~La lune dans noir globe~

Author Archive

sazzie

This user hasn't shared any biographical information

Homepage: mblog.manager.co.th/sazzie

กรุงเทพวันนี้ ๕

April26

 

 

 

10 เมษายน 2553 ฉันยังอยู่ในช่วงท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมีแผนว่าจะกลับกรุงเทพในช่วงที่ผู้คนเริ่มทยอย

ออกจากกรุงเทพ-วันหยุดยาวปีใหม่ไทย บ่ายวันเดียวกันที่เพื่อนจากกรุงเทพเริ่มโทรหา บอกเล่าสถานการณ์

ที่ส่อเค้าว่ากำลังจะรุนแรง .. และทั้งๆ ที่ทำใจไว้ก่อนแล้วว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่งความรุนแรงคงจะต้องเกิด

ฉันก็ยังอดห่วงกังวลไม่ได้ว่าจะรุนแรงมากน้อยขนาดไหน 

 

 

 


เย็นวันเดียวกัน .. แม้จะกังวลเรื่องสถานการณ์ในกรุงเทพ แต่ก็จำเป็นต้องสวมบทสดชื่น

ไปร่วมงานเลี้ยงที่ผู้ร่วมงานล้วนแต่เป็นคนในแวดวงสื่อ ที่มีทั้งนักแสดง ผู้กำกับ  ผู้สื่อข่าว

แม้จะไม่ใช่สื่อของบ้านเรา แต่พวกเขาเหล่านี้ก็มีอิทธิพลในการแสดงความคิดเห็น

และพวกเขานี่แหละที่เมื่อพบหน้ากันครั้งแรก ก็เป็นพวกที่บอกกับฉันว่า

I love your King  และคำพูดนั้นก็ไม่ใช่สักว่าพูดเพื่อเอาใจคนไทยอย่างฉัน แต่เพราะพวกเขา

ได้อ่าน ได้ดู และได้รับรู้ถึงพระจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันงดงามของในหลวง

จนเกิดความปีติ ซาบซึ้งไม่ต่างอะไรกับพวกเราชาวไทยเลย

 

 

หนีเมือง .. ร้อนนี้ที่พยาม (3)

April23

 

 

 

ว่าถึงแรงงานพม่าแล้ว มาที่ระนองแล้วฉันจำแนกแยกแยะไม่ค่อยจะออกว่าใครไทยใครพม่า

ด้วยความที่หน้าตาคล้ายคลึง อีกทั้งแรงงานพม่ารุ่นใหม่ ก็เปิ๊ดสะก๊าดไฉไลใช่หยอก

ที่จะเห็นแต้มแป้งบนใบหน้าอย่างที่เคยจนเป็นสัญญลักษณ์ก็ปรับเปลี่ยนเป็นเกลี่ยจนเนียน

ผ้านุ่งผ้าถุงก็เปลี่ยนเป็นสวมยีนส์เข้ารูปตามสมัยนิยม อัธยาศัยใจคอก็ดีจนอดที่จะชื่นชมไม่ได้

นี่หมายถึงพวกลูกจ้างตามร้านอาหารและร้านค้าในตัวเมืองระนองนะ ซึ่งหากจะเทียบ

กับแรงงานพม่าในกรุงแล้วนั้น ออกจะต่างกันคนละขั้ว คงจะเพราะสภาพแวดล้อมต่างกัน

 

 

หนีเมือง .. ร้อนนี้ที่พยาม 2

April17

 

 

 

ตื่นมาอีกทีก็พอดีกับพระอาทิตย์กำลังจะออกเวร .. ดวงอาทิตย์กลมโตแต้มแสงสีส้มเรื่อที่ปลายฟ้า

ฉันก็ได้เวลาลุกขึ้นมาเตรียมตัวสำรวจชีวิตยามเย็นของชาวเกาะ ว่าที่ว่ากันว่าราตรีที่นี่กับที่สมุยนั้นต่างกันคนละขั้ว

จะจริงหรือแค่”ขี้ห๊กทั้งเพ” เพราะเป็นอันรู้กันในหมู่นักท่องเที่ยวดีว่า หากอยากจะติ๊ดตะลิ๊ดติ๊ดชึ่งทั้งคืนค่ำ

ต้องย่ำไปสมุย แต่หากอยากจะละเลียดเสน่ห์ยามราตรีอันละมุนละไมให้ไปที่พยาม

 

หนีเมือง .. ตอน ร้อนนี้ที่พยาม 1

April16

 

 

 

ฉันรู้ตัวว่าจะต้องเดินทางก่อนเวลาเดินทางไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับสายด่วนมัดมือชกให้เก็บกระเป๋ารอ

หะแรกสองจิตสองใจว่าจะไปหรือไม่ไปดี เพราะหนึ่งฉันไม่เคยรู้จักสถานที่ที่กำลังจะต้องเดินทางไปมาก่อน

สองแม้ฉันจะเดินทางลงใต้บ่อย แต่ก็ไม่เคยแวะจังหวัดระนองซักครั้ง การเดินทางครั้งนี้จึงเริ่มต้นจากศูนย์

คือ ไม่มีข้อมูลอะไรในมือเลย

 

 

กรุงเทพวันนี้ (๔)

April15

 

 

 

ทหารฆ่าประชาชน ทหารฆ่าประชาชน ทหารฆ่าประชาชน

 

 

 


เสียงแกนนำเสื้อแดงตะโกนผ่านลำโพงซ้ำๆ อยู่แบบนั้น ขัดกับภาพที่ปรากฎอยู่ในคลิปเดียวกัน

ที่แสดงให้เห็นถึงภาพของทหารที่กำลังพยายามช่วยเหลือเพื่อนทหารที่ได้รับบาดเจ็บนอนแน่นิ่ง

อยู่บนพื้นถนน อีกทั้งมีการส่งสัญญานมือจากทางฝ่ายทหารเพื่อขอร้องให้เสื้อแดง

ยุติการโจมตีก่อนเนื่องจากมีทหารได้รับบาดเจ็บ แต่ฝ่ายเสื้อแดงก็ไม่ได้มีใจจะปราณีแต่อย่างใด

ยังคงขว้างระเบิดเพลิงแดงประดิษฐ์เข้าใส่ ซ้ำจากนั้นยังมีการยิงฝ่ายทหารด้วย M79 ตามมาอีกลูก

 

กรุงเทพวันนี้ (๓)

April3

 

 

 

เมื่อก่อนผมชอบทักษิณมากเลยนะ แต่พอเขาเริ่มจาบจ้วงผมก็คิดว่าแบบนี้ไม่ได้แล้ว

ไม่ใช่แล้ว พอนับวันที่เขายิ่งพูดมากขึ้นๆ ผมก็เลยกลายมาเป็นเกลียดเขาเลย

 

 

 

คนขับแท๊กซี่วัยกลางคน ค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดอย่างช้าๆ ดูระมัดระวัง

หลังจากที่ทั้งฉันและเขา ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบกันมาจวนจะถึงปลายทางอีกไม่ไกลแล้ว

แต่ฉันมันอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถามว่า ทำมาหากินคล่องหรือฝืดแค่ไหนในภาวะบ้านเมืองเช่นนี้

ทั้งที่ไม่แน่ใจนักว่า ลุงแกสีแดงหรือเปล่า ..

 

 

กรุงเทพวันนี้ (๒)

March31

 

 

 

ด้วยสารพัดป้าย -สารพัดสีที่คงจะแลเห็นกันได้ตามข้างถนนในเมืองกรุงปัจจุบันนี้

ที่มิได้มีเฉพาะเหลืองหรือแดง หากแต่มีเขียว ขาว น้ำเงิน ก็ทำให้เมืองกรุงดูมีสีสันกว่าเดิมไม่น้อย

เวลาขับรถผ่านไป เห็นป้ายต่างๆ นั่น ความรู้สึกหนึ่งแง่ดีที่เกิดในใจ คือคนไทยสนใจในเรื่องการเมือง

และดูกระตือรือร้นกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้นัก ที่น่าจะชื่นชมยิ่ง

คือความอดกลั้นของชาวกรุง ที่รับมือกับสถานการณ์ความไม่เป็นปกติของเมืองหลวง

อย่างละมุนละม่อม รอมชอม และหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้อย่างสละสลวยที่สุด

 

 

กรุงเทพวันนี้ ..

March26

 

 

 

อันที่จริงแล้ว ฉันว่าจะไม่เขียนถึงพวกเสื้อแดงอีกเพราะรู้สึกไม่ค่อยจรรโลงเท่าไหร่

เนื่องจากโดยรวมการกระทำหรือวาทะ วาระอะไรของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็มิได้ยิ่งใหญ่งดงาม

หรือควรแก่การยกย่องอันใดเลย อีกทั้งเป้าหมายหลักเป้าหมายเดียวก็เรื่องเดิมๆ ฟอกผิดเป็นถูก

ล้างสมองผู้คนที่โลกทัศน์แคบให้คล้อยตามไปกับเรื่องที่พวกเขาตัด-ต่อ-แต่ง-เติมขึ้นมา

แล้วมักจะชอบมั่วดึงมวลชนอันไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่าง .. คนกรุงเทพ .. ไปเข้าพวกเสียเฉยๆอย่างนั้น

ที่มักจะถูกนำไปอ้างใช้บนเวทีอยู่เป็นประจำก็เช่น พวกเขาแห่กันไปทางไหน

คนกรุงเทพก็ออกมาให้การสนับสนุนเนืองแน่น

 

 

ถ้ากรุงเทพไม่มีแท๊กซี่เสื้อแดง ..

March23

 

 

 

ฟังวิทยุรายการของชุนชนแท๊กซี่เสื้อแดงสัปดาห์ก่อน ยินอิสตรีแดงนางหนึ่งนำเสนอความคิดเห็น

ว่าหากอยากจะวิน วินชนะรัฐบาลในครานี้ ไม่ต้องทำอะไรมากมายเลย เพียงแค่ให้พี่น้องแท๊กซี่เสื้อแดง

หยุดวิ่งให้บริการเท่านั้น รับรองคนกรุงอ่วม-ทัพแดงชนะแน่ ..

 

 

เริ่มนับถอยหลัง .. รอ

March16

 

 

 

ของ..ประชาชน โดย..ประชาชน เพื่อ..ประชาชน

ประชาธิปไตยเริ่มต้น ประชาชนนั้นต้องเป็นใหญ่

นี่คือความหมายสูงค่า ประชาธิปไตย

อุดมการณ์ทุกคนจำได้ ประชาธิปไตย ประชาชน

 

 

by posted under Uncategorized | tagged under , , , , , ,  |  20 Comments »
« Older EntriesNewer Entries »