~La lune dans noir globe~

กรุงเทพวันนี้ (๒)

March31

 

 

 

ด้วยสารพัดป้าย -สารพัดสีที่คงจะแลเห็นกันได้ตามข้างถนนในเมืองกรุงปัจจุบันนี้

ที่มิได้มีเฉพาะเหลืองหรือแดง หากแต่มีเขียว ขาว น้ำเงิน ก็ทำให้เมืองกรุงดูมีสีสันกว่าเดิมไม่น้อย

เวลาขับรถผ่านไป เห็นป้ายต่างๆ นั่น ความรู้สึกหนึ่งแง่ดีที่เกิดในใจ คือคนไทยสนใจในเรื่องการเมือง

และดูกระตือรือร้นกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้นัก ที่น่าจะชื่นชมยิ่ง

คือความอดกลั้นของชาวกรุง ที่รับมือกับสถานการณ์ความไม่เป็นปกติของเมืองหลวง

อย่างละมุนละม่อม รอมชอม และหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้อย่างสละสลวยที่สุด

 

 

.

 

 

อันที่จริงแล้ววันนี้ไม่ได้มาเมาท์เรื่องสารพัดสี แต่จะมาเล่าถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

กับการที่ม็อบแดงมาเทียบท่าผูกขาดอยู่ในเมืองหลวงอย่างที่ไม่เกรงอกเกรงใจชาวกรุง

ว่าจะเดือดร้อนกับการจราจรและวิตกกังวลกับระเบิดตูมตามๆ ที่เกิดขึ้นถี่กว่าเดิมยังไง

เพราะถ้าระเบิดไปลงกลางม็อบก็คงไม่กระไรนัก ถือเป็นความเสี่ยงที่เสื้อแดงทุกคน

ควรจะต้องทำใจเตรียมพร้อมมาตั้งแต่ก่อนจะออกจากบ้าน และหากว่าเสื้อแดงซักคน

จะเจ็บหรือตาย .. ก็อย่าได้โทษใครแต่จงโทษแกนนำไพร่ที่ชักจูงให้เข้าเมืองมา


ทว่าระเบิดดันลงตูมตามห่างจากม็อบโขอยู่ แล้วยังส่งผลให้ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ต้องบาดเจ็บไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ไม่ว่าระเบิดที่แจกฟรีทุกวี่ทุกวันนี้จะเป็นฝีมือของใครก็ตาม แต่ถูกแล้วหรือที่จะให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์

ต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอันเกี่ยวเนื่องมาจากเกมส์การเมืองของผู้ที่ต้องการจะผูกขาด

ในอำนาจเพียงไม่กี่คน

 

 

 

 

 

เราๆ ชาวกรุงอาจจะยังคงดำเนินชีวิตกันอย่างเป็นปกติด้วยความระแวดระวัง

แต่ภาพที่เผยแพร่ออกไปยังต่างประเทศในทุกๆ ครั้งที่เกิดระเบิดขึ้นนี้ ทำให้ชาวต่างชาติ

มองประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่มีความปลอดภัยในการเดินทางมาเยือน

ซึ่งหากขืนยังปล่อยให้มีระเบิดรายวันแบบนี้ต่อไป อีกไม่ช้าไม่นานเงินตราที่เคยไหล

เข้าประเทศจากการท่องเที่ยว ก็คงจะหดหายยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ทุกฝ่ายโยนบาปให้พันธมิตร

เรื่องปิดสนามบิน ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจในขณะนั้นมันพังก็ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลา เมื่อรัฐบาล

อันนำโดยน้องเขยทักษิณมีคำสั่งสลายการชุมนุมด้วยวิถีเถื่อนเหมือนประเทศด้อยพัฒนา

อย่างแอฟริกา หรือ โซมาเลีย ซึ่งก็ไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่รัฐบาลในขณะนั้น จะใช้วิธีการเช่นนั้น

เพราะก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าทักษิณค่อนข้างดี๊ด๊ากับประเทศไร้อารยะอย่างประเทศด้อยพัฒนา

ที่เกริ่นมาข้างต้นเหล่านั้นเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สัปดาห์ก่อนเพื่อนชาวอเมริกันที่เป็นนักเขียนและช่างภาพส่งเมลมาถามสถานการณ์ในกรุงเทพ

เพราะมีแผนในการเดินทางมาเมืองไทย เขาติดใจการให้บริการของสปาในบ้านเรา

และมักจะหาโอกาสแวะมาทุกครั้งที่ต้องมาทำธุระปะปังในเอเชีย ครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขาเดินทาง

ไปทำงานที่ฮ่องกงและตั้งใจว่าจะแวะมากรุงเทพสองสามวัน ก่อนจะบินกลับบ้าน

แต่เพราะสถานการณ์ในกรุงเทพที่เขาติดตามจากข่าวฟังแล้วไม่น่าไว้วางใจ เขาจึงเกิดความลังเลใจ

ว่าควรจะแวะมาหรือว่าบินตรงกลับบ้านเลยดี

 

 

 

 

 

วานซืนเพื่อนชาวอเมริกันอีกคนก็เช่นกัน ที่ส่งเมลมาถามถึงความปลอดภัยในเมืองหลวง

ว่าคุ้มค่าจะเสียดอลล่าร์พาชีวิตมาเสี่ยงหรือเปล่า และวานนี้เองที่เพื่อนต่างชาติอีกคนที่

พาครอบครัวมาท่องเที่ยวอยู่ทางใต้ตั้งแต่ก่อนแดงจะชุมนุม ก็กริ๊งกร๊างมาถามทาง

ว่าหากจะกลับบ้านโดยไม่ต้องผ่านเข้ามาที่กรุงเทพ ควรจะตั้งต้นที่สนามบินไหนดี

ทั้งๆ ที่ตอนแรกมีโปรแกรมว่าจะพักยาวจนถึงปลายเดือนเมษา และจะแวะกลับมากรุงเทพ

เพื่อช็อปปิงก่อนกลับบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันก็เลยต้องสวมบทบาทประชาสัมพันธ์ประเทศไปโดยปริยาย ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร

กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าหากใครจะมาก็มาได้ เพียงแต่อย่าไปเดินทะเล่อทะล่าก๋ากั่น

แถวๆ เขตชุมนุม รวมถึงสถานที่ราชการอันน่าจะเป็นเป้าหมายหลักๆ ของการระเบิดอย่างกองทัพ

แต่แล้วก็นึกเปลี่ยนใจ รีบตอบกลับไปใหม่ว่ามาได้แต่ออกไปให้ไกลจากกรุงเทพไว้ก่อนเป็นดี

เพราะไอ้การระเบิดช่วงหลังมานี้ไม่ใช่จะโจมตีแต่หน่วยราชการเป็นหลักซะแล้ว

แต่เริ่มขยับมาใกล้ชุมชนมากขึ้นทุกที ๆ อย่างธนาคาร หรือ บ้านนักการเมือง นั่นไง

 

 

 

 

 

เฉพาะส่วนของฉันที่ต้องตอบคำถามของคนต่างชาติในรอบหนึ่งสัปดาห์ก็ปาเข้าไป 3 กรณี

นี่ยังไม่ได้นับรวมคำถามเล็กๆ น้อยๆ ที่มีแวะเวียนมาถามไถ่ถึงสวัสดิภาพความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต

ของชาวกรุงที่มีมาถามอยู่ทุกวันก่อนจะทิ้งท้ายว่า stay safe , be safe หรือแม้แต่กำชับ

ว่าฉันจะต้องโผล่ไปรายงานตัวให้รู้ทั่วกันในหมู่สหายว่ายังปลอดภัยดี

 

 

 

 


ฉันรู้ว่าฉันได้ร้องถามไปแล้วข้างต้น แต่ฉันก็อยากจะย้ำอีกซักครั้งว่า ..

 

 

 

 


ไม่ว่าระเบิดที่แจกฟรีทุกวี่ทุกวันนี้จะเป็นฝีมือของใครก็ตาม แต่ถูกแล้วหรือที่จะให้ประชาชน

ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอันเกี่ยวเนื่องมาจากเกมส์การเมืองของผู้

ที่ต้องการจะผูกขาดในอำนาจเพียงไม่กี่คน

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

 

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 7 Comments »    
7 Comments to

“กรุงเทพวันนี้ (๒)”

  1. April 2nd, 2010 at 11:05 am       koko Says:

    ผมคาดหวังว่า สงกรานต์ปีนี้ ขออย่าได้ร้อนระอุด้วยเพลิงบาปจากชายคนนั้นอีกเลยนะครับ


  2. April 1st, 2010 at 9:13 pm       sazzie Says:

    สวัสดีค่ะคุณแอนนา ไม่ได้แวะเข้ามาตอบคำทักทายหลายครั้งแล้ว
    แต่คิดถึงเสมอค่ะ ช่วงนี้ยุ่งขนาดค่ะ อัพแล้ว ไม่ค่อยได้ตอบเลย :
    พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ไม่รู้จะอีกกี่ตู้มนะคะ เทคแคร์ด้วยค่า :)))))
    Kiss Glitter Graphics
    Glitter Graphics ::: Glitterboom.com


  3. April 1st, 2010 at 5:52 pm       ana123 Says:

    จะไปงานหนังสือก็กลัวๆ อยู่นะคะเนี่ย

    ระเบิดไม่มีตาม้าตาเรือซะด้วยสิ หุหุ

    :)))

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  4. April 1st, 2010 at 3:52 am       sazzie Says:

    อ่า คุณเคนจินอนดึกมากๆ ค่า จบดีมีเฮน่ะสิคะ 5555

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้ :))) สวัสดีฮับพี่ชาย วันนี้ปกติพี่ 5555


  5. April 1st, 2010 at 2:37 am       kenjionline Says:

    วันนี้ทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดีครับ
    ถ้ามีใครมาถามอีก บอกไปเลยว่า สบายมาก อย่าห่วง

    แต่เอ… วันนี้มัน April Fool’s Day นี่นา อิอิ


  6. March 31st, 2010 at 12:05 pm       toongarden Says:

    ตามมาติด..ยังอดคิดไม่ได้ว่า
    วันนี้จะมีไอ้บ้า(คนไหน)ตามหึงน้องอีกมั้ย ฮ่าๆๆๆ


  7. March 31st, 2010 at 11:52 am       lady Says:

    แวะมาหาคุณศศิ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ค่ะ :)


You must be logged in to post a comment.