~La lune dans noir globe~

The adventures of Tom Sawyer (ในมุมมองขนาดกะทัดรัดของคำว่าเพื่อน)

June3

 

 

 

ร้างจากการอัพบล็อกเป็นระยะๆ สารภาพว่าเหตุผลหลักคือไร้อารมณ์เพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่นิ่ง

ฐานะพลเมืองของประเทศจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจสลับกับหงุดหงิด ความคิดอ่านจะขัดเกลาคำออกมาเป็นเรื่องราว

จึงรุงรังเละเทะ ดั่งนั้นแล้วจึงคิดว่าไม่เขียนอะไรเลยน่าจะดีกว่า เมื่อว่างด้วยเหตุผลที่ว่ามานั้นแล้ว ฉันจึงใช้เวลาที่ว่าง

ไปกับการเก็บ .. อ่านหนังสือที่สะสมไว้ ทั้งหนังสือใหม่ หนังสือเก่า บางเล่มซื้อมาหลายปีจนลืมไม่เคยหยิบอ่าน

ก็มาได้อ่านเอาในคราวนี้ บางเล่มอ่านแล้วหลายรอบ ก็ยังชอบจะหยิบขึ้นมาอ่านใหม่ บางเล่มยืมเขามามั่ง

ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านก่อนส่งคืนเจ้าของ และบางเล่มอ่านไปนานแล้วจนลืมว่าเนื้อหาเป็นยังไง ฉันก็ได้ใช้เวลา

ในการอ่านทวนอีกคราหนึ่ง

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งเล่มที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว นานจนลืมไปแล้วว่าเนื้อหาของเรื่องเป็นอย่างไร ก็คือวรรณกรรมเด็กที่ชื่อว่า

The adventures of Tom Sawyer ของ Mark Twain ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยโดย ฒามรา ( ความเห็นส่วนตัวฉันว่า

สำนวนการเรียบเรียงของท่านยัังไม่เนียน สละสลวยเท่าไหร่นัก หากเทียบกับนักแปลท่านอื่นๆ เช่นคุณประมูล อุณหธูป

หรือ คุณสุวิทย์ ขาวปลอดที่แปลและเรียบเรียงเรื่องราวได้สลวยกว่า )  วรรณกรรมเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ค.ศ.1876

ปีนี้ ค.ศ.2010 ก็ตกราวๆ ร้อยสามสิบกว่าปีแล้ว แต่น่าประหลาดใจว่าเนื้อหาเรื่องราวนั้นไม่ได้โบร่ำโบราณตามอายุของวรรณกรรมเลย

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้แทรกไว้ด้วยสารพัดของเล่นอิเลกทรอนิกสมัยใหม่ หรือเกมส์ออนไลน์ที่ฮิตล่าสุด

แต่เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัยพรีทีนตัวเอกของเรื่องและผองเพื่อนเมื่อราวร้อยกว่าปีที่แล้ว กลับมีบางอย่างที่

ชวนให้ต้องติดตาม

 

 

 

 


ฉบับแปลที่ฉันได้อ่านนั้นตีพิมพ์ พ.ศ.2545 ก็เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งฉันใช้เวลา 2 วันในการอ่านวรรณกรรมขนาด 334 หน้าจนจบ

การดำเนินเรื่องในตอนแรกนั้น ออกจะน่าเบื่อซักหน่อย ด้วยต้องท้าวความว่าทอมคือใครมาจากไหน รวมทั้งบรรดาผองเพื่อน

ที่ค่อยๆ แทรกเข้ามาในเนื้อเรื่องครั้งละคนสองคน จนที่สุดก็มากมาย แต่ที่โดดเด่นจนจบเนื้อหาเรื่องราวนั้นมี 3 คน

คือ ตัวทอม ซอว์เยอร์ ฮัค ฟินน์ และโจ ฮาร์เปอร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


การผจญภัยของเขานั้นมีเหตุมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจแบบเด็กๆ ที่ไม่ว่าสมัยไหนๆ ก็คงจะเหมือนกัน คือพอเกิดความรู้สึก

ว่าตนเองไม่เป็นที่ต้องการ ก็จะหาทางออกเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทอมและเพื่อนทั้งสองคนของเขาก็เช่นกัน

ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ จึงหนีออกจากบ้าน  และร่วมสาบานว่าจะร่วมทุกข์สุขกัน ด้วยความหวัง

ว่าพวกเขาจะต้องเป็นโจรสลัดชื่อกระฉ่อนให้ได้ ” พยาบาททมิฬแห่งน่านน้ำสเปน ” “เพชรฆาตมือโลหิต” และ

“มหาภัยแห่งท้องทะเล” คือ ฉายาที่สามโจรสลัดสมมติตั้งให้ตนเองเพื่อเรียกขานกันในระหว่างที่หนีออกไปผจญภัย

และเพราะการได้ผจญภัยในครั้งนี้นี่เองที่ทำให้ทั้งสามคนรู้ว่า พวกเขานั้นเป็นที่รักและต้องการของครอบครัว เพื่อนฝูง

และผู้คนในท้องถิ่น  แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากการกลับมาจากการผจญภัย

ก็มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นติดตามมาอีกหลายเรื่องราวที่ทำให้เด็กทั้งสามต้องร่วมกันจัดการ

ซึ่่งสุดท้ายก็จบลงด้วยดี และทำให้ชีวิตของเด็กชายเปลี่ยนไป

 

 

 

 

 

เนื้อเรื่องนั้นนอกจากจะให้แง่คิดมุมมองระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ที่ส่วนมากจะเห็นแย้งกันเสมอแล้วนั้น ก็ยังแฝงด้วย

ความรัก ความผูกพันของผองเพื่อนที่เรียกได้ว่า ไม่ฉาบฉวยเป็นแค่เพื่อนเล่นไปวันๆ หากแต่รักและห่วงใย อาทรกันและกัน

แม้ตัวเอกของเรื่องจะเป็นเด็กที่ค่อนไปทางเกกมะเหรกเกเร ไม่ได้โดดเด่นในด้านดีแต่อย่างใด แต่นี่ก็คือการนำเสนอถึง

ชีวิตของเด็กโดยแท้จริง ที่ไม่ต้องเรียนได้เกรดเอซะทุกวิชาก็สามารถที่จะเติบโตเป็นคนดีได้  หากได้รับการปลูกฝัง

ให้มีจิตสำนึกรู้ผิด-ชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ทำให้อดคิดถึงเพื่อนฝูงไม่ได้ พร้อมกับรำลึกถึงคำกล่าวที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคม

มนุษย์เรานั้นไม่ว่าจะเพศใดวัยใดย่อมต้องการที่จะมีเพื่อน  บางคนโชคดีที่ได้พบเพื่อนตายตั้งแต่วัยเยาว์

แต่บางคนโชคร้าย ที่ทั้งชีวิตก็ไม่เคยมีเพื่อนตาย  อันที่จริงแล้วคำว่าเพื่่อนตายนั้น ไม่่ต้องตีความหมายไปตามคำว่า

ตายแทนกันได้ดอก เอาแค่ว่าเป็นเพื่อนที่จะคอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ ทุกข์-สุข ก็เพื่อนคนนี้แหละ

เท่านั้นก็พอแล้ว  หากว่าลองทบทวนดูแล้วก็ปรากฎว่ายังไม่เห็นจะเคยมีเพื่อนประเภทที่ว่ามานี่เลย

ก็ต้องย้อนมองตัวเองแล้วล่ะว่า ที่ผ่านๆ มา ตัวเองเคยรับและร่วมแบ่งปันทุกข์สุขของเพื่่อนคนไหนบ้างหรือเปล่า

 

 

8 Comments to

“The adventures of Tom Sawyer (ในมุมมองขนาดกะทัดรัดของคำว่าเพื่อน)”

  1. July 17th, 2011 at 9:43 pm       ผลิต CD Says:

    ขออนุญาตและขอกราบขอบพระคุณที่ให้พื้นที่โฆษณษด้วยครับ

    ขอเสนอบริการผลิตแผ่น CD, ผลิตแผ่น DVD และผลิตแผ่น Blu-ray สำหรับท่านที่ต้องการผลิต CD, ผลิต DVD และผลิต Blu-ray สำหรับงานต่าง ๆ เช่น CD Presentation, CD Company Profile, CD ธรรมะ, DVD ธรรมะ, CD เพลง, DVD Video ติดต่อใช้บริการเราได้ครับ และเรายังมีบริการต่าง ๆ ทั้งออกแบบหน้าสกรีน, ออกแบบปก, บริการแปลงไฟล์ Video เป็นแผ่น VCD (เปิดเล่นกับเครื่อง VCD Player ได้เลย) หรือจะเป็นไฟล์เป็น DVD Video (เปิดเล่นกับเครื่อง DVD Player ได้เลย) หรือจะให้ download ไฟล์จากเว็บไซต์ youtube มาทำเป็นเป็น VCD และ DVD Video ได้เลย และหากต้องการทำแผ่น CD ธรรมะหรือ DVD ธรรมะแจก เราก็มีบริการจัดหาข้อมูลตามที่ทำต้องการด้วย

    เรารับผลิตแผ่นจำนวนมากราคาถูกที่สุดและเร็วที่สุด ผลิตจำนวนน้อยก็รับ มาทำเพียง 1 แผ่นก็ยินดีให้บริการ หากท่านต้องการผลิตแผ่น CD, ผลิตแผ่น DVD และผลิตแผ่น Blu-ray ติดต่อเรา COPYCDDVD โทร. 08-4333-4333, 08-5320-0099

    อย่าลืมครับ หากจะใช้บริการผลิตแผ่น CD, ผลิตแผ่น DVD และผลิตแผ่น Blu-ray คุณภาพสูง ลองมาดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ http://www.copycddvd.com/

    ขอบคุณครับ


  2. June 5th, 2010 at 10:10 pm       initmate Says:

    คบเพื่อนคนนึงมาตั้งแต่ ม. 2 จนถึงปัจจุบัน

    ตอนนี้แยกกันไม่ออกแล้วค่ะ ว่าเค้าคือเพื่อน

    หรือ คนในครอบครัว …

    เพราะเราุคุยและรู้ใจกันไปซะทุกเรื่อง

    จนถึง …. วันนี้

    ต่างก็โสด ^^ 55+

    ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากมีเพื่อนสนิทหรือเปล่า :)


  3. June 5th, 2010 at 2:37 pm       ana123 Says:

    Very funny indeed…

    I love all of them kaa..

    Miss U naka

    :)))


  4. June 4th, 2010 at 11:22 pm       athenaz Says:

    recall my old reading ka..
    a back to basic thinking and ask if we go too fast..
    or faster than ever needed ka sazz..
    ^^


  5. June 4th, 2010 at 10:24 pm       ฉัตร Says:

    นึกถึงตอนเด็ก ๆ ขึ้นมาเชียวค่ะ หนังสือแปลก็มีหลาย ๆ เรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก โรบินสัน ครูโซ โดโรธีกับพ่อมดแห่งออซ แล้วก็อีกหลาย ๆ เรื่องที่จำเรื่องราวได้ แต่จำชื่อหนังสือไม่ได้แล้ว

    แต่ถ้านึกถึงหนังสือเด็ก ที่อ่านแล้วทำให้นึกถึงความทรงจำเก่า คิดถึงเพื่อนฝูง ก็เรื่อง “บึงหญ้าป่าใหญ่” แต่เป็นวรรณกรรมไทย


  6. June 4th, 2010 at 12:52 pm       kokoseven Says:

    เหมือนกันครับ ต้องรอให้เรื่องวุ่นวายสงบลงเสียก่อน ไม่งั้น bloggerจอมขี้เกียจเช่นผม เกิดอารมณ์สุนทรีย์ในการอัพบล็อก ยากเหลือเกิน นี่ก็เพิ่งได้ฤกษ์กับเค้าเช่นกัน ฮา

    พูดเรื่องหนังสือแปล แล้วถูกใจและชอบหลายแนว แต่ที่เน้นๆ ก็สืบสวนสอบสวน ลุ้นกันตอนจบเลยครับ


  7. June 3rd, 2010 at 11:43 pm       habitation Says:

    น่าสนใจครับพี่ ต้องหามาอ่านบ้างแล้ว ^^


  8. June 3rd, 2010 at 9:27 pm       ชิกามารุ Says:

    เก่านะนั่น


You must be logged in to post a comment.