septimus' blog

Posts from ‘June, 2014’

Repeat: เรามิใช่คนป่า

5903353n

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวรด้วยพระโรคไข้ป่าอันเนื่องมาจากการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่ต.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเหลือที่กำลังแพทย์หลวงจะเยียวยาพระอาการแล้วก็ทรงมีรับสั่งให้เจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์เข้าเฝ้าเพื่อทรงมีพระราชดำรัสสั่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ขอท่านเจ้าคุณได้ดูแลรักษาพระราชโอรสของฉันผู้จะสืบสันตติวงศ์ต่อไปให้ดีด้วย การใดที่ควรไม่ควรขอให้ช่วยตักเตือนและว่าราชการแทนไปจนกว่าจะถึงเวลาอันควร” เมื่อเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ได้ถวายสัตย์ปฏิญานเบื้องพระพักตร์แล้วถวายบังคมลา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ให้อาลักษณ์เข้าไปจดคำขอขมากรรมต่อพระรัตนตรัยและปัจฉิมโอวาทเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นได้ทรงบรรทมหลับพระเนตรในลักษณะการเข้าฌานแล้วสิ้นสุดอัสสาสะปัสสาสะลงแต่บัดนั้น   เจ้าชายจุฬาลงกรณ์สยามมกุฏราชกุมารได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นผู้สืบสันตติวงศ์เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๑๑ พระชนม์มายุได้ ๑๕ พระชันษาในขณะที่ก็ทรงประชวรด้วยพระโรคไข้ป่าดุจเดียวกับสมเด็จพระบรมชนก พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ได้แต่เพียงในพระนาม โดยมีเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์(ช่วง บุนนาค)ว่าราชการต่างพระเนตรพระกรรณ เมื่อทรงหายจากพระอาการประชวรแล้วก็เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการกับฝรั่งที่เป็นครูสอนพิเศษที่สมเด็จพระบรมชนกทรงจ้างมาเพื่อถวายพระอักษรโดยเฉพาะ ทรงเป็นยุวกษัตริย์ที่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดันหลายด้าน ไหนจะต้องระวังพระองค์เองเพราะในขณะที่มีคนรักก็มีคนชัง และยังต้องระวังพระองค์ในข้อวัตรปฏิบัติในฐานะของพระผู้ที่เป็นเจ้าชีวิตของคนทั้งประเทศ นอกจากระเบียบประเพณีและกฏมณเฑียรบาลจะตีกรอบไว้แล้ว ยังจะต้องทรงเรียนรู้ถึงเรื่องการปกครองและการบริหารงานบ้านเมืองไปทีละน้อยๆโดยพระวิริยะอุตสาหะอย่างเต็มกำลัง ระหว่างที่ยุวกษัตริย์ทรงเล่าเรียนอักษรศาสตร์กับพระอาจารย์ที่เป็นชาวตะวันตกนั้นได้ทรงซักถามถึงความคิดเห็นที่ชาวตะวันตกมีต่อประเทศสยามและชาวสยาม ครูฝรั่งได้กราบทูลว่า   “ประเทศสยามนั้นชาวตะวันตกเรียกว่าประเทศด้อยพัฒนา เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มีที่ดินและทรัพยากรมากแต่ไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ ความเจริญทั้งหลายในโลกตะวันตกไม่เคยเข้ามาถึงประเทศสยาม ระบบศักดินาขุนนางของสยามยังคงล้าสมัย ขุนนางมีข้าทาสบริวารมากมาย มีแต่คอรัปชั่น การกอบโกยผลประโยชน์ของขุนนางที่แบ่งกันเป็นส่วนๆ ความเจริญส่วนใหญ่จึงอยู่แต่ในพระบรมมหาราชวังและในบ้านของบรรดาขุนนาง คนในชนบทไม่เคยได้รับการศึกษามีแต่ถูกกดขี่ข่มเหงอยู่ตลอดมา การเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ยังคงมีการหมอบคลาน มองไปทางใดในยามค่ำคืนมีแต่ความมืด ถนนหนทางก็ไม่มี มีแต่ไต้และโคม กฏหมายก็มิได้ทันสมัย ชาวตะวันตกจึงมองเห็นว่าชาวสยามคือคนป่าที่ยังไม่ได้พัฒนา”   เมื่อทรงได้ฟังความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาจากพระอาจารย์ชาวตะวันตกแล้วก็ทรงครุ่นคิดถึงวิธีการที่จะทำให้ประเทศสยามได้รับการยอมรับจากนานาอารยะประเทศในสมาคมโลก ดังนั้นเมื่อทรงเสด็จขึ้นครองราชย์อย่างแท้จริง(เป็นครั้งที่สองเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๑๖)แล้ว สิ่งแรกที่พระราชทานแก่ขุนนางข้าราชการและทูตานุทูตต่างประเทศคือ ทรงประกาศเลิกประเพณีการหมอบเฝ้าทั้งหมด ให้เข้าเฝ้าได้ด้วยการยืนเฝ้าและนั่งเก้าอี้ […]

ครบหนึ่งเดือน

1852_759976654019986_298515856_n

      “ประเดี๋ยวถึงหน้าปากซอยแล้วอาจจะได้ยินประกาศปฏิวัตินะครับ” “อ้าว ประกาศแล้วเหรอคะ” เราทั้งสองฝ่ายที่ไม่เคยรู้จักกันต่างส่งยิ้มแห่งความปลื้มปิติให้แก่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราระหว่างเดินสวนกันตรงบันไดของตึกใหญ่กลางซอยคดเคี้ยวที่ติดต่อถึงกันไหนต่อไหน “ครับ เค้าเพิ่งประกาศเมื่อสี่โมงครึ่งนี่เอง รถคงจะติดหน่อย ยังไงก็เดินทางปลอดภัยนะครับ” เรายิ้มให้เขาอย่างที่คนไทยพึงยิ้มต่อกัน “ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ บ้านเราจะได้สงบสุขอย่างที่เคยเป็นมาเสียทีนะคะ” “ก็หวังเช่นนั้นเหมือนกันครับ”   สายลมเอื่อยๆเย็นนั้นช่างนุ่มนวล เราเดินลอยชายเพื่อออกปากซอยสู่ถนนใหญ่ ไม่หวั่นสักนิดถึงความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา มีแวะถามเส้นทางเพื่อความแน่ใจกับสาวนางหนึ่งที่กำลังก้มๆเงยๆเหมือนหาอะไรสักอย่างตรงกำแพงบ้านหลังหนึ่ง “เป็นคนไทยรึเปล่า” เราถามระหว่างที่คุยด้วยแล้วรู้สึกเธอไม่ใช่พวกเรา “คนไทย เป็งคนไทยละ” ฮ่าฮ่า ชัดซ้า “มินกะลาบา” เราร่ำลาเธอเมื่อแฮ็กข้อมูลเสร็จ “เอ๊อะ!” เธอตะลึงแล้วหัวร่องอหายอย่างใสซื่อ           ที่หน้าปากซอย ภาพตรงหน้าเรา รถติดขัดจอดแทบนิ่งสนิททุกทิศทาง รถแท็กซี่เต็มทุกคัน เท้าไวกว่าความคิด ก้าวขึ้นรถปรับอากาศที่ขยับมาตรงหน้าพอดี เห็นป้ายแว่บๆว่าผ่านจุดหมายที่เราต้องการจะไปแต่ไปเส้นไหนไม่รู้ บนรถ คนแน่นมากมาย แต่เราก็ยังสู้ได้ที่นั่งหลังจากยืนเป็นชาวกทม.ได้ไม่นาน เราได้นั่งข้างสาวงามนางหนึ่ง เธอกำลังแชทกับเพื่อนวุ่นวายบนไอโฟน ข้างเราอีกด้านหนึ่งเป็นหนุ่มออฟฟิศที่เพิ่งเลิกงานกำลังฟังประกาศฯ เราตัดสินใจคุยกับคนนั่งข้างเรา เธอเป็นคนนิ่งๆเย็นๆดี “น้องคะ ไปถึงไหนแล้วคะ” เธอยิ้มให้แบบคนไทยยิ้มให้แก่กัน มิตรภาพและความเป็นไทยที่หายไปเริ่มกลับมาแล้วทันที […]

ปกครองแบบพระองค์ดำ

10303171

      ความร่มเย็นแห่งสยาม หลังจากสงครามยุทธหัตถี พม่าก็ครั่นคร้ามไม่กล้าล่วงล้ำเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาอีกต่อไป เป็นเวลาถึง 150 ปีที่ไม่มีทัพของเมืองใดกล้าประกาศสงครามเชิงรุกกับกรุงศรีอยุธยาอีกเลย พระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงอยู่เหนือกาลเวลา อาณาจักรกรุงศรีอยุธยายิ่งใหญ่สืบเนื่องต่อจากรัชสมัยของพระองค์อีกเกือบสองร้อยปี ต่างจากพระเจ้าบุเรงนองซึ่งเมื่อสวรรคตแล้ว บ้านเมืองพม่าก็แตกสลายเป็นส่วนๆทันที เช่นเดียวกับกษัตริย์ยอดนักรบเจงกิสข่าน หลังสิ้นพระชนม์ลง ความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิมองโกลก็ดำรงอยู่ไปอีกถึง 150 ปีเช่นกัน มหาราชแห่งเอเชียทั้งสองได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของไทยที่ต่างชาติยกย่องว่าเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชียเช่นเดียวกับเจงกิสข่าน จิ๋นซีฮ่องเต้ ฯลฯ   ราชอาณาไทยกว้างใหญ่ไพศาลจวบจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งมีการแบ่งเขตแดนประเทศตามหลักสากล ถ้าไม่มีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติเอาไว้ แผนที่โลกก็คงไม่มีประเทศไทย ดั่งเช่นที่มอญควรจะมีผืนดินเป็นของตนเองอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของพม่าในปัจจุบันแต่กลับสูญหายไปเป็นของชาวพม่าเชื้อสายมอญแทน         เช่นเดียวกัน เราก็จะเป็นชาวพม่าเชื้อสายไทย หากมหาราชทั้งสองพระองค์ไม่สามารถกู้เอกราชกลับคืนมาได้!   พระบารมีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังคงแผ่ปกคลุมมาจนถึงทุกวันนี้ ทหารไทยใหญ่ชนกลุ่มน้อยในพม่าปัจจุบัน ก่อนออกรบทุกครั้งต้องทำพิธีสมาธิจิตระลึกถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แม้พม่าเองก็ยังคงมีความเกรงกลัวฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก(เชื่อว่าท่านที่เคยไปเยือนเมียนมาร์จะสัมผัสได้ไม่ยากนัก-septimus)และเชื่อว่าแม้จะเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ พระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ประทับในสายเลือดทหารไทยทุกคนก็พร้อมจะรบอย่างไม่กลัวความตายดั่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยกรุงศรีอยุธยาของพระองค์             การปกครองในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กรุงศรีอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเมืองสงบ ปราศจากโจรผู้ร้าย ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตั้งมั่นในศีลธรรมและเคารพกฏหมาย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชแม้จะทรงเป็นนักรบแต่ก็ไม่โปรดให้มีนักเลงหัวไม้ ยิ่งทำตัวกร่างใหญ่โตเอะอะโวยวาย ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล จะถูกสั่งสำเร็จโทษทันที […]