากขึ้น
และแนะนำว่าคนระดับผู้บริหารไม่ควรจะทำงานอย่างการซักจีวรเองเป็นต้นด้วยตนเอง
ควรจะกระจายอำนาจมอบงานให้คนอื่นทำดีกว่า
เย็นวันนั้นเป็นวันพระสิบห้าค่ำ
หลวงพ่อเจ้าอาวาสมานั่งทำวัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย
ท่านไม่ลืมที่จะหยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่มสามเณรน้อย
ทั้งหลายฟังแต่ท่านไม่บอกว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียน
อ่านจบแล้วหลวงพ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมา
แล้วชี้ให้ภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง
ที่นอนอยู่ใต้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่งจากใต้ต้นอโศกที่อยู่ ใกล้ๆ
เธอทั้งหลายเห็นหมาขี้เรือนตัวนั้นหรือไม่ เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันเป็นขี้เรื้อน
คันไปทั้งตัว ฉันเห็นมันวิ่งวุ่น ไป มาทั้งวัน
เดี๋ยวก็วิ่งไปนอนตรงนั้นเดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้
อยู่ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้นานเพราะมันคัน แต่พวกเธอรู้ไหม
เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจ
หาว่าแต่ละที่ไม่ได้ดั่งใจตัวเองสักอย่าง นอนที่ไหนก็ไม่หายคัน
สถานที่เหล่านั้นช่างสกปรกสิ้นดี
คิดอย่างนี้แล้วมันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน
แต่หาเท่าไหร่มันก็หาไม่พบสักที
เลยต้องวิ่งไปทางนี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน เจ้าหมาโง่ตัวนั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า
เจ้าสาเหตุแห่งอาการคันนั้นหาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่
แต่สาเหตุแห่งอาการคันอยู่ที่โรคของตัวมันเองนั่นต่างหาก
พูดจบแล้วหลวงพ่อก็วางไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า ได้เวลาภาวนาหลังการทำวัตร
สวดมนต์เย็นแล้ว
ขณะที่ทุกรูปนั่งหลับตาภาวนาอย่างสงบนั้น
ในใจของพระใหม่กลับร้อนเร่าผิดปกติ นอกสงบ แต่ในวุ่นวาย
นึกอย่างไรก็มองเห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู
ยิ่งนั่งสมาธินานๆ ยิ่งคันคะเยอในหัวใจ ทั้งอายทั้งสมเพชตัวเอง
นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากคนพูดมากกลายเป็นคนพูดน้อย จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน
จากคนที่ชอบจับผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง
เมื่อออกพรรษาแล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจจากครอบครัวท่านก็ยังไม่ยอมสึก
"อาตมาเป็นหมาขี้เรื้อน
ขออยู่รักษาโรคจนกว่าจะหายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่งพรรษา"โยมแม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยกมืออนุโ
มทนาสาธุการกราบลาพระลูกชาย
แล้วก็เดินออกจากวัดไปขึ้นรถพลางนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า
หมาขี้เรื้อน ของพระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันแน่หนอ
All body in the world same thing go to walk away.
สวัสดีตอนเช้าน้องหนูฝ้าย 55555 พี่ก็เลิกเขียนเรื่องผี เพราะเห็นน้องกลัว ทีนี้พี่ก็กลับมาเขียนต่อได้แล้วเนอะ ดี ๆ 55555
ไม่เอาหรอก เรียนหมอ เดี๋ยวเกิดพี่ดังแซงหน้าคุณหญิงหมออ่ะ ท่านอุตส่าห์หมั่นสร้างผลงานดีๆ สละเวลาทำงานเพื่อส่วนรวมมาตั้งนาน ไม่เอาหรอกค่ะ 5555 อีกอย่างนะฝ้าย พี่อ่ะอยากให้น้องเปิดเข้าไปอ่านไอ้เว็บนี้จริงๆ เพราะน้องทำงานเกี่ยวกับทางด้านเคมี ?? ในนั้นก็มีเหมือนกันนะคะ พี่ว่ามันมีอะไรต่ออะไรมากกว่าอาชญวิทยาในนั้นน่ะค่ะ good day น้อง ;)))))
สวัสดีค่ะคุณ AJ ตามปกติศศิจะไม่ทำบุญกับวัดใหญ่เนื่องจากวัดใหญ่ๆจะได้รับเงินปัจจัยบริจาคอยู่เยอะมากพอแล้ว แต่จะมุ่งทำกับวัดป่าที่ขาดแคลนหรือวัดเล็กที่ไม่มีชื่อเสียง
ทางวัดพระบาทน้ำพุนั้น เคยถึงขั้นต้องขอรับบริจาคเพิ่ม ก็แสดงว่าทางวัดคงขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้เพื่อกิจการของวัด ยิ่งการรับบริจาคนั้นเพื่อดูแลผู้ป่วย .. ที่แท้จริงแล้วไม่ใช่หน้าที่ที่ทางวัดจะต้องมาดูแลเลย ควรจะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า เงินงบประมาณแผ่นดินไม่เคยมีเพียงพอสำหรับสวัสดิการสังคม แต่มีเหลือพอจะซ่อมสร้างถนนหนทาง สนามบินใหญ่ ตึกรามอาคารสำนักงานกรมกองต่างๆ ฯลฯ
หากทางวัดมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการให้ความเมตตาช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างแท้จริง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ จะเป็นข้อดีให้เราได้มองเห็นว่า แม้แต่ในความเมตตาก็จะยังมีมารคอยผลาญเสมอ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ good day นะคะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณหลิงหลง หายไปนานมากๆเลยนะคะ แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ สบายใจขึ้นหรือยังคะ แวะมาอัพเดทสารทุกข์สุขดิบบ่อยๆนะคะ
เพื่อนๆแวะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันน่ะค่ะ แล้วอย่าหายไปไหนนานอีกนะคะ good day ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณบทธรรมแด่พันธมิตร ศศิเคยได้อ่านบทความนี้มาก่อนแล้ว และเห็นประโยชน์ การดับทุกข์ใดๆนั้น ต้องดับที่ตนเองก่อน ดับได้เมื่อใด ความสงบ จะนำปัญญามาสู่ตน ศาสนาขัดเกลาจิตใจให้สะอาดผ่องแพ้ว แต่ใจต้องเปิดรับธรรมด้วยศรัทธาซะก่อน ขอบคุณมากนะคะ good day ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณส้ม ใช่ค่ะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ใดๆในโลกล้วนอนิิจจังค่ะ .. good day ค่ะ ;)))))
ขอบคุณที่นำความรู้มาเผยแพร่ครับ
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ
การพิจารณาความตาย มรณานุสติกรรมฐาน
กะการพิจารณาการเสื่อมสลายไปของร่ายการ อสุภกรรมฐาน เป็นการช่วยให้เราเข้าใจถึงความไม่เที่ยงแท้ เพื่อจะได้ลดความยึดมั่นถือมั่น ว่าไม่มีอะไรเป็นของเรา ขนาดร่างกายเรายังไม่ใช่ของเรา ไม่มีใครหนีความตายพ้น เกิดมาก็ต้องตาย การเกิดเป็นทุกข์ การแก่ การเจ็บ การตาย ก็เป็นทุกข์ การเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์...
ต่างวัฒนธรรม ต่างศาสนา ต่างท้องที่ ต่างความคิด...
ไม่ควรตัดสินจากความเห็นด้านเดียวจิงมั้ยค่ะ ขอบคุณที่ให้ความรู้เพิ่มเติมจากเรื่องนี้นะคะคุณศศิ เพราะฟังข่าวทีแรกก้อไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเช่นกันค่ะ ^_^
สวัสดีค่ะคุณ Toms ด้วยความยินดีค่ะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานะคะ และขอบคุณในรายละเอียดที่คุณนำมาแลกเปลี่ยนกันด้วยค่ะ เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องศาสนาเท่าไหร่นักค่ะ ก็ได้อาศัยอ่านขยายความหมายจากคุณไปด้วยเลย good day ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณอ้อ สบายดีนะคะ ยินดีเสมอค่ะ :)) ศศิก็ฟังข่าวตามข่าวคร่าวๆน่ะค่ะคุณอ้อ เรื่องกิจการภายในเราคงต้องรอฟังการชี้แจงจากผู้มีหน้าที่รับผิดชอบน่ะค่ะ บางครั้งต่างมุมมอง ต่างความเชื่อก็ทำให้เข้าใจจุดประสงค์ต่างกัน
ฝนตกมั้ยคะคุณอ้อ ที่บ้านตกมาตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่ขาดเม็ดเลย good day ค่ะ ;)))))
ไปทำบุญที่วัดทุกปี ตั้งใจจะไปให้ได้ทุกปีไม่มากก็น้อย ศรัทธาในตัวหลวงพ่อมาก ที่นี่เกิดจากความตั้งใจดีของพระอลงกต อย่าไปสนใจพวกฝรั่งมังค่าเลย...ตั้องการอะไรก็ไม่รู้..ไม่มาช่วยแล้วยัง..คนป่วยในนั้นก็คนไทเราทั้งนั้น...มันจะวิจารณ์ทำไมน๊อ
สวัสดีค่ะคุณนานา อนุโมทนาบุญด้วยคนนะคะ ก็อย่างที่กล่าวแบบกลางๆน่ะค่ะว่า อาจจะเพราะมุมมองที่ต่างกันและความแตกต่างทางศาสนา ก็เลยอาจจะทำให้เขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ของทางวัด
เราไปทำบุญ เราก็ได้บุญค่ะ เพราะเราทำด้วยความตั้งใจที่จะได้ช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในส่วนอื่นใดนั้น เป็นกิจของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต้องไปตรวจสอบหรือชี้แจง good day ค่ะ ;)))))
ไปม่ายกลับ หลับม่ายตื่น ฟื้นม่ายมี หนีม่ายพ้น ... หวัดดีคับ สบายกันดีเด้อคับ
เพิ่งทราบว่าฝรั่งเค้าทำ The body farm เป็นครั้งแรกจากที่นี่แหละค่ะ ขอบคุณที่นำความรู้ใหม่ๆมาให้ค่ะ
ขอแก้นิดนึงเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์คองดอนที่ศิริราชค่ะ
พิพิธภัณฑ์นี้ยังคงอยู่ที่ตึกกายวิภาคศาสตร์ค่ะ ยังเป็นตึกไม้เก่าๆ แต่ไม่น่ากลัว(รึเปล่า)แล้วนะคะ
ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่ย้ายไปอยู่รวมกันที่ตึกอดุลยเดชวิกรม ที่อยู่ค่อนไปทางด้านหลังโรงพยาบาล
เป็นพิพิธภัณฑ์นิติเวชที่ขึ้นชื่อเรื่องซีอุย(โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าอันนี้น่ากลัวกว่าค่ะ) พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยา และพิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณก่อน ฮิ้ววววว ย้ายกระท่อมมาหรือยังคะ อย่าไปอยู่เลยท้ายหมู่บ้าน เข้ามาอยู่คอนโดกลางเมืองได้แล้วค่า ถ้าไปแล้วกลับ หลับแล้วตื่น ฟื้นอีกที .. นี่ ศศิวิ่งก่อนเลยนะ 5555555555 good day ค่ะ ;)))))
สวัสดีค่ะคุณ Nat ยินดีค่ะ และขอบคุณมากเช่นกันค่ะ โอ้ .. นี่ศศิเห็นว่าที่ตึกแห่งใหม่มีเด็กดองเหมือนที่คลองดอนน่ะค่ะ เลยนึกว่าเขาย้ายมารวมไว้ที่เดียวกันแล้วซะอีก ตึกเดิมนั่น(คลองดอน)บรรยากาศใช้ได้เลยนะคะ ยิ่งหากขึ้นไปช่วงพักเที่ยง จนท.เหลือคนเดียวเฝ้าอยู่ด้านนอก .. ยิ่งวังเวงดีเหลือเกินค่ะ
ที่ตึกใหม่ไปมากับลูกสาวครั้งก่อน .. มึนฟอร์มาลีนเลยค่ะ ฉุนมากจริงๆ ต้องรีบเดินดูแล้วปล่อยลูกไว้น่ะค่ะ ตัวเองออกไปนั่งรอข้างนอก เพราะรู้สึกเหมือนคนขาดอากาศ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่แก้ไขให้อีกครั้งนะคะ good day ค่ะ ;)))))
Nat ทำงานที่ตึกกายวิภาคนั่นแหละค่ะ คงจะชินแล้ว
เห็นสีหน้าคนมาเยี่ยมชมแล้วก็พอจะเข้าใจความรู้สึกคุณศศินะคะ
แต่แหม..ถึงกับทิ้งลูกสาวเลยเหรอคะ 555
อ่า .. สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณ Nat 5555 จุดไต้ตำตอจริงๆเลย เจอะคนทำงานที่นั่นตัวเป็นๆเลยทีเดียวศศิ 5555555
จริงๆเรื่องกลัวนี่ ไม่ค่อยเท่าไหร่นะคะ แต่กลิ่นฟอร์มาลีนอ่ะค่ะที่ทำให้ต้องถอยเลย .. ไหนๆก็ไหนๆนะคะคุณ Nat ศศิสงสัยมากว่า ทำไมน้องนักเรียนแพทย์ที่ขึ้นไปเดินๆดูเด็กดองบนตึกใหม่น่ะค่ะต้องเอาท็อฟฟี่หรือเงินเหรียญไปวางไว้หน้าโหลเด็กดองด้วยคะ เป็นเคล็ดอะไรรึเปล่าคะ นี่เก็บข้อสงสัยมานานมากเลยนะคะ ช่วยไขข้อสงสัยให้หน่อยสิคะ 55555
ตอนแรกนึกว่าน้องๆเขาบนอะไรที่โหลเด็กดอง หรือ เด็กดองเฮี๊ยน หรือ .. ร้อยแปดพันเก้าคิดค่ะ แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าท่าซักอย่าง .. ถามเจ้าถิ่นเลยแล้วกันค่ะ 55555 good evening ค่ะ ;)))))