~La lune dans noir globe~

To living your life isnt the career ..

June26

 

 

 

ข่าวดังของเช้านี้ เห็นทีจะหนีไม่พ้นข่าวของเซเลบฮอลลีวู๊ด หนึ่งดารา อดีตชาลี แองเจิ้ล

และอีกหนึ่งราชาเพลงป๊อบผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งทั้งคู่ต่างจากโลกนี้ไปในวันเดียวกัน

 

 

ฟาร่าห์ ฟอว์เส็ต ดาราฮอลลีวู๊ดวัย 62 ปี อดีตสาวชาลี แองเจิ้ล เวอร์ชั่น ปี 1976

เสียชีวิตในเช้าวันพฤหัส ฯ ตามเวลาที่สหรัฐอเมริกา ด้วยโรคมะเร็ง หลังจากที่เธอพยายามต่อสู้

กับโรคร้ายนี้อย่างเข้มแข็งมากว่า 3 ปี

 

 

อีกรายไมเคิล แจ๊กสัน วัย 50 ปี ราชาเพลงป๊อบซึ่งกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในเร็ววันนี้

หากแต่ต้องมาจบชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายไปเสียก่อน

 

 

แล้วก่อนหน้านี้ ก็มีอีกหนึ่งดาราฮอลลีวู๊ดที่มาเสียชีวิตในเมืองไทย เดวิด คาร์ราดีน ในวัย 72

และคดีก็ยังคงมีการสืบสวนอยู่ แม้รายงานข่าวก่อนหน้านั้นจะให้น้ำหนักว่าเป็นการเสียชีวิต

จากภาวะ autoerotic

 

 

3 รายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ว่ากันว่าการที่ได้เป็นเซเลบระดับฮอลลีวู๊ดนั้น

ไม่ต่างอะไรกับดวงดาวที่เจิดจรัสแสงอยู่บนฟากฟ้า เมื่อจากไป .. จึงเหมือนกับดาวดวงนั้น

ร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลับคืนสู่ผืนดิน

 

 

.

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

ในบรรดาเซเลบฮอลลีวู๊ดที่จากไปแต่ละราย เท่าที่ฉันเคยได้ยินข่าวมานั้น ล้วนแล้วแต่ตอกย้ำ

ให้ฉันเชื่อว่า .. ชื่อเสียง .. เงินตราหาได้หยุดความตายไว้ได้ หากแต่อาจจะซื้อระยะเวลา

ต่อลมหายใจไว้ก็เพียงชั่วคราว แม้ว่าช่วงเวลาที่ยังคงมีลมหายใจอาจจะเคยมีชีวิตที่หรูหรา

จนหลายๆ คนต้องอิจฉา แต่ช่วงเวลานั้นก็จบสิ้นในเงื่อนไขของชีวิตที่ดิ้นหนีไปไหนไม่ได้

 

 

 

ที่สุดแล้ว เกิด แก่ เจ็บ ตาย .. ก็ยังไม่มีใครหนีพ้นแม้ซักรายเดียว

และคงจะเป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์ทุกๆ คน ได้มีสิทธิ์เท่าเทียมเสมอภาคกับอนิจจังสังขารของชีวิต

 

 

 

แต่ก็ยังมีเซเลบรายอื่นๆ อีกหลายราย ซึ่งเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองก่อนเวลาอันควร

ในเหตุผลอันมืดมน ที่เราได้แต่คาดเดากันไปต่างๆ นานา

 

 

 

 

 

 

          

 

 

 

 


Kurt Cobain .. วัย 27 ปี อดีตนักร้องนำวง Nirvana ยิงตัวตาย

ในช่วงเวลาที่วงของเขากำลังโด่งดังสุดๆ

 

 


อดีต Pennywise ,  Jason Thirsk วัย 27 ปี เช่นกันที่ยิงตัวตาย

หลังจากถูกขับออกจากวงซึ่งกำลังโด่งดัง ด้วยภาวะติดเหล้าเรื้อรังและซึมเศร้าอย่างรุนแรง

 

 


Marilyn Monroe ในวัยเพียงสามสิบกว่า sex symbol ที่ได้ชื่อว่ามีเสน่ห์เย้ายวนที่สุด

เสียชีวิตจากการกินยาฆ่าตัวตาย แม้หลังจากนั้นมีผู้พยายามตั้งสมมติฐานว่าเป็นการฆาตกรรมก็ตาม

 

 


Lucy Gordon ในวัยเพียง 29 ปี ดาราสาวจากภาพยนตร์เรื่องสไปเดอร์แมน 3

เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายเช่นกัน

 

 

 

ฯลฯ

 

 

 

แล้วยังมีคนดังอีก 46 ราย ในสาขาอาชีพต่างๆ ที่เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย

( ตามที่มีการบันทึกไว้ที่ http://www.dead-celeb.com/ )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันเคยถามเพื่อนชาวปารีสของฉันว่า .. ทำไมดารา – นักร้อง ดังๆ ถึงต้องฆ่าตัวตาย

และเลือกจบชีวิตตัวเองในช่วงเวลาที่กำลังมีชื่อเสียง

 

 

 

เขาเองก็ตอบฉันไม่ได้ แต่เขาบอกว่า .. เขาไม่มีวันจะฆ่าตัวตาย เพราะเขาเป็นแค่คนธรรมดา

และใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา เขาเพียงแค่มีอาชีพเป็นนักแสดง แต่บทบาทการแสดงไม่ใช่ชีวิตของเขา

เป็นเพียงฉากชีวิตที่ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามบัญชาของผู้สร้างภาพยนตร์

 

 

 

เขามีลมหายใจและใช้ชีวิตอย่างคนปกติธรรมดาแม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลสาธารณะ

เขาไม่หรูหรา ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่ชอบที่จะตกเป็นข่าวอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องที่เกี่ยวกับงาน

เขายังคงชอบเดินเล่นบนท้องถนน ไปจ๊อกกิ้งที่ปาร์ค เขาสนุกที่จะเดินทางด้วยรถไฟ

ชอบเข้าร้านแม๊คโดนัลด์เมื่อไม่รู้จะหม่ำอะไร ฯลฯ แต่เขาก็ไม่เคยต่อต้านการใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับ

(ปกติ)ของเพื่อนร่วมอาชีพ คงเพราะชีวิตของใครก็ของคนนั้นที่ต่างก็เลือกที่จะใช้ชีวิตของตนเอง

 

 

 

ถึงตรงนี้ .. ฉันเองก็ไม่สนใจจะหาเหตุผลของการจากไปก่อนวัยอันควรของบรรดาคนดังทั้งหลาย

แต่สำหรับการจากไปของพวกเขาแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ไม่ว่าเขาหรือเธอจะจากไป

ด้วยความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ กระทำอัตวินิบาตกรรม หรือเงื่อนไขตามธรรมชาติ

 

 

 

สูงสุด กลับคืนสู่สามัญ .. ยังคงเป็นวลีที่ใช้ได้ดีกับสังขารที่เราเป็นเจ้าของ

แต่หาได้มีสิทธิ์ที่จะครอบครองไปตลอดกาล

 

 

 

21 Comments to

“To living your life isnt the career ..”

  1. November 29th, 2010 at 4:40 pm       zhangquanhua Says:

    จะทำดี หรือ ทำไม่ดี ทำสิ่งที่มีความสุข หรือสร้างทุกข์ .. เราเลือกเองได้ค่ะ

    good evening ค่ะพี่ :)))))

    http://www.online-uggboots.net/u114-ugg-classic-tall-boots.html


  2. June 26th, 2009 at 11:24 pm       ana123 Says:

    เข้ามาอำลาและอาลัยรักศิลปินในดวงใจค่ะ


  3. June 26th, 2009 at 11:16 pm       chanpanakrit2 Says:

    อนิจังชีวิตนัก

    เกิดแก่เจ็บตาย

    ชื่อเสียงสร้างไว้

    ก็ใช่ว่าตายไปจะได้รับรู้ต่อ


  4. June 26th, 2009 at 11:08 pm       incog Says:

    สวัสดี คุณศศิ ดารากลุ่มนี้ดังสมัยผมเป็นวัยรุ่นทั้งนั้นเลย / คุณศศิ คงไม่ทันได้ไว้ทรงฟาร่าห์ เพราะยังเด็กเกินไป ใช่ไหมครับ / การเกิดเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการตาย พบก็เพื่อจาก ถึงรักก็ยังต้องพลัดพราก คนเราเกิดมาเพื่อหาทางพ้นจากวังวนเหล่านี้ ถ้าพิจารณามากๆ อาจสำเร็จโสดาบันก็ได้นะครับ /


  5. June 26th, 2009 at 5:51 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่กุ้ง เหมือนที่เราคนพุทธเรียกว่า สู่สุขคติ .. ใช่มั้ยคะ และฝรั่งก็ Rest in peace ..

    หนูเองคิดว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีโอกาสในการใช้ชีวิตและดำรงชีวิตดีกว่าสิ่งมีชีวิตประเภทอื่นๆ ค่ะ

    และเรายังมีสัมปัชัญญะในการไตร่ตรองการกระทำของเราด้วยค่ะ จะทำดี หรือ ทำไม่ดี ทำสิ่งที่มีความสุข หรือสร้างทุกข์ .. เราเลือกเองได้ค่ะ

    good evening ค่ะพี่ :)))))


  6. June 26th, 2009 at 5:42 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม ได้พักชั่วกัลป์กาล อาจจะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ที่พร้อมนะคะ

    แต่สำหรับผู้ที่ไม่พร้อม ก็ทุรนทุรายไม่ใช่น้อยๆ (เคยเห็นคนไข้อาการหนักที่พยายามกระเสือกกระสนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อน่ะค่ะ )

    good evening ค่ะ :)))))


  7. June 26th, 2009 at 5:38 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องดาว เป็นเหตุที่จำต้องยอมรับน่ะค่ะ ต่อให้หมอดีมีฝีมือขนาดไหนก็ตาม เมื่อคนไข้ถึงภาวะสุดท้ายแล้ว ยื้อได้ก็แค่เพื่อประวิงเวลา

    อย่าว่าแต่หมอนะคะ ตอนพี่ไปเฝ้าดูแลแม่พี่ในไอซียู ไปดูแลเพื่อนพี่ที่ตึกโคม่า .. เห็นจนปลงเหมือนกันค่ะ

    บอกตัวเองแต่ว่า เมื่อถึงเวลาของตัวเอง ขออย่างเดียว ขอไม่ทรมาน แต่พี่เองก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายของตัวเองจะทรมานหรือไม่เลยล่ะค่ะ

    good evening ค่ะ ;)))))


  8. June 26th, 2009 at 5:35 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่นัท ไม่ว่าจะหมดลมด้วยเหตุไหน แต่ก็ได้พัก .. จากภาระหนักอึ้งในฐานะคนดังไปตลอดกาลแล้วค่ะ

    good evening ค่ะพี่ :)))))


  9. June 26th, 2009 at 5:33 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะป๊อก ถูก แล้วยิ่งหากทนต่อแรงกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการที่ตัวเองเป็นคนมีชื่อเสียง ชีวิตจะยิ่งไม่มีความสุขเลย

    อีกประเภทคือควบคุมตัวเองจากแรงกระตุ้นไม่ไหว ที่เรียกกันว่าเหลิงน่ะ บางครั้งยังไม่ถึงเวลาที่ตัวเองควรจะต้องจากไปหรอก แต่เร่งรัดตัวเองเพราะกลัวอนาคตว่า ถ้าหมดชื่อเสียงแล้วจะรับตัวเองไม่ได้ ..

    ความสุขหาได้ง่ายๆ แค่มองโลกงดงาม ตามความเป็นจริง good evening จ๊ะ ;)))))


  10. June 26th, 2009 at 5:22 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ เป็นวันศุกร์ ที่ตื่นเช้ามาไม่ค่อยสุขเลยนะคะพี่

    good evening ค่ะ :)))))


  11. June 26th, 2009 at 4:44 pm       pkkk2714 Says:

    พี่กุ้งไม่ทราบจะเขียนอย่างไร กับความหมาย หรืออารมณ์ของความตายในวันนี้

    จิตของคนตายจะบอกจิตแก่พวกเราได้ เพราะแรงจิตนั้นคือพลังการเดินทางสู่สถานจินตนาการต้องการ

    ไม่จำเป็นต้องมีกายเป็นภาระให้จิตอีกต่อไป


  12. June 26th, 2009 at 1:58 pm       cumpreram Says:

    เจ้าแมวน้อยเลียขนเลียแข้งแต่งตัวอยู่อย่างนั้น…บางครายังผุดลุกไปเคลียคลอที่แทบเท้าของนางพลางส่งเสียงเรียกร่ำ
    นางยังคงนอนนิ่ง…รอยยิ้มยังปรากฏที่มุมปาก…สีหน้าของนางมีความสุขอย่างที่สุด…มือกร้านเกร็งยังประสานอยูที่ทรวงอกอย่างสงบนิ่ง…
    ความสุขของหญิงชราผู้หนึ่งยังบังเกิด…ความสุขที่นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสักวันหนึ่งนางจะได้พบกับบุตรสาวและบุตรชายอีกสักครั้ง…แม้เป็นเพียงความฝัน…นางก็ยังยินดียิ่ง…
    เจ้าแมวน้อยยังคลอเคลียอยู่แทบเท้าของนางอย่างเดียวดาย…ในเสียงร่ำร้องของมันคล้ายเสียงเรียกขานให้นางรีบตื่นฟื้น
    แต่ร่างกายที่แข็งทื่อและเย็นเฉียบนั้นกลับไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ อีกต่อไปแล้ว…มีเพียงรอยยิ้มที่ประดับอยู่มุมปากเท่านั้น…รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขอย่างที่สุดของนาง….
    “ รอยยิ้มที่ผนึกค้างตั้งแต่กลางดึกของคืนฝนพรำ”


  13. June 26th, 2009 at 12:44 pm       alphabet Says:

    มาร่วมปลงค่ะพี่
    เมื่อคืนเพิ่งคุยกับคุณหมอท่านหนึ่ง
    ที่ต้องทำหน้าที่ยื้อชีวิตคนไข้แข่งกับยมทูต
    แต่สุดท้ายทุกคนก็จากไปอยู่ดีเมื่อถึงเวลาของตัวเอง
    หมอ – พยาบาล ท่าทางจะปลงกับชีวิตได้ดีนะคะ
    เพราะเห็นคนเกิดแก่เจ็บตายทุกวัน


  14. June 26th, 2009 at 12:38 pm       leelawadee2u Says:

    การจากไปด้วยลมหายใจเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดแล้วจริง ๆ ค่ะศศิ

    ขอให้ทุกท่านที่ศศิกล่าวถึงวันนี้จงมีแต่ความสุข และสงบ…ในภพภูมิที่พวกเขาต้องไปอยู่ค่ะ


  15. June 26th, 2009 at 12:29 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ เป็นยุคแห่งการกอบโกย แก่งแย่ง แข่งขัน
    ยุคที่ต้องชิงดีชิงเด่นกัน โดยที่ลืมตัวกันไปว่า ตายแล้วก็ไม่ได้อะไรติดตัวไปเลยซักอย่าง

    ชื่อเสียง .. เงินทอง ..ยังอยู่แต่ตัวก็ไม่มีโอกาสได้รับรู้ได้ลิ้มรสอีกต่อไปแล้วน่ะค่ะ

    ทำดีกันไว้เยอะๆ จะดีกว่า อย่างน้อยเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไป ยังได้จากไปอย่างมีความสุขค่ะ ว่าชีวิตเรา คุ้มแล้วที่ได้เกิดมา ได้ใช้ชีวิตมา ..

    good day ค่ะพี่ :)))))


  16. June 26th, 2009 at 12:25 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณน้านู เสียดายค่ะ เช้านี้เข้า ijigg ไม่ได้ เลยได้มาแต่ variuos artist
    ที่เอาต้นฉบับมาร้อง
    แต่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการค่ะ อิอิ

    good day ค่ะ ;)))))


  17. June 26th, 2009 at 12:09 pm       Pok Says:

    ความสำเร็จในชื่อเสียงเงินทอง ไม่ได้การันตีว่าชีวิตจะมีแต่ความสุขตลอดไป

    ข้าวราดแกงข้างทางไม่กี่บาท อาจอร่อยกว่าภัตตาคารเลิศหรู

    เมื่อเช้าที่ได้ข่าว ได้แต่ปลงเสียว่า เขาไปดีแล้ว

    ..นรชาติ ติวางวาย
    มลายสิ้น ทั้งอิน-ทรีย์
    สถิตทั่ว แต่ชั่ว ดี
    ประดับไว้ ใน โล กา …

    :))


  18. June 26th, 2009 at 11:52 am       lady Says:

    T-T


  19. June 26th, 2009 at 11:52 am       xanax71 Says:

    ข้อคิดที่ได้คือ ขณะที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราได้ทำอะไรแก่โลกใบนี้ก่อนจะจากไปบ้าง…ได้(ลมหายใจ) มาเปล่าๆ ควรจะให้กลับไป (เปล่าๆ) บ้างเนอะ

    เพราะยิ่งนับวัน เจอคนยุคนี้ จ้องแต่จะ get อย่างเดียว ไม่ give เลย

    อนิจจัง วัฏสังขารา


  20. June 26th, 2009 at 11:49 am       nunohatyai Says:

    มาส่งยิ้ม จ้า

    ว๊าว ว ว คุณsazzเจ้าขา
    Zeppppelin โปรดมาก ก ก ….

    :)


  21. June 26th, 2009 at 11:17 am       sazzie Says:

    Click here to get your free Stairway To Heaven ringtone!

    Click here to get Music Downloads at EZ-Tracks.com


You must be logged in to post a comment.