septimus' blog

Dam! … nobody wants it!

 

undefined

[ขอบคุณทีวีไทยพับบลิคช่อง7สี]

 

 

 

 

 ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=439634269487579&set=a.270601686390839.61458.270599246391083&type=1&theater

 

 

undefined

ร่วมชื่นชมและให้กำลังใจคุณศศิน เฉลิมลาภ นักสู้ผู้เดินเท้าไม่เอาเขื่อน

https://www.facebook.com/sasin.chalermlarp.9

 

 

 

 

 ย้อนอดีต ที่ เคยค้านสร้างเขื่อนแม่วงก์

                                                                                 http://www.thairath.co.th/content/pol/371635

 

 

 

 

เจาะข่าวตื้น เฉพาะเขื่อนแม่วงศ์

hahahahaha……good moring ka khun P’ xxxxx  ^^

 “ถ้ามึงจะทำร้ายผืนป่า ทำร้ายธรรมชาติ ทำร้ายบ้านเกิดเมืองนอนอยู่อย่างนี้ สัตว์นรกจะมารอรับมึงแน่ แต่มึงคงไม่ตกใจ เพราะมึงเห็นในกระจกอยู่ทุกวัน คิดทำสิ่งสร้างสรรค์บ้างได้มั้ย” Cr ฉัตรชัย mr_plengpanich ( อินสตาแกรม )

.

..

.

ขออนุญาติเรียนขอบคุณท่านฉัตรชัยด้วยคนคะคุณพี่ LOL….

ส่วนรายการค.คน ข้าเจ้าขอยกลิงค์มาทางนี้นะค้า 5555…..

..

.

.

นอกจากนี้ยังมีอีกเทปที่น่าฟังเช่นกันค่ะ

เริ่มที่นาทีที่ 23.14 คะ

ลองฟังดูสักนิดนะคะว่า Health ใน EHIA มีผลถึงสุขภาพพวกเราชาวไทยอย่างไรค่ะ

 

.

..

.

 “ความเห็นต่อโครงการระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนฯ วงเงิน350,000 ล้านบาท

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ณ ห้องประชุมอาคาร วสท.

ตามที่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ทักท้วงในการดําเนินการโครงการ
บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา 350,000 ล้านบาทมาเป็นลําดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการดําเนินงานที่ผิดหลัก
ขั้นตอนที่ถูกต้องตามมาตรฐาน และตามหลักวิชาการวิศวกรรม ซึ่งจะทําใหการบริหารจัดการโครงการฯ ดังกล่าวมิ
อาจคาดหวงความสำเร็จ และมิอาจเห็นผลสัมฤทธของงานได้นั้น อย่างไรก็ตามผู้บริหารจัดการโครงการฯ ก็ยัง
เดินหน้าดําเนินการจนถึงขั้นประกาศผลการคัดเลือกผู้รับจ้างเพื่อดําเนินงานในแต่ละโมดูลและเตรียมลงนามในสัญญา
กับผู้รับจ้างแล้วนั้น ทั้งนี้ด้วยความเป็นห่วงต่อการดําเนินการโครงการฯ ในขั้นตอนต่อ ๆ ไป และเพื่อให้ผู้บริหาร
จัดการโครงการฯ ได้ตระหนักถึงประเด็นสําคัญที่ไม่อาจละเลย และเป็นประเด็นทักท้วงที่ควรรับฟังจากผู้มี
ประสบการณ์ทั้งในด้านวิชาการและวิชาชีพ วสท. จึงขอแถลงข่าวสรุปประเด็นความเห็นที่สําคัญไว้ดังนี้

—–

 

(สนใจติดตามอ่านต่อได้ที่นี่ค่ะ   http://www.eit.or.th/q_download/17062013_press/Press-3.5.pdf    )

 

 

.

..

.

ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ รัฐบาลเตรียมเดินสายพบประชาชน ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากเมกะโปรเจคท์บริหารจัดการน้ำ หรือที่คุ้นหูกันดีในชื่อ “โครงการเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท” รวม 36 จังหวัด ตามที่ศาลปกครองที่คำสั่งไปเมื่อไม่นานนี้ —

กระบวนการทำประชาพิจารณ์ จะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 7 ต.ค. 2556 ณ ร.ร.จักรคำคณาทร จ.ลำพูน และไปสิ้นสุดในวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. 2556 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง กทม. รวมทั้งสิ้น 36 จังหวัด คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมเฉลี่ยเวทีละ 800-2,000 คน รวมทั้งสิ้น 40,000 คน

(ข่าวจาก http://www.naewna.com/scoop/70272)

 

 

….

….

….

 

 

 

 

โครงการ 3.5 แสนล้านแท้งโดยพื้นฐาน !??  (by คำนูณ สิทธิสมาน, October 30 at 5:14pm )

Blessing in disguise !??

เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 29 ตุลาคม คณะกรรมาธิการการเงินการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา เชิญผู้แทนธนาคาร 4 แห่งที่ทำสัญญาเงินกู้กับกระทรวงการคลังในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2556 มาชี้แจงเรื่องความบริบูรณ์ของสัญญาเงินกู้ที่ยังไม่มีการส่งมอบทรัพย์สิน (เงิน) ให้ในวันทำสัญญา

ทุกธนาคาร (ยกเว้นธนาคารออมสิน) ตอบหนักแน่นตรงกันว่าสัญญายังไม่มีผลบริบูรณ์ เพราะยังไม่มีการเบิกเงินกู้

ทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามหลักการพื้นฐานแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด 2 ‘ยืมใช้สิ้นเปลือง’ มาตรา 650 วรรคสองที่ว่า…

“สัญญานี้ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม”

เมื่อถามต่อไปว่าแล้วเมื่อกระทรวงการคลังจะมาเบิกเงินกู้ตามสัญญา (ที่ไม่บริบูรณ์) ภายหลังจากวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ที่หมดอำนาจกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทตามมาตรา 3 วรรคสองแห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 ที่ว่า

“การกู้เงินตามวรรคหนึ่ง ให้มีมูลค่ารวมกันไม่เกินสามแสนห้าหมื่นล้านบาท และให้กระทำได้ภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556”

จะยอมให้กระทรวงการคลังเบิกเงินกู้หรือไม่ ?

ทุกธนาคารตอบตรงกันว่ายังตอบไม่ได้ ต้องเข้าบอร์ดใหญ่ และตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่มีข้อยืนยันได้โดยปราศจากข้อสงสัย จะยังไม่ให้เบิก เพราะธนาคารจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ฝากเงินและผู้ถือหุ้นเป็นอันดับแรก

และยินดีที่จะให้กระทรวงการคลังฟ้องเป็นคดีแพ่ง จะได้เกิดความชัดเจนทางข้อกฎหมายต่อไป

นี่ยังไม่ได้พูดถึงประเด็นคำสั่งศาลปกครองเลยนะ พูดเฉพาะประเด็นการ(จะ)เบิกเงินกู้ตามสัญญา(ที่ไม่บริบูรณ์)ในขณะที่กระทรวงการคลังหมดอำนาจการกู้เงินตามกฎหมายไปนานแล้วเท่านั้น

พูดภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทแท้งไปเรียบร้อยแล้วโดยพื้นฐาน

เพราะทำไปก็ไม่แน่ว่าจะเบิกเงินกู้มาจ่ายได้หรือไม่ !

 

 

[ อ่านต่อที่ https://www.facebook.com/kamnoon/posts/609321792445112 ]

 

 

Comments are closed.