septimus' blog

ตำนานพื้นบ้าน: พระลอ

Photobucket

 

 

รอยรูปอินทร์หยาดฟ้า มาอ่าองค์ในหล้า

แหล่งให้คนชม แลฤๅ ฯ

 

 

۩

 

 

 

 

เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง   อันใด พี่เอย

เสียงย่อมยอยศใคร              ทั่วหล้า

สองเขือพี่หลับใหล              ลืมตื่น ฤาพี่

สองพี่คิดเองอ้า                  อย่าได้ถามเผือ ฯ

 

 

۩

 

 

 

 

ลักษณวดีกรมทรวงสร้อย      ทุกข์แทบเลือดตาย้อย

เนตรน้ำนองนูน ฯ

 

นบนิ้วทูลเจ้าหล้า    พระองค์อาจละข้า

บาทไว้ผู้เดียว    พระเอย ฯ             

 

 

—-    

 

 

ขอห้ามหวงเจ้าหล้า    อยู่ปกเกศเกล้าข้า

พระบาทท้าวอย่าไป ฯ  

 

.

Photobucket

 

เมื่อคืนก่อนหลังจากที่ได้อู้กำเมืองกับคุณชบา และท่าน11arrowsได้กรุณาเข้ามาแจมด้วยจนทำให้ได้ทราบว่าภาษาที่เราใช้นั้นมีรากเหง้าภาษาเดียวกัน แล้วชวนให้คิดถึงบรรยากาศคลาสสิคทางเมืองเหนือ ประกอบกับคุณNelumboได้เขียนบันทึกเทิดทูนพระคุณอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาภาษาอังกฤษ ก็ยิ่งชวนให้เรานึกถึงความรู้สึกขณะกำลังเรียนภาษาของตัวเองผ่าน…ลิลิตพระลอ

 

 

 

 

โคลง ๔

 

 

กาจับกาฝากต้น        ตุมกา

กาลอดกาลากา                  ร่อนร้อง

เพกาหมู่กามา                    จับอยู่

กาม่ายมัดกาซร้อง               กิ่งก้านกาหลง ฯ

 

 

ตาเสือเสือผาดผ้าย    หนีทาง

กวางแนบหูกวางฟาน           ฟิดเร้น

ช้างน้าวหมู่บงทราง             ซอนอยู่

ช้างลอดอ้อยช้างเหล้น         ป่าลี้ลับดง ฯ

 

 

ลางลิงลิงลอดไม้       ลางลิง

แลลูกลิงลงชิง                    ลูกไม้

ลิงลมไล่ลมติง                    ลิงโลด หนีนา

แลลูกลิงลางไหล้                ลอดเลี้ยวลางลิง ฯ

 

 

ร่าย

 

 

หวดเหียงหาดแหนหัน จันทน์จวงจันทน์แจงจิก ปริงปรงปริกปรูปราง คุยแคคางค้อเค็ด หมู่ไม้เพล็ดไม้พลอง หมู่ไม้ฟองไม้ไฟ ไม้ไผ่ไพไม้โพ ไม้ตะโกตะกู ไม้ลำภูลำแพง หมู่ไม้แดงไม้ดัน ไม้สมพันสารภี ไม้นนทรีทรบูน คูนกำกูนกำยาน ไม้พิมานขล้อขลาย ไม้กำจายกจับบก ไม้กทกรกสักสน คณนามีหมู่ไม้ กล่าวแต่พอจำได้ กว่านั้นยังเหลือ แลนา ฯ

โคลง ๒

 

 

ไม้เครือไม้กุ่มก้อม    ค้อมเกี้ยวกลลำย้อม

ยอดม้วนใบงาม    บารนี ฯ     

 

 

ดอกดวงซามช่อช้อย    หอมตลบอบสร้อย

เร่งน้อยใจถึง    แม่ฮา ฯ     

 

 

คำนึงหลังห่วงหน้า    ใจพี่เพี้ยงเปนบ้า

เพื่อร้างแรมสมร    มาแล ฯ

 

 

 

 

ที่ต้องยอมรับว่าแสนยากในเวลานั้น(และแม้แต่เวลานี้)..

 

 

ด้วยไหนจะเป็นลักษณะของการประพันธ์เองแล้ว ยังมีกำเมืองโบราณแต้ๆบางคำที่ยากแก่การเข้าใจอีกด้วย

 

 

 

 

หากเรื่องราวนั้นก็สนุกรื่นรมย์แม้จะเป็นโศกนาฏกรรมก็ตาม..

 

 

อันเป็นผลจากความพยาบาทจองเวรของสตรีชราผู้หนึ่งที่ในที่สุดก็ต้องสังเวยความจมปลักในโมหะนั้นด้วยชีวิตของหลานสาวคู่แฝดของตนเอง

 

 

 

 

กระนั้นก็ยังมีอีกสาเหตุหนี่งที่ก่อให้เกิดเรื่องโศกนาฏกรรมในครั้งนี้..

 

 

เมื่ออิสตรีแรกรุ่นสองนางท้าวเพื่อนท้าวแพงไม่อาจยับยั้งชั่งใจในความควรไม่ควรจนถึงกับต้องพึ่งพิงอำนาจคุณไสยฯเพื่อให้ได้มาซึ่งบุรุษที่ทั้งสองหลงรักอย่างหน้ามืดตามัวเพียงเพราะได้ยินคำเล่าขานในเรื่องความงามของเขา

 

 

 

 

เมื่อนั้นสองราชไท้      ธิดา

สองอยู่คอยหนหา                ท่านไท้

พี่นางรื่นโรยรา                    ช้าไป่ มาเลย

รักเร่งวานไปไหว้                 ปู่เจ้าเราเตือน ฯ

 

 

ข้าไปเตือนปู่เจ้า        จอมผา แม่ฮา

ปู่ว่าพระลอมา                     ฝั่งน้ำ

กาหลงฝ่ายแดนรา               ชาคร่ำ ครวญนา

มาจะให้ไปซ้ำ                     ชักท้าวเสด็จพลัน ฯ

 

 

[ท้าวเพื่อนท้าวแพงเห็นว่าพระลอมาถึงช้าจึงสั่งให้พี่เลี้ยงนางรื่นกับนางโรยไปเร่งมือปู่เจ้าสมิงพราย

 

 

ปู่เจ้าสมิงพรายจึงเรียกผีลงสิงไก่ กลายเป็นไก่ฟ้าพระยาลอด้วยไปล่อนำทางพระลอมาโดยด่วนจนได้]

Photobucket

 

ตำนานย่อ

 

 

เริ่มต้นด้วยสงครามระหว่างสองเมือง คือเมืองสรวงของท้าวแมนสรวง(ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดพะเยา) และเมืองสรองของท้าวพิมพิสาธร(ปัจจุบันคืออำเภอสองจังหวัดแพร่) ผลของการสงครามทำให้เมืองทั้งสองกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตเมื่อท้าวพิมพิสาธรได้สิ้นชีพด้วยฝีมือของท้าวแมนสรวง 

 

 

พระลอซึ่งภายหลังได้เป็นเจ้าเมืองสรวง เป็นชายหนุ่มรูปงาม…ความงามของพระองค์ได้รับการขับขานเป็นบทซอสรรเสริญขจรขจายไปไกลจนเข้าถึงหูของท้าวเพื่อนท้าวแพง…ราชธิดาแฝดของเจ้าเมืองสรอง

 

 

และน่าจะด้วยวิบากกรรมแต่หนหลังทำให้ท้าวเพื่อนท้าวแพงเกิดมีใจปฏิพัทธ์หลงใหลในพระลอทั้งๆที่ยังไม่เคยพบเห็นหน้าค่าตามาก่อน

 

 

จึงได้ร่วมกับพี่เลี้ยงคู่แฝด…นางรื่นนางโรย…วางอุบายให้กวีแต่งบทซอสรรเสริญความงามของท้าวเพื่อนท้าวแพงออกไปขับขานถึงเมืองสรวงบ้าง

 

 

พร้อมกันนั้นนางรื่นนางโรยยังได้ไปขอความช่วยเหลือจากปู่เจ้าสมิงพราย หมอผีผู้วิเศษประจำเมือง ให้ใช้เวทมนต์คาถาดลจิตดลใจเรียกพระลอให้มาหาท้าวเพื่อนท้าวแพงอีกด้วย

 

 

ด้วยอิทธิอำนาจมนต์มหาเสน่ห์แห่งปู่เจ้าสมิงพราย พระลอมิอาจต้านทานต่อฤทธิ์อำนาจมนตรานั้นได้ แม้จะถูกทัดทานด้วยความรักจากทั้งพระมารดาและพระมเหสี

 

 

พ่อไปแล้วนะเจ้า        คืนมา รอดฤๅ

บ่รอดเลยราชา                    อย่าผ้าย

ยาอีกสิ่งมนตรา                   คมยิ่ง ยานา

ผีก็ร้ายคนร้าย                     รอดได้กลใด ฯ

 

 

เมืองเราอุบาทว์ร้าย    แรงนัก ลูกเอย

เขาส่งผีสางศักดิ์                 ข่มแล้ว

ฤๅบาปิ่นไตรจักร                 จักรอด ฤๅพ่อ

หล้มแผ่นดินหล้มแก้ว           แม่หล้มไอศวรรย์ ฯ

 

 

รอยท้าวทูลบาทเบื้อง  บุญขจร

พระปู่เขาเรารอน                 ขาดเกล้า

เขาคุมเคียดจักหลอน           ทำโทษ แทนนา

ฤๅพ่อจักไปเข้า                   สู่เงื้อมมือเข็ญ ฯ

 

 

   

 

 

สุดใจสุดแม่ห้าม        ภูธร

สอนบ่ฟังแม่สอน                 จักเต้า

หนักใจหนักอาวรณ์              ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

แม่อยู่ตั้งแต่เศร้า                 โศกร้อนฤๅเสบย ฯ

 

 

ลูกเอยจากแม้โอ้       กรรมใด นาพ่อ

ตั้งแต่คิดเด็จไป                  สู่สร้อย ฯ

 

 

แม่เดียวอยู่อาไลย               ทนเทวษ แลนา

 

 

มาแม่จะชมน้อย                  หนึ่งให้คลายใจ ฯ

 

 

ชมปรางชมผากเผ้า    ริมไร เกศนา

เชยปากตาตรูไตร                เพริศพริ้ง

ชมพักตรดั่งแขไข                ขวัญเนตร

บพิตรพ่องามสิงคลิ้ง            จูบแก้มเชยกรรณ ฯ

 

 

จูบนาสิกแก้วแม่        หอมใด ดุจนา

จูบเคียงคางคอใจ                จักขว้ำ

จูบเนื้อจูบนมใส                  เสาวภาคย์ พระเอย

จูบไหล่หลังอกซ้ำ               จูบข้างเชยแขน ฯ

 

 

จักเชยพระลูกถ้วน      สรรพางค์

พระลูกประนมกรพลาง          จึ่งพร้อง

พระควรจูบแต่กลาง              กระหม่อม ไส้นา

แก้มเกศพระเจ้าต้อง             สั่งข้าพระควร ฯ

 

 

ลูกรักแก้วแม่เอ้ย        ปรานี แม่รา

พระบาทบงกชศรี                 ใส่เกล้า

ฤๅบาปิ่นภูมี                        ทัดแม่ ไยพ่อ

ขอจูบบัวบาทเจ้า                 สั่งเจ้าจอมใจ ฯ

 

 

[บรรยายถึงพระนางบุญเหลือ…พระมารดาของพระลอ…ก่อนที่ต้องพรากจากกันทั้งเป็น]

 

 

 

 

สิ่งใดในโลกล้วน       อนิจจัง

คงแต่บาปบุญยัง                 เที่ยงแท้

คือเงาติดตัวตรัง                 ตรึงแน่น อยู่นา

ตามแต่บุญบาปแล้              ก่อเกื้อรักษา ฯ

 

 

จากนุชเรียมขุ่นไข้     อารมณ์ เรียมนา

จากที่สมไปสม                   เกลือกแคล้ว

ผิจักอยู่อกกรม                   เกรียมสวาท นาแม่

จำพี่จำจากแก้ว                  ไป่ช้าคืนสม ฯ

 

 

พระไปแม้พระได้        สมสอง

ไหนจะคืนคงครอง               ครอบเกล้า

อย่าคิดอย่าจงปอง              สองปล่อย มาฤๅ

สองจักลองโลมเล้า             อยู่ว้าวังขัง ฯ

 

 

จำจากใช่จากด้วย      ชังสมร แม่นา

จากแม่รักฤๅรอญ                 ขาดได้

เด็จบัวแม่เด็จอร                  ยังเยื่อ ใยนา

ไปบ่ลืมน้องไท้                   อย่าร้อนรนทรวง ฯ

 

 

สุดทานสุดทัดท้าว     สุดบุญ

ทรงโศกพักตรซบซุน            ร่ำไห้

เหนือบาทยุคลขุน                ครวญคร่ำ ไปนา

สยายเกศเช็ดบาทไท้            ธิราชไว้เปนเฉลิม ฯ

 

 

[บรรยายถึงพระนางลักษณวดี…พระมเหสีของพระลอ…ในวาระสุดท้ายที่ต้องพรากจากกันชั่วชีวิต]

 

 

 

พระลอเสด็จมายังเมืองสรองพร้อมด้วยนายแก้ว นายขวัญ สองพี่เลี้ยงคู่แฝดอีกเช่นกัน

ระหว่างทาง พระลอได้เสด็จลงสรงและเสี่ยงทายดวงชะตาด้วยคิดถึงพระมารดาที่แม่น้ำกาหลง…ได้ผลว่าพระลอจะต้องสิ้นพระชนม์หากยังขืนเสด็จต่อ

แต่กระนั้นด้วยอำนาจมนตราของปู่เจ้าสมิงพราย พระลอก็ยังคงมุ่งหน้าเสด็จต่อไปยังเมืองสรอง จนกระทั่งเสด็จไปถึงสวนขวัญ อุทยานหลวงของเมืองสรอง ด้วยการชักนำของไก่แก้วที่ปู่เจ้าสมิงพรายตั้งใจเสกส่งมาหลอกล่อ

ทั้งสามพระองค์ ท้าวเพื่อนท้าวแพงและพระลอ ได้ลักลอบกันอยู่ในพระตำหนักของท้าวเพื่อนท้าวแพง หากก็เป็นเวลาไม่นาน ความก็ทราบไปถึงพระราชบิดาของท้าวเพื่อนท้าวแพง แต่พระองค์กลับนึกรักและให้อภัยพระลอเมื่อได้เห็นความสง่างามที่น่าหลงใหลของพระลอนั้น

จะมีก็แต่เจ้าย่าของท้าวเพื่อนท้าวแพงที่ไม่ยินยอมด้วยยังคงเคียดแค้นที่ต้องสูญเสียพระสวามีสุดที่รักในการสงครามกับเมืองสรวงเมื่อคราวก่อน

และด้วยแรงแค้นแต่หนหลังนี้เอง เจ้าย่าจึงคิดบังอาจแอบอ้างพระอาญาสิทธิ์ของพระโอรสผู้เป็นเจ้าเมืองสั่งการให้ทหารเข้ารายล้อมพระตำหนักของท้าวเพื่อนท้าวแพงไว้ 

การต่อสู้ด้วยหลบหนีออกมาไม่ทันจึงต้องเกิดขึ้น ยังผลให้ในที่สุดทั้งพระลอและท้าวเพื่อนท้าวแพงต้องยืนสิ้นพระชนม์เคียงกันด้วยลูกธนูที่ระดมยิงใส่ดุจห่าฝน

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ

ภาพ  :             ท่านอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

แรงบันดาลใจ : http://mblog.manager.co.th/chaba2550/04-09-2553/

                           http://mblog.manager.co.th/11arrows/th-102702/

                           http://mblog.manager.co.th/nelumbo/th-102987/                       

                           http://mblog.manager.co.th/septimus/th-102970/

 

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 00:01ลิลิตพระลอ รักซ้อนซ่อนธรรมะ

    ไขปริศนาธรรมใน ร.รักฯ

    ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ชี้ให้เห็นว่า เนื้อหาของ ลิลิตพระลอ ได้ซ่อนปริศนาธรรม ในเรื่อง “ของคู่” เอาไว้ให้เราได้พิจารณาถึง การทำงานในจิตของเราให้ดีว่าในแต่ละขณะมักจะมีกุศลหรืออกุศลเข้ามาเจือปนเสมอ หากรู้ทันอารมณ์เหล่านั้นได้เร็ว ก็จะไม่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ หรือสุขเหล่านั้นนาน การรู้จักปล่อยวางอารมณ์ทั้งหลาย คือผู้ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

    ท่านบอกว่า พระเพื่อน-พระแพง เป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงจิตใจที่เป็น “ของคู่” คือ มีสุข มีทุกข์ หรือ มีฟูและแฟบ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราจะเห็นตั้งแต่ช่วงต้นที่ว่าด้วย เสียงลือเสียงเล่าอ้าง… ไปจนถึง ตอนสุดท้ายที่พวกนางพยายามเข้าร่วมปกป้องพระลอจนตัวตาย

    ส่วนพระนางบุญเหลือ พระมารดาของพระลอ ผู้กล่าววรรคทองว่า

    ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อ เมียตน
    เมียแล่พันฤๅดล แม่ได้
    ทรงครรภ์คลอดเปนคน ฤๅง่าย เลยนา
    เลี้ยงยากนักท้าวไท้ ธิราชผู้มีคุณ ฯ

    และอีกตอนหนึ่ง คือ

    “สิ่งใดในโลกล้วน อนิจจัง
    คงแต่บาปบุญยัง เที่ยงแท้
    คือเงาติดตัวตรังตรึง แน่นอยู่นา
    ตามแต่บุญบาปแล้ ก่อเกื้อรักษา”

    นั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ “พระธรรม” เพราะพระนางบุญเหลือเป็นผู้ที่รู้จักเห็นความทุกข์ แล้วไม่จมอยู่กับความทุกข์ หากแต่กลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะที่เป็นความจริง อันทำให้พระนางยังเป็นที่พึ่งพิงของพระนางลักษณาวดี ศรีสะใภ้ผู้โศกเศร้าได้ด้วย

    “ความจริงคนเราแม้จะมีกิเลส แต่ก็มีส่วนของพระโพธิสัตว์อยู่ในตัวกันทุกคน เพียงแต่เราต้องมีสติ ที่จะตื่นรู้และละวางเมื่อเกิดอารมณ์ใดๆ จากการได้ยินทางหู และการเห็นทางตาให้เร็ว” คุณแม่ชีศันสนีย์ กล่าว

    ส่วนตัวละคร “เจ้าย่า” ซึ่งรับบทโดยครูเล็ก คือภาพของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยความรัก ความแค้น ความสุข ความทุกข์ และท้ายที่สุดเพราะไม่สามารถละวางจากความโกรธแค้นความอาฆาตพยาบาทได้ เธอจึงถูกพิษของความแค้นนั้นทำลายตัวเอง ซึ่งครูเล็ก ก็ได้สื่ออารมณ์โกรธอันร้ายแรงของเจ้าย่าออกมาได้อย่างทรงพลังและไร้เทียมทานเป็นที่สุด จนคนอึ้งกันไปทั้งโรงละครเลยทีเดียว

    ในส่วนของเรื่องราวยุคปัจจุบันที่แสดงโดยอ้น สราวุฒิ มาตรทอง และ ลานนา คัมมินส์นั้น ก็สะท้อนให้เราพึงตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท ระลึกถึงบาปกรรมที่อาจเกิดจากใช้ชีวิตที่เพลินไปกับกิเลส และความหลง ซึ่งท่านแม่ชีบอกว่า

    “บางครั้งก็เหมือนตะกอนในแก้วน้ำ แม้ในความขุ่นก็ยังมีความใสอยู่ เมื่อน้ำนั้นตกตะกอนแล้ว ก็ยังอาจจะกลับมาใสใหม่ได้ หมายถึงโอกาสที่เราจะได้กลับมาสู่เส้นทางแห่งการเป็นอริยชน ก็ยังคงเป็นไปได้“

    ไก่แก้วคือกิเลสที่ล่อลวงเรา

    ฉาก ไก่แก้ว ที่มาล่อให้พระลอตามไปยังเมืองสรอง เป็นฉากที่ดีอีกฉากหนึ่งของเรื่องนี้ จากการตีความด้วยมุมมองที่แปลกใหม่ แม้จะทำให้คนดูบางส่วนรู้สึก “ติดค้าง” ในใจว่าไก่แก้วตัวนี้ ไม่ใช่ “สร้อยแสงแดง พระพราย ขนเขียว ลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมลาย ยงหงสบาท…” แม้แต่ท่วงท่าของการ “กรีดปีก วาดเวียนเย้า คอยล่อพระลอเจ้า จับต้องดำเนิน แลนา” ก็มีลีลาที่ดูแปลกตา

    ครูเล็ก อธิบายว่า “ไก่ นั้นที่จริงก็มีแค่ปีก หงอน และหาง ความ “สวยงาม” นั้นเกิดจากจินตนาการของคน ไก่ที่คนหนึ่งว่าสวย คนอื่นอาจมองว่าไม่สวยก็ได้ ไก่แก้ว ในเรื่องนี้ จึงนำเสนอภาพที่เป็น “แก่นของไก่” ที่เหลือให้คนไปคิดต่อกันเอง” เป็นหน้าที่ของศิลปะ ที่จะต้องทิ้งปมอะไรบางอย่าง ไว้ให้คนดูได้นำไปใคร่ครวญต่อ..”

    คุณอานันท์ นาคคง ผู้กำกับดนตรี พูดถึง ไก่แก้ว ซึ่งถูกออกแบบให้มานำเสนอใน “ลีลาบูโด” ไว้อย่างน่าสนใจว่า

    “ไก่แก้ว เป็นเหมือน เครื่องล่อหลอกคน มันก็เป็นเพียงภาพมายา ที่ถูกให้คุณค่าขึ้นมาจากของที่ไม่มีจริง” ถ้าเปรียบไปก็เหมือนการที่ บริษัทต่างๆ โหมประชาสัมพันธ์ ใช้สื่อเพื่อสร้างแบรนด์สินค้า ด้วย “เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใด” ขึ้นมา แล้วก็ใช้คนสวย คนหล่อมา มาติดปีกต่อหาง มาดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ให้หลงระเริงไปกับความงดงาม และหลงไปในกระแสบริโภคนิยม”

    ครูเล็กทิ้งท้ายไว้ว่า การได้ทำละครเรื่องนี้ ทำให้ได้เข้าใจในหลักธรรมต่างๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง การละวางอารมณ์โกรธ “การต้องฝึกโกรธครั้งละ 7 นาที นั้นนานพอจะให้เห็นว่า ต่อไปจะไม่โกรธแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะโกรธไปเพื่ออะไร” ครูเล็กกล่าวตอนหนึ่งในช่วงของการสนทนาค่ำคืนนั้น

    เมื่อเห็นนานาอารยประเทศสนใจศิลปะและวรรณศิลป์ไทย อย่างนี้แล้ว จึงอยากเห็นหน่วยงานด้านการศึกษาและวรรณคดีของเราเอง สนใจหันมามองและให้การสนับสนุนศิลปะแขนงนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ไม่ทอดทิ้งให้ผู้ที่ทำงานด้านนี้ต้องทำงานอย่างโดดเดี่ยว เข้ามาช่วยใส่ปุ๋ยรดน้ำพรวนดินเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่รักและต้องการอนุรักษ์ให้วรรณคดีอันทรงคุณค่าของไทยเราไว้ ให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักของอนุชนรุ่นหลังสืบไป

    จะได้เติบโตเป็นไม้ใหญ่ ให้ร่มแก่จิตใจที่แห้งเผือด ได้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง

    …………………………………….
    หมายเหตุ : ขอบคุณ ข้อมูลและภาพจากภัทราวดี เธียเตอร์

    •วรรรณคดีสโมสร คืออะไร
    วรรณคดีสโมสร จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดีสโมสร พ.ศ. 2457 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการแต่งหนังสือให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ได้สาระประโยชน์ โดยคัดเลือกหนังสือดีที่เป็นตัวอย่างชั้นเลิศในการประพันธ์ประเภทต่างๆ ซึ่งต้องเป็นหนังสือดีและแต่งดี วรรณคดีสโมสรจึงจะรับไว้พิจารณา หนังสือที่พิจารณาจัดไว้ทั้งสิ้น 5 ประเภท

    1. กวีนิพนธ์ คือ งานประพันธ์โคลง กลอน กาพย์ ฉันท์
    2. ละครไทย คือ เนื้อเรื่องที่ประพันธ์เป็นกลอนแปด
    3. นิทาน คือ เนื้อเรื่องที่ประพันธ์เป็นร้อยแก้ว
    4. ละครพูด คือ เนื้อเรื่องที่เขียนขึ้นสำหรับแสดงบนเวที
    5. ความอธิบาย คือ การแสดงศิลปะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ที่ไม่ใช่แบบเรียน ตำรา หนังสือโบราณคดี หรือพงศาวดาร

    วรรณคดีสโมสร ยุติบทบาทลงในปี พ.ศ. 2468 แต่หลังจากนั้น สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงก่อตั้ง “สมาคมวรรณคดี” ขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2474 และยังใช้มาตรฐานเดิมในการพิจารณาวินิจฉัย หนังสือกลอนลิลิตอยู่

  2. septimus says:

    Photobucket

  3. septimus says:

    Photobucket

  4. septimus says:

    ขอบคุณจ้าดนักค่ะเหล่าซือ
    ภาพไก่ของเหล่าซือสีสวยมากค่ะ ชอบ ชอบ..ค่า

    *__^

  5. septimus says:

    Photobucket

    ท้าวเพื่อนท้าวแพงมั้งคะท่านปู่

    ^^

  6. septimus says:

    ขอบพระคุณคุณพี่ด้วยค่ะที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของบ้านเราค่ะ

    ^__^

  7. septimus says:

    ขอบพระคุณคุณinklingมากค่า

    *__^

  8. septimus says:

    Oh! please do not feel that ka my dear, and please do take good care na ka, I can wait until I see you in BKK ka luv,

    thank you so much for everything ka,

    oxox :)))

  9. septimus says:

    ไม่น่าเชื่อคะว่าท่านเซียนซือจะไม่รู้จักต้นเพ-กา

    ^^

  10. ana123 says:

    งามทั้งภาพและภาษาเลยค่ะ

    เพลินตาเพลินใจ ขอบคุณเจ้า

    :)))

  11. normally says:

    ชอบผ้าสไบบางของนางอะไรน้า…

  12. athenaz says:

    น้องสาวพี่่ ..ท่าจะสีซอเก่ง..
    ขิมก็เพราะนะคะ หลานพี่อยู่ รร.ราชินี ได้เลือกเรียนขิม ดีใจหลาย..เวลาตีต้องนั่งนิ่ง หลังตรง เพลงจึงจะเพราะ..

    ผู้ใหญ่เมืองไทย ในกระทรวงที่เกี่ยวข้องเมื่อใดจักเล็งเห็นความสำคัญของต้นทุนไทย..แล้วเมื่อใดจักไปโลดคะ ประเทศใดในโลกก็อนุรักษ์รากเหง้าทุกแห่ง

    ขอบคุณผู้จัดการออนไลน์ขึ้นหน้าหนึ่งให้ผ่านตากันทั่วหน้าค่ะ ..

  13. inkling says:

    เป็นวรรณคดีบทครูที่งดงามและสวยซึ้งจนเกินคำบรรยาย สมัยเรียนแอบรู้สึกเซ็กซี่เล็กๆ ไปกับบทอัศจรรย์ที่ค่อนข้างวาบหวามและถ่ายทอดด้วยความเหนือชั้นทางภาษา ภาษาของเจ้าของบล็อคก็งามจนอ่านเพลิน ขอบพระคุณสำหรับเรื่องดีๆ ^_^

  14. nelumbo says:

    feeling guilty not proceeding with file-uploaded for you na ka.

    anyway 12 links were sent tonight,
    and i expect to complete all files by this weekend ka ..

    sleep tight na ka ..
    xxx

  15. 11arrows says:

    กาจับกาฝากต้น ตุมกา
    กาลอดกาลากา ร่อนร้อง
    เพกาหมู่กามา จับอยู่
    กาม่ายมัดกาซร้อง กิ่งก้านกาหลง ฯ

    แม้จะอ่านไป คล้ายไม่ได้อ่าน
    เพราะไม่เข้าใจ
    ข้าพเจ้าก็รู้จักต้น ‘ตุมกา’ กับต้น ‘กาหลง’ ก็แล้วกัน
    แฮ่ๆๆ…

    :)))

  16. septimus says:

    #15

    คุณบัวแกล้งอ่อนซ้อมใช่ไหมล่ะเจ้าคะ
    ข้าเจ้ารู้นาแม่นางย้งยี้ไม่อยากรำ ฮ่ะๆๆ…….

    *__^

  17. septimus says:

    ตอนที่ข้าเจ้ายังอยู่ต่างจังหวัด จะได้ยินซอทุกวันทั้งจากข้างบ้านและคนทำงานในบ้านค่ะพี่ ทำให้ข้าเจ้าซึมซับชื่นชอบแบบไม่รู้ตัว และมีบ่อยครั้งทีเดียวที่ข้าเจ้านั่งหัวเราะกับเรื่องราวที่ซอเล่าให้ฟัง…ถึงตอนนี้ใครต่อใครในบ้านจึงได้รู้ว่าซอเป็นความบันเทิงอีกอย่างหนึ่งของข้าเจ้า ฮ่า…….. หากเดี๋ยวนี้ก็หาฟังค่อนข้างยากแล้วนะคะ เจอวงสตริงค์เข้าไป ซอเลยไม่ได้ผุดได้เกิดเลยค่ะ^^

    ข้าเจ้าเชื่อว่าเจนใหม่ฯเค้าจะเป็นอย่างนั้นได้ ต้องมีผู้ใหญ่เป็นผู้นำก่อนค่ะเพราะพวกเขายังไม่รู้อะไรเลย แล้วพวกผู้ใหญ่เหล่านี้ไปอยู่ซะที่ไหนกันหมด เนาะพี่เนาะ*^&

    ฮ่า คงเพราะอยู่ไกลคะพี่ จึงได้รู้คุณค่าของดีบ้านเราอันเป็นมรดกติดแผ่นดินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยมีฝรั่งรักเมืองไทยช่วยกรอกหูสรรเสริญเยินยอให้ฟังอยู่เนืองๆค่ะ

    ข้าเจ้าก็ภูมิใจคุณพี่เหมือนกันที่เก่งไปซะทุกอย่าง คุณพี่ทำได้ไงคะ ช่วยชี้แนะน้องๆเอาบุญหน่อยเถิดค่ะ

    luv you sis,

    oxox :))))

  18. septimus says:

    #12

    ของข้าเจ้าเจอบทอาขยาน ขับร้องในชั่วโมงดนตรีไทย และเป็นนักฟ้อน(จำเป็น)…ได้ฟ้อนลาวเจริญศรี กับลาวเสี่ยงเทียน(โดนน้ำตาเทียนหยดใส่มือสดๆร้อนๆจะโยนเทียนไขทิ้งก็ไม่ได้ ฮา)บ่อย มาก

    ไม่ทราบผู้ที่ขลุกอยู่ในวงการเขาทำอะไรกันอยู่นะคะคุณบัว จนป่านนี้แล้วยังไม่เคยเห็นมีสแตรคติจี้อะไรออกมาให้อุ่นอกอุ่นใจกันบ้างเลยว่า ภาษาเราจะไม่วิบัติสูญหายไปไหน…รุ่นเหลนโหลนโล้นยังจะรู้จักและมีภาษาเป็นของตัวเองอยู่

    ^^

  19. septimus says:

    ขอบคุณมากค่ะคุณบัวเจ้าขา
    สวยเสน่ห์แรงแล้วยังใจดีอีก..
    ทำไมข้าเจ้าจึงโชคดีมีเพื่อนรักงามครบครันอย่างนี้หนอ

    ฮ่าๆๆๆ………

  20. septimus says:

    ด้วยความยินดีค่าเซ็กส์ซี่
    ฮาวอาร์ยูทูเดย์คะ เมื่อกี้เห็นลิงค์บล็อกใหม่ในfbแล้วคะ กะเดี๋ยวข้าเจ้าจะไปแอ่วหานะคะ

    see you soon kaa,

    xxx :)))

  21. nelumbo says:

    อืม แล้วลาวเจริญศรีเนี่ย ก็ทำเอาข้าเจ้าเกือบไม่รอดแหนะค่ะ
    เพราะอาจารย์ศรีจันทรา กับอาจารย์แตงอ่อนนี่แหละค่ะ
    จับเอาข้าเจ้ากะน้องสาว ไปหัดรำอวยพร

    แต่สุดท้าย อาจารย์ ก็มีความเห็นตรงกัน
    คือให้น้องสาวข้าเจ้าโชว์เดี่ยว เพราะไม่อยากขายหน้าค่ะ ฮ่าฮ่า

    ^_^

  22. septimus says:

    ว้าว คุณบัวเจ้าขา ปรัชญาความรักมาเองเลยเจ้าคะ ^^
    ขอบคุณมากเจ้าค่ะ

    ^__*

  23. athenaz says:

    ซอเสียงใส สงบ เย็น
    ฟังแล้วนิ่งดีนะ หาฟังยากสักหน่อย..ต้องหานะ่ค่ะ

    พี่อยากให้เป็นเช่นเซปว่า ในข้อ ๖ จริงๆ ค่ะ..มีสมเด็จพระเทพทรงเล็งเห็นความสำคัญ..
    ฟื้นฟูศิลปวัฒธรรมไทย ทำให้ผู้เล่นและผู้เกี่ยวข้องในวงการมีความเพียรมุ่งพัฒนาต่ออย่างไม่ย่อท้อค่ะ

    ส่วนน้องสาวก็เป็นปราชญ์สาวไร้พรมแดน อยู่ไกลไม่ลืมวัฒนธรรมดีๆของไทย พี่พูมใจหลายค่ะ

    Good night ka ^^

  24. nelumbo says:

    เอาลิงค์ พระลอ e-book มาฝากค่ะ
    เมื่อก่อน อาจารย์ศรีจันทรา ให้อ่านบทร่าย เป็นอาขยาน
    แล้วไปร่ายสด เพื่อเรียกคะแนนค่ะ ..

    ภาษาไทยงดงาม – เสียดาย เด็กสมัยนี้ ไม่เห็นคุณค่า

    ^_^

  25. septimus says:

  26. sazzie says:

    บทกลอนไพเราะ ภาพก็งามจั๊ดค่ะคุณ sep’ ขอบคุณที่รวบรวมและเรียบเรียงเอามาแบ่งปันค่ะ 😀

  27. nelumbo says:

    Photobucket

    จุดจบของความรัก .. มักเป็นตัวบ่งชี้
    ความยืนยงของ ความทรงจำ กับความรักนั้น ..

  28. septimus says:

    ใช่เจ้าค่ะคุณบัวเจ้าขา
    ข้าเจ้าว่างดงามที่สุดแล้วในบรรดาวรรณกรรมอมตะของไทยนะเจ้าคะ

    ยิ่งอ่านยิ่งได้อะไรมากมาย แต่ก็ยากขะหนาดเน้อเจ๊า ^^

  29. nelumbo says:

    Photobucket

    625.เสียงไห้ทุกราษฎร์ไห้ ทุกเรือน
    อกแผ่นดินดูเหมือน จักขว้ำ
    บเห็นตะวันเดือน ดาวมืด มัวนา
    แลแห่งใดเห็นน้ำ ย่อมน้ำตาคน ฯ

    งดงาม ทั้งภาพและเนื้อหา
    ไม่อ่านไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ ..

  30. septimus says:

    เห็นด้วยค่ะพี่
    น้องคงร้องจากสุดขั้วหัวใจนะคะ แก้วเสียงงี้ อื้อหือ…เคลียร์คัท ค่า ^^

    “ความรักจรรโลงโลก” คือความจริงที่ไม่มีวันตายคะพี่ขา

    อยากเห็นเจนฯใหม่รักและเห่อวัฒนธรรมของเราเองบ้างค่ะพี่ ระหว่างนี้มองไปทางไหนมีแต่เกาหลี…อะไรกันนักหนานะคะ

    ^__^

  31. septimus says:

    ฮ่าๆ… แล้วคุณพี่ของข้าเจ้าก็ฟังซอออกอีกแล้ว
    เห็นไหมคะ คุณพี่เป็นปราชญ์ไมเลเนียมจริงๆ

    คนอะไรก็ไม่รู้ เก่งไปซะทุกอย่างเลยคะ

    ^__*

  32. athenaz says:

    ส่วนยอยศนั่น ทรงพลังขะนาดค่ะ..ขอบคุณผู้ร้องยอยศที่มีส่วนอนุรักษ์วรรณคดีไทยอีกท่าง
    เธอคงต้องอินกับเรื่งอราว จึงสามารถถ่ายทอดได้ไพเราะเพียงนี้

    ความรักครองโลกนานเนาว์มาแต่ในอดีต..
    .
    .

    ขอบคุณที่ช่วยรักษามรดกวัฒนธรรมไทยผ่านเรื่องราวในวรรณคดีค่ะเซป

  33. athenaz says:

    ซอเพราะจ๊าดนักค่ะน้อง
    ฝรั่งอั้งม้อยังชอบฟังนั่งม่วนดูอยู่..

  34. septimus says:

  35. septimus says: