~La lune dans noir globe~

หนีเมือง ตอน เบื่อชีวิตในเมืองกรุง

August16

 

 

 

เราออกเดินทางกันในคืนวันที่ 6 สิงหา ฉันนั่งทำท่าหยิ่งทะนงอยู่ในรถได้ชั่วพัก

เสียงที่ตะโกนในใจซ้ำไปซ้ำมาว่า .. ลาก่อนแบ็งก็อก .. ก็หลุดผ่านริมฝีปากฉันออกมาอย่างลืมตัว

จนเพื่อนร่วมทาง(ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้ไปจะเรียกเขาว่า ทีที) หันหน้ามามองขำๆ

 

 


แม้จะยังไม่ใช่การลาขาดจากเมืองหลวง แต่ฉันก็ลาไปหลายวันอยู่เหมือนกันนา

เราถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพในช่วงรุ่งเช้า ฟ้ายังไม่สางของวันที่ 7 สิงหา

“อ่าวธรรมชาติ” คือชื่อของท่าเรือเฟอรี่ที่จะพาเราข้ามไปยังฝั่งเกาะช้าง ซึ่งจะเริ่มมีเรือ

ออกจากท่าเพื่อรับส่งผู้คนในเวลา 6.30 น. เป็นเที่ยวแรก และเที่ยวสุดท้ายในเวลาหนึ่งทุ่มตรง

ของทุกวัน และก็ด้วยความที่เราเดินทางมาถึงก่อนเรือเที่ยวแรกจะออกจากท่าถึงชั่วโมงครึ่ง

เราก็เลยมีเวลาล้างหน้าล้างตา จิบกาแฟ และฟังเสียงของคลื่นลมที่โถมเข้าฝั่งเรียกน้ำย่อย

ก่อนที่จะได้สัมผัสกับน้ำทะเลจริงๆ

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากเราแล้วยังมีหนึ่งสาวไทย หนึ่งแหม่มและสองหนุ่มต่างชาติที่ร่วมทางกันมา

ในรถโดยสารคันเดียวกัน สังเกตจากการกางแผนที่บนโต๊ะและล้อมวงหน้าตาเคร่งเครียด

ราวกับประชุมโต๊ะกลมของพวกเขาทำให้ฉันพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นการเดินทางมาครั้งแรก

แต่สำหรับฉันแล้วสบายใจได้หน่อยว่าเมื่อข้ามไปฝั่งนู๊นแล้วจะไม่หลงแน่นอน

เนื่องจากทีทีเดินทางไปเกาะช้างมาแล้วหลายครั้งจนชาวเกาะจำหน้าได้

แล้วเขายังมีเพื่อนชาวไทยอยู่บนเกาะนั้นอีกหลายคนด้วย

 

 

 

 

ทีทีบอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของเกาะช้างเมื่อสมัยแรกที่เขามา ยันปัจจุบันความเปลี่ยนแปลง

รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่เริ่มจะมีเพิ่มมากขึ้นบนเกาะช้าง จากเดิมที่มีเพียงกระท่อมมุงจากริมทะเล

เป็นบังกะโลพักอาศัยสุดหรู ปัจจุบันนี้มีทั้งโรงแรม รีสอร์ทผุดขึ้นตามหน้าหาดดังๆ เต็มไปหมด

เขาว่ามันคือการพัฒนาของธุรกิจท่องเที่ยว โดยที่ตราบใดที่ธุรกิจจะไม่รุกล้ำธรรมชาติ

เกาะช้างก็จะยังคงเป็นตัวเลือกแรกของเขาเมื่อเดินทางมาเมืองไทยต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เรือออกจากท่าในเวลา 6.35 น. ช้ากว่าในตั๋วไป 5 นาที เพราะต้องรอให้รถยนต์ทยอยลงเรือ

ให้หมดก่อน เช้าแบบนั้นยังไม่ค่อยมีรถต่างๆ ข้ามฝั่งไปมากนัก เรือเที่ยวแรกนี้จึงมีเพียงรถเก๋งไม่กี่คัน

รถกระบะและรถพ่วงบรรทุกวัสดุก่อสร้างข้ามไปอีกคันนึง จากภาพเกาะช้างที่ตระหง่านอยู่ไม่ไกล

ระยะสายตานักทำให้ฉันเดาว่า เราน่าจะใช้เวลาไม่ถึง 45 นาทีในการข้ามไปยังเกาะช้าง

 

 

 


แดดเช้าสาดแสงระยับฉาบอยู่บนผิวทะเล เกลียวคลื่นเล็กๆ จึงมีประกายวิบวับเต้นระยิบ

ให้ฉันได้นั่งมองเพลินๆ พลันสายตาที่ฉันมองตรงไปข้างหน้านั้นก็สะดุดเข้ากับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

ที่แหวกว่ายอยู่ไม่ไกลจากท้ายเรือที่ฉันนั่งอยู่มากนัก

 

 

 


“โลมาๆ” ฉันเขย่าแขนทีทีแล้วชี้ให้เขาดู แม้ฉันจะไม่แน่ใจนักว่าจะใช้โลมาหรือเปล่า

แต่ก็เป็นสัตว์ทะเลเพียงแค่อย่างเดียวที่ฉันพอจะนึกได้ว่าควรจะเป็นเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวที่ว่านั่น

ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า หากเป็นโลมาก็น่าจะมากันเป็นฝูง อาจจะหรืออาจจะไม่ใช่ แต่มันก็ยังคงแหวกว่าย

อยู่ในน้ำ โดยแสดงตัวโผล่พ้นจากผิวน้ำขึ้นมาให้ดูเป็นระยะๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” นั่นเรืออะไร ” เสียงทีทีเอ่ยถามพร้อมกับชี้มือไปทางด้านขวาของท้ายเรือเฟอรี่

ภาพที่ปรากฎตรงหน้าคือเรือโยงแบบในแม่น้ำเจ้าพระยาเลย ว๊าวว อะเมซซิ่งดีมั้ยล่ะ

ตรึกตรองแล้วเดาต่อไปว่าน่าจะเป็นเรือที่ขนส่งสินค้าระหว่างไทยไเกาะกง แต่ไม่ชัวร์นะว่า

จะใช่แบบนั้นหรือเปล่า แหมนึกว่าหลงมิติอยู่กลางทะเลมาโผล่พรวดที่เจ้าพระยาซะแล้วสิ

 

 

 

 

อะเมซซิ่งพอหอมปากหอมคอแล้ว เราก็ถึงฝั่งเกาะช้าง โอ้ลืมเล่าว่าทริปนี้สบายจัง

เพราะไม่ต้องขนกระเป๋าเอง  นี่ถ้าต้องขนเองคงยอกแน่เพราะบันไดเรือจากชั้นล่างขึ้นมาข้างบนนี่

อย่างสูงเลย แล้วกระเป๋าฉันก็ใบใหญ่มากเนื่องจากนั่นก็จำเป็นนี่ก็จำเป็นเลยขนมาซะหมดเลย

เพราะล้วนแต่จำเป็น อิอิ ผู้หญิงก็แบบนี้แหละเนอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันเดินนำทีทีขึ้นมาจากเรือ เหยียบเท้าก้าวแรกลงบนแผ่นดินเกาะช้าง แล้วก็ต้องรอให้ทีทีเดินนำ

ตามข้อตกลงกันว่า ถึงเกาะช้างแล้วเมื่อไหร่ฉันจะคอยเดินตามหลังในฐานะผู้ซึ่งเพิ่งมาเยือน

ออกจากท่าเรือมาเราก็เจอกับคิวรถแท๊กซี่ซึ่งวิ่งรับ – ส่ง นักท่องเที่ยวจากท่าเรือไปรอบเกาะ

ตกลงราคาให้ไปส่งยังหาดที่เราจองที่พักไว้ในราคาคนละ 70 บาท แต่ไปๆ มาๆ นับหัว

ผู้โดยสารร่วมรถแล้วมีแค่ 7 คน ซึ่งพี่คนขับเขาว่าไม่คุ้ม คงต้องรอนักท่องเที่ยวจากเรือข้ามฟาก

เที่ยวถัดไปด้วย .. ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง ฉันเห็นกิริยาอิดออดของเขาแล้ว

เลยเอ่ยถามออกไปตรๆ ว่า พี่จะคิดเพิ่มอีกคนละเท่าไหร่ก็ว่ามาเลยดีกว่า ง่ายๆ สั้นๆ ไม่ต้องขวย

 

 

 

 

ไปๆ มาๆ ตกลงราคาใหม่ว่าเราต้องจ่ายคนละ 100 บาท ก็โอเคนะ หยวนๆ เพราะหนทางมันก็ไกล

อีกทั้งเป็นถนนขึ้นเขาลงเขาแทบจะตลอดทางและฉันก็ง่วงนอนมากแล้วด้วยเพราะเหนื่อย

กับการเดินทาง หากต้องรออีกชั่วโมงฉันอาจจะหลับหรืออาจจะเริ่มอาละวาด ..

อันนั้นก็ยากที่จะเดาใจตัวเองได้ เลยคิดว่าจ่ายมากดีกว่าจ่ายน้อยแต่เสียอารมณ์ตั้งแต่เริ่มทริป

อ่า .. แล้วก็ไม่ใช่ว่าฉันตัดสินใจให้ทุกคนบนรถต้องทำตามนะ เพราะฉันได้เอ่ยปากถาม

เพื่อนร่วมรถทุกคนแล้วว่า โอเคหรือไม่ ในเมื่อทุกคนว่าโอเคเราก็เลยโอเค โดยที่รถจะแวะส่ง

นักท่องเที่ยว 4 คน ที่ฉันว่าพวกเขากางแผนที่ล้อมวงหน้าเครียดนั่นที่อ่าวพร้าวก่อน

แล้วถึงจะไปส่งเราโดยเราจะมีเพื่อนร่วมทางอีกคนที่เป็นชาวเกาะซึ่งเขาก็จ่ายเงินค่ารถ

ในราคาเดียวกับเราเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ่าวพร้าว .. ที่เราแวะไปส่งนักท่องเที่ยว 4 คนนั้นก่อนอยู่ไม่ไกลจากหาดที่เราจะไปพักมากนัก

ที่พักของพวกเขาเป็นรีสอร์ทหรูนามว่า บาราลี .. มองจากภายนอกสิ่งปลูกสร้างภายในนั้น

เป็นสไตล์บาหลี ฉันถึงกับหันไปออกปากกับสาวไทย  1 ในกลุ่มนักท่องเที่ยว 4 คนนั้นว่า ..

สวยมากๆ ออกมาจากอ่าวพร้าวแล้ว ทีทีกระซิบบอกกับฉันว่า .. เขาไม่รู้ว่าฉันจะชอบที่พัก

ที่เขาจองไว้หรือเปล่าเพราะไม่ได้หรูหราลักซูรี่เหมือนอย่างที่บาราลี แต่รับรองว่าชายหาด

งามไม่แพ้อ่าวพร้าวแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ถึง 15 นาทีเราก็มาถึงที่พักของเรา และพอฉันได้เห็นบรรยากาศโดยรอบที่พักเท่านั้นเองแหละ

ฉันก็นึกในใจว่า ” ว้าว..ว อยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกันจังเลย ”

ฉันหันไปยิ้มกับทีทีและบอกเขาว่า .. ” ฉันชอบที่นี่ “

 

 

 

 

 

19 Comments to

“หนีเมือง ตอน เบื่อชีวิตในเมืองกรุง”

  1. August 18th, 2009 at 9:09 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ athenaz หนูว่าเกาะช้างยังมีป่าสมบูรณ์กว่าวนอุทยานบางแห่งเสียอีกค่ะพี่

    วันที่ไปเดินป่า เราจะได้ยินเสียงนก เสียงของป่าน่ะค่ะหนูก็ไม่รู้ว่าแมลงอะไร แต่ทีทีเขาอัดเสียงไว้ด้วยน่ะค่ะ

    ป่าตรงที่เราไปมันไม่ได้อยู่ในแผนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่ะค่ะ พรุ่งนี้จะเอาภาพมาลงให้ชมค่ะ

    goodnight ค่า ;)))))


  2. August 17th, 2009 at 3:39 pm       athenaz Says:

    แม้จะเปลี่ยนไปกว่าก่อยแยะ..
    แต่ยังคงมีเสน่ห์และหามุมทีชิดธรรมชาติได้มากนะคะ sazz

    ชอบเกาะช้างค่ะ ขอบคุณเรื่องเล่าให้พี่ตามไปด้วยคนค่ะ..

    P athenaz :))


  3. August 16th, 2009 at 6:53 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ นี่ถ้าหนูเชื่อพยากรณ์ล่วงหน้าของกรมอุตุ ฯ คงเสียดายแย่เลยค่ะ เพราะพอไปเข้าจริงๆ เจอะฝนแค่สองวันเท่านั้นเอง แล้วก็ตกแป๊บเดียวก็หยุดค่ะ

    หลังฝนตกทะเลใสมากค่ะพี่ แล้วแดดไม่เผาแบบในกรุงเทพด้วย คือยังเงยหน้ามองพระอาทิตย์ได้นะคะ แต่กลับมากรุงเทพ โห แดดสุดๆ ค่า แสบตามากๆ

    ก่อนกลับก็แวะดูโครงการบ้านด้วยน่ะค่ะ ราคาไม่แพง แต่ที่ดินไม่ขายขาดน่ะค่ะ เป็นที่ดินให้เช่ารายปี (พูดเหมือนจะซื้อ 5555)ชอบอย่างคือที่นั่นไม่มีคลับเสียงดังๆ รบกวนบรรยากาศความสงบของหาดน่ะค่ะ ซึ่งเกาะใหญ่ๆ ที่อื่นๆ ถูกกลืนไปหมดแล้ว

    ต่อไปคงได้กลับไปอีกค่ะพี่เพราะได้รู้จักพี่เจ้าของร้านหนังสือที่นั่นที่เธอว่ายินดีมากถ้าหนูจะไปอีกแล้วไปพักที่บ้านเธอ 5555

    ทีทีบอกตอนนี้ที่นั่นมีแต่คนถามถึงหนูว่าหายไปไหน 555 อยู่จนรู้จักเขาไปทั่วน่ะค่ะ ;p

    good evening ค่า ;)))))


  4. August 16th, 2009 at 6:45 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องอ้อม พี่พักที่ไก่แบ้ค่ะ เพราะเป็นหาดที่ไม่ค่อยจะมีรีสอร์ท โรงแรมใหญ่ๆ

    ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวมากๆ ค่ะ เงียบๆ ดีพี่ชอบ จะวิ่งแหกปากโวยวายลงทะเลยังไงก็ไม่มีใครว่า 5555

    ปล.ฝ้ายแกล้งกลัวไปงั้นล่ะค่ะ ใจจริงกลัวซะที่ไหนล่ะ 555

    good evening ค่า ;)))))


  5. August 16th, 2009 at 6:42 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องอ้อน เขากตัญญูต่อพ่อแม่เขาก็นับว่าเป็นการดีประการหนึ่งค่ะน้อง

    อย่าน้อยใจไปเลยค่ะ อย่างน้อยเราก็ได้เคียงข้างเขานะคะ มองโลกในแง่ที่เป็นส่วนดีกับเราดีกว่า

    พี่เองไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกๆ วันพอมีโอกาสก็อยากใช้เวลาร่วมกันบ้างน่ะค่ะ ยังอยู่ในช่วงโปร ฯ อะไรๆ ก็ดูว่าดีไปหมดน่ะค่ะ รอดูต่อไปก่อนสิเนอะ 5555

    คิดถึงเช่นกันค่ะ กอดๆ น๊า อย่าคิดมาก good evening จ้า ;)))))


  6. August 16th, 2009 at 6:38 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องฟ้า พี่สบาย สบายมากเลยค่ะ น้องเป็นไงบ้างคะ ??

    พี่ก็ไม่แวะมาหลายวันค่ะ เพิ่งกลับมาจากเที่ยว เมืองไทยที่เที่ยวสวยๆ เยอะนะ ยังเที่ยวไทยไม่ทั่วเลย เมืองนอกน่ะรอไปก่อนนิ อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  7. August 16th, 2009 at 6:35 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะหนูฝ้าย รวมหมดแหละค่ะน้อง พี่โทรกลับมาหาเพื่อนพี่ใช่ป่ะ ก็บอกเหมือนกันว่า อยากให้มาอยู่ด้วยกันจังเลย เพื่อนพี่มันก็ไม่คิดว่าพี่จะเกิดอารมณ์แบบว่าแชร์ความงดงาม 555 มันก็ซักใหญ่เลย ทำไม ไม่มีความสุขเหรอ ทะเลาะกันแล้วเหรอ บลา บลา 5555

    คือมันสวยมากน่ะค่ะ แล้วสภาพชีวิตเราตอนนี้เครียดกันชิบเป๋ง .. ถ้าได้ไปนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยกัน สูดอากาศดีๆ ด้วยกัน มองทะเลกว้างๆ ด้วยกันน่าจะทำให้สบายใจกันได้บ้างน่ะจ๊ะ

    ใช่บ้านสลักเพชรมั้ยคะ ?? ที่น้องไปกินข้าวมาน่ะ เพราะระยะทางจากตรงนั้นมันเปลี่ยวแล้วไม่มีไฟถนนด้วยน่ะ พี่ก็ไปมากันแต่ไม่เจออะไร สงสัยพี่จะน่ากลัวกว่านิ อิอิ

    ยังพูดกับทีทีว่านี่ถ้าเป็นบิ๊กไบค์คงขี่มันส์เลย เพราะถนนมันเหมาะกับบิ๊กไบค์เนอะ แต่บิ๊กไบค์ที่นั่นนับคันได้ เท่าที่พี่เห็นมี 4 คันเท่านั้นเอง

    good evening จ้า ;)))))


  8. August 16th, 2009 at 5:47 pm       xanax71 Says:

    ไปเกาะช้างครั้งล่าสุดเมื่อหกปีที่แล้ว..ชอบมากๆ เช่นกัน ตอนนั้นซื้อแพคเกจจากการท่องเที่ยวนะ รีสอร์ทสวยดี น่ารัก เจ้าของอัธยาศัยดีด้วย ไปหน้าฝน (กรกฎาคม) เข้าน้ำตกไม่ได้ น้ำคงเยอะ น่าจะอันตราย…เจอฝนแทบทุกวัน เช่ามอเตอร์ไซค์ขับด้วบ ฝ่าฝนอีกต่างหาก..

    ไปที่ร้านอาหารชื่อไอยรา (มั้ง..ถ้าจำไม่ผิด) กินข้าวเสร็จ พายเรือคายัคเล่น พอค่ำๆ ก็ดูหิ่งห้อยที่ป่าโกงกาง งามมากๆ งามกว่าอัมพวาอีก

    นึกถึงแล้วก็ยังประทับใจนะ

    ชีวิตนี้ไปเกาะช้าง สองครั้ง ได้มาสองอารมณ์ของเกาะช้าง (หน้าร้อนช่วงวันเกิด กับหน้าฝนเมื่อหกปีที่แล้ว)

    ที่สงบๆ… อยู่แล้วมีความสุขเนอะ

    :)


  9. August 16th, 2009 at 5:41 pm       simply Says:

    มาปูเสื่อรอตั้งแต่เมื่อวานแล้วก๊า : )
    พี่ศศิพักที่หาดอะไรคะ .. แอบบอกหน่อยน๊า

    ..

    ปล.พี่ฝ้ายจ๋าไหนว่ากลัวผี เข้ามาเมนท์บล็อกท่องเที่ยวยังเล่าเรื่องผีอีกน๊า บรู๋วววววว


  10. August 16th, 2009 at 1:18 pm       specter Says:

    อยากมีช่วงเวลาดีๆเหมือนพี่ศศิบ้างจังเลย
    อ้อนลืมไปแล้วจริงๆค่ะพี่ แฟนเขาคงลืมมั้งว่ามีอ้อนอยู่บนโลกใบนี้ เขามองเห็นแต่ที่บ้าน มีแต่พ่อกับแม่เลี้ยงเขาเท่านั้น วันนี้ก็ไปบ้านอีกแล้ว น้อยใจนะค่ะเวลาทกข์ร้อนเราคนแรกแต่เวลาสุขอ้อนมักจะเป็นคนสุดท้าย
    ท้อแล้วจริงๆนะค่ะพี่เรื่องนี้ ได้แต่ทำใจ
    ตอนนี้ความสุขที่มีก็ได้จากที่แห่งนี้แหละ
    อ่านเรื่องของพี่แล้วมีความสุขตามไปด้วย
    คิดถึงนะค่ะ..พี่ศศิ
    :)
    อย่างน้อยแวะมาบ้านหลังนี้ก็ทำให้ยิ้มได้


  11. August 16th, 2009 at 1:15 pm       fakhairung Says:

    จะหนีตามกาลิเลโอหรอคะ…พี่ศศิ

    อิอิ…เที่ยวเมืองไทยก็สบายใจแล้วเน๊อะ!

    ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยือนเสียนาน

    พี่ศศิสบายดีนะคะ ^_^


  12. August 16th, 2009 at 12:48 pm       ฝ้าย Says:

    อยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ด้วยจัง รวมฝ้ายด้วยหรือเปล่า อิอิ
    คำอุทานดูนางเอ๊ก นางเอก ขัดกับบุคลิกพี่มากเลย เพราะพี่เป็นสุดยอดนางเอก ฮ่าๆๆ เกาะช้างมีผีด้วยนะขอบอก เคยขี่มอเตอร์ไซค์รอบเกาะไปกินข้าวที่ร้านขายอาหารทะเลจากฟากหนึ่งของเกาะไปอีกฟากหนึ่ง ขากลับจอดรอเพื่อนอยู่รอบตัวมืดมาก จู่ๆ แตรมอเตอร์ไซค์ก็ัดังเองอ่ะพี่ เกือบท้ิงมอเตอร์ไซค์แล้ว แต่เช่าเค้ามากลัวผีติดมากับมอเตอร์ไซค์ พอขี่มาซักพักก็เจอผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวแบบชุดเดินป่า เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไปแป๊บเดียวก็หายไปเลย ถึงตอนนั้นนะ จากมอเตอร์ไซค์ผู้หญิี๊ง ผู้หญิงกลายเป็นมอเตอร์ไซค์วิบากเลยพี่ น่ากลัวมากกกกก พี่ถ่ายภาพมาสวยมากเลย ฟ้าสวยมาก เห็นแล้วอยากไปอีก อยากไปอยู่ที่โน่นด้วยกันจัง


  13. August 16th, 2009 at 12:26 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องหงส์ดรุณ พี่เก็บเม็ดฟ้าทะลายโจรไว้แล้วนะคะ ใส่ห่อเรียบร้อย ตอนแรกจะส่งก่อนพี่ออกเดินทางแต่พี่ยุ่งมากๆ น่ะค่ะช่วงก่อนเดินทางเลยยังไม่ได้ส่งไปให้ ภายในอาทิตย์จะส่งไปให้นะคะ

    พี่กลับมาวานเช้ามืดน่ะค่ะ เพราะถูกโทรจิกให้กลับมาประชุม ไม่งั้นคงอยู่ยาวถึงอาทิตย์หน้าเลยน่ะค่ะ

    ไปแล้วไม่อยากกลับบ้านเลย แต่ถ้าไปอยู่ที่นั่นจริงๆ ไม่ใช่ไปอย่างนักท่องเที่ยว คงจะรู้สึกอีกแบบมั้ยไม่รู้นะคะ

    อากาศดีมากๆ ค่ะน้อง พี่เขียนไดอารี่วันๆ นึง 7-8 หน้าอ่ะ 5555 ที่เอามาลงนี่ต้องสรุปมาแต่สาระเลยค่ะ ไม่งั้นอ่านกันจนหาวแน่

    good day ค่า ;)))))


  14. August 16th, 2009 at 12:21 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะเจี๊ยบจัง เดี๋ยวจะพาเที่ยวให้ทั่วเลยค่ะ เพราะไปลาดตระเวนมาเสียรอบเกาะแล้ว

    นอกจากทะเลยังมีน้ำตก มีป่าด้วยนะคะ เสียดายภาพวันแรกที่ถ่ายไว้ทั้งหมด ถูกลบไปจากซีดีรอมที่เก็บไว้น่ะค่ะ ตอนที่เอาภาพจากกล้องทีทีมาลงวันกลับ ไม่รู้ยังไง ไฟล์เดิมๆ หายไปหมดเลย :

    good day ค่า ;)))))


  15. August 16th, 2009 at 12:19 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณชาญ 555 ไม่ได้ไปเมืองนอกหรอกค่ะ อยู่ในเมืองไทยนี่แหละค่ะ

    อากาศดีมากๆ เลยค่ะ แม้จะมีเมฆฝนบ้าง แต่ฝนจะพรำก็ช่วงดึกๆ ไปแล้วน่ะค่ะ

    เพราะไปตกอีกด้านของเกาะมากกว่าค่ะ มองยอดภูอีกด้านจะเห็นหมอกคลุมตลอดเลย

    แต่โดยรวมแล้ว .. ติดใจบรรยากาศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  16. August 16th, 2009 at 12:11 pm       hongdarun Says:

    อืม..พี่ศศิหายไปหลายวัน หนีเมืองกรุงไปซะแล้ว
    ดูบรรยากาศสดชื่นดีจัง ทะเล ท้องฟ้าแบบนี้ สมองคงปลอดโปร่ง

    พี่คงสูดโอโซนมาเต็มปอด


  17. August 16th, 2009 at 12:08 pm       initmate Says:

    ตอนนี้ .. กำลังตามศศิ ไปอยู่ที่โน่น …. อยู่ค่ะ

    อ้อ มี TT อีกคนดิเนอะ … ^ – ^

    กลับมาแล้วเริ่มเล่าใหม่ ตั้งแต่วันไป … เหมือนกำลังดูหนังเลยค่ะ …

    รอ รอ เดินเล่นชายหาด กันต่อนะคะ ศศิ


  18. August 16th, 2009 at 11:54 am       chanpanakrit2 Says:

    นึกว่าไปดูคอนเสริตที่ต่างประเทศ

    อย่างน้อยก็ Amazing ะthailand

    หายไปหลายวัน ไปสูดอากาศแล้วสดชื่น

    ยังเกาะชื่อยังกับเบียร์


  19. August 16th, 2009 at 11:27 am       sazzie Says:


You must be logged in to post a comment.