เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-16 16:36:15 น. general 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-14 18:33:44 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หลังจากได้เห็นร่องรอยไดโนเสาร์ในอุทยานโลกฯที่ภูกุ้มข้าวแล้ว
เมื่อกลับมาก็ยังคงครุ่นคิดคำนึงถึงอยู่เนืองๆ ด้วยความงุนงงกับสิ่งที่ได้พบเห็นที่มากมายภายในเวลาอันจำกัด เฝ้าบอกกับตัวเองว่า...ดูเหมือน เราไม่รู้อะไรเลย..
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-11 15:59:13 น. general 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
It’s well known that every major change and many minor ones in the environment condemn hitherto fit creatures to death and their lineages to extinction. As an environments change, yesterday’s adaptation becomes tomorrow’s maladaptation. In fact, it looks like 3 different cataclysmic events have repeatedly killed off most of the life-forms on Earth. The dinosaur extinction 65 million years ago, owing to an asteroid collision on the Yucatan peninsula, is well established. There are no dinosaur bones in any of the younger layers of stones around the world, but there is a layer of iridium- an element found in much higher concentrations in asteroids than on Earth-spread evenly around vast parts of Earth centered on the Yucatan in layers of rock 65 million years old. In that layer, the iridium is 1,000 times more concentrated than elsewhere above or below it in Earth’s crust. (The Atheist’s Guide to Reality, p.75-p.76)
กับข้อความเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เราต้องหันไปคว้าภาพถ่ายที่กาฬสินธุ์กลับมาดูอีกครั้ง
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-07 20:44:54 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
พระวาจาสิทธิ์ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกาศเป็นพระปฐมบรมราชโองการไว้ให้เป็นที่ทราบทั่วกรุงสยามเมื่อวันขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีนั้น บัดนี้แม้กาลเวลาจะได้ผ่านมาเนิ่นนานถึงปัจจุบันนับได้ 66 ปีแล้ว พระองค์ก็ยังคงทรงปฏิบัติดั่งพระบรมราชโองการโดยมิทรงหยุดพัก โดยที่เมื่อเร็วๆนี้ก็มีโครงการใหม่ของพระองค์เพิ่มขึ้นมาอีกโครงการหนึ่ง เป็นโครงการบริหารและจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทยภายใต้การดูแลของมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ “มูลนิธิอุทกพัฒน์ “
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
...ต้องนับว่าพวกเราชาวสยามที่ตอนนี้เรียกตนเองว่าชาวไทยนั้นมีความโชคดีอย่างที่สุด
เพราะยามนั้น สยามก็ยังเป็นประเทศที่ยากจน มีผืนดินถูกทำลาย มีสายน้ำที่ขาดหาย มีโรคภัยคุกคาม มีราษฏรที่ยากไร้ มีปัญหามากมายที่หน่วยราชการยังเข้า ไปไม่ถึง หัวใจแร้นแค้นหลายล้านดวงต่างล้วนเกือบสิ้นหวัง
หากด้วยพระราชหฤทัยที่แน่วแน่ในการทรงงานของพระองค์ จึงทำให้การดำเนินชีวิตของพวกเราทั้งหมดมีการพัฒนาเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข มีอิสรเสรีล้นเหลือ ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์
ถึงวันนี้ พวกเราสมควรได้ทราบได้เข้าใจไม่มากก็น้อย ว่าพระองค์ทรงมีหลักในการทรงงานอย่างไร และทรงมีแนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศอย่างไรให้เจริญก้าวรุดหน้าได้ถึงเพียงนี้
ทั้งนี้ก็เพื่อที่พวกเราจักได้ดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทของพระองค์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และเป็นเรื่องมหามงคลที่พวกเราจะต้องถือเอาเป็นหน้าที่ที่จะเล่าต่อ ผ่านรุ่นสู่รุ่น อย่าให้ขาดตอน
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-05 15:57:21 น. general 37 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เชื่อว่าคนเราทุกคนมีเพื่อน
หาก เพื่อน ของทุกคนคงยากที่จะเป็นแบบนี้ได้
และในทางกลับกันก็ยากที่ทุกคนจะเป็น เพื่อน แบบนี้ให้กับเพื่อนๆได้เช่นกัน
เพื่อนแบบนี้น่ะแบบไหน ลองอ่านเรื่องเล่าสุดประทับใจต่อไปนี้ดู..
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-04 07:37:25 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้อากาศทางนี้แปลกดี
พยากรณ์อากาศบอกไว้ล่วงหน้าว่าจะหนาวต่อและมีฝนตก
แต่กลับปรากฏว่ามีลมร้อนเหมือนมาจากทะเลทรายตอนกลางของประเทศพัดผ่านมาซะนี่
เก้าะเลย อบอุ่น กันวันนี้ ^-^
เขียนโดย septimus ที่ 2012-05-01 19:09:19 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-29 17:45:46 น. general 17 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
-----
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้อีกครั้งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงมีพระเมตตาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาด้านทรัพยากรน้ำที่พสกนิกรของพระองค์สุดปัญญาที่จะแก้ไขได้ด้วยตนเอง
ข้าพระพุทธเจ้า ข้าฯใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอก้มกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระวรกายแข็งแรง และทรงเป็นร่มเกล้าของเหล่าข้าฯใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พสกนิกรของพระองค์ ตลอดกาลนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์ septimus
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-23 14:42:49 น. general 33 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-18 17:50:51 น. general 21 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-17 08:49:27 น. general 12 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ตอนกลางวันเมื่อวาน พวกเราพากันออกไปกินข้าวหักเวียดนาม
หากเรื่องราวที่คุยกันสนุกๆกลับเป็นเรื่องประวัติศาสตร์จีน
เรานั่งฟังหูผึ่งและรู้สึกลึกๆถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ ถัง
ด้วยเวลาที่เพื่อนเอ่ยคำว่า ถัง เค้าไม่ได้เอ่ยแบบเราที่ดันเสียงขึ้นจมูก
ของเค้า คำว่า ถัง นั้นปล่อยออกมาอย่างช้าๆจากท้องผ่านปอดและหัวใจด้วยความรักและบูชาอย่างที่สุด
...
แล้วก็มีการเอ่ยถึงจักรพรรดินีองค์สุดท้ายของเค้า
ที่ได้รับแจ็คพ่อตไปเต็มๆว่าเป็นสาเหตุให้อาณาจักรจีนที่ยิ่งใหญ่ไพศาลล่มสลายไม่เป็นท่า
โดยไม่สำเหนียกไม่หยุดคิดแม้แต่น้อยว่าแท้จริง กลุ่ม eunuch รอบตัวพระนางนั้นเองคือตัวกัดแทะต้นเสาของอาณาจักรทีละต้นๆจนล้ม เรียบ ราบพนาสูร
แล้วก็ให้แปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นและได้ยินการกล่าวถึงซุนยัดเซนด้วยความยกย่องสรรเสริญว่าเป็นผู้กอบกู้ชาติจีนขึ้นมาใหม่
ยังไม่นับความรักความนับถือที่มากมายที่มีต่อพี่น้องสามสาวสวยแห่งตระกูลซ่งผู้กำหัวใจของผู้ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลในยุคนั้นทั้งหมด โดยที่..
สาวหนึ่งนั้นมีความสามารถสุดยอดในการสร้างพลังทางการเมือง
และอีกสองสาวนั้นเล่าก็สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยหรูหราอู้ฟู้ฟูเฟื่องอย่างมิรู้จักหยุดหย่อน
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-14 19:39:33 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วัน มหาสงกรานต์ ถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ เป็นวันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ
คนโบราณเค้ามีอุบายให้ได้รู้กันว่าวัน มหาสงกรานต์ในแต่ละปีนั้นคือวันใด โดยผ่านเรื่องเล่าอันเป็นตำนานสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดซึ่งเป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหมและเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์
ที่เมื่อถึงวันปีใหม่ ที่ตรงกับวันใด นางสงกรานต์ที่ถูกสมมุติเข้ากับวันนั้นๆก็จะเป็นผู้อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกไปเวียนเขาพระสุเมรุ
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-12 17:12:46 น. general 45 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ครั้งหนึ่ง หัวหน้าเทวดาบนสวรรค์เกิดป่วยขึ้นมา เหล่าเทวดาทั้งหลายต่างพากันไปเสาะหาผลไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น มะกรูด มะนาว มะละกอ ส้ม ลิ้นจี่ ลำใย กล้วย อ้อย ฯลฯ มาคั้นเอาน้ำทำยารักษา
แต่ก็ไม่หาย
ตกกลางคืน เทพเจ้าผู้เป็นใหญ่องค์หนึ่งได้มาเข้าฝันว่า ผลไม้ที่สามารถรักษอาการป่วยครั้งนี้ได้นั้นมีอยู่ต้นเดียวและมีผลอยู่ลูกเดียวเท่านั้นในป่าหิมพานต์ ลักษณะเป็นผลสีเหลือ ต้นเป็นไม้ใหญ่มีใบหนา แผ่กิ่งก้านสาขาทั่วบริเวณที่ขึ้นอย่างกว้างขวาง
เมื่อเทวดาทั้งหลายทราบเรื่องก็พากันเหาะไปเก็บมา
ครั้นได้กินยาที่คั้นจากน้ำผลไม้แห่งป่าหิมพานต์แล้ว หัวหน้าเทวดาก็หายป่วยอย่างอัศจรรย์
ฝ่ายต้นแม่ของผลไม้นั้นก็มีอายุมากใกล้จะตายแล้ว
ผลของมันจึงคิดว่าถ้าแม่ตายมันคงอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีต้นแม่คอยหล่อเลี้ยงอาหาร จึงคิดจะคายเมล็ดออกมาให้ร่วงหล่นสู่พื้นดิน เพื่อที่จะได้งอกเป็นต้นพันธุ์ใหม่ต่อไป
ฝ่ายหัวหน้าเทวดาเห็นผลต้นไม้ที่เคยใช้เป็นยา กำลังคายเมล็ดเกือบจะร่วงลงสู่ดินอยู่แล้วก็ตวาดออกไปว่า "อย่าร่วง"
ด้วยวาจาสิทธิ์ เมล็ดผลไม้นั้นก็ติดห้อยอยู่กับผลด้านนอกมาจนตราบทุกวันนี้
คำว่า "อย่าร่วง" ต่อมาได้เพี้ยนไปเป็น "ยาร่วง" ซึ่งเป็นชื่อเรียกมะม่วงหิมพานต์ของชาวใต้
ต่อมาได้เพี้ยนจาก "ยาร่วง" มาเป็น "มะม่วง"
และเนื่องจากต้นพันธุ์ดั้งเดิมมีกำเนิดอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงมีชื่อเรียกในปัจจุบันว่า "มะม่วงหิมพานต์"
[ตำนานมะม่วงหิมพานต์ คัดจากหนังสือนิทานไทย 50 เรื่อง]
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-06 08:01:13 น. general 44 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-04-01 08:31:08 น. general 43 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“ญ่าฝรั่น”
เครื่องเทศที่เราเคยคิดว่าคงเป็นหญ้าที่ฝรั่งปลูกไว้ผสมอาหารกินและรู้สึกเป็นสิ่งไกลตัว
แต่ก็ไม่วายแอบคิดว่าทำไมฝรั่งจึงกินหญ้าชนิดนี้
และ...
ค่อนข้างแตกตื่นเมื่อนึกว่า ... ฝรั่ง... กิน............ หญ้า!
เขียนโดย septimus ที่ 2012-03-26 17:14:22 น. general 42 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้ได้พบอาจารย์สาวโสดจากเวียดนามอีกครั้ง
ดูเหมือนเรากำลังจะทำสถิติพบกันปีละครั้งอย่างไรพิกลอยูู่
อาจารย์ท่านนี้มีความขยันหมั่นเพียรมากกกกกก… มากกว่าปกติของคนทั่วไป มาก
เขียนโดย septimus ที่ 2012-03-20 17:36:04 น. general 7 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-03-11 10:12:55 น. general 62 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
บุพกรรมของพระพุทธองค์ครั้งยังดำรงอยู่ในอัตภาพของพระโพธิสัตว์ (ขุททกนิกาย อปทาน พุทธาปาทาน) อันเป็นสาเหตุทำให้ต้องทรงใช้ระยะเวลานานกว่าจะบรรลุพระอรหันตสัมมาสัมโพธิญาณได้นั้นกล่าวไว้ดังนี้
ในสมัยพระกัสสปะพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อโชติปาละ ไม่มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา ทราบว่าพระกัสสปะทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กล่าวว่า “การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ที่ไหน”
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระโพธิสัตว์ต้องเสวยทุกข์ในอบายเป็นเวลานาน แม้ในภพสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้ ด้วยเศษที่ยังเหลืออยู่ พระองค์ยังต้องหลงเดินทางผิด บำเพ็ญทุกรกิริยาทรมานพระองค์เองด้วยวิธีต่างๆ อันเป็นวัตรของเดียรถีย์ มีการอดอาหารเป็นต้น จนสรีระผอมเหลือแต่กระดูก ได้รับทุกขเวทนาอันเกิดจากความเพียรเป็นเวลานานถึง ๖ ปี กว่าจะได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ
เขียนโดย septimus ที่ 2012-03-06 20:18:49 น. general 58 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เป็นความบังเอิญมากๆที่ระหว่างเลือกฟังเพลงทางวิทยุ เมื่อวาน
แล้วจิ้มมาที่คลื่นของสถานีนี้เข้า
ก็จึงหยุดฟัง เพราะเสียงของนักร้อง เป็นเหตุผลก่อนอื่นใด
ครั้นฟังไป... ไพเราะไป... เข้าใจไป...
อ๊ะ ดูเหมือนจะเข้าเค้ากับความเป็นไปที่ไหนสักแห่ง
นี่มันพ.ศ.อะไร และเพลงนี้อุบัติมาตั้งแต่เมื่อไหร่
Wowww....
1968 !!
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-26 06:42:59 น. general 45 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-18 04:37:19 น. general 68 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ช่วงคริสมาสต์ที่ผ่านมา
มีซุปฝรั่งที่กินแล้วติดใจรสชาติจนต้องกลับมาขวนขวายหาส่วนผสมเพื่อทดลองทำเอง
หลังจากนั้นก็ทำติดตู้เย็นไว้ เพื่อที่หิวเมื่อไหร่ก็กินเมื่อนั้นกับขนมปังปิ้งกรอบทาเนย
ซุปที่ว่านี้เรียก ซุปแคพสิคั่ม
ภาษาไทยก็น่าจะประมาณซุปพริกหวานอ่ะนะ
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-15 16:35:39 น. general 40 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-09 20:01:26 น. general 45 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ณ.สถานที่ตัดสินหลังความตาย
ชายคนหนึ่งเพิ่งไปถึงที่นั่น
หลังจากรอการวินิจฉัย...
“ก่อนที่คุณจะได้พบกับพระเจ้า เราต้องบอกคุณก่อนว่า เราได้ตรวจดูประวัติชั่วชีวิตมนุษย์ของคุณแล้ว และปรากฏว่า คุณไม่ได้ทำอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นความดีหรือความเลวอย่างชัดเจน เราไม่แน่ใจว่าควรจะตัดสินคุณอย่างไรจึงจะเหมาะสม คุณช่วยบอกอะไรเราสักหน่อยได้ไหม อะไรก็ได้ เพื่อช่วยเราในการตัดสินใจครั้งนี้”
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-07 02:29:53 น. general 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เย้ พักเที่ยงแล้ว
หิวจัง..
ท้องร้องจ้อกจ้อกเลย
เช้านี้คุณครูสอนบวกเลข..
สนุกจัง
ไม่เคยเล่นอะไรแปลกแปลกอย่างนี้มาก่อน
ต่อไปจะเป็นอย่างไรน๊า..
เอ น้องเราสองคนอยู่ไหน..
นัดให้มาเจอกันที่นี่ ยังไม่มาอีก
ช้าจริงเชียว
ไม่รู้รึไง พี่หิวข้าวนะ
โน่น..
จูงมือกันวิ่งมาโน่นแล้วกะปุกลุกสองตัว ^^
เขียนโดย septimus ที่ 2012-02-03 05:54:38 น. general 34 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ที่ฟิลิปปินส์..
มีตำรวจจราจรท่านหนึ่งช่างปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีความสุข
ทำเอาผู้คนที่ผ่านไปมาพลอยมีความสุขไปด้วย
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-30 17:57:31 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เป็นวิดีโอที่ดูแล้วเพลิน..
เค้าทำได้ดี..
แล้วบางทีมีบางแบบที่ยังไม่เคยพัน..
ก็ลองดูแล้วกัน..
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-26 06:52:35 น. general 22 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เพื่อนส่งภาพนี้มาให้ดูเพื่อยืนยันว่าที่นั่นยังน่าอยู่และมีความสงบงามดุจเดิม
สึนามิทำอะไรลูกพระอาทิตย์ไม่ได้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-24 06:16:14 น. general 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ตรุษจีน เป็นวันสำคัญของจีนที่มีมาแ
เล่ากันว่าในสมัยโบราณ ในป่าทึบแห่งหนึ่ง มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและน่าก
ดังนั้น เมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาใกล้ เหนียน ก็จะออกมาทำร้ายผู้คน
เพื่อป้องกันการมาของ เหนียน ทุกๆครัวเรือนจึงต่างสะสมเสบียง
เมื่อถึงตอนค่ำของวันที่ 30 เดือน 12 ก็จะปิดประตูและหน้าต่างเอา
จนกระทั่งถึงรุ่งเช้า…วันแรม 1 ค่ำ เดือน 1… เมื่อเหนียนกลับไปแล้ว ทุกๆครัวเรือนก็จะเปิดประตูออกม
ต่อมาพบว่า เหนียน มีจุดอ่อน…
กล่าวคือมีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อเหนียนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังหวดแส
เมื่อเหนียนได้ยินเสียงแส้ดังเปรี้ยงปร
ครั้นเหนียนไปถึงหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง เห็นมีชุดเสื้อผ้าสีแดงตากอ
และเมื่อเหนียนมาถึงหมู่บ้านแห่งที่สาม ปรากฏว่าไปพบเห็นกองเพลิงกอ
ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนต่างรู้ว่า แม้ว่า เหนียน จะดุร้ายแต่มันก็กลัวสีแดง เสียงดัง และไฟ
ทำให้ผู้คนสามารถคิดหาวิธีก
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-23 19:05:08 น. general 2 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
โลกภายนอกกว้างไกล ใครใคร่รู้
โลกภายในลึกซึ้งอยู่ รู้บ้างไหม
จะมองโลกภายนอก มองออกไป
จะมองโลกภายใน ให้มองตน
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-23 05:40:16 น. general 8 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-20 14:33:50 น. general 34 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-18 08:16:24 น. general 24 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เห็นข่าวช้างป่าโดนประหารโดยคนใจทมิฬหินชาติเพื่อแย่งเอางาและอวัยวะเพศไปขายให้สิ่งมีชีวิตชั้นสูงกว่าชนิดหนึ่งกินเป็นยาแล้วรู้สึกยิ่งกว่าหดหู่ใจที่แน่นอนว่ามีความโกรธอะไรก็ไม่รู้ผสมอยู่ด้วย
ทำไมชีวิตช้างเหล่านั้นจึงต้องมารับความซวยเฉกนี้ก็ไม่รู้
แล้วก็ช่างผิดกับช้างเกลอแก้วที่ได้มีโอกาสมาอยู่ทางนี้เสียนี่กระไร
ที่นี่เค้าดูแลกันอย่างดี เมื่อกี้ก็มีเชือกหนึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดกันไปอย่างสนุกสนาน
นี่ถ้าหากฝรั่งรู้ว่าผลิตผลจากช้างอีกอย่างหนึ่งก็ยังมีประโยชน์
พวกเค้าจะยิ่งรักเหล่าช้างเกลอแก้วกันขนาดไหน
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-16 18:09:49 น. general 19 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
สายหยุด หยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย
สายบ่หยุด เสน่ห์หาย ห่างเศร้า
กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ ราแม่
ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ ฉันใด
[ลิลิต ตะเลงพ่าย นิพนธ์โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี สุวณฺณรํสี)]
เมขลาปลุกปล้ำ เอ้ย สอนโคลงบทนี้ให้แก่ชลาชลหนุ่มไทยไปโตเมืองนอกผู้กระหายความเป็นไทยโดยไม่รู้สาเหตุ
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-15 17:17:40 น. general 15 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เวลาเห็นธง 5 สีที่ฝรั่งนำมาประดับตามบ้านหรือร้านอาหารนำมาตกแต่งหน้าร้านทางนี้ เคยนึกสนใจใคร่รู้อยู่เสมอว่าเป็นธงอะไร
แต่ไม่มีโอกาสได้ไต่ถามใคร แม้เข้าร้านกินอาหารเค้าเสร็จก็ยังไม่ได้ถามอยู่ดี
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-14 15:37:07 น. general 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2471 ครอบครัวมหิดลเสด็จจากสหรัฐอเมริกาถึงเมืองไทยถึงบ้านที่วังสระปทุม
เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคตแล้ว สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงอภิบาลพระราชโอรส ธิดา ภายใต้พระบารมีของสมเด็จพระพันวสาอัยยิกาเจ้า
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-07 15:21:52 น. general 65 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันเวลาเพิ่งย่างเข้าปีใหม่ได้ไม่กี่วัน
จะเริ่มบันทึกอะไรดีสำหรับปีมะโรงนะเพราะมีหลายเรื่องจัง
เอาเรื่องสิริมงคลแก่จิตวิญญานก่อนก็แล้วกัน
พอดีเมื่อเช้าเพื่อนเค้าส่งเมสเสจเข้าเอฟบีให้อ่าน...
“ การเกิดมนุษย์
ปฏิสนธิ -> กัลละ (ขนาด เศษ 1 ส่วน256 ของเส้นผม)
7 วัน -> อัมพุทะ (น้ำล้างเนื้อ)
14 วัน -> เปสิ (ชิ้นเนื้อ)
21 วัน -> ฆนะ (ก้อนเนื้อ, แท่งเนื้อ ขนาดเท่าไข่ไก่)
28 วัน -> เบญจสาขาหูด (มีหัว แขน2 ขา2) ครบ 1 เดือน
35 วัน -> มีฝ่ามือ นิ้วมือ ลายนิ้วมือ
42 วัน -> มีขน เล็บมือ เล็บเท้า (เป็นมนุษย์ครบสมบูรณ์)
50 วัน -> ท่อนล่างสมบูรณ์
84 วัน -> ท่อนบนสมบูรณ์
184 วัน -> เป็นเด็กสมบูรณ์ นั่งกลางท้องแม่ (6เดือน)
การคลอด
ท้อง 6 เดือนคลอด - >ไม่รอด (บ่ห่อนได้สักคาบ)
ท้อง 7 เดือนคลอด ->ไม่แข็งแรง (บ่มิได้กล้าแข็ง)
การเกิด
มาจากสวรรค์ -> ตัวเย็น ออกมาแล้วหัวเราะ (น่ากลัวแหะ-*-)
มาจากนรก -> ตัวร้อน ออกมาแล้วร้องไห้
*** ลมกรรมชวาต = ลมเกิดแต่กรรม ดันให้เด็กคลอดออกมา
กาลทั้ง 3 ได้แก่
กาล 1 -> แรกเกิดในท้องแม่
กาล 2 -> อยู่ในท้องแม่
กาล 3 -> ออกจากในท้องแม่
* คนธรรมดา -> ไม่รู้ตัว จำไม่ได้ทั้ง 3 กาล
* พระปัจเจกโพธิเจ้า/ พระอรหันตาขีณาสพเจ้า / พระอัครสาวกเจ้า -> 2 กาลแรกรู้ตัว จำได้ แต่ลืมกาลที่ 3 ”
... อันเป็นมนุสสภูมิจาก ไตรภูมิพระร่วง นั่นเอง
เขียนโดย septimus ที่ 2012-01-04 07:27:24 น. general 43 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-31 08:54:09 น. general 26 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ตั้งแต่กลับมา พยายามคิดเสมอว่า เราจะทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อตอบแทนรั้วของชาติ
กับน้ำใจและไมตรีที่ท่านทั้งหลายได้ยิบยื่นให้แก่เรารวมถึงพี่น้องร่วมชาติคนอื่นๆอย่างไม่เห็นแก่ตัวเอง
แล้วเมื่อกี้ก็ช่างเป็นจังหวะที่ดีที่ได้เห็นข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์มากมายจากเฟซบุ๊คของ “คุณWorrawan ณ จ๊ะ รักพระเจ้าอยู่หัว”
ชักชวนให้พวกเราช่วยกันส่งสคส.ไปให้ทหารทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ก็เอาล่ะ เริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ยังดี ยิ่งเมื่อเค้าบอกว่า
“รู้ไหมว่าในแต่ละค่ายจะมีบอร์ดติด สคส ไว้ และ สคส.แต่ละใบเยินมาก เพราะทหารเปิดดูกันแล้ว เปิดดูกันอีก พวกเขาดีใจที่คนข้างหลังยังห่วงใยเขา เวลาที่ใครสักคนเขียนจดหมายส่งไปคุยกับพวกเขา จดหมายของเราเหมือนเป็นจดหมายของคนสำคัญ
เพราะมีมีคนอ่าน 1 คน แต่คนมุงฟังนี่เป็น 10”
ยิ่งต้องรีบส่ง!
และขอเรียนเชิญเพื่อนๆทุกท่านด้วยนะคะ ช่วยกันค่ะช่วยกัน ^__^
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-28 19:48:02 น. general 29 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
Ripe mulberry-clusters dangling in triple drops
and the silver glints they cast could catch the heart. [Homer]
ไม่ต้องปีนให้สูงอย่างใครเขา
จงปีนเอาเท่าที่เราจะปีนไหว
ท่าที่ปีนไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
แค่ปีนไปให้ถึงมันเท่านั้นพอ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-26 10:54:43 น. general 56 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หลายปีแล้วที่เคยคิดอยากออกไปเดินดูฝรั่งแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส
แต่จนแล้วจนรอดก็ได้แต่คิด
มาคืนนี้ขณะดู Carols by Candlelight ก็จึงบอกกับตนเอง น่าจะไปซะที
อากาศก็กำลังสบายไม่หนาวไม่เย็น เห็นว่าจะมีฟ้าร้องฟ้าผ่าก็ไม่เห็นจะมีอะไร
พอรายการจบลงพร้อมความสุขฉาบบนใบหน้าทุกคน เราก็คว้ากล้องออกเดินทางทันที
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-24 22:05:35 น. general 25 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีพระราชดำรัสปลอมในแบบต่างๆรวมทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน ที่สร้างความเข้าใจผิดแก่พี่น้องชาวไทย
ทั้งที่ทางสำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือแจ้งไปยังปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2548
หากเพื่อนๆได้รับแล้วกรุณา อย่าส่งต่อ อย่าเผยแพร่
แต่กรุณาบอกต่อให้รู้ทั่วกันว่า พระราชดำรัสนี้เป็นของปลอม
หน้าตาพระราชดำรัสปลอมทั้ง 4 แบบเป็นดังนี้ค่ะ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-23 19:16:06 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทองมี
จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า” พวกเราเผ่าอารยไทยไวๆมากกว่าความกังวลว่า จะมีใครอ่านไม่รู้เรื่อง (อ่ะจ๊ะ)
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-21 07:08:43 น. general 26 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หนันหรงฉู ดั้นด้นไปเยี่ยมคารวะปราชญ์เหลาจื่อ ด้วยความหวังจะได้รับคำตอบคลี่คลายปัญหาชีวิตของตน
เมื่อหนันหรงฉูไปถึง เหลาจื่อก็ถามขึ้นในทันใดว่า “เหตุใดท่านจึงพาผู้คนมามากมายเยี่ยงนี้”
หนันหรงฉูหันไปมองรอบกายด้วยความประหลาดใจ เพื่อดูว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง แต่กลับหามีผู้ใดไม่
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-09 08:30:09 น. general 74 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หนังสือภาษาอังกฤษออกใหม่เล่มนี้กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชซึ่งทรงเป็นองค์พระประมุขที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกและทรงเป็นหนึ่งในผู้นำที่น่าสนใจที่สุดของโลก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสด็จขึ้นครองราชย์ โดยมิได้มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนเมื่อพ.ศ.2489 ทั้งที่พระองค์เสด็จพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกาและทรงศึกษาในยุโรป
อาจมีคำถามมากมาย อาทิ...
กษัตริย์หนุ่มของไทยทรงปรับเปลี่ยนพระองค์ไปพร้อมๆกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร
ในรัชสมัยของพระองค์เกิดเหตุการณ์ใดบ้างที่เป็นช่วงเวลาแห่งความปลื้มปิติและช่วงเวลาแห่งวิกฤติ หรือ
ทำไมพระองค์จึงเป็นกษัตริย์ที่ได้รับการเคารพมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ซึ่งล้วนมีคำตอบ!
คณะผู้เขียนได้บันทึกพระราชประวัติของพระองค์ตลอดเกือบเก้าทศวรรษที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ และความก้าวหน้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ทราบว่าเหตุใดเรื่องการพัฒนาประเทศจึงเป็นพระราชปณิธานหลักของพระองค์ รวมทั้งแนวทางที่พระองค์ทรงนำมาใช้เพื่อยกระดับความมั่นคงและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
นอกจากนั้นยังนำเสนอมุมมองใหม่ๆในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ไม่มีผู้ใดศึกษามากนักและยังมีความเข้าใจอย่างคลาดเคลื่อน เช่น เรื่องของคณะองคมนตรี สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการสืบราชสันตติวงศ์ หลายเรื่องกำลังเป็นที่ถกเถียงในสังคมเพราะขาดองค์ความรู้เหล่านี้
หลายต่อหลายเรื่องทั้งประเด็นใหญ่กระทั่งเบ็ดเตล็ด ก็ถูกนำมาเล่าผ่านปลายปากกาของกลุ่มผู้เขียนฝรั่งซึ่งยืนยันว่าตรงและสมดุล อาทิ
...พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและสมเด็จพระอนุชาทรงไม่เคยเสด็จห่างกัน พระองค์พี่ทรงอ่อนโยน สุขุม ทรงยอมผ่อนผันและปกป้องพระองค์น้อง ผู้ทรงเป็นเสมือนพระสหายที่สนิทที่สุดอยู่เสมอ สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงเล่าไว้ว่า “ทรงเป็นมากกว่าพี่น้อง ทรงเป็นเหมือนฝาแฝดกันเลยและทรงเป็นเพื่อนที่รักกันมากกว่าเพื่อนอื่นๆ จะพอพระทัยในการเล่นด้วยกันมากกว่าเล่นกับผู้อื่น”...(พระราชประวัติ (พระชนมพรรษาครบ 2 รอบ) หน้า 72)
...ในทางกฎหมาย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นนิติบุคคล สำนักงานฯ มิใช่ส่วนหนึ่งของการบริหารงานในพระราชวัง และในขณะเดียวกันก็มิได้เป็นองค์กรเอกชน แต่เป็นสถาบันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นสถาบันที่มีความซับซ้อน สำนักงานฯ ไม่มีหน้าที่ต้องแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงรายละเอียดข้อมูลบัญชีและกิจกรรมต่างๆ หากแต่ว่าในหลายปีที่ผ่านมาทางสำนักงานฯ ได้ตอบสนองต่อความต้องการที่จะแสดงข้อมูลต่อสาธารณชนให้มากขึ้น...(ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หน้า 283)
...ตำรวจ ศาลและอัยการของไทยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นเดียวกับในทุกๆ ประเทศ แต่กลับขาดหลักปฏิบัติที่ชัดเจนในกรณีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นผลให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจเกรงกลัวที่จะถูกกล่าวหาว่ากระทำมิชอบในหน้าที่ หากไม่ตอบสนองต่อการร้องทุกข์ในกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพใดๆ ที่ได้รับแจ้งที่สถานีตำรวจ...(กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หน้า 309)
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-05 18:29:29 น. general 33 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า
เมื่อได้ติดต่อกับเขาเหล่านั้น
ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าได้สำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง
ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้
คือการที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า
นั่นคือคนไทยทั้งปวง”
มิเพียงแต่ประชาชนคนไทยของพระองค์เท่านั้นที่ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความรักและเทิดทูนแด่พระองค์อย่างสูงสุด
หากชนต่างชาติต่างภาษาที่ได้รับรู้พระราชกรณียกิจอันนับเป็นอเนกอนันต์ของพระองค์ก็ยังมีความรู้สึกดุจเดียวกันและร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความรู้สึกนั้นแด่พระองค์อย่างเงียบๆ
โดยไม่ยกเว้นแม้แต่ชาติที่มิได้ปกครองด้วยระบอบเดียวกับของไทย
ข้าพระพุทธเจ้าพสกนิกรของพระองค์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันกว้างใหญ่ไพศาลอันหาค่าใดเปรียบมิได้ ขอกราบอัญเชิญพระบารมีของพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ขอได้โปรดดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ และทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญแก่พวกเราคนไทยตลอดกาล และตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าบล็อกเกอร์ septimus
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-04 14:04:59 น. general 25 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“ในบางครั้งจุดเริ่มต้นแห่งการทำความดีอาจเริ่มจากเพียงแค่รู้จักคำว่า หิริโอตัปปะ รู้และอายในการกระทำสิ่งที่ผิด”
ดังกระแสพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ว่า...
“ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดที่เรารู้สึกด้วยใจว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องรับฝืนค้านความคิดและประพฤติอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับ ธรรมะ
เราต้องกล่าวและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม
ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้น ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้ไม่ให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นดีขึ้นได้เป็นลำดับ”
เขียนโดย septimus ที่ 2011-12-02 09:16:41 น. general 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
สมาคมมังกรดำทำหน้าที่สังหารคนทุจริต ที่...
กฏหมายบ้านเมืองไม่สามารถลงโทษได้!
0000000
คนคดโกง คนฉ้อราษฏร์บังหลวง..
เมื่อถูกจับตัวขึ้นศาล มักยินดีสารภาพให้ศาลพิพากษาจำคุกด้วยความเต็มอกเต็มใจ
เพราะดีกว่าที่จะต่อสู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมของพวกเจ้าถ้อยหมอความจนพ้นโทษออกมา
แล้วมาเจอโทษที่รุนแรงกว่า!
0000000
ถ้ามีเรื่องที่ใครถูกทำร้ายด้วยดาบสั้นโดยปราศจากการทะเลาะวิวาทหรือชิงทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว
ก็เป็นที่เข้าใจกันได้ว่า เป็นการกระทำของสมาคมมังกรดำ
ซึ่ง มติมหาชน จะเห็นชอบด้วยทันที!
0000000
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-28 18:55:28 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ในการจัดแจกันให้ดูงาม
หากได้ไม้ดอกไม้ใบที่งามอยู่แล้ว ก็นับเป็นโชคดี เพราะแจกันนั้นจัดอย่างไรก็งาม
ทว่ามีบางที ไม้ดอกไม้ใบที่มีมาในเวลานั้น ดูอย่างไรก็ไม่อาจงดงามเอาเสียเลย
อันนี้ก็ต้องอาศัยจินตนาการ พรสวรรค์และพรแสวง ประมวลออกมาเป็นความตั้งใจวางแต่ละดอกแต่ละใบให้แจกันในวันนั้นออกมาในรูปทรงที่ยอมรับได้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-25 05:19:23 น. general 21 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-18 14:49:12 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ดวงวิญญานอคิลลิสผู้เกรียงไกรเมื่อได้พบโอดิสสิยุสผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหลังสงครามแห่งความเขลาที่กรุงทรอย...
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-14 05:46:56 น. general 24 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-13 06:49:49 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
โลกนี้จริง ดังที่เห็น เช่นนั้นหรือ
สรรพสิ่ง จริงฤา ดังหมายมั่น
ร่างมนุษย์ แค่ร่าง ดังมองกัน
ฤาว่างเปล่า เราฝัน ว่าเป็นจริง
[มายาวดี]
เขียนโดย septimus ที่ 2011-11-03 16:08:22 น. general 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
นับเป็นความบังเอิญที่ได้พบนิทานลาวเรื่องนี้เข้า และกำลังไม่คิดจะอ่าน
ก็พอดีสายตาปราดไปพบคำลาวหลายคำห้อยท้ายไว้ให้ลองทักทายความหมายกันดู
พอเห็นว่าช่างเหมือนกำเมืองขะหนาด ก็เลยหยุดอ่านของเค้าเสียหน่อย
เสร็จแล้วก็ต้องขออนุญาตนำมาแบ่งปันความสนุกและความใสซื่อน่ารักกันที่นี่
ขอขอบคุณคุณpuprasit ผู้ถอดสลักภาษาลาวเป็นภาษาอีสานไว้ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-24 15:50:21 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
การเกิดเพลง “Enka” เป็นกระบวนการทางสังคมที่พยายามจะแปรความเจ็บปวดทางสังคมอันเกิดจากสภาวะสงครามและหลังสงครามใหม่ๆให้เปลี่ยนรูปและลดทอนลงมาเหลือเป็นความเจ็บปวดส่วนบุคคล
เพื่อที่จะทำให้คนทั้งหมดสามารถทนอยู่กับความเจ็บปวดทางสังคมได้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-23 13:01:43 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ตามตำนานของลาวเล่าไว้ว่าหญิงสาวคนหนึ่งได้ไปว่ายน้ำในทะเลสาบใกล้บ้านของเธอที่อยู่ทางตอนใต้ของยูนนาน และไปสัมผัสสิ่งหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นท่อนซุงที่ลอยอยู่ในน้ำ จากนั้นเธอก็ให้กำเนิดทารกชายคนหนึ่ง พญานาคตนหนึ่งได้มาปรากฏตัวและอ้างว่า ทารกชายนั้นเป็นบุตรของเขา ทารกชายนั้นเติบโตขึ้นและกลายเป็นผู้นำเผ่าซึ่งได้เดินทางอพยพลงมาอยู่ในบริเวณที่เป็นประเทศลาวในปัจจุบันและเป็นบรรพบุรุษของคนลาว ด้วยความเชื่อดังกล่าวนี้ จึงเป็นที่นิยมกันในหมู่ผู้ชายชาวลาวที่จะสักรูปนาคไว้ตามแขนและตามแผ่นหลัง
OOO
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-22 15:49:01 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เมื่อครั้งอดีตกาลนานมาแล้ว พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์แห่งกรุงพาราณสีเกรงว่าพระอุปราชผู้เป็นโอรสของพระองค์เองจะลอบปลงพระชนม์เพื่อชิงราชบัลลังก์
พระองค์จึงมีรับสั่งให้พระราชโอรสเสด็จออกไปท่องเที่ยวผจญภัยในโลกกว้าง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนจะกลับมาครองราชย์ต่อไปในภายภาคหน้า
พระราชโอรสนั้นก็มิได้หวังในราชสมบัติอยู่แล้ว จึงออกจากพระนครเดินทางแรมรอนไปพักอยู่ ณ ศาลาริมฝั่งแม่น้ำยมนา
นางนาคตนหนึ่งได้ขึ้นจากเมืองบาดาลมาท่องเที่ยวบนโลกมนุษย์ในรูปโฉมของหญิงงามผู้หนึ่ง ครั้นได้พบเจ้าชายผู้ตกยากก็ต้องตาต้องใจ จึงได้เข้าไปทำความรู้จัก เจ้าชายก็บังเกิดความเสน่หาในตัวนางนาคมิใช่น้อย
ทั้งสองจึงได้ครองคู่อยู่กินเป็นสามีภรรยาจนกระทั่งมีพระราชโอรสและพระราชธิดานามว่าสาครพรหมทัต และสมุทรชา
ต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตเสด็จสวรรคต บรรดาเสนาอำมาตย์จะเสี่ยงราชรถหาผู้มีบุญมาเป็นกษัตริย์ แต่มีผู้พบเห็นว่าพระราชโอรสยังมีพระชนม์ชีพอยู่ จึงพากันไปอัญเชิญพระราชโอรสเสด็จกลับมาครองราชย์
ฝ่ายนางนาคนั้นได้แต่ฝากราชโอรสธิดาไปกับพระสวามี เพราะตนเป็นนาคมิสามารถจะใช้ชีวิตร่วมกับคนธรรมดากลุ่มใหญ่ในกรุงได้
ด้วยเหตุนี้ พระสาครพรหมทัตและพระสมุทรชาจึงต้องไปเติบโตเจริญพระชันษาอยู่ในวังกับเสด็จพ่อผู้เป็นพระราชาองค์ใหม่แห่งพาราณสี
พระโอรสและพระธิดานั้นโปรดที่จะเล่นอยู่แต่ในสระน้ำตามวิสัยของลูกนาค ดังนั้นในวังจึงต้องขุดสระใหญ่ไว้
วันหนึ่งทั้งสองพระองค์ต้องตกพระทัยเมื่อเห็นเต่า พี่เลี้ยงจึงคิดจะฆ่าเต่าเสียให้ตาย แต่เต่าน้อยขอร้องให้จับตนถ่วงน้ำ หากเมื่อถูกจับถ่วงน้ำ เต่าก็รีบหนีเอาตัวรอดไปอย่างง่ายดาย
ขณะที่เต่าคลานไปใต้สระน้ำลึกก็ได้พบพวกนาคจึงถูกกลั่นแกล้งทำร้าย เต่าก็จึงทำอุบายอีก...ขอให้พวกนางพาไปเฝ้าท้าวทศรถ เจ้าแห่งเมืองบาดาล โดยอ้างว่าตนมีเรื่องสำคัญจะกราบทูล
เมื่อได้เข้าเฝ้าท้าวทศรถแล้ว เต่าน้อยเจ้าเล่ห์ก็เพ็ดทูลว่าตนเป็นราชทูตจากพระเจ้ากรุงพาราณสีที่มาแจ้งว่าพระราชาจะยกพระราชธิดาให้เจ้าเมืองบาดาล
ท้าวทศรถจึงส่งนาค 4 ตนเป็นราชทูตไปเข้าเฝ้าพระราชา เมื่อไปถึงพระราชวังแล้วเต่าก็ให้นาคทั้งสี่รออยู่ก่อน ส่วนตนเองแท้จริงรีบหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำ
ฝ่ายพวกนาคเมื่อรออยู่นานแล้วก็จึงตัดสินใจพากันเข้าไปเฝ้าพระราชาเพื่อทูลถามเรื่องการอภิเษกระหว่างพระธิดาสมุทรชาและท้าวทศรถ
พระเจ้าพรหมทัตทรงประหลาดใจและทรงแจ้งว่ามิเคยส่งทูตไปยังเมืองบาดาลเลย
ท้าวทศรถเมื่อทรงทราบเรื่องจากเหล่าทูตนาคราชก็กริ้วนัก ด้วยคิดว่าพระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์พาราณสีทั้งหลอกลวงและดูหมิ่นเหยียดหยามพวกนาค
ในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง กรุงพาราณสีก็ถูกเหล่านาคนับหมื่นบุกเข้าก่อกวนทั่วเมืองจนชาวบ้านพากันกรีดร้องอกสั่นขวัญแขวนไปทั่ว
งูน้อย งูใหญ่ทั้งปวงนั้นมิได้ทำร้ายเอาชีวิตผู้ใด มีแต่แกล้งขู่ให้หวาดกลัวกันไปเท่านั้นเอง
ภายในพระราชวังก็เช่นกัน บรรดานางสนมกำนัลต่างก็กรีดร้องก้องไปทั่ววังเมื่อพบเจอนาคยั้วเยี้ยเต็มไปทุกหนทุกแห่ง บรรดาข้าราชบริพารที่เป็นชายก็พลอยวิ่งหนีกันอลหม่านด้วยความกลัวนาค
ในที่สุดพระเจ้าพรหมทัตจึงต้องจำยอมยกพระธิดาสมุทรชาให้แก่ท้าวทศรถเจ้าเมืองบาดาลโดยได้ทรงขอร้องว่า อย่าได้แสดงตนเป็นนาคให้พระราชธิดาต้องตกพระทัยเป็นอันขาด
ท้าวทศรถได้จัดพิธีอภิเษกกับพระสมุทรชาอย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาพระสมุทรชาก็ได้มีพระราชโอรส 4 พระองค์คือ
พระสุทัศนะ
พระทัตตะ
พระสุโภคะ
และพระอริฏฐะ
แต่แรกนั้นพระนางสมุทรชาแม้จะประทับอยู่ในเมืองบาดาลก็มิรู้ว่าเป็นเมืองนาคเพราะพระสวามีและนาคบริวารทั้งปวงล้วนจำแลงรูปเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น
หากมีครั้งหนึ่งพระอริฏฐะผู้เป็นโอรสองค์สุดท้องได้แกล้งสำแดงพระวรกายเบื้องล่างให้เป็นนาค...ด้วยได้ฟังเพื่อนนาคด้วยกันบอกว่าพระมารดาของตนไม่ใช่นาค...ก็จึงต้องการเสาะหาความจริง ยังผลให้พระมารดาตกพระทัยปัดพระอริฏฐะตกจากตักขณะกินนมของพระนางอยู่ มิหนำเล็บของพระนางยังข่วนเอานัยน์ตาของพระอริฏฐะบอดไปเสียข้างหนึ่งด้วย
ทุกๆ 15 วันท้าวทศรถมักจะนำพระทัตตะ พระโอรสองค์ที่สองไปเฝ้าท้าววิรูปักษ์ด้วย พระทัตตะนั้นทรงมีพระปรีชาสามารถมีสติปัญญาปราดเปรื่องยิ่งนักสามารถแก้ปัญหาในที่ประชุมได้เสมอจนท้าววิรูปักษ์ทรงยกย่องชื่นชม ทรงตรัสว่า
"พ่อทัตตะ เจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญาอันไพบูลย์ประดุจดังแผ่นดิน ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจงชื่อว่า ภูริทัต เถิด"
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-17 18:54:09 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
[http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000131856&CommentReferID=20049658&CommentReferNo=8&#Comment]
บทตาม
บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเท่าที่ผู้เขียนมีข้อมูลและความรู้ มิใช่เป็นบทความที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ต้องการเขียนขึ้นในฐานะของคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการเป็นประโยชน์กับผู้อื่นในสภาวะวิกฤติของบ้านเมืองบ้าง โดยหวังว่าอาจจะ “ลดความทุกข์” ให้สังคมได้ส่วนหนึ่ง แม้เป็นส่วนเล็กน้อยก็ตาม
นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถ. ๓๔๔ ว.
ตุลาคม ๒๕๕๔
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-16 19:13:09 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ลักษณะตัดสินธรรมวินัย ๘ ประการนี้ มีมาใน โคตมีสูตร อังคุตตรนิกาย
เป็นถ้อยคำที่ตรัสแก่ ประเจ้าแม่น้ำโคตมี ซึ่งออกบวชเป็นภิกษุณี
ถือกันว่า เป็นหลักสำคัญ มีข้อความที่น่าสนใจเป็นพิเศษส่วนหนึ่งด้วย คือ เป็นหลักธรรมที่ทรงเลือกสรรมาในลักษณะเป็นเครื่องตอบแทนคุณแก่บุคคลผู้ตั้งอยู่ในฐานะที่เป็นมารดา
อีกส่วนหนึ่ง เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นว่า การปฏิบัติอย่างใดจะเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักแห่งการดับทุกข์หรือไม่ ก็ควรใช้หลักเกณฑ์เหล่านี้เป็นเครื่องตัดสินได้โดยเด็ดขาด
ฉะนั้น จึงเป็นหลักที่แสดงถึง ใจความสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา อยู่ในตัว
หลักเหล่านั้น คือ
ถ้า ธรรม (การปฏิบัติ) เหล่าใด
๑. เป็นไปเพื่อความกำหนัดย้อมใจ
๒. เป็นไปเพื่อความประกอบทุกข์ (คือทำให้ลำบาก)
๓. เป็นไปเพื่อสะสมกองกิเลส
๔. เป็นไปเพื่อความอยากใหญ่ (คือไม่เป็นการมักน้อย)
๕. เป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ
๖. เป็นไปเพื่อความคลุกคลี
๗. เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
๘. เป็นไปเพื่อความเลี้ยงยาก
พึงรู้ว่า ธรรมเหล่านั้น ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่ใช่ สัตถุศาสน์ (กล่าวคือคำสอนของพระศาสดา) แต่ถ้าเป็นไปตรงกันข้าม จึงจะเป็นธรรม เป็นวินัย เป็นสัตถุศาสน์ คือ
๑. เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด
๒. เป็นไปเพื่อความไม่ประกอบทุกข์
๓. เป็นไปเพื่อไม่สะสมกองกิเลส
๔. เป็นไปเพื่อความอยากน้อย
๕. เป็นไปเพื่อความสันโดษ
๖. เป็นไปเพื่อความไม่คลุกคลี
๗. เป็นไปเพื่อความพากเพียร
๘. เป็นไปเพื่อความเลี้ยงง่าย
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-13 14:07:03 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
พระอภิธรรม7
“พระอภิธรรมนี้ถือเป็นหลักธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโปรดพุทธมารดา และเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพียงครั้งเดียว มีทั้งหมด ๗ คัมภีร์”
พระสังคิณี
กุสะลา ธัมมา, พระธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล, ให้ผลเป็นความสุข
อะกุสะลา ธัมมา, ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล, ให้ผลเป็นความทุกข์,
อัพ๎ยากะตา ธัมมา, ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากฤต, เป็นจิตกลาง ๆ อยู่,
กะตะเม ธัมมา กุสะลา, ธรรมเหล่าใดเป็นกุศล
ยัส๎ะมิง สะมะเย, ในสมัยใด,
กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง โหติโสมะนัสสะสะหะคะตัง ญาณะสัมปะยุตตัง, กามาวจรกุศลจิตที่ร่วมด้วยโสมนัส, คือความยินดี, ประกอบด้วยญาน คือ ปัญญาเกิดขึ้น ปรารภอารมณ์ใด ๆ,
รูปารัมมะนัง วา, จะเป็นรูปารมณ์, คือยินดีในรูปเป็นอารมณ์ก็ดี,
สัททารัมมะนัง วา, จะเป็นสัททารมณ์, คือยินดีในเสียงเป็นอารมณ์ก็ดี,
คันธารัมมะนัง วา, จะเป็นคันธารมณ์, คือยินดีในกลิ่นเป็นอารมณ์ก็ดี,
ระสารัมมะนัง วา, จะเป็นรสารมณ์, คือยินดีในรสเป็นอารมณ์ก็ดี,
โผฏฐัพพารัมมะนัง วา, จะเป็นโผฏฐัพพารมณ์, คือยินดีในสิ่งที่กระทบถูกต้องกายเป็นอารมณ์ก็ดี,
ธัมมารัมมะนัง วา ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ, จะเป็นธรรมารมณ์, คือยินดีในธรรมเป็นอารมณ์ก็ดี,
ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ, อะวิกเขโป โหติ, เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย, อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา อะรูปิโน ธัมมา, ในสมัยนั้นผัสสะและความไม่ฟุ้งซ่านย่อมมี, อีกอย่างหนึ่ง ในสมัยนั้น ธรรมเหล่าใด, แม้อื่นมีอยู่เป็นธรรมที่ไม่มีรูป, อาศัยกันและกันเกิดขึ้น,
อิเม ธัมมา กุสะลา, ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล, ให้ผลเป็นความสุข
พระวิภังค์
ปัญจักขันธา, ขันธ์ห้าคือส่วนประกอบห้าอย่างที่รวมเข้าเป็นชีวิต ได้แก่,
รูปักขันโธ, รูปขันธ์คือส่วนที่เป็นรูปภายนอกและภายในคือร่างกายนี้, ประกอบด้วยธาตุ ๔,
เวทะนากขันโธ, เวทนาขันธ์คือความรู้สึกเสวยอารมณ์ ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเฉย ๆ,
สัญญากขันโธ, สัญญาขันธ์คือความจำได้หมายรู้ในอารมณ์ ๖,
สังขารักขันโธ, สังขารขันธ์คือความคิดที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่วหรือเป็นกลาง ๆ,
วิญญาณักขันโธ, วิญญาณขันธ์คือความรู้แจ้งในอารมณ์ ทางอายตนะทั้ง ๖,
ตัตถะ กะตะโม รูปักขันโธ, บรรดาขันธ์ทั้งหมดรูปขันธ์เป็นอย่างไร,
ยังกิญจิ รูปัง, รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง,
อะตีตานาคะตะปัจจุปปันนัง, ที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน,
อัชฌัตตัง วา, ภายในก็ตาม,
พะหิทธา วา, ภายนอกก็ตาม,
โอฬาริกัง วา สุขุมัง วา, หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
หีนัง วา ปะณีตัง วา, เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม
ยัง ทูเร วา สันติเก วา, อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม,
ตะเทกัชฌัง อะภิสัญญูหิต๎วา อะภิสังขิปิต๎วา, ย่นกล่าวร่วมกัน,
อะยัง วุจจะติ รูปักขันโธ, เรียกว่ารูปขันธ์
พระธาตุกถา
สังคะโห อะสังคะโห, การสงเคราะห์ การไม่สงเคราะห์ คือ,
สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง, สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์แล้ว,
อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ได้,
อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง, สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สัมปะโยโค วิปปะโยโค, การอยู่ด้วยกัน การพลัดพรากกัน คือ,
สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง, การพลัดพรากจากสิ่งที่อยู่ด้วยกัน
วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง, การอยู่ร่วมกับสิ่งที่พลัดพรากไป
อะสังคะหิตัง, จัดเป็นสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-12 18:26:39 น. general 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
"สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ"
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-12 16:27:59 น. general 1 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-10-09 19:56:01 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-09-07 11:20:48 น. general 29 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ขำสุดขำวันนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่บ้านพี่เมืองน้อง
อยากรู้เรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคมที่เพิ่งผ่านมาก็ตามมาเลยค่ะ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-09-05 17:12:34 น. general 21 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เห่เอยวันเพ็ง พระจันทร์ก็เปล่งปลั่งลอย
เหลืองแฉล้มแช่มช้อย คล้อยลอยลม
แจ่มแจ้งแสงส่อง สว่างห้องพระบรรทม
น้ำค้างลงพร่างพรม ชำเลืองชมพระจันทรา
ที่กลางเดือนเหมือนกระต่าย คล้ายๆยายกับตา
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลา ทุกเพลาราตรี
[บทเห่กล่อมพระบรรทม]
เขียนโดย septimus ที่ 2011-09-03 17:41:48 น. general 16 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
กาลครั้งหนึ่ง มีชายชราเข็ญใจคนหนึ่ง ทุกวันได้แต่อาศัยมือทั้งสองจักสานไม้ไผ่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยเพื่อค่าตอบแทนเล็กน้อยที่นำมาจุนเจือความเป็นอยู่ในครอบครัวที่มีลูกชายสามคน
“คนเราจะต้องหัดทำการทำงานให้เป็นสักอย่าง ดีชั่วพ่อก็อยู่มาชั่วอายุคนหนึ่งแล้ว เลี้ยงพวกเจ้ามาถึงบัดนี้ แต่นี้ไปพวกเจ้าจะต้องทำมาหากินด้วยลำแข้งของพวกเจ้าเองแล้ว” ชายชรากล่าวแก่ลูกชายทั้งสามเมื่อใกล้ตาย
หลังจากชายชราสิ้นใจ พวกลูกๆนำเงินที่เหลืออยู่ไปซื้อหีบศพ ทำบุญวันหนึ่ง รดน้ำมนต์ เสร็จแล้วก็นำศพไปฝัง
ครั้นทำศพพ่อเสร็จแล้ว ทั้งบ้านเหลือเงินอยู่เพียงสามเหรียญ สามพี่น้องจึงแบ่งกันคนละหนึ่งเหรียญ
เหล่าต้าเป็นลูกคนหัวปีเป็นคนขี้เกียจสันหลังยาว ไม่เอาถ่าน ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เอาแต่เที่ยวเตร่หามรุ่งหามค่ำ ครั้นสิ้นบุญพ่อลง เขาก็เอาเงินส่วนแบ่งไปผลาญเสียเกลี้ยง จากนั้นก็อดตาย
เหล่าเอ้อลูกคนที่สองเป็นคนขยันขันแข็ง เมื่อพ่อตายแล้วไม่นานเขาก็หัดทำสวนปลูกผัก เอาเงินเหรียญนั้นไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูก ต่อมาการเป็นคนมีฝีมือในการทำสวนและสร้างสวนผักของตัวเองขึ้นมาได้ อุตสาหะทำไปด้วยความเหนื่อยยาก พอเลี้ยงชีพได้ไปวันๆหนึ่ง
เหล่าซันลูกคนสุดท้องอายุยังเยาว์อยู่ ทุกๆวันเขาคิดอย่างร้อนใจว่า “เราจะทำอะไรกะเขาได้บ้างหนอ”
เขียนโดย septimus ที่ 2011-09-02 14:29:42 น. general 19 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
[ถ้าอยากใจหวิว เอ้ย อยากเห็นวิวเมลเบอร์นทั้งเมือง ต้องขึ้นไปที่ชั้น88ตึกยูเรก้ากลางเมืองเมลเบอร์น]
วันนี้เป็นวันของเมลเบอร์นจริงๆ
นอกจากจะเป็นวันครบรอบ 176 ปียกพลยึดเอ้ยขี้นบกแล้ว
ยังเป็นวันที่เมลเบอร์นได้ยืนแป้น the world's most liveable city เดี่ยวๆเป็นครั้งแรก หลังจากที่ยืนร่วมแป้นกับแวนคูเวอร์มาตั้งแต่ปี 2002
โดยผู้ทำโพลล์นี้อยู่ถึงฟากฝั่งอังกฤษนู้น
ก็ทำให้เราต้องรีบแจ้นกลับมาค้นหาภาพเมลเบอร์นมาฝาก
หากก็ไม่ง่ายเพราะมีอยู่สะเปะสะปะไปหมด
และยิ่งเราตั้งธงไว้ว่า ต้องเป็นมุมที่เราชอบและยังไม่เคยโพสท์เท่านั้น
ก็ทำให้การค้นหายากยิ่งขึ้นไปอีก
แต่เราก็ไม่ย่อท้อนะ
เพราะอยากให้เพื่อนๆได้เห็นในมุมที่ต่างออกไปด้วย
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-30 20:09:15 น. general 36 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ดอกอะไรไม่รู้ เพิ่งเจออยู่ในสวนตัวเองเมื่อวาน
ฟอร์มดอกเล็กจิ๋วน่ารัก ไม่มีกลิ่นหอม แต่...
ตัวกิ่งก้าน หอมตลบอบอวล หอมจนฉุนสำหรับบางคนก็ว่าได้
ลองกัดดู ฮ่า ก้านเหนียวโคตะระเลย แถมกลิ่นยังอวลอยู่ในปากเราเป็นวันๆ รสชาติก็ขื่นๆเฝื่อนๆ
ความที่หอมมาก ชอบมาก โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่อากาศร้อน จะได้กลิ่นหอมชัดเจนเป็นพิเศษ ช่วยให้หายเหน็ดหายเหนื่อย ผ่อนคลายสุดยอดยิ่งกว่าอโรมาเทอราปี่ใดๆ
เราก็เลยนึก...ลองปักชำดู เผื่อฟลุก จะได้ขยายให้เต็มสวน(ไม่งกเท่าไหร่อ่ะนะ ^^)
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-28 18:00:51 น. general 9 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ชีวิตคนเรานี่นะ เมื่อมีปัญหา
มันต้องต่อสู้ดิ้นรน มันต้องอดทน
กัดฟันสู้กันให้สุดฤทธิ์
แต่บางเรื่อง...สู้ยังไงก็ไม่ไหว
ขอแนะนำให้...หนี...ดีกว่า
```
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-26 16:20:49 น. general 7 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ผู้คน...
ย่อมมีเหตุผลเสมอไม่ว่าจะกระทำเรื่องราวใด
เพียงแต่จะผิวเผินมองปราดเดียวก็รู้
หรือต้องใช้เวลากับสติพิจารณา
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-26 02:13:58 น. general 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้เป็นวันกลางสัปดาห์
เป็นวันที่คนทำงานหนักกำลังยุ่งเหยิง ลืมกิน ลืมนอน และมีบางที
ลืมหายใจ!
^^&”
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-24 12:06:52 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เรื่องเล่าเบาสมองประเทืองปัญญาวันนี้เป็นประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่มีที่มาอย่างคาดไม่ถึง
คำว่า ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ทั้งอดีตเลขาฯและอดีตอธิการบดีคู่นี้ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดคงไม่รู้จัก
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-21 08:27:16 น. general 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
คงเป็นตัวการ์ตูนต่างๆและตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่ล้อมรอบตัว ทำให้สนใจสิงสาราสัตว์ รวมทั้งชีวิตยามเด็กที่มีโอกาสอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ วังสวนจิตรลดาฯกว้างถึง ๑ ตารางกิโลเมตร ไม่ได้เต็มไปด้วยผู้คนและอาคารเหมือนทุกวันนี้ แต่เป็นที่ที่มีต้นไม้สมบูรณ์ มีอีกามาก(ยังมากมาจนถึงทุกวันนี้) ข้าพเจ้าพายเรือไปไหนๆตามคลองกับเด็กๆเพื่อนเล่นได้โดยอิสระ ยิ่งเวลาไปอยู่เชียงใหม่ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ล้อมรอบด้วยป่า เป็นแหล่งสร้างจินตนาการ เมฆหมอกที่ปกคลุม ต้นไม้ใหญ่ๆ น้ำตก นกหลากสี รวมทั้งผีเสื้อ ตัวแมลงแปลกๆรูปร่างเหมือนกิ่งไม้ ใบไม้ บางตัวก็มี “ตาดุ” เหมือนตาผีคอยจ้องเรา
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-18 15:21:06 น. general 19 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“เจ้าเป็นหนี้บุญคุณข้า เจ้าต้องชดใช้ นี่คือหลักการของความเป็นคน” พระมเหสีตรัสอ้างแก่ซอจังกึม เพื่อบงการให้นางใช้ความรู้ความสามารถในการรักษาคนไข้ทำให้รัชทายาทผู้อ่อนแอจากไปอย่างเงียบๆ
ทว่าเป็นโอรสของพระนางเองที่ภายหลังแทบเอาชีวิตไม่รอดจากโรคหัด .....
นั่นคือสื่อที่ละครดังได้ทำหน้าที่บอกกล่าวยืนยัน...ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
ส่วนชีวิตจริงในเวลานี้...สิ่งลึกลับหรือพลังจิตก็อาจเรียกได้ กำลังพากันประสานเสียงออกมาเป็นระยะๆกับอาการวิ่งซะขาขวิดของเหล่าเลขาฯม้าใช้…ที่เป็นจริงเป็นจังถึงขั้นขุดพบเป็นหลักเป็นฐานจับต้องได้ในมิตินี้ก็นี่เลย...ฤษีเข้าฝันคนบุรีรัมย์ชี้จุดขุดพบรูปสลักพันปี
[ภาพเงาประหลาดคล้ายคนโบราณรูปร่างใหญ่กำยำในมือถือดาบยืนดำทะมึนบังหน้าป้ายโรงเรียนปราสาททอง จ.พระนครศรีอยุธยา]
ก็ทำให้นึกอยากเห็นอีกสักอย่างเป็นจริงซะเหลือเกิน...
“ห้ามมิให้ผู้ใดเอาทรัพย์สินของปราสาทไปใช้ประโยชน์ส่วนตน
คนที่ช่วยดูแล ท่านขอพรให้ได้เสวยสุขในสวรรค์ ตราบเท่าที่พระพรหมยังมี ๔ หน้า พระวิษณุยังมี ๔ กร และพระศิวะยังมี ๓ พระเนตร
ส่วนคนที่ทำลายหรือลักทรัพย์ไปจากปราสาทตาเมือน ให้ได้ความทุกข์ในนรก ตราบเท่าที่พระพรหมยังมี ๔ หน้า พระวิษณุยังมี ๔ กร และพระศิวะยังมี ๓ พระเนตร เช่นกัน” [คำสาปในจารึก ตาเมือนธม ๓ ถอดความโดย ผศ.ดร.สมบัติ มั่งมีสุขศิริ และ ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา]
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-17 14:20:32 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ศรีธนญชัย...ขุนนางเจ้าปัญญา มีหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดพระเจ้าเจษฎา พระเจ้าแผ่นดินสมัยอยุธยา
มีภรรยาชื่อศรีนวล
ดังที่ทราบกัน ศรีธนญชัยเป็นคนที่ขึ้นชื่อในทางใช้ปัญญาไปในทางไม่ค่อยดี หาเงินหาทองได้ง่ายๆแต่ก็หมดไปกับการพนัน
วันหนึ่งนางศรีนวลบ่นเข้าหู “ทั้งบ้าน ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ”
ศรีธนญชัยหัวเราะแล้วสั่งบ่าวไพร่ถือถุงเงินเปล่า พากันเข้าวัง!
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-16 05:33:44 น. general 3 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
หลายปีหลังมานี้ ที่นี่มีไวรัสตัวหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งคนทั้งม้า
ซึ่งถ้าหากไม่มีการคุกคามถึงขั้นเสียชีวิตของสัตวแพทย์ที่ดูแลม้าเกิดขึ้น
เรื่องราวก็คงไม่ลุกลามใหญ่โตถึงเพียงนี้
เรื่องของเรื่องก็สืบเนื่องมาจากตัวพาหะอย่างดีเช่นค้างคาวชนิดกินพืช pteropus alecto
ที่เมื่อกินผลไม้คือเคี้ยวแปรรูปน้ำตาลในผลไม้ให้เป็นพลังงานเสร็จแล้วก็คายกากทิ้ง(เพื่อที่ตัวมันเองจะได้มีน้ำหนักเบาไม่เป็นอุปสรรคต่อการบิน)
จากนั้นม้า(ที่เข้าใจว่าได้รับอาหารไม่เพียงพอ)ก็กินกากนั้นต่อ
นั่นหมายถึงมันต้องกินไวรัส Hendra ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำลายค้างคาวที่ตกค้างเข้าไปด้วย
แล้วต่อมาผู้ที่ต้องคลุกคลีกับม้าเหล่านั้นเช่นคนเลี้ยงม้า หรือ สัตวแพทย์ ก็ได้รับไวรัสเข้าสู่ร่างกายเต็มๆเพราะปราศจากการสวมใส่เครื่องป้องกัน
และ กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว
งานนี้มีรายงานการค้นคว้าออกมาอยู่เนืองๆหากยังไม่ประสบผลสำเร็จในแง่การควบคุมได้เด็ดขาดเพราะยังไม่ทราบว่า ทำไมหรืออะไรที่ช่วยให้ตัวพาหะอย่างค้างคาวไม่ได้รับอันตรายจากไวรัสชนิดนี้เลย
ดังนั้นความหวาดผวาวิตกจริตก็จึงยังคงเขย่าขวัญผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจที่เกี่ยวกับม้าๆอันมีมูลค่ามหาศาลต่อไป
แต่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องก็ไม่ยอมจำนนต่อปัญหานี้ง่ายๆ
เพราะปีหน้าบรรดาม้าในอาณาบริเวณที่มีค้างคาวเจ้าปัญหาเหล่านั้นจะได้รับการฉีดวัคซีนแก้ไวรัสชนิดนี้ทุกตัว(ตอนนี้กำลังเร่งผลิตวัคซีนกันอยู่)
โชคดีบ้านเราที่ไม่มีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-14 10:02:06 น. general 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เนื่องในวโรกาสวันมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔
ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพร
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดกาล ตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์ septimus
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-12 04:46:41 น. general 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันนี้ครบรอบ4ปีแล้วสำหรับบล็อกของseptimus
วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม
ยังจำได้ถึงความรู้สึกไม่แน่ใจเพราะไม่ค่อยเข้าใจว่าบล็อกคืออะไร
เห็นมีคนเขียนบันทึกอะไรต่อมิอะไรหลากหลาย
วันหนึ่งก็เลยถามตัวเอง...เราควรบันทึกอะไรบ้างไหม
แต่ก็แอบอ่อนใจเพราะภาษาไทยไม่แข็งแรงเหมือนก่อน
สะกดคำง่ายๆก็ยังไม่ถูกเลย
คิดไปคิดมาเริ่มเขียนน่าจะดีที่สุด
ภาษาไทยก็จะได้ไม่ลืม และ สิ่งที่บังเอิญได้รู้ได้เห็นแตกต่างจากคนอื่นๆอาจเป็นประโยชน์กับใครสักคนหนึ่ง
วันนี้เมื่อ4ปีที่แล้วก็จึงเริ่มหย่อนเชิงลงที่นี่
แล้วจากนั้นมาก็เรียนรู้และปรับสภาพกลายเป็นบล็อกอย่างที่เห็น
ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามกันอยู่เสมอ
ทั้งท่านที่แวะเวียนมาทักทายเป็นประจำ
ทั้งท่านที่แวะเวียนเข้ามาอย่างเงียบๆเป็นจำนวนมาก...
ความจริงคิดอยากเรียนเชิญท่านได้ปรากฏตัวกันบ้าง แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ...
ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ
^__^
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-10 19:09:09 น. general 15 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพในวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม 1927 ที่โรงพยาบาลเคมบริดจ์ (CAMBRIDGE)
ตอนพระราชสมภพ พระเจ้าอยู่หัวยังไม่มีพระนาม เพราะในสมัยรัชกาลที่ 6 คนไทยยังไม่ได้ใช้นามสกุลกัน ในพระสูติบัตรจึงใช้นามว่า Baby Songkla
ทรงเป็นโอรสของหม่อมสังวาลย์ ในเจ้าฟ้ามหิดลอุลยเดชฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ที่ทรงใช้พระนามว่า MR. MAHIDOL SONGKLA และหม่อมสังวาลย์ก็ใช้ MRS.SONGKLA ลูกๆจึงใช้นามสกุล "สงขลา" ก่อนที่จะได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2471 เมื่อครอบครัวเสด็จกลับประเทศไทย
โดยตั้งราชสกุล"มหิดล" ที่มี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลเดชวิกรมพระบรมราชชนก เป็นองค์ต้นราชสกุล
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-09 05:06:47 น. general 10 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อาเธอร์ถูกตัดสินประหารชีวิต
แต่กษัตริย์ทรงชี้แนะด้วยเมตตาว่าเขาจะเป็นอิสระถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้...
“สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆคืออะไร”
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-08 11:23:02 น. general 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“มหาบุรุษ” คือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้แก่โลกหรืออย่างน้อยก็แก่ประเทศและเพื่อนร่วมชาติของตน มิได้หมายถึง คนที่มีอำนาจวาสนาสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ แต่ใช้อำนาจและความมั่งคั่งนั้นเป็นเครื่องมือเบียดเบียนคนอื่น หรือมิได้ทำความดีอะไรเลย ซึ่งตามทางศาสนาเรียกว่า “กินบุญเก่า”
“มหาบุรุษ” มีอยู่ 2 ชนิด ชนิดหนึ่งได้รับผลความดีของตนทันตาเห็น เป็นพระราชาธิราช อัครมหาเสนาบดี หรือมหาเศรษฐี ฯลฯ ส่วนอีกจำพวกหนึ่งเป็นมหาบุรุษที่อาภัพไม่ได้รับผลแห่งการที่ตนทำเลย ผลเหล่านั้นกลับตกไปอยู่แก่คนอื่นแต่ความดีที่ทำมาแล้วไม่สูญหายและยังอยู่ในความทรงจำของมหาชนอยู่ตลอดกาล
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุด 5 ประการของ “มหาบุรุษ”
1.ความมุ่งหมาย (Aim)
2.ความเป็นผู้มีหัวใจเข้มแข็ง(Strongmindedness)
3.สมาธิ(Concentration)
4.ความเชื่อในตนเอง(Self-Confidence)
5.มโนมยิทธิ(Will Power)
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-06 07:16:17 น. general 4 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
... ถ้าจิตสำนึกใฝ่ดีถูกปล่อยให้อ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าคุณธรรมนี้จะพบอยู่แต่เพียงในนิทานเท่านั้น ...
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-04 18:16:44 น. general 9 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-08-03 13:48:31 น. general 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
--- --- นายกฯได้กราบบังคมทูลถวายรายงานข้อราชการตามปกติซึ่งถือเป็นพระราชสิทธิที่จะทรงได้รับการกราบบังคมทูลถวายรายงานจากรัฐบาล
เรื่องใหญ่ของรัฐบาลเวลานั้นคือการจะปฏิรูประบบราชการ
ตอนหนึ่งรับสั่งถามอย่างเป็นห่วงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ของทำเล่นใครจะดูแล นายกฯกราบบังคมทูลว่าข้าพระพุทธเจ้า
รับสั่งถามว่าแล้วที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน การพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ดิน ที่ทำกินซึ่งยืดเยื้อมานานซึ่งทรงเป็นห่วงมาก เป็นภารกิจหลักของรัฐบาลใครจะดูแล นายกฯ ก็กราบบังคมทูลว่าข้าพระพุทธเจ้า
รับสั่งถามถึงกี่เรื่อง นายกฯก็กราบบังคมทูลว่าข้าพระพุทธเจ้า
ลงท้ายรับสั่งว่า เรื่องศาสนาก็เป็นเรื่องใหญ่ละเอียดอ่อนเวลานี้มีปัญหา ใครจะดูแล
--- ---
นายกฯ ทักษิณเคยกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้สำนักพระราชวังดำเนินการปรับปรุงวังไกลกังวลให้กว้างใหญ่และมีอุปกรณ์ทรงงานและการถวายพระอาการครบครันเพื่อให้ทรงพระสำราญ จะได้เหมาะแก่การเป็นที่ประทับระยะยาวจนถึงขั้นเตรียมออกแบบแล้ว
แต่ไม่โปรดด้วยเหตุว่าจะเป็นการสิ้นเปลือง รับสั่งว่าอย่างนี้ก็พออยู่ พอเพียงแล้ว ส่วนการปรับปรุงถนนหนทางและโรงพยาบาลหัวหินถ้ามีงบก็ควรทำ เพราะเป็นไปเพื่อประชาชนไม่ใช่ของฉัน
--- ---
ครั้งหนึ่งนายกฯ ชวน กราบบังคมทูลว่าเวลานั้นตกเย็นที่หน้าทำเนียบฯ จะมีคนมาจุดประทัดแก้บนกรมหลวงชุมพรฯ เป็นประจำ บ่อยครั้งเสียงดังรัวเป็นคั่วข้าวตอกจนน่าตกใจ ไม่ทราบเกล้าฯ ว่าเสียงดังเข้ามาถึงในสวนจิตรฯ บ้างหรือไม่ จะได้ปรามไปทางตำรวจ
ถ้าถูกกฎหมายและเป็นเสรีภาพ จะดังอย่างไรทุกคนก็ต้องทน ฉันก็ต้องทน คุณชวนก็ต้องทน อย่าห่วงสวนจิตรฯ มากกว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ถ้าไม่ใช่เสรีภาพและผิดกฎหมาย แม้ดังมาไม่ถึงสวนจิตรฯ ก็ต้องห้ามหรือปราม อย่าใช้ตัวฉันหรือสวนจิตรฯ เป็นเครื่องวัด
--- ---
ข้างต้นเป็นไฮไลท์ส่วนตัวที่น้อมรับไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯที่ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ตลอดกาล ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ให้เหล่าข้าพระองค์ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีตราบนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ
รับสั่งว่า อยู่ที่ว่าการจุดประทัดเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่หรือเป็นเสรีภาพ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-30 06:06:44 น. general 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“คุลองคู้ทงลุยุเอิง ลองลางนางฮีเหลอเขลิกเลิง
เกอยิงพาเกียะเวกุเชิง เจอเมโพ่เลอเมโพ่เลิง”
“ภูเขาใหญ่ห้วงเหวลึก เราจะวิ่งตามเธอไม่ทัน ได้ยินเสียงชะนีฉันก็ขานรับ คิดว่าเป็นคู่รักก็เลยไม่ใช่”
{บทเพลงภาษากะเหรี่ยงบทหนึ่ง หญิงใช้ร้องตอบโต้ชาย ระหว่างการทำนาทำไร่ใกล้กัน}
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-27 20:21:47 น. general 12 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-26 18:24:18 น. general 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ในหนังสือ “คนรักหมา” ของปูชนียบุคคลแห่งราชอาณาจักรไทยและของโลก...ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
มีเรื่องราวที่น่าอภิรมย์ของ หมาราษฏร์ เรื่องหนึ่งที่อ่านเมื่อไหร่ก็ฮาเมื่อนั้น
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-26 06:37:56 น. general 11 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
“ทางฝ่ายเขมรนั้นหลอกลวงฝรั่งเรื่อยมาว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมร แล้วไทยยึดเอามาไว้ในดินแดนของตน เขมรไม่สามารถที่จะขึ้นมาทำพิธีบูชามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ เป็นการกระทบกระเทือนน้ำใจกันอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าถ้าเขาพระวิหารยังอยู่กับไทยแล้ว เขมรไม่มีวันที่จะไหว้พระไหว้เจ้าได้ หรือถ้าจะเปรียบไปก็คล้ายๆ กับมีประเทศหนึ่งมายึดครองวัดพระแก้วแล้วไม่ยอมให้คนไทยเข้าไปไหว้พระแก้ว คนไทยก็จะต้องเดือดร้อน
การที่เขาพระวิหารตกเข้าไปอยู่ในเขตไทยนั้น เขมรเดือดร้อนอย่างยิ่งตามคำกล่าวอ้างของสีหนุ เพราะไม่รู้จะไปไหว้พระสะเจ้าที่ไหนได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องเอาเขาพระวิหารไปให้เขมรโดยด่วน ไม่เช่นนั้นก็เป็นอันว่าเขมรตายแล้วตกนรกทั้งชาติ--- --- เพราะฉะนั้นที่ท่านสีหนุจะแสดงการไต่เขาชั้นยอด เอาพระสงฆ์องค์เจ้ามาลำบาก เอามหาดเล็กข้าหลวงตามเสด็จ อาจจะตกเขาคอหักตายกันหมดได้ครั้งนี้ ก็เพื่อว่าจะโกหกคนทั้งโลกต่อไปว่า เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานสมดังที่ตนได้กล่าวไว้แล้ว”[ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช “เพื่อนนอน” วันที่ 27 พฤศจิกายน 2505]
--- --- --- --- --- --- --- ---
“ท่านเอกอัครราชทูตเขมรได้บอกว่า ความจริงกรุงศรีอยุธยาได้ตั้งขึ้นเมื่อคริสต์ศักราช๑๓๕๐ เท่านั้นเอง ซึ่งเรียกว่าใหม่กว่าวัฒนธรรมของเขมรมาก และคนไทยนั้นไม่ใช่ผู้ที่รักษาวัฒนธรรมของเขมรเลย
เพราะในปีคริสต์ศักราช๑๔๓๑ คนไทยก็ไปตีนครธมแตก หลังจากที่ได้ล้อมอยู่ถึง ๗ เดือน
แล้วเมื่อได้ตีแตกแล้วคนไทยก็ได้ทำลายนครธมเสียสิ้น
วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองต่าง ๆ อันรุ่งเรืองสูงสุดของเขมรก็สิ้นสุดลงนับแต่วันนั้น ทางเขมรนั้นก็หลบหนีไปตั้งต้นเป็นเอกราชอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ--- ---
เมื่อเขมรเองเขาก็ปฏิเสธอย่างนี้ เราก็ได้รู้กันเสียทีว่า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอารยธรรม ความเจริญและวัฒนธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี การนาฏศิลป์ การดนตรี และประเพณีความเป็นอยู่ การแต่งกายทุกอย่าง เป็นเรื่องที่คนไทยเราคิดเองทั้งนั้น เราไม่ได้ไปขอหยิบขอยืมมาจากใครทั้งสิ้น--- ---
สมบัติของเขมร---ถูกทำลายหมดไปเมื่อนครธมแตก ตั้งแต่นั้นมาเขมรก็เป็นยาจก ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ความเจริญทุกอย่างเขาบอกเองว่าได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่วันนั้น
เพราะฉะนั้นสมบัติทั้งหลายทั้งปวงที่เขมรมีหลังจากนั้น คือหลังจากที่พระเจ้าสามพระยาตีนครธมแตกแล้วนั้น
เขมรได้ไปจากไทยทั้งนั้น
เราก็เป็นผู้มีบุณคุณต่อชาวเขมรตลอดมา แต่ว่าการที่มีบุณคุณกับเขมรนั้นก็เป็นธรรมดาจะหวังอะไรตอบแทนก็เห็นจะไม่ได้”[ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช “เพื่อนนอน” วันที่ 6 มกราคม 2506]
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-22 09:58:40 น. general 55 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เรื่องเล่าปรัมปราที่อ่านไปก็บอกตัวเองไป...สัปดนวันละนิดจิตแจ่มใส
“ยักษ์สะลึคึดั๋งแด๋ง นอนตะแคงคุงฟ้า เด็กน้อยเข้าไปหลิ่นหมากบ้าในฮูดั๋งมัน ได้เป็นพันเป็นหมื่น ยามมันพลิกคิงตื่น เด็กน้อยเป็นหมื่นแตกตื่นออกมา”
ข้างต้นเป็นการบรรยายภาพร่างกายที่ใหญ่โตของยักษ์เพศผู้...พระเอกของเรื่อง ผู้ให้กำเนิดแม่น้ำของ หรือ แม่น้ำโขง นาม “สะลึคึ”
ที่มีเรื่องเล่าเค้าส่งผ่านกันมาปากต่อปากตามเส้นทางแห่งกาลเวลาว่า...
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-19 18:48:40 น. general 34 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-18 10:03:53 น. general 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เราเองก็เคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเวลาโจรจะเข้าปล้นตามหมู่บ้านจะมีการบอกกล่าวเป็นข่าวลือออกมาเสียก่อน เพื่อข่มขู่ให้ชาวบ้านกลัวหรือไม่ก็เตรียมตัวสู้...อันนี้รู้สึกจะเป็นประชาธิปไตยดี คือให้เลือกชะตาชีวิตเอาเอง
ซึ่งในขณะที่ฟังก็มักเห็นเป็นเรื่องมหัศจรรย์และแอบลุ้นให้ชาวบ้านปราบโจรให้เกลี้ยง อันเป็นธรรมเนียมความเชื่อที่ว่า ทำชั่วไม่เคยได้ดี!
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-15 11:41:08 น. general 26 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
บางครั้งบางครา
เราก็นึกแปลกใจเหมือนกันที่บ้านเมืองของเราทำมั้ยทำไมช่างขยันมีข่าวสร้างสรรค์โลกได้ซะทุกวันสิน่ะ
แล้วเดี๋ยวนี้ข่าวทางกระดานชนวนไฟฟ้า(Laptop)เค้าปล่อยให้ผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นด้วย
เนื้อข่าวเหล่านั้นก็ยิ่งมีรสชาติแซ่บหนักเข้าไปอีก
เพราะบางความคิดเห็นนั้นเป็นข่าววงในที่แม้นักข่าวหัวเห็ดทางเมืองหลวงเองก็อาจจะไม่เคยระแคะระคายมาก่อน ^^
อย่างเช่นที่ข่าวนี้ของนสพ.ผู้จัดการนี้แหละ...ผู้มีบาร “แม้ว”นอก รธน.คิด นายกฯหญิง 'ยิ่งลักษณ์' ตาย จุดอันตรายทำเพื่อไทยเจ๊ง
ตรงความเห็นที่ 108 (เลขสวยแฮะ) อ่านแล้วจะรู้สึกอิดหนาระอาใจและต้องคิดว่า...
เออนะ ความเชื่อหัวปักหัวปำแบบนี้มันก็คลาสสิคดีเหมือนกัน แล้วจะเข็ดกันบ้างมั้ยเนี่ยะ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-09 18:00:25 น. general 34 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
อาศัยเข้าบล็อกตัวเองไม่ได้ เที่ยวบล็อกที่อื่นบ้าง ก็พบอะไรดีๆเหมือนกัน
และทำให้เข้าใจได้ว่า เมืองไทยใช่แต่จะพะวงสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ๆเท่านั้น
หากยังมีงานสร้างอุโมงค์สายใหม่ที่ไม่เป็นข่าวคราวแม้แต่นิดเดียวของบ้านเรา
เป็นเส้นทางจากมณฑลยูนนานทะลุเส้นทาง R3A ผ่านเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เข้าสู่เมืองหลวง เนปิดอว์ ของพม่า ผ่านเมืองตองอู เมืองแปร (เส้นทางเดินทัพของพระนเรศวร) แล้วทะลุทะเลที่ อ่าวเบงกอล ในที่สุด
ด้วยงบประมาณการก่อสร้างที่เข้าใจว่าในเฉพาะส่วนของบ้านเราเป็นเงินทั้งสิ้น ๓ หมื่นล้านบาท
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-08 15:12:07 น. general 5 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-04 06:28:19 น. general 25 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะได้อ่านเนื้อหาในย่อหน้าถัดไปต่อจากย่อหน้านี้ ผมอยากจะขอให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาว่าตัวท่านเองอยากจะได้อะไรในโลกนี้ หรือท่านอยากจะให้ชีวิตท่านมีอะไรบ้าง
ซึ่งอาจจะใช้เวลาพิจารณาไม่นานครับ สักประมาณหนึ่งหรือสองนาทีก็ได้ โดยพิจารณาคำถามนี้ก่อนที่ท่านจะได้อ่านย่อหน้าถัดไปนะครับ
เขียนโดย septimus ที่ 2011-07-02 17:48:35 น. general 13 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-06-30 19:29:24 น. general 23 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เย็นนี้ดีกว่าเมื่อเย็นวานที่ยังไม่ทันถึงบ้านเลยก็มองอะไรแทบไม่เห็นเพราะหมอกลงหนัก
อันนับเป็นนิมิตหมายที่ดีด้วยเมื่อเปิดดูข่าวแล้วไม่เจอเทปข่าวเดียวพูดเหมือนกันเด๊ะเปิดรีรันมันทุกช่องทั่วโลกที่รับค่าบริการ... ทำยังกับจะเป็นประธานาธิบดีของโลกในเร็ววัน
จากนั้นก็เจียดเวลาอ่านข่าวอ่านคอลัมน์ต่างๆบ้างจากไทยแลนด์
ก็มีคอลัมน์หนึ่งที่คิดหนักหน่อยเมื่ออยากนำมาเล่าต่อ เนื่องจากเป็นการสวนกระแสส่วนใหญ่ที่นี่
แต่เมื่อคิดว่า...
สังคมไทยต้อง ปลดบ่วงบงการ และ เดินหน้าต่อด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างเข้มแข็ง
พวกเราก็น่าที่จะต้องเปิดใจฟังความเห็นที่ต่างออกไปด้วย
แล้วจากนั้นก็ใช้มันสมองจัดกระบวนการสังเคราะห์สรุปผลตกผลึกเป็นการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเอาเองในภายหลัง(ซึ่งก็อีกไม่กี่วันนี้แล้ว)
เขียนโดย septimus ที่ 2011-06-29 18:49:42 น. general 31 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
สุนทรภู่...กวีเอกกรุงรัตนโกสินทร์
กวีเอกที่เรามักต่อสร้อยให้เสมอว่า “และของโลก”
และเมื่อมีโอกาส เรามักแนะนำผู้คนที่นี่โดยเรียกท่านเสียใหม่ว่า ไทยเชคสเปียร์
(ก็ทำให้ท่านมีแฟนนานุแฟนเป็นฝรั่งมังค่าที่หลงใหลวรรณกรรมเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคนทีเดียว)
เพราะเมื่อเทียบเคียงความสามารถในเชิงการประพันธ์ การผูกเล่าเรื่องราวที่มีจินตนาการสูงส่ง แปลก แหวกแนว สนุกสนาน แล้ว สำหรับเรา ไม่เห็นต่างกันสักนิด...
ร่ำๆว่าของไทยเราออกจะล้ำเลิศกว่าด้วยซ้ำไป
เขียนโดย septimus ที่ 2011-06-27 03:45:02 น. general 14 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เขียนโดย septimus ที่ 2011-06-24 19:29:17 น. general 18 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้