~La lune dans noir globe~

สิ่ง(ที่ยัง)มีชีวิต ..

October18

 

 

 

เพราะเป็นช่วงเวลาปิดเทอม ทุกๆ บ่ายถ้าฝนไม่มีเค้าว่าจะตกหนัก

เรา .. ฉันและลูกๆ จะชอบนั่งเล่น นอนเล่นกันที่ศาลาท่าน้ำ รับลมเย็นๆ แดดอ่อนๆ

ที่มีร่มไม้ใหญ่บังแสงให้ ลูกๆ นั้นมักจะนั่งๆ นอนๆ คุยกันประสาพี่น้อง

สังเกตดูว่าปีนี้เสียงเม้งล้งเล้งที่น้องสาวมักชอบแว๊ดๆ ใส่พี่ชายก็ดูจะเงียบลงไป

กลายเป็นนั่งคุยกันเบาๆ ด้วยสารพัดเรื่องของวัยรุ่น ทั้งเพื่อน ทั้งโรงเรียน ทั้งเกมส์

เพลงใหม่หนังใหม่ ฯลฯ

 

 

.

 

 

ส่วนฉันถ้าไม่มีหนังสือซักเล่มตรงหน้า ก็กองกระดาษซักกองที่ต้องอ่านและทำความเข้าใจ

รวมถึงบางครั้งที่ต้องมีเครื่องคิดเลขในมือเพื่อประกอบการอ่านด้วย แต่ก็ไม่ค่อยจะใช้หรอก

เพียงแค่เผื่อเอาไว้ เพราะจะอย่างไรฉันก็ยังชอบวิธีการเดิมๆ คือบวกลบคูณหารก็ทดลงกระดาษ

ซึ่งวิธีการเดิมๆ นี่ดีอย่างเอนกอนันต์ในเวลาที่ต้องต่อรองราคาอะไร เพราะตัวเลขในใจ

จะบวกลบคูณหารได้อย่างไม่ต้องเอามือขึ้นมาช่วย เลยทำให้เราดูเหมือนโปร’ (แต่จริงๆ แล้วไม่)

 

 

 

 

พอเคลิ้มๆ ก็เอนหลังลงเปลที่ผูกไว้ระหว่างศาลาท่าน้ำกับต้นกระท้อน แกว่งไปมาเบาๆ

ก็ได้งีบสั้นๆ บ้าง ตกบ่ายแก่ๆ .. ความเงียบสงบของบ้านริมคลองจะถูกทำลายด้วยเสียง

เอะอะโวยวายของเหล่าทะโมนต่างถิ่นที่พากันมาจับจองที่ทาง โดดลงว่ายน้ำในคลอง

อย่างสนุกสนาน และแน่นอนว่าท่าน้ำบ้านฉันก็เป็นหนึ่งฐานที่ตั้งของบรรดาแสบซ่าส์ตัวจ้อย

เพราะชัยภูมิที่เหมาะสมแก่การนั่งพักด้วยท่าเทียบที่ยื่นลงคลอง ซึ่งตอนนี้น้ำก็ขึ้นจนท่วมปริ่ม

เชิงบันได ไหนจะยังมีขอบเขื่อนเพื่อการกระโดดตีลังกาตูมๆ ได้อีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หากเป็นแต่ก่อนฉันคงโวยวายไล่เปิงให้ไปเล่นที่อื่น แต่ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกอิ่มเอมกับการที่ยังมีชีวิต

ก็เลยรู้สึกว่าการเก็บรายละเอียดต่างๆ ทั้งที่ชอบและไม่ชอบของการเป็นสิ่งที่มีชีวิตน่าจะทำให้ได้กำไร

มากกว่าจะขาดทุนที่ได้เกิดมาซะหนึ่งชาติ

 

 

 

 

ออกแนวปลงๆ แต่คอนเฟิร์มว่าไม่ได้ปลงตามวัยหรือเหตุพบทางสว่าง เพราะกิเลสมากมายยังกุมอยู่

ยังมองไม่เห็นทางสว่างด้วยเพราะหลงในแสงสลัวมากกว่าสว่างจ้า บางทีฉันก็สับสนเพราะทางสว่าง

ที่น่าจะทำให้ดวงตาพร่าเลือนมากกว่าเห็นหนทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งก็อาจจะเพราะฉัน

ยังไม่เคยพาตัวเองไปเดินบนหนทางสว่างก็เป็นได้ จึงทำให้ฉันอาจจะไม่แตกฉานในความหมาย

ของทางสว่าง สว่างในใจกับสว่างแสง .. อาจจะมีรูปธรรมต่างกันเพราะหนึ่งนั้นเกี่ยวกับจิต

อีกหนึ่งเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม

 

 

 

 

และที่ฉันว่าช่วงนี้รู้สึกอิ่มเอมกับการมีชีวิต .. ก็เกิดจากบางเหตุที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น

เพราะแท้จริง ไม่มีใครรู้ได้แน่นอนว่าตัวเองจะสิ้นชีวิตเมื่อไหร่ ดูอย่างน้องชายเพื่อนนี่เถิด

วัยเพิ่งจะได้เรียนรู้ชีวิตเพียง 22 ปี ขับรถอยู่ดีๆ ก็ถูกยิงตาย ผลสรุปอย่างไร้คนรับเป็นเจ้าของ

กระสุน .22 ที่เจาะฝังคาขมับว่ายิงผิดตัว หนึ่งแรงสำคัญที่กำลังทดลองงานเพื่อรับช่วงภาระ

ต่อจากพ่อแม่จึงจำต้องถูกจำหน่ายออกจากภาระแบบที่ทั้งตัวเองทั้งพ่อแม่ไม่ทันจะได้ตั้งตัว

เผาเสร็จเหลือเถ้าหนึ่งกองให้พ่อแม่กอบลงโกศเก็บกลับบ้านเสมือนของที่ระลึก

ว่าได้เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกผูกพันกันหนึ่งชาติ

 

 

 

 

ฉะนั้นแล้ว .. ยามที่ยังหายใจได้ด้วยตัวเองและยังรู้สึกถึงลมหายใจที่ยังกรุ่นของตัวเองอยู่นี้

ก็ใช้ชีวิตให้เต็มชีวิตเถิด ในเมื่อชีวิตไม่ใช่เครื่องแยกกากอาหาร ที่จะแยกเอาแต่กากแล้วทิ้งน้ำ

หรือเก็บแต่น้ำแล้วทิ้งกาก หากแต่ควรจะเก็บไว้ทั้งกากทั้งน้ำ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้า

เราจะต้องใช้ทั้งน้ำทั้งกากเมื่อไหร่

 

 

by posted under Uncategorized | 35 Comments »    
35 Comments to

“สิ่ง(ที่ยัง)มีชีวิต ..”

  1. October 19th, 2009 at 7:56 pm       sazzie Says:

    สวัสดีตอนเย็นวันจันทร์ค่ะพี่เลดี้ ป่านนี้ถึงบ้านแล้วแน่ๆ เลย

    good evening ค่ะพี่ ;)))))


  2. October 19th, 2009 at 7:31 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องอ้อน ใช่ค่ะ อย่าไปพยายามค้นหาเหตุผลในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วน่ะค่ะ
    ในเมื่อเราเลือกสิ่งที่จะเกิดว่าขอเฉพาะดีไม่ได้ ก็รับไว้ทั้งสองอย่างน่ะค่ะ
    แต่ยิ้มรับมันไว้ ชีวิตมันต้องมีจุดสมดุลย์ค่ะ ดีอย่างเดียวไม่ได้
    ต้องร้ายปนด้วย

    good evening จ้า ;)))))


  3. October 19th, 2009 at 7:19 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ kokoseven อย่าถล่มตัวแบบนั้นสิคะ
    คุณเองก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีค่ะ จริงๆ นะ ไม่ได้ยอ

    good evening ค่า ;)))))


  4. October 19th, 2009 at 7:18 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ้าเจ้าเงาะ 5555 ไม่เป็นไร ศศิมือกาว เกาะร่วงไปด้วยกันนั่นเลยค่ะ อิอิ

    good evening จ้า ;)))))


  5. October 19th, 2009 at 7:16 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้อง lv ก็วันนั้นบ้านน้องหมี habitation ก็ภาพสวยค่ะ

    แล้วยังมีบ้านใครอีกนา .. อัพเวลาใกล้ๆ กันน่ะค่ะ ภาพงามทุกบล็อกเลย 😉

    good evening ค่า ;)))))


  6. October 19th, 2009 at 7:14 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ๊ะแจงจัง ยินดีค่า เคยมานั่งรับลมหน้าบ้านแล้ว
    จำศาลาท่าน้ำได้เนอะแจง เทคแคร์ด้วยนะคะ 😉

    good evening จ้า ;)))))


  7. October 19th, 2009 at 7:12 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ dezignpu รุ่นๆ เรา ถ้าใครไม่เคยเล่นน้ำคลองนี่เชยเป็นอย่างยิ่งค่ะ 55555

    good evening ค่า ;)))))


  8. October 19th, 2009 at 7:10 pm       sazzie Says:

    สวัสดีจ้ารีย์ เป็นไงมั่งเพื่อน บายดีมั้ย ??? ไม่แน่ธันวาถ้าได้ไปหลีเป๊ะ
    แล้วขากลับอาจจะแวะสุราษฎร์นะคะ แต่ถ้าไปเครื่องบินคงไม่ได้แวะนะจ๊ะ
    ใกล้ๆ แล้วค่อยบอกอีกครั้งค่ะ

    good evening จ้า ;)))))


  9. October 19th, 2009 at 7:07 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณ spaceline ก็ต้องชมคนที่นำมาถ่ายทอดด้วยล่ะค่ะ
    เพราะถ้าไม่นำมาแบ่งปัน ก็คงไม่ได้อ่านเหมือนกัน ;p

    good evening ค่า ;)))))


  10. October 19th, 2009 at 7:03 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่นัท เรียกว่า ผ่อนหนักผ่อนเบา ไม่หย่อนไม่ตึงกับชีวิตมากจนเกินไปน่ะค่ะพี่
    สุขแบบไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และถ้าจะร้ายก็ร้ายให้จบไปในคราวเดียวเลยน่ะค่ะ 555
    พอถึงจังหวะต้องกลมกลืน .. ก็แกล้งๆ ปล่อยตัวเองให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมน่ะค่ะพี่
    จะเผลอยิ้ม-หัวเราะได้แบบไม่รู้ตัวเลย

    good evening ค่ะ ;)))))


  11. October 19th, 2009 at 6:57 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ athenaz บางจังหวะชีวิตเรามีเรื่องให้คิดมากมายน่ะค่ะ
    แล้วด้วยความที่เราอาจจะต้องเผชิญอะไรมากมายจนทำให้นึกอยากจะเก็บแต่เรื่องดีๆ
    ทั้งที่เรื่องไม่ดีในชีวิตก็มีเหมือนกัน
    แต่ชีวิตควรจะรับไว้ทั้งร้ายทั้งดี เพื่อที่ให้รู้ว่าที่ผ่านมาชีวิตดำเนินมาอย่างไร
    แล้วต่อไปควรจะดำเนินไปทางไหนน่ะค่ะพี่

    คลองไม่ใหญ่เท่าไหร่นะคะพี่ แต่ลมโกรกเย็นสบายทุกฤดูค่ะ

    good evening ค่า ;)))))


  12. October 19th, 2009 at 1:53 pm       lady Says:

    :) Happy Monday ja…


  13. October 19th, 2009 at 1:35 pm       specter Says:

    ได้คิดนะคะพี่ นึกถึงวันวานที่ผ่านไปแล้วต้องทำวันนี้ให้มีความสุขให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเวลาของเราเหลืออีกเท่าไร


  14. October 19th, 2009 at 11:42 am       kokoseven Says:

    ถ่ายทอดได้ดีจังครับ รู้สึกเหมือนตัวหนังสือมีชีวิตจริงๆ

    แฮ่ม..ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ได้มั๊ยครับ


  15. October 19th, 2009 at 9:37 am       เจ้าเงาะ Says:

    แว้บมาแอบผลักคุณ Sazzie ตกคลองตามเด็กๆ

    @^___^@/”)


  16. October 19th, 2009 at 7:17 am       lostview Says:

    สวัสดีค่ะ พี่ศศิ

    (อ่านแว๊บ ๆ ว่าพี่ศศิไปดูอีกบล๊อกหนึ่งมา บล๊อกใหนเอ่ย .. :) )

    มีความสุขทุกวัน — Good day ค่ะ

    lv*


  17. October 18th, 2009 at 11:52 pm       hataraki Says:

    ขอบคุณสำหรับข้อเขียนเตือนสติจ๊ะ
    =)


  18. October 18th, 2009 at 8:59 pm       dezignpu Says:

    เห็นภาพแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ


  19. October 18th, 2009 at 8:16 pm       aprilmyhome Says:

    หวัดดีจ๊ะ ศศิ


  20. October 18th, 2009 at 6:17 pm       spaceline Says:

    ขอบคุณครับที่ชม
    แต่ต้องยกให้กับคนเขียนเขาครับ
    ผมเพียงแต่นำมาถ่ายทอดให้อ่านกันครับผม
    เรื่องราวดีนะครับ


  21. October 18th, 2009 at 6:15 pm       leelawadee2u Says:

    บรรยากาศที่ศศิร่ายให้อ่าน…ก็น่าจะเคลิบเคลิ้มและทำให้ใจร่ม ๆ ได้ดีนะคะ อิอิ

    ชีวิต จะสั้นหรือยาวไม่รู้เนอะ แต่ถ้ายังมีลมหายใจอยู่เมื่อตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน เราก็ควรตักตวงความสุขให้กับตัวเองซะให้มาก ๆ เท่าที่เราจะทำให้กับตัวเองได้ โดยไม่เดือดร้อยใคร…ประมาณนี้หรือเปล่าคะศศิ


  22. October 18th, 2009 at 6:04 pm       athenaz Says:

    สวัสดีตอนย็นที่ฉ่ำฝนค่ะ sazz..

    อ่านเรื่องของ sazz แล้วก็ต้องบอกว่า ดีใจที่ยังมีวันให้เราได้เชย์ ไฮ ฮัลโหล สวีสดี ฯลฯ ต่อกันนะคะ

    พี่เองนี้นแม้อยู่ในวัยที่ใครๆเรียกพี่ หลายครั้งชีวิตทำให้เราลืมคุณค่าของลมหายใจ และความงดงามที่เรายังมีสิ่งนั้นอยู่ในวันนี้..

    ขอบคุณเรื่องดีๆของ sazz มากค่ะ

    happy evening when we are still part of it ka,

    P athenaz :))
    ..

    ท่าน้ำน่านั่งจังค่ะ :)


  23. October 18th, 2009 at 5:32 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะเจี๊ยบจัง การเขียนบล็อกก็เหมือนกับการเขียนบันทึกน่ะค่ะ
    แต่ก่อนอาจจะเขียนเป็นไดอารี่ออนไลน์ ต่อมาตอนนี้ก็คือบล็อก
    ใหม่ๆ ไดอารี่กับบล็อกแทบจะกลืนกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าบล็อกควรจะเหมือนหรือต่างกับไดอารี่ยังไง
    เบ็ดเสร็จเขียนไปเขียนมาเริ่มซึมซาบว่าควรจะเป็นแบบไหนได้โดยปริยาย

    จะว่าไปแล้วก็เหมือนเขียนบทความน่ะค่ะ สมัยเรียนครูสอนว่าบทความ
    ต้องมีนำเรื่อง เนื้อหา และสรุป .. ค่ะ

    อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็เปิดเทอมแล้วค่ะ

    good evening ค่า :)))))


  24. October 18th, 2009 at 5:24 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องอ้อม ความที่ชินกับความสงบไงคะ พอปิดเทอมจะหาความสงบไม่เจอ 555

    แต่ก่อนรำคาญมาก ต้องออกไปไล่ค่ะ เดี๋ยวนี้นั่งดู อืมม สนุกดี เพลินจนหัวเราะไปด้วยอ่ะค่ะ
    บางทีไม่รู้ตัว ลูกถามแม่ขำไร .. 5555

    ชีวิตไม่ใช่เครื่องแยกกาก ก็ไหนๆ ร้ายหรือดี เราเลือกจะรับอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้น่ะค่ะ
    ก็รับมันมาไว้ทั้งสองอย่างเลยแล้วกันค่ะน้อง เพราะมันจะช่วยเราขับถ่าย(เรื่องร้ายๆ)ได้ดีกว่า(อย่างน้องว่า อิอิ)มีแต่น้ำ หรือเก็บแต่กากค่ะ

    good evening จ้า :)))))


  25. October 18th, 2009 at 5:18 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะน้องมิ้ม เหมือนพี่เลย แต่พี่ชอบหนียายโดดลงคลองหน้าบ้านนี่ล่ะค่ะ
    เวลายายออกไปตามพี่จะดำน้ำมุดซ่อนอยู่ใต้ท่าน้ำน่ะค่ะ
    แต่พอขึ้นฝั่งก็โดนตีนะ แต่ไม่ยักกะเข็ดค่ะ รุ่งขึ้นก็เอาอีก อิอิ

    คุยเรื่องอดีตไม่ได้หมายถึงแก่เลยค่ะ หมายถึงเราทบทวนความทรงจำค่ะน้อง
    ยังจำได้ก็หมายความว่ายังแจ่มอยู่ 5555

    good evening ค่า ;)))))


  26. October 18th, 2009 at 5:14 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณชาญ ไม่ถนัดจริงๆ ค่ะ แต่รู้ว่าตัวเองยังกิเลสหนาแน่ๆ 5555

    good evening ค่า ;)))))


  27. October 18th, 2009 at 5:12 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม หน้าฝนล่ะก็ยังพอไหวค่ะ แต่ถ้าหน้าร้อน อย่าได้ลงเชียว
    แค่นั่งริมคลองกลิ่นก็กวนนาสิกแล้วค่ะ อิอิ

    good evening ค่า ;)))))


  28. October 18th, 2009 at 3:52 pm       initmate Says:

    การเขียน blog ทำให้นำรายละเอียดบางอย่างมาเก็บไว้ที่นี่ได้มากกว่าเมื่อก่อน … แถมยังนำรายละเอียดมาแ่บ่งกันหม่ำได้อีกด้วย …

    บางครั้งก็รายละเอียดที่กำลังเขียนนี่แหละ … กลายเป็นอีกบทเรียนที่เราสรุปไว้ ณ ตอนท้ายของการเขียนบันทึกซะนิเนอะ …

    ช่วงนี้ปิดเทอมใช่ป่าวคะ … อดส่งเด็ก ๆ ขึ้นรถเลยดิเนอะ … ^^


  29. October 18th, 2009 at 1:13 pm       simply Says:

    สวัสดีวันหยุดค่ะพี่ .. อ่านแล้วนึกภาพตาม นอนเปลลมพัดเย็นๆนี่หลับได้ง่ายดายเลยค่ะ : )

    พอถึงเรื่องเด็กๆที่มากระโดดน้ำ .. อ่านแล้วนึกถึงตัวเองที่แต่ก็ก่อนก็ไม่พอใจและออกจะรำคาญที่เสาร์-อาทิตย์มักจะมีเด็กๆอนุบาลตามมา “คุณครูคะ คุณครูขา คุณครูครับ” กับแม่ครูอนุบาลที่บ้าน .. :) แต่ตอนหลังมารู้สึกว่าเป็นความสดชื่นอีกอย่างหนึ่งเพราะมักจะมีเรื่องโก๊ะให้ขำอยู่เรื่อยค่ะ .. มองภาพแล้วนึกถึงหนัง “แฟนฉัน”

    ..

    ชอบบทปิดท้ายนะคะ “ชีวิตไม่ใช่เครื่องแยกกาก” เดี๋ยวนี้พบว่ากินกากด้วยระบบขับถ่ายจะดีกว่า .. ฮา


  30. October 18th, 2009 at 12:53 pm       mimography Says:

    สวัสดีค่ะพี่ศศิ..

    อ่านแล้วคิดถึงบ้านค่ะ สมัยเป็นเด็กๆ ก็เล่นน้ำคลอง น้ำแม่น้ำแบบนี้ สนุกจะตายไป พอแม่ถือไม้เรียวมาเท่านั้นแหละ วงแตกกันไปคนละทิศละทาง…

    เฮ้อ..หวลคิดถึงอดีตนี้เค้าว่าแก่ใช่่ปะค่ะ อิอิ
    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ..


  31. October 18th, 2009 at 12:12 pm       chanpanakrit2 Says:

    กิเลสม้กสว่างจ้า

    ยามที่ไม่เกิดปัญญาเพื่อพิจารณา

    คิดว่างั้นนะ


  32. October 18th, 2009 at 11:53 am       cumpreram Says:

    …สมัยนี้ยังมีลำคลองที่เล่นน้ำได้อยู่อีกหรือ…เหฌนภาพแล้วคิดถึงสมัยก่อน..


  33. October 18th, 2009 at 11:07 am       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะพี่ลัด ต้นไม้สองข้างขนาบศาลาท่าน้ำนี่ไม่ยอมให้ตัดเลยค่ะพี่
    เพราะบังแสงได้ดีมาก ข้างหนึ่งต้นชมพู่ อีกด้านต้นกระท้อนค่ะ
    ชายคลองจะมีลมพัดเอื่อยตลอดทุกฤดูค่ะ นั่ง-นอนสบายใจ
    เวลาเพื่อนมาสังสรรค์ก็ตรงนั้นล่ะค่ะ แต่กลางคืนต้องทายากันยุงเพราะยุงเยอะหน่อย 555

    วันที่เพื่อนลูกมากันหลายคน ก็เปิดอกคุยเลยล่ะค่ะว่าทำไมไม่ให้ปรางไปไหน
    และก็จบน่ะค่ะ ว่าวัยนี้ตั้งใจเรียนเป็นหลักกันไว้ก่อนเถิดลูกสาวทั้งหลาย
    เพราะพอโตแล้ว จะมีเวลาสำหรับกิจกรรมที่อยากจะทำมากมายนัก แล้วใครก็จะมาห้ามไม่ได้แล้วด้วย
    เพราะเราเก่ง เราดูแล รับผิดชอบตัวเองกันได้แล้ว

    เรื่องน้องชายเพื่อน ตำรวจอยากปิดคดีน่ะค่ะก็ง่ายเข้าไว้ ในเมื่อน้องชายเพื่อนไม่ได้เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน
    เขาก็เลยว่าอย่างนั้นน่ะค่ะว่า ผิดตัว ..

    good day ค่ะพี่ ;)))))


  34. October 18th, 2009 at 10:26 am       henggy Says:

    บรรยายบรรยากาศซะอิจฉาเลย โชคดีของผู้คนที่มีสิ่งแวดล้อมแบบท่าน้ำ ลมเย็นๆ ดูท่าร่มรื่นดีจังนะคะ

    น่าเสียดายชีวิตที่กำลังจะรุ่งเรืองของคนเรานะ
    ยิงผิดตัว !!! เลวจริงๆ รอเวรกรรมบันดาลคนกระทำ

    น้องศศิมีแนวเลี้ยงลูกเหมือนพี่เลย วันก่อนเข้ามาอ่านของเพื่อนๆหลายคน แต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ รักวัวให้ผูกค่ะ พี่ไม่ให้ลูกไปบ้านเพื่อน แต่ให้เพื่อนๆลูกมาที่บ้านได้ รับรองปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ บางทีพี่ก็คลุกเล่นกับเขาด้วย เราดูแบบห่างๆด้วยความสบายใจของ”สิ่งมีชีวิตที่เป็นหัวใจของเรานะคะ”

    เลี้ยงลูกเหมือนกันเลยค่ะ


  35. October 18th, 2009 at 9:57 am       sazzie Says:



You must be logged in to post a comment.