~La lune dans noir globe~

Life is beautiful ..

September1

 

 

 

ครั้งล่าสุดที่ได้พูดคุยกับเพื่อนสนิทที่คบหากันมา 24 ปี เพื่อนที่แค่มองตา

ก็รู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรหรือเพียงแค่ฉันเอื้อมมือ เธอก็จะหยิบของที่ฉันอยากจะหยิบ

ส่งให้ได้ในทันที เราเติบโตมาด้วยกัน ผูกพัน สนิทสนมกลมเกลียว

แม้จะขัดใจขัดคอกันบ้างแต่ก็ไม่เคยทำให้สัมพันธภาพต้องหยุดชะงัก

 

 


เราคุยกันถึงผู้คนที่เราต้องพบปะ สนทนา ทั้งทางหน้าที่การงานและในชีวิตประจำวัน

จังหวะหนึ่งเธอก็เอ่ยออกมาว่า

 

 


” มึงต้องให้เวลาคนพวกนั้น แล้วเขาจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด “

 

.

 

 

ทำไมเธอถึงพูดเช่นนั้นน่ะหรือ .. ก็เพราะผู้คนซึ่งพบปะกันอย่างฉาบฉวย ชั่วระยะเวลาสั้นๆ

มักจะคิดว่าฉันอ่อนแอด้วยเพราะความอ่อนน้อม อ่อนโยนที่ฉันมีให้กับคนเหล่านั้น

และเพราะความอ่อนน้อม อ่อนโยนนี่เองที่ถูกตีความหมายไปในทางว่า ฉันอ่อนพละกำลัง

ด้อยความสามารถในการตัดสินใจ และอ่อนประสบการณ์ในการดำรงชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


แน่นอนว่าชีวิตของคนหนึ่งคน ย่อมประสบทั้งเรื่องร้ายและเรื่องดีแตกต่างกันไป

บางคนตกระกำ ทุกข์ระยำซ้ำซาก บางคนเกิดมาไม่เคยรู้จักกับคำว่ายากลำบากซักครั้ง

บางคนทุกข์ตอนเช้า สุขตอนสาย บ่ายกลับมาทุกข์ก็มี เพราะชีวิตของเราแต่ละคนแตกต่างกัน

การดำเนินชีวิตก็แตกต่างกัน ผู้คนที่เราต้องพบเจอก็คนละพวกคนละกลุ่มกัน

แม้ว่าจะร่วมโลกเดียวกันก็ตามทีและฉันก็ไม่นิยมนำประสบการณ์ของตัวเองไปเปรียบ

กับประสบการณ์ที่ผู้คน คนอื่นๆ ได้พบเจอ เพราะในวินาทีแต่ละวินาทีที่แต่ละคน

ต้องประสบพบเจอกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนนำพาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือร้ายนั้น

ความเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งในแต่ละสถานที่ แต่ละสถานการณ์และสถานะในการตัดสินใจ

ย่อมไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

 


ระยะหลังๆ มา ฉันรู้สึกว่าตัวเองตกเป็นผู้ที่น่าห่วงใยในสายตาของคนหลายคน

ในขณะที่ฉันเองก็ห่วงกังวลความรู้สึกของคนเหล่านั้นเช่นกัน ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลก

ไปจากเดิมที่ฉันเคยเป็น ความห่วงใย ความกังวลเลยวนเวียนอยู่ในกงล้อปฎิสัมพันธ์

อย่างเลี่ยงไม่ได้ และมันทำให้ฉันอึดอัด .. ด้วยความรู้สึกว่าถูกจับตามองตลอดเวลา

 

 

 


” มึงต้องให้เวลาคนพวกนั้น แล้วเขาจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิด “

 

 

 


เพื่อนย้ำแบบนั้นหลายครั้ง ไม่ว่าฉันจะหาเหตุผลอะไรมาคัดง้างบทสนทนาแทนผู้คนที่เรากล่าวถึง

เธอก็จะตอบกลับมาแบบเดิมว่าฉันต้องให้เวลาคนพวกนั้นได้ทำความรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน

แล้วพวกเขาจะรู้ว่า .. ไม่ต้องห่วงฉัน ..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันก่อน .. ฉันแวะไปเยี่ยมเยือนโปรไฟล์ของเพื่อนที่แสดงไว้ในออนไลน์เว็บไซต์หนึ่ง

เธอเขียนอธิบายเกี่ยวกับตัวตนของเธอไว้ว่า .. ” เรียบง่าย ชอบเดินทาง ชอบพบปะผู้คน

ชอบเรียนรู้วิถีของผู้คนที่แตกต่างเพราะชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกิน ” ฉันยิ้มหลังจากที่อ่าน

วลี ” ชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกิน ”

 

 

 


นัยยะความหมายของวลีนั้นมันกินวงกว้างมาก สำหรับคำว่า ” ชีวิต ” แต่ก็สื่อถึงความเป็นตัวตน

ของผู้ที่มองโลกในแง่ร้าย-ดี ตามระบบวงโคจรของชีวิตเช่นเธอได้ตรงที่สุดแล้ว

 

 

 


เพราะผู้ที่จะคิดว่า ” ชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกิน ” ได้นั้น น่าจะเป็นคนที่รับได้

กับกระแสความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบทุกอย่างในชีวิต ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นผู้ที่มองโลกในแง่ดี

ถึงจะคิดว่าชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกินเท่านั้น แต่ผู้ที่จะคิดว่าชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกินนั้น

น่าจะเป็นคนที่ดำเนินชีวิตตามทางสายกลางนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับตัวฉันแล้ว ชีวิตนี้ช่างงดงามเหลือเกิน เมื่อได้ทำอะไรที่ปลดปล่อยตัวเอง

จากพันธนาการทั้งปวง .. อย่างเป็นอิสระ .. ไม่ว่าผลที่ทำจะดีตามคาดหรือร้ายกว่าที่กะไว้

เพราะชีวิตนั้นเหมือนเข็มนาฬิกาที่บอกเวลา ซึ่งหากเข็มสั้นและเข็มยาวมีขนาดความยาว

ที่เท่ากันหมด เราก็คงแยกแยะไม่ออกว่า ไหนคือเข็มที่บอกชั่วโมง ไหนคือเข็มนาที

และไหนคือเข็มวินาที

 

 

 

 

ร้าย-ดี เรียนรู้ไว้เพื่อให้ชีวิตรู้จักสั่งสมผลกระทบ ประสบการณ์ อย่าไปนั่งจมปลัก

ผูกติดอยู่กับแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือความรู้สึกใดความรู้สึกหนึ่ง ในเมื่อชีวิตนี้งดงามเหลือเกิน

ก็ดำเนินชีวิตไปตามจังหวะเวลา วิถีชีวิต ผู้คนที่พบปะ ฯลฯ  และอย่าลืมความเป็นตัวตนของตัวเอง

ซึ่งแม้ว่าความอ่อนน้อม อ่อนโยนของฉัน อาจจะนำมาซึ่งความรู้สึกว่าตัวเองถูกจับตามอง

ด้วยความห่วงใยตลอดเวลา แต่ฉันคงจะไม่ปรับบุคคลิกตัวเองเป็นกระด้าง ให้ดูขึงขังเข้มแข็ง

แต่คงจะปล่อยเวลา .. และให้โอกาสประดาผู้ซึ่งรู้จักฉันอย่างฉาบฉวย ได้รู้จัก “ฉัน”

ให้มากกว่านี้ เหมือนอย่างที่เพื่อนสนิทฉันกล่าวไว้

 

 

 

 

 

18 Comments to

“Life is beautiful ..”

  1. September 2nd, 2009 at 1:18 pm       aprilmyhomes Says:

    อิจฉาคนได้ไปเที่ยวจังเลย


  2. September 2nd, 2009 at 7:42 am       initmate Says:

    หากเราตั้งไว้ว่าชีวิตงดงาม ก็คงงดงามตามที่คิดเนอะ แต่เผลอใจทีไร ชอบเผลอเดินจมลงไปในปลักความทุกข์อยู่เรื่อยอ่ะ ศศิ …

    เช้านี้ก็อีกปลักนึง เดี๊ยวต้องรีบเดินลงไปแล้วรีบขึ้นมาดีกว่า ^ – ^

    have a good day นะคะ :)


  3. September 1st, 2009 at 9:47 pm       chanpanakrit2 Says:

    เปลี่ยนเป็นให้เขาคิดในสิ่งที่เราเป็นดีกว่าไหมเอ่ย


  4. September 1st, 2009 at 6:52 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ชาย สู้ๆ พี่ 5555 มีพวกเดนก็ดี ทำให้เรารู้ว่าเดนกับดีมันแตกต่างกันยังไงน่ะค่ะ

    พักหลังๆ หนูนิ่งๆ แต่ซุ่มดูอยู่เงียบๆ ค่ะ เหนื่อยกับการที่จะต้องโขกสับเรื่องซ้ำๆ ซากๆ

    รอไว้โยนตูมเดียว จบๆ ไปเลยดีกว่า

    เดี๋ยวไม่แน่ (คือต้องรอดูอารมณ์มารดาก่อนค่ะ 555) ถ้ามารดาไม่เกรี้ยว ศุกร์นี้หนูลงหาดใหญ่ค่ะ

    good evening ค่า ;)))))


  5. September 1st, 2009 at 6:32 pm       kathatyai Says:

    ชีวิตจะ beautiful มากกว่านี้ถ้าไมมีพวกเดนสังคม

    วัน ๆ มีแต่เรืองสาระพัดเรื่อง ไม่รู้มันสรรหามาจากไหน

    บางทีก็ไม่อยากจะสนใจปล่อยให้มันเป็นไป

    แต่ก็อดไม่ได้ เพราะถ้าทุกคนคิดแบบเราก็เข้าทางมัน

    เลย beautiful แบบที่เห็นนี่แหละ..เฮ้ออออ

    กลายเป็น It my life ไปซะแล้วคุณ sazzie


  6. September 1st, 2009 at 5:58 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องกิ๊บซี่ การมองคนอื่นเพียงฉาบฉวยแล้วตัดสินโช๊ะว่าต้องแบบนั้นแบบนี้แน่ มันทำให้คนเสียคนมามากแล้วค่ะ

    ที่พี่เจอมา มันเป็นคำพูดทำนองว่าพี่นี่ช่างเป็นคนที่อ่อนต่อโลกเหลือเกิน ซึ่งจะให้พี่ไปอธิบายว่า ไม่ ไม่ หรือใช่ ใช่ อย่างนี้อย่างนั้น พี่ก็ไม่ทำล่ะค่ะ

    ของแบบนี้ต้องให้เห็น ให้เจอ ให้รู้สึกเองดีกว่า เพราะถ้าเราอธิบาย เดี๋ยวก็จะเจอพวกตะแบงไปทางอื่นให้ต้องตามแก้อีกน่ะค่ะ

    อืมม .. ถึงกับต้องเลิกเขียนไปเลยเหรอคะน้อง .. ว่างแล้วก็มาอัพบ้างนะคะ อย่าให้ถึงกับหายไปเลยนะคะ เพราะพี่คิดถึง

    ขอให้งานใหม่ หน้าที่ใหม่ ราบรื่น ก้าวหน้า ประสบผลค่ะน้อง เทคแคร์ด้วยนะคะ

    good evening ค่า :)))))


  7. September 1st, 2009 at 5:50 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ lostview :) ใช่ค่ะ หากเรามองอย่างสวยงามทั้งสองมุม

    ฝนหยุดยังคะ ??

    good evening ค่า ;)))))


  8. September 1st, 2009 at 5:47 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ gthammachai ยินดีค่ะ เพราะทั้ง wonderful
    แล้วยัง fantastic อีกบางครั้ง so amazing ด้วยแน่ะ อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  9. September 1st, 2009 at 5:45 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ sep’ คมจริงๆ ค่ะ ก็คงให้เวลาจัดการแจกแจงให้พวกเขารู้จักกันมากขึ้นเองค่ะ

    good evening ค่า ;)))))


  10. September 1st, 2009 at 5:42 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ หนูจะเกิดอาการวิตกจริตเวลาที่มีใครแสดงอาการห่วง กังวลในตัวหนูน่ะค่ะพี่

    รู้สึกว่าเราไปทำอะไรให้ใครต้องห่วงปานนั้นเลยหรือ
    แล้วก็ไม่สามารถจะอรรถาธิบาย หรือบอกตรงๆไปได้ว่าไม่ต้องห่วงน่ะค่ะ
    เพราะแบบนั้นจะดูเหมือนว่า หยิ่งยะโส แหะๆ

    ก็คงปล่อยเวลาจัดการหยิบยื่นความเป็นตัวตนของหนูให้คนเหล่านั้นได้รับรู้กันเองน่ะค่ะพี่

    ขอบคุณค่ะ good evening ค่า ;)))))


  11. September 1st, 2009 at 5:38 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ completefeeling ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ

    และถูกเลยค่ะ ว่าชีวิตคือการเดินทาง จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อหมดลม
    แต่ละอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเลยควรค่าแก่การเรียนรู้อย่างยิ่งค่ะ

    good evening ค่า ;)))))


  12. September 1st, 2009 at 1:45 pm       gibsii Says:

    ใครบางคนชอบตัดสินคนอื่นด้วยการรู้จัก พบหน้า เพียงครั้งเดียว แล้วก็ตัดสินตามบรรทัดฐานที่ตัวเองกำหนด

    แต่เมื่อเวลาผ่านไปใครบางคนนั้นจะรู้ว่าได้ตัดสินคนอื่นผิดพลาดไปเสียแล้ว และทำให้ใครบางคนนั้นเสียชื่อเสียง จนเพื่อน ๆ รู้เช่นเห็นชาติและจะไม่มีใครอยากคบด้วย

    นี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ทำงานของ gib เองค่ะ ใครบางคนนั้นคือเจ้านาย ส่วนคนอื่นก็คือลูกน้อง

    ปัจจุบันเจ้านายคนนี้กำลังจะไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อนฝุง และผุ้บังคับบัญชา gib ก็ได้แต่สงสารเขา เพราะเขาทำตัวของเขาเอง จริงดั่งที่เพื่อนสนิทของพี่ว่าไว้

    วันนี้ gib มาเม้นท์ยาวไปหน่อยนะคะ อาจเป็นไปได้ว่าจะไม่ได้เข้ามาเขียน Mblog อีกด้วยภาระหน้าที่การงานกำลังจะเปลี่ยนไป

    มีความสุขทุกวี่วันนะคะ


  13. September 1st, 2009 at 1:23 pm       lv* Says:

    ชีวิตคือสิ่งสวยงามจริง ๆ ค่ะ


  14. September 1st, 2009 at 12:58 pm       gthammachai Says:

    ขอเพิ่ม life is woderful ไปด้วยอีกค่ะ


  15. September 1st, 2009 at 12:36 pm       septimus Says:

    ชีวิตคือหนังสือเล่มหนึ่ง

    ถ้าเขาเปิดดูเพียงหน้าเดียวแล้วสรุป ก็นับว่าเขาทำผิดพลาดอย่างแรงนะคะ

    ^___^


  16. September 1st, 2009 at 11:30 am       lady007 Says:

    ความอ่อนน้อม อ่อนโยน และอ่อนแอ

    3 คำนี้ มีความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง ใครจะนำมาผูกไว้ด้วยกัน ก็ช่างเขาเถิด เพราะเราไปบังคับใครอื่นไม่ได้..

    เราอยู่ของเราอย่างเป็นสุข นั่นสุดเลิศแล้วค่ะ คุณศศิ


  17. September 1st, 2009 at 11:25 am       completefeeling Says:

    ชีวิตคือการเดินทางค่ะ
    และการเดินทางเต็มไปด้วยการเรียนรู้ค่ะ
    ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


  18. September 1st, 2009 at 11:21 am       sazzie Says:


You must be logged in to post a comment.