~La lune dans noir globe~

อยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้จัง ..

September7

 

 

 

” อยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้จัง .. ” ฉันกรอกความรู้สึกจริงใจผ่านมือถือ

บอกเพื่อนซี้ปึ้กที่เป็นผู้มองโลกในแง่ดีพอๆ กับฉัน เจ้าหล่อนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียง

กระวนกระวายในทันทีทันใดว่า ..” ทำไมวะ ไม่แฮ๊ปปี้เหรอ .. “

 

 

.

 

 

นั่นล่ะเพื่อน .. พอเพื่อนมีอาการประหลาด(โรแมนติก?)จากที่เคยเป็น

หล่อนก็ร้อนรนกระวนกระวายว่าเพื่อนคงไม่มีความสุข จริงๆ แล้วโคตรจะสุขจนลืมทุกข์

เสียล่ะมากกว่าที่ทำให้ฉันเกิดอาการแปลกประหลาด อยากจะแบ่งปันความงามของทิวทัศน์

ตรงหน้าให้เพื่อนผู้ตรากตรำ กรำงานทั้งงานนอกบ้านในบ้านได้เห็นบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


มันเป็นความรู้สึกโล่งเพราะผนวกตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แม้จะเป็นได้แค่อณูเล็กๆ

ของพื้นที่ขนาด 40,076 ก.ม. x 40,074 ก.ม.(ขนาดของโลกรอบเส้นศูนย์สูตรกว้าง

x ยาวรอบโลกผ่านขั้วโลกทั้งสอง )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ในวันที่ฟ้าใสๆ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าแท้ๆ เมฆที่เป็นปุยๆ สีขาวแบบนี้ หาได้ยากในสภาวะที่สภาพอากาศ

แกว่งไปแกว่งมาอย่างเช่นในปัจจุบัน ฉันจึงเปรมสุขมากกับการได้นอนเหยียดบนเตียงผ้าใบ

แล้วเฝ้าจับตามองก้อนเมฆที่ค่อยๆ ลอยผ่านหน้าไปช้าๆ เหมือนภาพสโลว์โมชั่นในหนังรักโรแมนติก

เมื่อพระเอกกับนางเอกกลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง แล้วต้องโผเข้าหากัน .. อย่างนั้นเลย ..

มันเร้าจังหวะหัวใจของฉันที่เต้นสโลว์ๆ ให้ปรับจังหวะเป็นบีท ดรัม แอนด์ เบส

เมื่อก้อนเมฆที่ฉันเฝ้าจับตา เคลื่อนเข้าหาก้อนเมฆที่ลอยคว้างเหมือนรอคอยการผสาน

จากก้อนเมฆรายทางที่จะลอยผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ทว่า .. แม้จะดูเหมือนเมฆสองก้อนรวมตัวเป็นหนึ่ง อันที่จริงแล้วมันคือภาพซ้อนต่างหาก

ซึ่งในบางครั้งชีวิตคนเราก็เกิดอาการหลอนด้วยภาพซ้อนบ่อยๆ

 


สุข .. ซ้อนด้วยทุกข์

ทุกข์ .. ซ้อนด้วยความหวัง

รัก .. ซ้อนด้วยเลิก

หรือแม้แต่รัก .. ซ้อนด้วยรัก

 

 

หากแยกแยะไม่ดีภาพซ้อนจะหลอกหลอนให้สับสนได้

ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่โลกยังคงหมุน ชีวิต ความรู้สึก ลมหายใจ ก็ยังไม่ได้หยุดนิ่ง

ภาพซ้อนก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ

 


แล้วเราจะต้องไปยึดติดกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออะไรกันเล่า ..

แบบนั้นมันเหมือนเลหลังชีวิตตัวเอง ขายทิ้งแบบถูกๆ และผูกขาด

ทั้งๆ ที่แต่ละชีวิตนั้นประเมิณค่าตีราคาไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เถอะนะ ฉันคงจะหลงใหลในอิสระเสรีภาพมากไปซักหน่อย

แล้วเลยพลอยมายุให้ผู้คนนำเอาเสรีภาพทางความคิด

ความรู้สึกในใจตัวเองออกมาใช้อย่างอิสระ

 

 


ฉันเอกเขนกมองก้อนเมฆและยิ้ม ..

เมื่อนึกถึงคนที่อยู่ไกลๆ ทั้งเพื่อน ทั้งคนรู้จัก ทั้งใครต่อใคร

ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจะมีใครที่มีอารมณ์สุนทรีย์และกำลังนั่งมองนอนมองท้องฟ้า

ในเวลาเดียวกันกับฉันบ้างหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติสต์แตกหรือจะเชื้อโรแมนติกลามถึงก้านสมอง หรือจะเพราะความสุขทะลวงถึงก้นบึ้งหัวใจ

ฉันก็ไม่อยากจะเสียเวลาค้นหาตรรกะหรือเปิดอภิปรายเรื่องนัยยะความหมายที่แท้จริง

ของความรู้สึกตัวเองในขณะนั้น ..

 

 

หากแต่ฉันเลือกที่จะโทรหาเพื่อนที่อยู่ระหว่างการเดินทางลงใต้

 


และ

 


เพื่อนอีกคนที่กำลังขนของย้ายบ้านมาอยู่ละแวกเดียวกับฉัน

 


และ

 


เพื่อนที่ยังอ่อนเพลียจากการแข่งแบดเมื่อคืนก่อนหน้า

 


และ

 


เพื่อนที่เพิ่งจะแต่งงานเมื่อสัปดาห์ก่อน

 


และ

 

 

เพื่อน ฯลฯ ให้สละเวลาซักนาทีแหงนหน้ามองฟ้าเดียวกันของเราซักหน่อย

รวมถึงส่งภาพถ่ายท้องฟ้าและก้อนเมฆให้ใครต่อใครที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเส้นศูนย์สูตรเดียวกัน

พร้อมกับโน๊ตสั้นๆ .. ว่า “อยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้จัง ..”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพิ่มเติมจากผู้เขียน เมฆลักษณะไหน บอกอะไร ?

 

 

เมฆ คือส่วนผสมของหยดน้ำขนาดจิ๋วกับผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศ

เมฆเกิดจากอากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้น

และมีอุณหภูมิลดลง ทำให้ไอน้ำภายในอากาศร้อนนั้น

กลั่นตัวรอบๆ อนุภาคขนาดจิ๋วของฝุ่นและควัน

เมฆแต่ละกลุ่มจะมีหยดน้ำประมาณ 1 ล้านหยด ต่อ 1 ลบ.ม.

และในเม็ดฝนแต่ละเม็ดจะมีอนุภาคของเมฆ 1 ล้านอนุภาค

 

 

 

 

 

เมฆแอลโตสเตรตัส ริ้วคลื่น สามารถกลายเป็นเมฆฝนได้

 

 

 

 

 

 

เมฆซีร์รัส บางเบาคล้ายขนนก

เป็นสัญญานของอากาศที่อาจจะแปรปรวน

 

 

 

 

 

 

เมฆคิวมูโลนิมบัส รูปทั่งจะเกิดก่อนฝนฟ้าคะนอง

 

 

 

 

 

 

เมฆแอลโตคิวมูลัส ปุยกระจุกๆ หนาแน่น

เป็นสัญญลักษณ์ของสภาพอากาศที่ดี

 

 

 

 

 

33 Comments to

“อยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้จัง ..”

  1. September 9th, 2009 at 9:15 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องดาว ในกรุงมีแค่ไม่กี่ริ้วแบบนั้นล่ะค่ะ ตจว.น่าจะมีมากริ้วกว่านะคะ

    เมื่อวานนี้เมฆก็สวยนะคะ พี่เงยขึ้นไปมอง มุมจากริมแม่น้ำ ฟ้ากว้างมาก 😉

    goodnight จ้า ;)))))


  2. September 9th, 2009 at 11:25 am       alphabet Says:

    เมฆแอลโตสเตรตัส ริ้วคลื่น
    น่ารักจังเลยค่ะพี่


  3. September 8th, 2009 at 10:35 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณอ้อ 555 โอยยยย อย่าอิจฉาเลยค่ะ ไม่มีอะไรให้อิจฉาเลยล่ะค่ะ ราบเรียบเป็นปกติมากๆ ค่ะ อิอิ

    good day ค่า ;)))))


  4. September 8th, 2009 at 10:32 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่บี คิดถึงค่ะพี่ หลานๆ หนู สบายดีนะคะ ???

    ฟ้ากรุงเทพหลังจากไม่ได้เห็นสีสดใสแบบนี้มานานน่ะค่ะ ทางนั้นฝนลงทุกวันมั้ยคะ

    พี่บีรักษาสุขภาพด้วยเช่นกันค่า กอดๆๆๆ

    good day ค่า ;)))))


  5. September 8th, 2009 at 10:31 am       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะลุง ใช่เลย ใกล้ๆ ไกล ก็ฟ้าเดียวกัน ไว้จะเอาภาพฟ้าจากที่ไกลๆ มาให้ดูมั่ง

    แต่ไม่มีเมฆเหมือนบ้านเราหรอกนะลุง คนถ่ายภาพเขาบอกว่าเขาไม่ได้จ่ายค่าเมฆ 555

    good day จ๊ะ ;)))))


  6. September 8th, 2009 at 10:30 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณชาญ ที่บ้านแห้งๆ ไม่มีฝนมาสองวันแล้วค่ะ อิอิ

    good day ค่า ;)))))


  7. September 8th, 2009 at 10:29 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก สวย หวานมากๆ ขอบคุณค่า

    good day นะคะ ;)))))


  8. September 8th, 2009 at 10:28 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณเด็กช่าง ทราบค่าว่าไม่ได้โม้ 555 เวลาออก ตจว.ก็ชอบนั่งมองท้องฟ้าโปร่งๆ น่ะค่ะ

    ไม่มีตึกบัง สายไฟก็ไม่ยุ่บยั่บเหมือนในกรุงเทพ ยิ่งถ้าไปตามทุ่งนี่ โล่ง โปร่ง สบายตาจริงๆ

    good day ค่ะ ;)))))


  9. September 8th, 2009 at 10:27 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ nabhasan ศศิสบายดีค่ะ ขอบคุณค่า คุณก็เช่นกันนะคะ

    ไม่ได้เห็นฟ้าสีฟ้าแบบนี้มาหลายอาทิตย์แล้วน่ะค่ะ พอได้เห็นแล้วอดใจไม่ไหว

    ต้องลากเตียงผ้าใบออกไปนอนรับลมร้อนที่นอกชานเลยค่ะ 555

    good day ค่า ;)))))


  10. September 8th, 2009 at 10:25 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่กุ้ง ท่าจะจริงค่ะพี่ เพราะฟ้าล่อตาให้ต้องหันหน้ามองตามก้อนเมฆจริงๆ ค่ะ

    good day ค่า ;)))))


  11. September 8th, 2009 at 9:22 am       aorengja Says:

    เข้ามาคอนเฟิร์มว่า…ความโรแมนติกคงจะลามจากหัวใจมาถึงก้านสมองคุณศศิจริง ๆ ด้วยล่ะ อิจฉามากมั่กค่ะ


  12. September 8th, 2009 at 8:40 am       ps123* Says:

    แวะมาดูท้องฟ้าจ๊ะ ไม่ได้เข้าทักทายกันน้านนานแล่ว แต่ก็แว่บเข้ามาดูความเป็นไปของน้องอยู่ รักษาสุขภาพด้วยจ๊ะ


  13. September 8th, 2009 at 7:25 am       zdevil Says:

    ภาพท้องฟ้า สวยดี .. อยู่ใกล้ไกลก็ฟ้าเดียวกัน


  14. September 7th, 2009 at 11:25 pm       chanpanakrit2 Says:

    อากาศเป็นอย่างไรที่โน่นไม่รู้

    แต่ที่นี้ฝนตกห่าใช้ได้เลย


  15. September 7th, 2009 at 10:00 pm       peacock Says:

    ;)))


  16. September 7th, 2009 at 9:53 pm       dekchangs Says:

    สวัสดีครับ คุณศศิ
    เมฆที่ ตจว.บ้านเราสวยจริงครับ …ไม่ได้โม้นะครับ


  17. September 7th, 2009 at 8:28 pm       nabhasan2007 Says:

    เห็นเมฆปุยขาว ๆ บนท้องฟ้าสีฟ้านี่
    ดิฉันเหมือนเป็นโรคจิต เสพติดที่จะมองเหมือนกันค่ะ
    อดใจไม่ได้ ต้องแวะเข้ามาชมสักหน่อย คุณศศิสบายดีนะคะ ^__^


  18. September 7th, 2009 at 8:26 pm       pkkk2714 Says:

    หากเงยหน้ามองฟ้า ฟ้ามองเราอยู่ก่อนแล้ว ฟ้าสร้างฝัน

    ฟ้าพาจิตใจเราลอยตามก้อนเมฆก้อนนั้น

    อนลังเลเหหันมองไปอีกทิศ ฟ้าสวยสีฟ้าอมควันหลอกใจเราหันหลังเดินตามอีกทาง


  19. September 7th, 2009 at 7:34 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เมย์ โรแมนติกจริงๆ ค่ะพี่ หนูชอบท้องฟ้า ตจว.น่ะค่ะ ที่ไม่มีตึกบัง จะมองได้แบบพาโนรามาไม่ขัดตาขัดใจเลย

    good evening ค่า :)))))


  20. September 7th, 2009 at 7:31 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณอา เป็นไททางหน้าที่การงานใช่มั้ยคะ ที่คุณอาหมายความถึง 😉
    อืมม หรือจะหมายถึงลูกๆ ที่เรียนจบหมดแล้วคะ?

    หนูโด๊ปแต่กาแฟค่ะ 555 แตะพื้นแล้วค่อยว่ากันใหม่ อิอิ อีก 10 ปี หนูก็น่าจะเป็นไทเหมือนกันค่ะ

    good evening ค่า :)))))


  21. September 7th, 2009 at 7:08 pm       xanax71 Says:

    ชอบมองฟ้าทุกวันเลย จินตนาการไปถึงภาพวาดของเทวดา

    :)


  22. September 7th, 2009 at 6:17 pm       incog Says:

    สวัสดี คุณศศิ เวลาที่อยู่ข้างบน แล้วจิบแชมเปน คิดถึงคนที่เราเป็นทาส ความรู้สึกก็แปลกไปอีกแบบ / แต่เดี๋ยวนี้เป็นไทแล้ว


  23. September 7th, 2009 at 6:08 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณพ่อ ของหนูอาศัยเปิดดูใน encyclopedia น่ะค่ะ ข้อมูลค่อนข้างจำกัด แต่มีภาพให้เทียบด้วยน่ะค่ะ

    ตอนกลับจากพังงา หันไปมองท้องฟ้าด้านข้าง มีเมฆกลุ่มหนึ่งเหมือนน้ำตกเลยค่ะ สวยมากๆ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะคนขับกำลังมีวาทะกรรมกับภรรยา(เพื่อนหนู)น่ะค่ะ เลยไม่อยากจะรบกวน เดี๋ยวจะขัดอารมณ์ทะเลาะเบาะแว้งของพวกเขาเสียเปล่าๆ ค่ะ อิอิ

    คุณพ่อรักษาสุขภาพด้วยนะคะ :)))))


  24. September 7th, 2009 at 6:04 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่กอไผ่ “ศศิรักทุกๆคนเลยค่ะ ..” (โบกมือและยิ้มหวานจ๋อย)5555 นางงามมากๆ

    อากาศดีๆ บรรยากาศสบายๆ เมื่อวันหยุดน่ะค่ะพี่
    ท้องฟ้าสวยมากค่ะ ไม่ได้เห็นฟ้าโปร่งๆ แบบนั้นมาตั้งหลายอาทิตย์แล้วเลยเคลิ้มค่ะ อิอิ

    ปล.หนูก็เพิ่งจะสังเกตนี่ล่ะค่ะพี่ ว่าเมฆมันมีรูปทรงคล้ายๆ หัวใจ อะแฮ่ม .. ท่าทางหัวใจๆ นี่ต้องเป็นของพี่แน่ๆ เลยค่ะที่กำลังชมพู๊ ชมพู อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  25. September 7th, 2009 at 12:01 pm       sidabhai Says:

    เรามีหนังสือรวบรวมภาพเมฆของญี่ปุ่น
    ที่นักล่าเมฆถ่ายไว้ ใส สวย หลากหลายน่าสนใจ/
    เรื่องเมฆ,คุณอาจินต์ ปัญพรรค์เคยคุยให้ฟังว่าครั้งหนึ่งแหงนดูฟ้าเห็นกลุ่มเมฆเป็นรูปเกาะอังกฤษเป๊ะเลย
    แต่เสียดายที่ตอนนั้น ไม่มีกล้องในมือ !
    …มายุคนี้เราต้องเตือนตนว่า อย่าให้กล้องหรือมือถือห่างมือ ฯ


  26. September 7th, 2009 at 11:49 am       korpai Says:

    ฮั่นแน่กำลังอินเลิฟอ๊ะเปล่าคะนี่
    แซ่บสิคนดีของพี่คนนี้
    ขอให้รอยยิ้มบางหลายที
    ก้อนเมฆคนดีช่าสวยจัง

    ชะเอ๊ยมีรูปหัวใจด้วย
    กิ้ว..ว..
    เราก็มีต่อมติ๊สแตกใกล้เคียงกันเลยน้า


  27. September 7th, 2009 at 11:24 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ ดื่มด่ำจนไม่อยากให้เมฆฝนมาชิงท้องฟ้าเลยล่ะค่ะพี่

    หนูไม่ได้เห็นฟ้าใสขนาดนี้มาซักสองอาทิตย์ได้แล้วค่ะ พอมีโอกาสเลยต้องตักตวงให้อิ่มเอมค่ะพี่

    good day ค่า ;)))))


  28. September 7th, 2009 at 11:21 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม วันหยุดไหนๆ ไม่มีความสุขเท่า ลากเก้าอี้ผ้าใบไปนอนดูฟ้าที่ระเบียงหลังบ้านค่ะ

    อาทิตย์ที่ผ่านมา ท้องฟ้าสวยมากๆ ใส เมฆก็เต็มฟ้า ลอยไปลอยมาเพลินตาดีจริงๆ ค่ะ

    ปล. กายหยาบต้องทาโลชั่นนะคะ จะได้ไม่หยาบ อิอิ

    good day ค่า ;)))))


  29. September 7th, 2009 at 11:18 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องหงส์ดรุณ ใช่เลยค่ะพี่เห็นด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ล้วนแต่เกิดจากการปรุงแต่ง

    เมื่อไหร่ที่ปล่อยตัวเองให้กลมกลืนกับธรรมชาติได้ ก็ตอนที่นั่งนิ่งๆ แล้วมองโลกที่ค่อยๆ หมุนอย่างแช่มช้าน่ะค่ะ

    พี่ยังอยู่เมืองกรุงเหมือนเดิมค่ะน้อง แต่เพื่อนสนิทพี่ไปทำธุระที่ใต้น่ะค่ะ ตอนแรกกะว่าจะไปกับเพื่อน แต่ติดคุณแม่ขอร้องว่าพี่ชักจะเที่ยวถี่ไปหน่อยแล้ว 5555

    good day ค่า ;)))))


  30. September 7th, 2009 at 11:13 am       lady007 Says:

    ปล่อยวาง แล้วโบยบินไปกับก้อนเมฆที่เคลื่อนตัวไปตามธรรมชาติก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณศศิ


  31. September 7th, 2009 at 10:32 am       cumpreram Says:

    …สวัสดีครับ…
    ทุกผู้คนล้วนเป็นอณูหนึ่งของธรรมชาติ…หากแต่ยามนี้..กายหยาบนั้นสามารถรับรู้หรือสัมผัสได้มากน้อยสักเท่าไร..หากรู้แล้ว..สัมผัสแล้ว..นั่นย่อมหมายถึง..ธรรมชาติแล้ว..เอิ๊ก..เอิ๊ก..


  32. September 7th, 2009 at 10:22 am       hongdarun Says:

    “สิ่งที่เป็นความรัก ความสุข ความทุกข์นั้น
    เป็นอารมณ์ชั่วขณะหนึ่งของจิต
    เมื่ออารมณ์นั้นคงอยู่สักพักหนึ่งก็เปลี่ยนแปลงไป
    แท้จริงแล้วอารมณ์เหล่านี้เป็นสถาวะหนึ่งที่จิตปรุงแต่ง
    ความว่างเปล่าในจิตเท่านั้นที่จะเปิดรับสรรพสำเนียงของธรรมชาติได้
    สรรพสิ่งในธรรมชาติผสานกลมกลืนกับจิตว่าง..นี่อาจจะเป็นความสุขที่แท้..”

    สวัสดีครับพี่ศศิ ไม่ได้เจอกันนานนะครับ
    พี่ย้ายไปอยู่ทางใต้แล้วหรือนี่ ดีครับปักษ์ใต้บ้านเราอากาศดีมากๆ


  33. September 7th, 2009 at 9:48 am       sazzie Says:


You must be logged in to post a comment.