~La lune dans noir globe~

Brothers ..

February17

 

 

 

เช้านู๊น(สองสามอาทิตย์ก่อน)ตื่นขึ้นมาด้วยอาการที่ยังไม่อยากจะผละจากที่นอนเป็นที่สุด

เพราะอากาศเย็นๆ ในยามเช้า นี่ช่างเหมาะเหลือเกินที่จะปล่อยให้ตัวขี้เกียจได้ทำงานอย่างเต็มที่

แต่แสงแดดที่ไล่จากสีข้าง ลงไปถึงปลายเท้าก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังนอนอาบแดด

รับวิตามินมิใช่เกลือกกลิ้งเพื่อพักผ่อน

 

 

.

 

 

ลุกจากที่นอนก็ปรี่ไปที่ครัวก่อนอื่นใด เพื่อที่จะชงคาเฟอีนเติมเข้าร่างกายให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกนิด

ระหว่างรอให้น้ำเดือดอยู่นั้นก็เปิดทีวีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แบบไม่เจาะจงช่อง เพราะไม่ได้ตั้งใจว่าจะดู

จนถึง Movie Channel ช่องหนึ่งที่กำลังฉายพรีวิวภาพยนตร์ต่างประเทศ

 

 

 

 

อันที่จริงแล้วพรีวิวที่กำลังฉายอยู่นั้นก็เป็นหนังโรแมนติก คอมเมดี้ที่เข้าโรงหนังในบ้านเราไปพักหนึ่งแล้ว

และก็คงจะจบโปรแกรมไปเรียบร้อยแล้วด้วย เพียงแต่ฉันสะดุดกับเนื้อหาบางส่วนที่อยู่ในพรีวิว ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะ

ของฉันได้ดีทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องที่ว่านี้ชื่อว่า Couples Retreat .. ว่าด้วยการบำบัดคู่แต่งงานที่กำลังมีปัญหา

ในการใช้ชีวิตคู่ ดูจากพรีวิวแล้วนอกจากเนื้อเรื่องจะฮาๆ แบบสบายๆ ทะลึ่งทะเล้นแล้ว ก็ได้อารมณ์ละเลียด

ไปกับวิวทะเลสวยๆ ที่ใช้เป็นสถานที่ให้คู่แต่งงานไปเข้าคอร์สบำบัดฯ ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบจากพรีวิวเรื่องนั้นก็ต่อด้วยภาพยนตร์แนวดราม่า .. ซึ่งก็เกี่ยวกับรักๆ ใคร่ๆ อีกนั่นแหละ

และก็กำลังเข้าฉายอยู่ในโรงหนังบ้านเราในขณะนั้นเสียด้วย หลังจากนั้นบ่ายเดียวกันฉันก็ออก

ไปนั่งน้ำตาคลอในโรงหนัง หนังเรื่องที่ว่านี้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงลูกโลกทองคำในปีนี้ 2 รางวัล

คือนักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมและเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

แต่ท้ายที่สุดแล้วได้รางวัลหรือเปล่าฉันก็ไม่ได้ติดตามต่อ

 

 

 

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า ” Brothers ” หรือในชื่อไทยว่า ..เจ็บเกินธรรมดา ..(ใครตั้งหว่า

โคตรจะ ermmmm) ซึ่งเนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องราวของนายทหาร ที่ถูกส่งไปรบและหายตัวไป

น้องชายนอกคอกที่เพิ่งออกจากคุกจึงเข้าไปดูแลพี่สะใภ้และหลานๆ จนความผูกพันกลายเป็น ..

ความรัก? .. แต่แล้วจู่ๆ พี่ชายซึ่งหายไปก็กลับมา .. เรื่องราวจะเป็นอย่างไร

นี่ล่ะที่ต้องติดตามกันเอาเอง ขืนบอกหมดก็เสียรสเปล่าๆ

 

 

 

 

ด้วยความประทับใจก็ทำให้ต้องบอกต่อเพื่อนๆ ที่ชอบหนังแนวเดียวกันแต่ไม่มีโอกาสไปดู

ให้หามาดูกันซะ  ตอนนี้ฉันก็รอให้ออกมาเป็น DVD จะได้ซื้อมาเก็บไว้ดู แต่วานนี้ด้วยความบังเอิญ

ไปเจอะแผ่นหนังเรื่อง Brothers (ศึกรักสายเลือด)ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2004 ไม่ใช่ฉบับของฮอลลีวู๊ด

แต่สร้างโดยผู้กำกับหญิงชาวเดนมาร์ก Susanne Bier พลิกปกดูแล้วเห็นว่าเป็นเค้าโครงเดียวกัน

อีกทั้งยังมีการันตีด้วยรางวัล World Cinema จากเทศกาลหนัง Sundance Film Festival

ฉันจึงควักกระเป๋าด้วยความเสี่ยงในราคา 9 บาท ! ซื้อและไม่รอช้า ถึงบ้านปุ๊บก็ดูปั๊บ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จะกล่าวว่า Brothers ของเดนมาร์กเป็นต้นฉบับของ Brothers ฮอลลีวู๊ด

ก็คงจะไม่ผิดนักหากแต่ความรุนแรงในภาพยนตร์นั้นแน่นอนว่าฮอลลีวู๊ดย่อมมีความถนัด

ในการสร้างภาพของความรุนแรงของเนื้อหาได้ดีกว่าและบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมให้คล้อยตาม

ได้มากกว่า แต่เสน่ห์ของเวอร์ชั่นเดนมาร์กคือการถ่ายทอดภาพที่ดิบกว่า คือ ไม่มีการเซ็ทฉากมากนัก

และการดำเนินเรื่องก็กระชับเรียบง่าย ไม่เยิ่นเย้อ อีกทั้งดารานำก็มิใช่หล่อสะเด็ดจนดูน่าสนใจ

เกินเนื้อเรื่อง แต่ดูกลมกลืนไปกับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 


ดูหนังเรื่อง Brothers แล้วก็ทำให้กลับมาคิดอีกครั้งว่า ผลกระทบจากสงครามนั้น มันไม่ใช่แค่เพียง

การสูญเสียตรงหน้า หากแต่ส่งผลถึงองค์รวมของสังคมซึ่งแน่นอนอีกนั่นแหละว่า ครอบครัว

ย่อมได้รับผลนั้นก่อนใคร เช่นในภาพยนตร์หลังจากที่ตัวพี่ชายกลับมาถึงบ้าน

อาการหวาดระแวงต่างๆ นานา ก็ส่งผลให้เขาที่เคยเป็นพ่อและสามีที่น่ารัก อ่อนโยน

กลับกลายเป็นคนแข็งกร้าว กระด้างและหยาบคาย

 

 

 


ฉันไม่รู้หรอกว่าจำนวนทหารเดนมาร์กในอัฟกานิสถานมีมากน้อยแค่ไหน แต่ล่าสุดที่ได้อ่านบทความหนึ่ง

เกี่ยวกับจำนวนทหารอเมริกันที่เกิดภาวะความเครียดจากการถูกส่งไปประจำการทั้งในอัฟกานิสถาน

และอิรักนั้นมีจำนวนของการพยายามฆ่าตัวตายเฉลี่ยแล้วสูงถึง 17 ราย/วัน ว่ากันว่า

ผู้ที่กลับมาจากสมรภูมิใหม่ๆ นั้น ส่วนมากแล้วจะเกิดอาการหลอนติดตามมาด้วยและต้องใช้

ความพยายามอย่างมากในการปรับตัวกลับสู่สังคมปกติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ถึงตรงนี้แล้วก็ทำให้ฉันตระหนักถึงน้องๆ ทหารอันเป็นที่รักที่ประจำการอยู่สามจังหวัดชายแดนใต้

ที่ต้องเผชิญหน้ากับความไม่รู้ .. ไม่รู้ว่าจะถูกโจมตีตอนไหน .. ไม่รู้ว่าข้างถนน ริมทางจะโดนระเบิด

หรือถูกซุ่มยิงหรือไม่ ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีชีวิตรอดปลอดภัยหรือเปล่าและไม่รู้ว่าจะได้กลับไปพบหน้าครอบครัวมั้ย

ซึ่งฉันไม่แน่ใจว่าทางกองทัพมีจิตแพทย์มากพอที่จะดูแลและเยียวยาทหารผู้ผ่านศึกของเราหรือเปล่า

เพราะขนาดกองทัพสหรัฐที่ได้ชื่อว่ามีสวัสดิการยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ก็ยังไม่สามารถเทคแคร์ทหารของตนเอง

ได้อย่างทั่วถึงดีพอ .. อีกทั้งในบ้านเราเองก็ไม่เคยปรากฎว่ามีรายงานให้เห็นเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับ

การเข้ารับการบำบัดหรือการให้คำปรึกษาแก่ทหารทั้งในสมรภูมิและผู้ที่ผ่านสมรภูมิ

 

 

 

 


อีกทั้งไม่ว่าเหตุการณ์ทางใต้นั้นจะรุนแรงมากแค่ไหนก็ตาม ประดาท่านๆ ทั้งหลายในเมืองกรุง

ก็มักจะกล่าวว่า ส.บ.ม. สบายมาก แต่ฉันเคยเดินทางร่วมขบวนเดียวกันกับทหารที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ทางนั้น

สีหน้า แววตา ไม่ยักกะมีใครดูจะสบายอย่างที่ว่ากันนั่นเลย ดูภาพยนตร์แล้วอดไม่ได้

ต้องย้อนกลับมาปริวิตกถึงชีวิตจริงๆ ใกล้ๆ ตัว

 

 

 

 

 

by posted under บันเทิง | 11 Comments »    
11 Comments to

“Brothers ..”

  1. February 17th, 2010 at 6:11 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่บุษ แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะพี่ ???? ตอนคุณแม่หนูที่หัวใจวายแล้วสลบไปหลายวันน่ะค่ะ
    พอฟื้นขึ้นมาก็มีอาการคล้ายกับของพี่ คุณหมอก็แนะนำว่าให้เล่นเกมส์ปริศนาอักษรไขว้น่ะค่ะ
    หรือพวกเกมส์เติมคำน่ะค่ะพี่ จะช่วยในเรื่องฟื้นฟูความทรงจำ
    เพราะตอนนั้นเวลาคุณแม่หนูจะบอกอะไรที เหมือนเล่นเกมส์ใบ้คำเลยค่ะ
    และบ่อยๆ ที่ต้องใช้วาดภาพลงกระดาษเพราะจำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไรน่ะค่ะ
    พี่บุษหายไวๆ นะคะ

    เจ้าปรางตอนนี้สูงเกินหนูนิดนึงแล้วล่ะค่ะ เฮี๊ยวพอควรแต่ยังปรามอยู่ค่ะพี่
    แล้วอาศัยว่าเปิดใจคุยกันค่ะ เวลามีปัญหาอะไร อย่างช่วงหนึ่งติดเพื่อนเหลือเกิน
    หนูก็แจงเลยค่ะว่าหนึ่งวัน 24 ชั่วโมงหล่อนใช้เวลากับเพื่อนไปกี่ชั่วโมง
    แต่ละชั่วโมงทำอะไรบ้าง .. ก็ปรับตัวดีขึ้นค่ะ 55555
    ลืมบอกให้คุณป้าช่วยปลื้ม สอบกลางภาคที่ผ่านมาท็อปด้วยนะคะพี่ .. พุทธศาสนาค่ะ 55555555

    เรื่องทางใต้ ก็ยังแรงเหมือนเดิมน่ะค่ะ แต่ข่าวไม่ค่อยให้ความสำคัญมากเท่าไหร่
    เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมากกว่าน่ะค่ะ แต่ก็ยังดีนะคะ ที่ยังให้พื้นที่ในหน้าหนึ่งอยู่
    คราวนู๊น หนูก็ไม่กล้ายกกล้องเล็งไปที่พวกน้องๆ พลทหารทีกำลังจะลงใต้
    ยังนึกเสียดายค่ะ เพราะเป็นช่วงอารมณ์ที่ครอบครัวกำลังถูกพลัดพรากบอกไม่ถูก

    หายไวๆ นะคะพี่ กอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่า ;)))))


  2. February 17th, 2010 at 5:59 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณเคนจิ มีบทเพลงของ guns n’ roses เพลงนึงชื่อ Civil War ค่ะ

    เขียนไว้ว่า ..

    i dont need your civil war
    it feeds the rich while it buried the poor

    สงครามคือธุรกิจรูปแบบหนึ่งค่ะ แต่ก่อนอาจจะรบเพื่อรักษาศักดิ์ศรี
    เกียรติภูมิและเสถียรภาพของความเป็นเอกราช
    แต่ปัจจุบันแต่ละสงครามที่เกิดขึ้นทั่วโลก ล้วนแต่โยงกับธุรกิจทั้งนั้นเลยค่ะ

    ถามว่าใครรวย ..? จากสงคราม ..พ่อค้าอาวุธกับคนในรัฐบาลที่มีอำนาจหน้าที่ในการลงนามสั่งซื้อ

    สมัยนู๊น 10% ของราคาอาวุธ ปัจจุบันอาจจะถึง 25%- 30%
    นี่เปรียบกับคอมมิชชั่นของพวกธุรกิจไดเร็กเซลล์ทั่วๆ ไปเลยนะคะ

    ก่อนที่โอบาม่าจะเข้ามารับตำแหน่ง จำได้ว่านโยบายหนึ่งที่เขาเคยใช้หาเสียง
    คือ บอกว่าจะถอนกำลังทหารออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน
    แต่แล้วหลังจากเข้ารับตำแหน่งกลับกลายเป็นว่ามีการระดมพลมากขึ้น
    และกำลังจะส่งทหารลงไปที่อิรักและอัฟกานิสถานมากกว่าเดิมอีกค่ะ

    ในบ้านเรา อ่านข่าวว่าปีนี้ติดอันดับประเทศที่มีความเสี่ยงกับการก่อการร้ายอันดับ 9 หรือ 11 ไม่แน่ใจ
    แต่นับว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ก็เพราะเหตุความไม่สงบทางใต้ของเราน่ะค่ะ
    รัฐบาล .. จะว่าไปก็น่าสงสาร แต่คิดอีกทีก็ไม่น่าสงสารน่ะค่ะ
    เพราะจริงๆ แล้วหลายๆ สถานการณ์สามารถใช้อำนาจในการจัดการได้
    แต่ก็แอ๊คสุภาพบุรุษเกินไป อะไรหลายๆ อย่างที่น่าจะปรามไว้ได้
    ก็เลยปรามไม่อยู่ อะไรที่สำคัญๆ ที่ควรจะต้องแก้ไขก่อน ก็เลยกลายเป็นไม่สำคัญ

    good evening ค่า :)))))


  3. February 17th, 2010 at 5:44 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องเอก ยินดีค่ะน้อง ยังต้องเขียน ต้องแพร่ ต้องจี้กันต่อไปเรื่อยๆ
    ตราบใดที่ทางใต้ยังไม่สงบ ก็ต้องเขียนถึงค่ะ ช่วยๆ กันค่ะน้องชาย
    เดือนที่แล้วครบรอบปีเพื่อนพี่ถูกยิงตาย พี่ลองถามไปทางนั้น
    ก็ยังเงียบค่ะ จับใครไม่ได้เลย เล่นเอาฉุนขึ้นมาเหมือนกันค่ะ

    น้องสบายดีนะคะ เทคแคร์จ้า good evening ค่ะ ;)))))


  4. February 17th, 2010 at 5:36 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ อืมม จบแบบ …. ไม่บอกดีกว่าค่ะ 555555 ให้พี่เลดี้ไปหามาดูเองค่ะ
    แต่เตรียมทิชชู่ไว้ใกล้ๆ มือด้วยนะคะพี่ ทางที่ดีเตรียมคุณพี่ผู้ชายไว้ข้างๆ เลยจะดีที่สุดค่ะ อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  5. February 17th, 2010 at 5:16 pm       pimbusba Says:

    สวัสดีจ้าคนสวย…นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้ามาในชุมชนนี้เลย สบายดีนะจ๊ะ/ยังเฉียบคมเหมือนเดิมตามแบบของศศิ/ที่หายไปนี่หลายเดือนก่อนไม่ค่อยสบายเลือดออกในสมองหลับไปหลายวัน พอหายก็ค่อนข้างจะเลอะ ๆ จำอะไร ๆ ได้บ้างไม่ได้บ้างตามวันเวลาแห่งวัย/อ่านเรื่องที่คุณศศิเขียนวันนี้ใช่แต่พี่น้องทหารกล้าที่อยู่ชายแดนใต้ที่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ฟังจากข่าวคราวคนบ้านนอกอย่างบุษยังรู้สึกคล้าย ๆ ว่าสงครามมันใกล้จะประชิดเมืองหลวงของประเทศไทยอยู่รอมร่อยังไงก็ไม่รู้/ขอให้คนกรุงเทพฯทุกท่านทุกนามมีชีวิตด้วยความร่มเย็นผาสุขตลอดเดือนกุมภานี้นะคะ/ฝากความห่วงใยถึงเจ้าปรางด้วยนะน้อง ปีนี้คงโตขึ้นเยอะแล้ว/มีความสุขกับชีวิตทุกวันนะจ๊ะ.


  6. February 17th, 2010 at 3:09 pm       kenjionline Says:

    เดี๋ยวรอแผ่นออก แล้วจะสอยมาดูครับ อิอิ

    แต่พล็อตคุ้นๆ คล้ายๆ หนังที่เคยดู น่าจะเป็นหนังจีน แต่นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไร (อาจจะเป็นเพื่อนกันแทนที่จะเป็นพี่น้อง)

    พูดถึงเรื่องสงคราม นึกถึงเพลงของพี่หรั่งตอนทำวงร็อคเคสตร้า อัลบั้มแรก ชื่อเทคโนโลยี

    แม้เทคโนโลยีจะสูงล้ำเพียงใด แต่ใจคนไม่ได้พัฒนาตาม กลับปล่อยให้โดนครอบงำ เลยเอามาใช้ทำลายล้างกัน


  7. February 17th, 2010 at 1:21 pm       มโนมัย Says:

    สวัสดีครับพี่ ศศิ ขอบคุณมากครับ ที่พี่ศศิเขียนเรื่องที่ระลึกถึง ผู้ที่เสียสละ ที่ทำหน้าที่ เพื่อให้เราทุกคนได้โอกาส อาศัยอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน ที่เรียกว่า ประเทศไทย


  8. February 17th, 2010 at 9:28 am       lady007 Says:

    คุณศศิ คะ พี่เลดี้ ชอบอ่านตอนจบ แต่นี่คุณศศิ เล่นเกริ่นไปครึ่งเรื่อง ที่เหลือตามฝันเอาเองหรือคะ 555+


  9. February 17th, 2010 at 8:31 am       sazzie Says:

    Brothers – Reality from the deep south and still go on ..


  10. February 17th, 2010 at 8:26 am       sazzie Says:

    Brothers 2004 by Susanne Bier


  11. February 17th, 2010 at 8:24 am       sazzie Says:

    Brothers hollywood ..


You must be logged in to post a comment.