~La lune dans noir globe~

กรุงเทพวันนี้ ๕

April26

 

 

 

10 เมษายน 2553 ฉันยังอยู่ในช่วงท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมีแผนว่าจะกลับกรุงเทพในช่วงที่ผู้คนเริ่มทยอย

ออกจากกรุงเทพ-วันหยุดยาวปีใหม่ไทย บ่ายวันเดียวกันที่เพื่อนจากกรุงเทพเริ่มโทรหา บอกเล่าสถานการณ์

ที่ส่อเค้าว่ากำลังจะรุนแรง .. และทั้งๆ ที่ทำใจไว้ก่อนแล้วว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่งความรุนแรงคงจะต้องเกิด

ฉันก็ยังอดห่วงกังวลไม่ได้ว่าจะรุนแรงมากน้อยขนาดไหน 

 

 

 


เย็นวันเดียวกัน .. แม้จะกังวลเรื่องสถานการณ์ในกรุงเทพ แต่ก็จำเป็นต้องสวมบทสดชื่น

ไปร่วมงานเลี้ยงที่ผู้ร่วมงานล้วนแต่เป็นคนในแวดวงสื่อ ที่มีทั้งนักแสดง ผู้กำกับ  ผู้สื่อข่าว

แม้จะไม่ใช่สื่อของบ้านเรา แต่พวกเขาเหล่านี้ก็มีอิทธิพลในการแสดงความคิดเห็น

และพวกเขานี่แหละที่เมื่อพบหน้ากันครั้งแรก ก็เป็นพวกที่บอกกับฉันว่า

I love your King  และคำพูดนั้นก็ไม่ใช่สักว่าพูดเพื่อเอาใจคนไทยอย่างฉัน แต่เพราะพวกเขา

ได้อ่าน ได้ดู และได้รับรู้ถึงพระจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันงดงามของในหลวง

จนเกิดความปีติ ซาบซึ้งไม่ต่างอะไรกับพวกเราชาวไทยเลย

 

 

.

 

 

เช่นกันกับคนในแวดวงสื่อบ้านเราที่เมื่อไรแสดงความคิดเห็นใดความคิดเห็นหนึ่ง ก็มักจะก่อให้เกิดกระแส

ในการรับสารนั้นได้ดีกว่าแวดวงอื่นๆ  ฉันจึงรู้สึกดีใจเสมอ เมื่อคนสื่อของบ้านเรา

อย่างดาราที่มีชื่อเสียง จะออกมาแสดงความเห็นในสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

 

 

 


ระหว่างงานเลี้ยง ฉันก็ได้รับข่าวจากกรุงเทพตลอดเวลาว่าสถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นทุกทีๆ

จนตัวฉันเริ่มนั่งไม่ติด และต้องเดินไปขอช่วยเชฟที่กำลังเตรียมอาหารให้พวกเราอยู่ในครัว

ซึ่งในขณะนั้นฉันคิดว่าหากตัวเองได้ทำอะไรต่ออะไร คงจะทำให้คลายความกังวลลงไปได้บ้าง

กลับมาร่วมงานอีกครั้ง ก็เมื่อในครัวไม่มีอะไรให้ทำแล้ว  ในงานเลี้ยงนั้นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง

ได้นำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปมาเปิดดูข่าวที่กำลังรายงานสถานการณ์จากกรุงเทพ

พวกเขาฟังรายงานข่าวทั้งๆ ที่ ฟังไม่รู้เืรื่องเนื่องจากรายงานเป็นภาษาไทย

ทุกๆ คน หันมามองฉัน เมื่อฉันกลับเข้าไปที่โต๊ะ ด้วยแววตาที่วิตก กังวล สงสัยปนสงสาร

แต่ก่อนที่ทุกๆ คนจะเอ่ยอะไร ฉันก็ได้่เปรยเบาๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดใจอย่างที่สุด

ออกไปว่า .. ทุกๆ อย่างจะเรียบร้อย ..

 

 

 

 


วางสายจากเพื่อน .. ครั้งสุดท้ายของค่ำนั้นด้วยเสียงสั่นๆ บอกเล่าว่า ทหารตายแล้ว 4

ความรู้สึกที่ว่ากลั้น .. อดกลั้นเพื่อจะไม่ทำลายบรรยากาศดีๆ ของงานเลี้ยงก็สะบั้นลง

ฉันบีบมือแฟนก่อนจะกระซิบบอกเขาว่า ฉันรู้สึกไม่ดีมากๆ  และฉันอยากกลับไปพักแล้ว

ก่อนจะออกจากงานในคืนนั้น ใครคนหนึ่งเอ่ยถามฉันว่า .. ศศิ คุณโอเคนะ ฉันจำได้ว่าตัวเองพยักหน้ารับ

และยิ้มบางๆ .. บางที่สุดเท่าที่ความรู้สึกจะฝืนได้ เพราะีฉันไม่ได้รู้สึกโอเคเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

 


ยังไม่ทันจะถึงที่พักฉันก็ปล่อยโฮอย่างเหลือกลั้นแล้ว จนแฟนฉันตกใจว่าทหารที่เสียชีวิตนั้น

อาจจะมีคนใดคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก บอกตรงๆ ว่าดีใจที่ในตอนนั้นยังไม่ได้รู้ว่าในจำนวนทหารที่บาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ในวันนั้นมีเพื่อนฉันรวมอยู่ด้วย แต่ก็อีกที่แม้ว่าฉันจะไม่ได้รู้จักกับทหารที่เสียชีวิต

เหล่านั้น แต่ฉันก็รู้สึกว่า ไม่ควรที่จะมีใครต้องเสียชีวิต ที่ฉันสงสารที่สุดก็พวกพลทหาร

เพราะฉันรู้ว่าพวกเขาได้รับการฝึกเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะถูกส่งลงปฏิบัติงานจริง

ในช่วงเวลานั้นที่ฉันรู้สึกคือ โกรธนายทหารระดับสูงที่ส่งพวกเขาไปตาย

 

 

 

 


และฉันก็อดที่จะเปรียบสถานการณ์ในกรุงเทพกับทางใต้ไม่ได้ ว่าพวกที่ต้องเจ็บ-ตายนั้นส่วนใหญ่

ก็คือพลทหารทั้งนั้น แฟนฉันพยายามปลอบว่า พวกเขาทำไปตามหน้าที่่ี่่ ่ฉันสะอึกสะอื้นกลับว่า

แต่ไม่มีใครมีหน้าที่ไปตาย เพราะฉันเชื่อมั่นว่าในสถานการณ์บ้านเมืองที่เลวร้ายเช่นนี้

มีหรือที่นายทหารระดับสูงจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในบ้านเมือง

หากว่าคนสามัญธรรมดาอย่างเราๆ ยังรับรู้ถึงทุกความเคลื่อนไหว แล้วทำไมพวกนายทหารระดับสูง

ถึงประเมิณสถานการณ์และเตรียมการรับมือไว้ต่ำกว่าสถานการณ์จริงเช่นนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

22 เมษายน 2553  ราวสองทุ่มกว่าๆ ที่พี่ชายจากในบล็อกคนหนึ่งส่งข้อความมาทักทาย

ว่าฉันอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหน .. เพราะที่สีลมมีเหตุการณ์ระเบิด

 

 

 

 

ฉันเปิดทีวีรอดูข่าว พร้อมกับคิดถึงบทสนทนาระหว่างฉันกับคนขับแท๊กซี่ในคืนก่อนหน้านั้น

ท่านทักษิณท่านเป็นคนดี” แท๊กซี่เสื้อแดงที่ฉันจงใจขึ้นมาจากหน้้าโรงแรมอมารี

เริ่มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เมื่อฉันแอ๊บแบ๊ว ..ถามไปว่า .. หนูถามจริงๆ เถอะพี่ ทำไมพี่ถึงเป็นเสื้อแดง

หลังจากได้คำตอบที่ดูเหมือนว่าคนเสื้อแดงจะถูกกล่อมจนจังงังกับความดีของทักษิณที่ฉันคิดว่า

ส่งผลเลวร้ายกับบ้านเมืองเช่นนั้นแล้ว ฉันจึงยิงคำถามต่อไปว่า .. เมื่อวันที่ 10 พี่ไปวิ่งกับเขามารึเปล่า

คำตอบที่ได้ทำให้ฉันถึงกับแอบหัวเราะอยู่ในใจเพราะเขาตอบว่า .. เปล่า เพราะวันนั้นร้อนเลยนอนดูอยู่ที่้บ้าน

จากนั้นเขาก็พยายามขยายความให้ฉันผู้ซึ่งสมมติตัวเองว่าเพิ่งกลับมาเมืองไทย และไม่ได้รู้เรื่อง

ข่าวสารภายในมากนักฟังว่า .. ทหารมันฆ่าพวกเสื้อแดง ทหารมันยิงพวกเสื้อแดง ..

 

 

 

 


ฉันจึงแย้งออกไปว่า .. แต่ฉันดูคลิปในเน็ต คลิปที่พวกเสื้อแดงถ่ายไว้เองนั่นแหละ

วิถีีกระสุนมันออกมาจากฝั่งที่พวกเสื้อแดงปักหลักยืนอยู่ ถ้าทหารยิงก็แสดงว่าทหารต้องอยู่ในฝั่งเสื้อแดง

แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจะเข้าไปยืนในฝั่งที่พวกเสื้อแดงยืนอยู่ .. แท๊กซี่เสื้อแดงเงียบทันที

และมองหน้าฉันผ่านกระจกมองหลัง  ฉันส่งยื้มซื่อใส จริงใจ และแบ๊วสุดฤทธิ์กลับไป

 

 

 

 

จากนั้น ฉันก็เริ่มยิงคำถามเบาๆ เพื่อจับสังเกตว่าคนเสื้อแดงเขาคิดอะไร ยังไง

สุดท้ายสรุปได้ว่า .. เขาถูกกล่อมด้วยข้อมูลเท็จมากมายและรับฟังข่าวสารด้านเดียวเสียจนหากว่่า

เราจะพยายามโน้มน้าวเขาให้รับฟังข่าวจากด้านอื่นบ้าง ก็คงจะยากซะแล้ว

ก่อนลงจากรถแท๊กซี่เสื้อแดงวันนั้น ฉันอวยพรเขาว่า โชคดีนะพี่ .. คราวนี้ตายน้อย

คราวหน้าไม่รู้จะอีกมากแค่ไหน

 

 

 

 

ในทีวี .. สุเทพ เทือกสุบรรณ .. เป็นผู้แถลงการณ์จาก ศอฉ.กรณีเหตุระเบิดที่ศาลาแดง

และว่าทางศอฉ.มีความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันปิดทีวีทันทีที่คำว่าเสียใจจบลง

ได้แต่นึกในใจว่าการกล่าวคำว่าเสียใจนั้นช่างง่ายและไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไร

ในบ้านเมืองยามนี้ ดูเหมือนว่า ศอฉ. ก็พร้อมเสมอที่จะกล่าวคำว่า .. เสียใจ ..

ทั้งๆ ที่ประชาชนที่รอฟังข่าวอยู่หน้าจอส่วนใหญ่คาดหวังว่าจะได้ยินอะไรที่มากกว่าคำว่าเสียใจ

อย่างเช่่น และ ศอฉ.จะจัดการอย่างไรต่อไป .. ด้วยมาตรการไหน .. คำว่าเสียใจที่ได้ยิน

ในค่ำที่ระเบิดคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไป 1 และบาดเจ็บอีกหลายสิบนั้น มันไม่ได้ทำให้พวกเรารู้สึกพอใจ

หรือรู้สึกปลอดภัย มั่นใจอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

 

ก่อนเข้านอนคืนนั้น ฉันได้รับคำขอร้องทางไกลไม่ให้ออกไปร่วมการชุมนุมไม่ว่าจะที่ไหนทั้งนั้น

” ไม่สัญญา .. แต่จะพยายามไม่ทำอะไรที่เสี่ยง ” ฉันตอบสั้นๆ ก่อนวางสาย

ทุกวันนี้ แค่เดินไปเดินมาในกรุงเทพ ก็ถือว่าแหย่เท้าเข้าหาความเสี่ยงแล้ว .. ว่ามั้ย ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


23 เมษายน 2553  ฉันกำลังออกจากบ้านเพื่อไปร่วมการชุมนุมกับกลุ่มเสื้อหลากสีที่ลานพระรูป

ที่วินมอเตอร์ไซค์ ชายเสื้อแดงกำลังยืนเล่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษาให้บรรดาวินมอเตอร์ไซค์ฟัง

อย่างออกรส ฉันเดินไปทันกับตอนที่เขากำลังเล่าว่าเฮลิคอปเตอร์ทหารถูกยิง พร้อมลงท้ายด้วยเสียง

หัวเราะอย่างขบขันเต็มประดา

 

 

” เจ๊ไปแล้วเหรอ วันนี้หลากสีลานพระรูปใช่มั้ย ” ใครคนหนึ่งในวินซึ่งหันมาเห็นฉันเอ่ยทัก

” เออ .. แต่จะแวะไปเยี่ยมเพื่อนที่พระมงกุฏก่อน ลูกเหี้ยลูกตะกวดแม่งยิง ขนาดว่าอยู่บนฮอนะ ” ฉันตอบ

เหลืออด กับกริยา”ไพร่” ที่มักแสดงความสะใจ เมื่อพวกตนได้สร้างความชิบหายราวกับวีรกรรมกล้าหาญ

บวกกับคืนก่อนหน้า ที่ประดาไพร่จุดพลุและโห่ร้องดีใจ เมื่อเกิดเหตุระเบิดที่ศาลาแดงและสีลม

ก็สร้างอารมณ์ขุ่นมัวชิงชังไพร่ให้จุดติดง่ายขึ้นไปอีก

 

 

 

 


ฉันนึกถึงหลายๆ คนที่พูดว่า.. อย่าไปโกรธเกลียดพวกเขาเลย พวกเขาก็คนไทยเหมือนเรา

แล้วฉันก็คิดในใจตอบคำพูดเหล่านั้นไปว่า .. แล้วพวกเขาคิดบ้างหรือเปล่าว่าเราเป็นพี่น้องร่วมชาติ

 

 

 

 

 

อีดอก ไม่ต้องทำมาหาแดกกันแล้ว มาต่อแถวรับห้าร้อย ……@&#&**))^#%$^**))

เสียงแปร๋นลั่นแยกเทเวศร์ จากไพร่ตัวเมียที่ขี่มอเตอรไซค์ผ่านไปตอกย้ำอารมณ์ขุ่นมัวชิงชัง

ของฉันให้ลึกลงไปอีก ดูเหมือนว่าไม่ว่าี่พวกซึ่งไม่ได้เห็นชอบกับการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง

จะทำอะไร กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่พอใจทั้งนั้น และมักจะออกอาการพล่านเกินห้ามใจเสมอ

โชคดีที่ตรงนั้นไม่ได้มีเฉพาะฉันหากแต่มีเพื่อนร่วมทางมากมาย ฉันก็เลยไม่คิดว่าไพร่ตัวเมียตัวนั้น

เจาะจงว่าเป็นฉันหรือใคร ..

 

 

 

 

ถึงลานพระรูป .. พวกเรา .. แทบจะแทรกตัวเข้าไปด้านในไม่ได้ เพราะพี่น้องชาวหลากสีมากมาย

ที่ร่วมใจกันมาชุมนุมเต็มไปทั้งบริเวณ ธงชาติผืนเล็กบนปลายไม้สะบัดไหวในทุกคราวที่มีการตอบรับ

รอยยิ้ม และแววตาที่บอกได้ว่า .. หัวอกเดียวกัน .. ส่งให้กันและกันอย่างไม่มีพร่อง ไม่จำกัดวัย

ไม่จำกัดคุณวุฒิ ไม่แบ่งแยกรองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูง เพราะเรามารวมกัน ณ ที่นั้น

เพื่อแสดงพลังว่าเราไม่เอาเสื้อแดง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


25 เมษายน 2553 ฉันนั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์ อดคิดไม่ได้ว่านี่คงจะเป็นบันทึกที่ยาวที่สุดเท่าที่ฉันเคยเขียนมา

หลังจากห่างหายไปเป็นระยะๆ เนื่องจากไม่อยากจะเขียนบันทึกด้วยถ้อยคำหยาบคายให้ระคายสายตาผู้อ่าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะเหตุการณ์ต่างๆ หลายต่อหลายครั้งที่กรองเอาความสุภาพออกไปจากฉันแทบจะสิ้นแล้ว

ยิ่งเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านพ้นไป โดยที่ไม่มีใครที่ควรจะต้องรับผิดชอบ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ

นอกจากคำว่าเสียใจ .. หรือการแสดงออกอย่างสะใจ .. สายตาที่มองเหตุการณ์ของทั้งสองฝ่ายอย่างฉัน

จึงกร้าวขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

 

 

ฉันบอกใครต่อใครเสมอว่า .. นายกอภิสิทธิ์นั้นเหมาะจะเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย หากแต่ไม่ใช่ในช่วงเวลานี้

แต่คงจะเป็นในอีกซักยี่สิบปีข้างหน้า เพราะความสุภาพนอบน้อม  ไม่เหมาะกับสถานการณ์เช่นทุกวันนี้้

จากวันที่ 10 เมษา ถึงวันที่ 22 เมษา ฉันก็ไม่เห็นว่าทางรัฐบาลจะมีแนวทางอะไรที่ฟังแล้วน่าจะจัดการกับ

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้เลย แต่นั่นก็ยังไม่น่าหดหู่ใจเท่ากับกองทััพที่ไม่ขยับทำอะไร แม้ว่ากองทัพ

จะถูกกลุ่มคนเสื้อแดงตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่า เพียงเพื่อป้องกันคำครหาว่าจนท.รัฐใช้กำลังกับประชาชน

เท่านั้นหรือ ?

 

 

 

 

 

รถส่งกำลังบำรุงถูกล้อม รถไฟขนยุทโธปกรณ์ทางการทหารถูกกัก  ไหนยังจะทหารที่ถูกระเบิด ถูกยิง

ถูกทำร้าย ถูกด่า ถูกปรักปรำ จะว่าผบ.ทบ.มีความอดกลั้นสูงโดยยอมที่จะถูกดูถูกเหยียดหยามก็นั่นอีก

เพราะเวลาที่ทหารถูกหยามเกียรตินั้น มันไม่ใช่แต่เฉพาะตัวผบ.ทบ.หากแ่ต่เป็นกองทัพบกทั้งกองทัพ

ที่ถูกดูถูกเหยียดหยาม
ซึ่งผบ.ทบ.ก็มีปฏิกิริยาตอบรับต่างๆ นานาเหล่านั้นด้วยความนิ่งเฉย ..

เฉยเสียจนฉันนึกออกว่า ศอฉ. คงจะย่อมาจากศูนย์อำนวยการความนิ่งเฉย

 

 

 

 

 

อันที่จริงแล้วอาการนิ่งเฉยของผบ.ทบ.ที่ชื่อว่าอนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเกิด

หากแต่ตลอดช่วงเวลาสองปีกว่าที่ผ่านมานี้ ผบ.ทบ.คนนี้ก็แสดงออกตอบรับกับเหตุการณ์รุนแรงในบ้านเมือง

ด้วยความนิ่งและเฉยมาโดยตลอด ในตอนแรกฉันก็คิดว่าคงจะเป็นบุคคลิกอันสุขุมคัมภีรภาพของท่าน

หากแต่เมื่อสถานการณ์รุนแรงยิ่งขึ้นและมากขึ้น ท่านก็ยังนิ่งและเฉย ฉันจึงอยากจะเรียนบอกกับท่านว่า

กรุณาลาออกไปนิ่งเฉยอยู่กับบ้านได้มั้ย เพราะในเก้าอี้และบทบาทที่ท่านสวมอยู่นี้ ท่านไม่ควร

ที่จะนั่งนิ่งๆ และเฉยๆ อย่างที่เป็นอยู่ เกียรติภูมิของกองทัพที่ทหารทุกๆ คนต้องแบกรับไว้เท่าเทียมกัน

ไม่ว่าจะนายหรือลูกน้อง มันได้เสื่อมลงและเสื่อมลงเรื่อยๆ ในระหว่างที่ท่านนั่งในตำแหน่งนี้

ความรู้สึกชื่นชมในตัวทหารที่พวกเรายังคงมีอยู่ในตอนนี้ ก็มิใช่เพราะตัวท่าน หากแต่เป็นบรรดาฮีโร่ของเรา

ที่ออกมายืนกลางแดดดูแลความเรียบร้อยตามถนนหนทางให้ประชาชนอย่างเราๆ นั่นต่างหาก

 

 

 

 

 

หลังจากฟังสัมภาษณ์ของนายกและ ผบ.ทบ.ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยจบลงแล้วนั้น

ความหวังว่าปัญหาในบ้านเมืองคงจะได้รับการจัดการในเร็วๆ นี้ก็ดับลงไปด้วย เพราะไม่ว่าเหตุการณ์

จะเกิดขึ้นซักกี่ครั้ง จะรุนแรงมากขึ้นซักแค่ไหน .. แผนการจัดการกของรััฐก็ยังคงไว้ที่ .. เบาไปหาหนัก

ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มที่หนัก .. หนักมาก และหนักขึ้น
.. ถึงตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนถามผบ.ทบ.อีกคำถามว่า

ลูกน้องของท่านและประชาชนอย่างเราๆ จะต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกกี่ครั้ง กี่คน ..

ศอฉ.จึงจะจัดการเด็ดขาดกับกลุ่มก่อการร้าย ที่ศอฉ.ใช้เรียกกลุ่มผู้ก่อการทำลายชาติและสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมชาติ

 

 

 

 

 

ฉันรู้ว่าในกองทัพนั้นมีจำนวนทหารแตงโมอยู่มิใช่น้อย แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีจำนวนทหารมะละกอดิบอยู่มากกว่า

และหากว่าฉันผู้ซึ่งเป็นประชาชนสามัญธรรมดายังรู้ เชื่อว่ากองทัพเองก็น่าจะรู้ดีด้วย แต่แล้วทำไมจึงยัง

ปล่อยให้แตงโมแตกสายเจริญงอกงาม โดยที่ไม่กำจัดทิ้งซะแต่เนิ่นๆ ไม่เข้าใจว่าไอ้การจะจัดการกับ

ทหารชั่วๆ ที่เป็นหนอนบ่อนไส้มันยากเย็นเข็ญใจอะไรนักหนาหรือท่านอนุพงษ์ หรือว่ามีอะไรโยงใย

ให้ต้องเกรงใจกัน .. แบบที่เป็นระดับขั้นความลับสุดยอดที่ประชาชนอย่างฉันไม่อาจเข้าถึงข้อมูลได้้

 

 

 

 

 

 

 

 

คงยังไม่กลายพันธุ์อย่างใครต่อใครสงสัยกันอยู่ใช่ไหมท่าน?

 

 

 

 

 

 

ก่อนจะจบบันทึกที่ยาวที่สุดของฉันในวันนี้  ฉันก็อยากจะเรียนผบ.ทบ.อีกครั้งว่า

จะทำอะไรก็เร่งทำเถิด ในตอนนี้ที่ประชาชนยังคงให้ความสนับสนุนทหาร อย่านิ่งและเฉยจนน่ารำคาญ

แล้วผู้คนจะพาลลุกขึ้นมาต่อต้านทหารไปด้วย หรือหากท่านทำไม่ลงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

ก็ลาออกเถอะท่านเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง คนอื่นที่มีศักยภาพมากกว่าจะได้เข้ามาจัดการปัญหา

ที่ท่านไม่สามารถจัดการได้ให้เด็ดขาดเสียที

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 10 Comments »    
10 Comments to

“กรุงเทพวันนี้ ๕”

  1. September 19th, 2012 at 7:01 am       Dez Bryant Jersey Says:

    Tony Romo Jersey
    Brandon Carr Jersey
    Morris Claiborne Jersey
    Dez Bryant Jersey
    DeMarcus Ware Jersey
    Jason Witten Jersey
    Dez Bryant Jersey
    Miles Austin Jersey
    Jay Ratliff Jersey
    DeMarco Murray Jersey
    Cowboys Jerseys
    Felix Jones Jersey


  2. May 24th, 2010 at 5:19 pm       แนน Says:

    ไม่ไหวจะเคลีย


  3. April 29th, 2010 at 11:48 pm       ชิก้ามารุ Says:

    นีกว่ามันจะตาย ดีใจจนนอนไม่หลับ เลย
    หลอกให้ เรา ตาค้าง เจ๊เซ้ง


  4. April 28th, 2010 at 9:24 am       ฝ้าย Says:

    จะยุบสภา จะอะไรก็ถามเจ๊ก่อนเนอะ
    ทำไมไม่เห็นแก่ประเทศชาติกันบ้างนะ ถ้าประเทศชาติอยู่ไม่ได้ แล้วประชาธิปไตยมันจะมีได้ไง ง่าย ๆ แค่นี้


  5. April 27th, 2010 at 5:25 pm       alphabet Says:

    อาจารย์บอกว่าท่านนายกบอกว่าท่านเป็นคนดีมาก มือสะอาดจริง ๆ
    แต่บางที บางสถานการณ์ ประเทศชาติต้องการยืมมือหยาบ ๆ มาช่วยค่ะ


  6. April 26th, 2010 at 6:50 pm       septimus Says:

    วินาทีนี้ต้องบอกว่ายิ่งกว่าเดือดพลั่กๆเพราะเพิ่งดูข่าวทางนี้จบ…ขึ้นต้นด้วยข่าวเสื้อแดงทั้งที่สีลมและที่นั่น ทางหลวงสายอีสานขณะตรวจตำรวจและส่งกลับ หึ หึ ขมขื่นชะมัด! วังเวงชิบ!…

    เสร็จแล้วก็หันกลับมาอ่านบล็อกของหญิงมั่นต่อทันทีนี่เลย กึ๊ก!….

    เออนะ ออกๆไปซะอย่างที่คุณศศิว่าก็ถูกต้องแล้ว จะอยู่เป็นตะเข้ขวางคลองทำไมเนี่ย

    ถือได้ว่ากำลังช่วยกุ๊ยพวกนั้นให้กร่างสะดวกโยธินอยู่นะคะท่าน

    ลาออกเถอะค่ะจักขอบพระคุณล่วงหน้าล่ะ เอ้า!


  7. April 26th, 2010 at 12:36 pm       leelawadee2u Says:

    พี่ก็อดทนไม่ไหวแล้วล่ะศศิ

    คิดมาตลอด ว่าคนไทยเหมือนกัน คิดมาตลอดว่าตาสียายสาไม่รู้เรื่องด้วย และคิดมาตลอดว่าทางรัฐจะจัดการได้

    เคยคิดนะคะ ว่าไม่อยากให้ถึงจุดที่ประชาชนเดือด แล้วออกมารบกันเอง

    แต่พี่ว่า ใกล้ถึงจุดเดือดแล้วล่ะ เพราะประชาชน ไม่รู้จะฝากความหวังไว้กับใครได้อีกแล้ว

    ตำรวจมันก็แสดงตัวชัดเจน ว่ามันปกป้องใคร…

    เป็นถึงตำรวจ เวลาจับไพ่ รู้ดีนักว่าต้องวิ่งไล่กวดชาวบ้านอย่างไร แม่มมมมมม แต่จับพวกไพร่พวกนี้ไม่มีปัญญา แถมตั้งหน้าตั้งตาแห่มาให้พวกไพร่มันล้อมจับส่งตัวกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

    พูดแล้วของขึ้นอ่ะศศิ

    เมื่อเช้าพี่ก็ต้องพากันเดินลงมาจากกลางทางด่วน เดินไปก็ด่าแม่มมาตลอดทางเลย มาถึงออฟฟิศ ก็มาเจอพวกมันมายืนดักตรวจค้นกระเป๋า มีตำรวจยืนเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ

    ไม่รู้จะด่าไงดีอ่ะศศิ


  8. April 26th, 2010 at 11:30 am       11arrows Says:

    ไม่อยากคอมเม้นท์ในยามท้อแท้เลยนะ sazz’
    งบราชการลับก็มี
    มันทำอะไรอยู่


  9. April 26th, 2010 at 10:48 am       athenaz Says:

    new spicy new spicy he is ..!!


  10. April 26th, 2010 at 10:46 am       athenaz Says:

    He’s really a new specy of REDD Mellon.. 555 !!

    I have jsut missed it luckily ka.


You must be logged in to post a comment.