septimus' blog

ครูไทย

 

Photobucket

 

 

 

 

 

อุมามองดูต้นพุดตานซึ่งขึ้นอยู่ใกล้ๆ ดอกเป็นสีเข้มขึ้นตามอาการคล้อยของดวงตะวัน แล้วลุกไปเด็ดมาดูอย่างพิจารณาเช่นเดียวกับลูกจันทน์ซึ่งเก็บวางไว้ข้างตัว

 

ลายเถาดอกพุดตานเป็นลายงดงามประจำตามหน้าบันโบสถ์วิหารหลายแห่ง ส่วนลายประจำยาม พ่อครูเคยสอนว่ามีต้นกำเนิดมาจากลูกจันทน์…ผ่าเอาเนื้อข้างในออกเหลือแต่เปลือกนอก กลายเป็นดอกดวงสะสวย เหมาะจะต่อเติมเป็นลายประจำยาม แล้วแบ่งตัวเป็นแบบต่างๆซับซ้อนขึ้นตามฝีมือช่าง…ตอนเริ่มหัดเขียนลาย อุมาเขียนลายดอกประจำยามเสียจนขี้นใจ แล้วต่อมาก็หัดต่อเติมด้วยเส้นโค้งหรือเส้นม้วนตัวอ่อนสลวยเป็นรูปร่างต่างๆ– —เป็นจุดเริ่มของงานฝีมือมานับแต่นั้น

 

 

 

.

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

 

ความเป็นไปในโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สองนับเป็นสิ่งที่เหลือความคาดเดา

 

ความดีงามทั้งในตัวมนุษย์และในธรรมชาติได้ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความอยู่รอดในเชิงเห็นแก่ตัวอย่างเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ…

 

จนมองไม่เห็นวันที่จะ หยุดนิ่ง..

 

ความเป็นไทยตลอดจนความเป็นไปในบ้านเมือง เมื่อถึงเวลานี้ก็เกือบจะกลายเป็นคนละอย่างเดียวกัน…

 

และคาดว่าอีกไม่นานก็คงไม่รู้จักกันสิ้น

 

ก็ดูอย่าง ตัวเรา ที่กำลังอยู่ในนาวาศตวรรษที่๒๑ ก็แทบจะไม่รู้จักอยู่แล้วหากไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้อีกเล่มหนึ่ง…ผ้าทอง

 

บทบาทของครูไทยในสมัยก่อนสงครามโลกนั้นอบอุ่น เด่นชัด เป็นที่น่าเคารพสักการะบูชาแม้นเมื่อยามมีชีวิต

 

ความเป็นครู… พวกท่านเป็นกันในจิตวิญญาน และเป็นกันตลอดไปสำหรับศิษย์แต่ละคน

 

ความเป็นครู…พวกท่านไม่คำนึงถึงผลตอบแทนทางวัตถุ หากคำนึงถึงความเป็นไปของชีวิตลูกศิษย์ว่าจะดีหรือร้ายประการใด

 

ครู จะปรากฏอยู่เสมอในยามที่ลูกศิษย์ต้องการที่พึ่งพิงทางใจ

 

ครู จะปรากฏอยู่เสมอในยามที่ลูกศิษย์หมดสิ้นหนทาง

 

ช่างน่าเสียดาย…เมื่อเวลานี้ สิ่งดีงามเหล่านั้นได้ สูญหายไป จากสังคมไทยจนเกือบหมดสิ้นแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

 

—อุมาหยิบกระดาษออกมา จะร่างลายตามที่ฝึกหัดเอาไว้ตั้งแต่เด็ก แต่แล้วก็ไม่มีสมาธิ เกิดความหงุดหงิดจนต้องเก็บใส่กล่องเอาไว้อย่างเก่า  ในที่สุดหล่อนก็ลงจากเรือนพัก เดินไปทางด้านลึกสุดของวังติดกับแม่น้ำซึ่งมืดครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่ๆจำพวกประดู่ ปีบ และสารภี  ราวกับป่าจนเกือบมองไม่เห็นเรือนแพเก่าๆมีสะพานทอดจากเรือนแพขึ้นมาบนที่ดินชายน้ำ

 

เรือนแพหลังนั้นเคยเป็นที่เรียนวิชาพิเศษของอุมาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตเป็นสาว ผู้อยู่อาศัยคือสามีภรรยาแก่ๆคู่หนึ่ง—

 

 

เรือนแพแห่งนี้เปรียบเหมือนโรงเรียนสอนวิชาช่างและการเรือนสำหรับสาวๆในวังหลายต่อหลายรุ่น จนบัดนี้ก็ยังมีสาวชาววังรุ่นเล็กอายุสิบสามสิบสี่มาเรียนวิชาทำขนม หรือ เขียนลายไทยอยู่ทุกเย็นเมื่อกลับจากโรงเรียน 

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

เมื่ออุมาไปถึง  ป้าละไมกำลังทำขนมหม้อตาล— —  — บรรดาเด็กสาวรุ่นๆที่มาเรียนก็ก้มหน้าก้มตาปั้นแป้งและเขียนลายกันอยู่อย่างเอาใจใส่—

 

“ไม่เห็นเสียหลายวัน คุณอุมา” ป้าละไมทักหญิงสาวเมื่อเดินข้ามสะพานมาถึงชานหน้าเรือนแพ

 

“กลับไปเยี่ยมบ้านค่ะ กลับมาเลยมีชาจีนกับน้ำผึ้งมาฝากด้วย” อุมาวางของแล้วยกมือไหว้ “น้ำผึ้งป่าแท้นะคะ ไม่มีน้ำเชื่อมปน”

 

“แหม ขอบใจนะแม่คุณ ขอให้เจริญๆเถอะ” ป้าละไมรับของไปด้วยความยินดี แล้วชวนคุยว่า…

 

 “คิดจะมาเขียนลายใหม่บ้างหรือเปล่าล่ะ ติดขัดตรงไหนก็บอกพ่อเขาได้นะคุณอุมา”

 

“นึกๆอยู่เหมือนกันค่ะ พ่อครูอยู่ไหนล่ะคะ”

 

 

อุมาก็เลยช่วยปั้นแป้งไปบ้างฆ่าเวลา —

 

“วันนี้เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาหมองๆ”

 

หญิงสาวฝืนยิ้ม “ดิฉันกลับไปเยี่ยมบ้าน คุณแม่ท่านก็ชวนให้กลับไปอยู่ด้วยกันเพราะทางบ้านไม่มีใคร พี่ชายเรียนอีกหลายปีกว่าจะกลับ ดิฉันเองก็ไม่อยากจากวังกลับไป แต่ก็เกรงใจคุณแม่”

 

ผู้สูงวัยปั้นแป้งพลางมองอีกฝ่ายพลางอย่างเห็นอกเห็นใจ

 

 

“ถ้าดิฉันไปอยู่ที่บ้าน คงจะไม่ได้มาหาพ่อครูกับคุณป้าอีก”  อุมาพูดเสียงอ่อยๆ

 

“คิดถึงเมื่อไรก็มาหา ใช่ว่าอยู่ห่างไกลกันเมื่อไรล่ะ”

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

หญิงสาวปั้นแป้งอยู่สักพัก ป้าละไม— — —ก็บอกให้ไปเดินเล่นรอพ่อครูบนฝั่งเสียจะดีกว่า อุมาเดินข้ามสะพานกลับไปเดินเล่น เก็บลูกจันทน์ที่ร่วงหล่นอยู่ตามโคนต้นใหญ่ ดมเล่นได้กลิ่นหอมเอียนๆเพราะสุกงอมแล้วอยู่พักหนึ่ง ก็เห็นชายชราเดินหลังค้อมลัดเลาะหมู่ไม้มาแต่ไกล หล่อนจึงรีบสาวเท้าไปรับ ยกมือไหว้

 

“เจอป้าแล้วหรือ” — —

 

เมื่ออุมาตอบรับ เขาก็นั่งลงบนม้าหินเก่าๆแถวนั้น อุมาถอยไปนั่งบนรากไม้ใกล้ๆ เป็นที่รู้กันว่าครูกับลูกศิษย์ชอบสนทนากันในที่สงบ ปลอดจากเสียงเซ็งแซ่หรือหัวร่อต่อกระซิกของเด็กสาวๆในเรือนแพ

 

“ดิฉันยังตรองไม่ตกจะกลับบ้านดีไหม” หลังจากเล่าเรื่องอย่างย่อๆแล้วอุมาก็จบประโยคอย่างอ่อนใจ

 

สายตาขุ่นมัวตามวัยของครูมองลูกศิษย์อย่างปรานี แต่ไม่ได้ตอบ หญิงสาวจึงพูดต่อไปว่า

 

“ถ้ากลับไปอยู่บ้าน จะมัวแต่นั่งเย็บเสื้อปักผ้าอยู่ คุณแม่คงไม่ชอบ ท่านอยากให้ช่วยจดบัญชีทำรายรับรายจ่ายเรื่องเงินทอง คุณพ่อจะตั้งสโมสร ดิฉันก็ต้องไปช่วยเรื่องจัดอาหารคาวหวานเลี้ยงพวกสมาชิก ฝึกหัดคนเสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำ แล้วยังต้องดูแลตึกดูแลสนามให้เรียบร้อยอีกด้วย ถ้าดิฉันไม่ทำก็เหมือนปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่เหนื่อยอยู่สองคน”

 

“แล้วจะไม่มีเวลาว่าง พอทำอะไรที่เราชอบบ้างทีเดียวหรือ” ครูถามเสียงเนิบๆ

 

“ถึงมีคงยากละค่ะ ดิฉันหางานใหม่เอาไว้แล้วว่าจะปักฉากไปตั้งที่สโมสร คุณแม่เห็นเกี่ยวกับงานของคุณพ่อก็เลยไม่ดุ ที่จริงหาเรื่องทำไปอย่างนั้นเองเพราะจะเย็บปักอย่างอื่นท่านก็คงไม่ชอบเท่าไร  แต่งานนะคะ ถ้าไม่ได้ฝึกฝนทุกวันแล้ว อีกหน่อยก็มือไม้แข็งจับดินสอจับเข็มไม่ถนัด”

 

“คุณอุมา” ครูผู้ชราเรียกเบาๆเป็นเชิงเตือน

 

 

“งานช่างอย่างนี้ จะว่าไปแล้ว ถึงทำแล้วรักจับอกจับใจ ทำเท่าไรไม่มีเบื่อ แต่ก็เป็นงานอาภัพ ช่างฝีมือยากนักจะร่ำรวยเหมือนอาชีพอื่น นั่งหลังขดหลังแข็งทำข้ามวันข้ามคืน ฝีมืออาจจะดี ทำด้วยความยากลำบาก แต่ว่าได้เบี้ยแทบไม่พอยาไส้ ครูเองถ้าไม่ได้อาศัยพระบารมีเสด็จฯ ก็คงไม่อยู่มาได้จนทุกวันนี้”

 

“แต่ทางบ้านของดิฉันก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง” อุมาแย้งเบาๆ

 

“คุณมีหน้าที่ต้องรักษาสมบัติที่พ่อแม่หามาให้  คุณพ่อคุณแม่คิดถึงข้อนี้จึงอยากให้กลับบ้าน ไปฝึกฝนเรื่องค้าขายทำการทำงาน พี่ชายคุณก็อยู่ห่างไกลนัก คุณเองเป็นผู้หญิง ถ้าไม่รู้เรื่องภายนอกเสียบ้างก็จะถูกคนฉ้อโกงได้ง่าย”

 

พ่อครูกวาดสายตาไปรอบๆ ถอนใจแล้วปรารภว่า

 

“อยู่ในวังนี้ก็ได้ฝีมือได้ความรู้พอควรแล้ว เหลือแต่ว่าจะออกไปปฏิบัติตัวอย่างไรเท่านั้น คุณเป็นลูกสาวเศรษฐี ผู้คนมากมายย่อมหวังปอง…ไม่ใช่ปองตัวคุณอย่างเดียว แต่ปองมรดกของคุณด้วย หลังสงครามนี้ ศีลธรรมเสื่อมลงจนน่าใจหาย คนมีแต่คิดตะเกียกตะกายจะเอาเงิน หมดความละอายต่อบาปกรรม คุณจะต้องรู้เท่าทันคนพวกนี้ด้วย จะมัวแต่ผูกลาย เขียนลาย ปักผ้าอยู่ คงไม่ได้ละมัง”

 

คำตอบของครูทำให้อุมาอึ้ง ตอบไม่ทันว่าจะแย้งอย่างไร หล่อนไม่เคยคิดถึงข้อนี้มาก่อน — —

 

“คุณพ่อท่านก็มีมากแล้ว” หล่อนหลุดปากออกไปอย่างอึกอัก “ดิฉันไปทำอะไรได้”

 

นัยน์ตาอ่อนโรยของครูบอกความปรานี

 

“อีกหน่อยกลับไปบ้านก็รู้เอง การหาเงินมามากๆไม่ใช่ของง่าย ส่วนการรักษาเอาไว้ก็ยากพอกัน ยากที่สุดคือทำให้มันทวีขึ้น ครูรู้จักคุณพ่อคุณแม่ของคุณ  ไม่ใช่ง่ายๆนะกว่าท่านจะเป็นเศรษฐีขนาดนี้ คุณเกิดมาตอนพ่อแม่ร่ำรวยแล้ว ไม่เข้าใจหรอก”

 

อุมานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตระหนักว่าถึงเวลาที่หล่อนจะต้องก้าวเดินไปทางใหม่แล้วอย่างไม่มีทางเลือก หล่อนจึงยกมือไหว้เป็นการรับโอวาท นิ่งอยู่สักครู่ก็เปลี่ยนเรื่อง

 

“ดิฉันตั้งใจว่าจะปักฉากเป็นฉากกั้นห้องค่ะ เคยเห็นตัวอย่างที่วัดเทพฯทำเป็นลายนกยูงเกาะกิ่งไม้ แต่ดิฉันว่าจะปักเป็นลายไทยดีกว่า คุณพ่อท่านมีเพื่อนฝูงเป็นแขกจีนฝรั่งมากมายจะได้อวดฝีมือเขาได้”

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

เมื่อพูดถึงลายไทย พ่อครูก็ดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น

 

“เรื่องลายไทย ครูก็สอนมามากแล้ว คิดจะทำอะไรแปลกๆหรือเปล่าล่ะ ถึงได้มาถาม”

 

“ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ ใจคอไม่ค่อยสบาย” อุมาตอบอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ถ้าใจไม่สงบแล้วคิดอะไรไม่ออก ต้องเดินมาหาพ่อครู”

 

“ถ้างั้นก็ค่อยๆคิด ให้ใจเย็นเสียก่อน อย่ารีบร้อน” พ่อครูตอบ เสียงเหมือนปลอบเด็กขวัญเสีย

 

“อย่างที่เคยสอน ดูโน่นดูนี่รอบตัวไปก่อน แถวนี้ต้นหมากรากไม้มากมายพอจะคิดดัดแปลงได้  ลายไทยนั้นจะว่าไปแล้วก็เอามาจากของจริงในธรรมชาติ แต่เอามาปรุงแต่งด้วยฝีมือช่างแต่ละคน ไม่ลอกเลียนแบบธรรมชาติ ถ้าลอกแล้วก็ไปถ่ายรูปเอาดีกว่า สะดวกกว่า”

 

คำสั่งสอนต้นตำรับนี้ อุมาฟังมาตั้งแต่เด็กจนโต จนท่องได้ขึ้นใจแล้วแต่ก็ไม่รู้สึกว่าซ้ำซาก เพราะพ่อครูพูดเพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจนั่นเอง ไม่ใช่พูดแล้วพูดอีกด้วยความหลงลืมตามประสาคนแก่

 

“สมัยก่อนฝรั่งเข้ามาค้าขายในสยาม เห็นภาพวาดตามผนังโบสถ์เข้า ก็ไม่รู้จักของดีของงาม กลับไปว่าเป็นภาพน่าเกลียดไม่มีระยะใกล้ไกล ไม่เหมือนของจริงอย่างรูปวาดเมืองฝรั่ง  เขาไม่รู้หรอกว่าคนตะวันออกไม่ลอกแบบธรรมชาติ แต่ประดิดประดอยขึ้นมาใหม่ให้งามกว่า เด่นชัดกว่า บางทีก็จับมาแต่เส้นแต่เค้าโครงที่งามจับใจ เพราะเรารู้จักความงามของเส้นมากกว่าความงามของแสงเงาอย่างฝรั่ง แล้วดูเอาเอง  แม้แต่ใบไม้ใบเดียวก็มีเส้นสายที่งามเกลี้ยงเกลาเหมาะจะเอามาเพิ่มความโค้ง เพิ่มลาย เพิ่มอาการไหวสะบัด กลายเป็นลายไทยได้งดงามตามฝีมือช่างได้”

 

เสียงแหบๆเย็นๆของพ่อครูทำให้อารมณ์ของอุมาสงบลงอย่างรวดเร็ว หล่อนชอบใช้เวลาว่างทบทวนคำสอนของครู แล้วเด็ดดอกไม้ ใบไม้ในวังมาพิจารณา หรือไม่ก็ไปเดินเล่นริมน้ำ ดูระลอกน้ำไหวพลิ้วตามกระแสลม มองออกไปไกลเห็นพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามผุดสูงขึ้นทาบทับกับพื้นฟ้าสีครามสีเมฆอ่อนๆ ริมหยิกสวยลอยล่องกระจัดกระจาย  อุมามักเอากระดาษติดตัวไปด้วย ขีดเขียนลายเส้นอะไรเรื่อยเปื่อยไปในอารมณ์สงบ แล้วได้ลายกลับมาสำหรับงานชิ้นใหม่

 

“อย่าปล่อยใจให้ขุ่นมัว บางทีของดีของงามอยู่ตรงหน้านี้เองมองไม่เห็น เพราะโทสะ โมหะ บังเสียหมด”  

 

พ่อครูเตือนอีกครั้งแล้วลุกขึ้น รับไหว้ลูกศิษย์ที่น้อมตัวลงไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินหลังค้อมข้ามสะพานไปที่เรือนแพ

 

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบพระคุณผู้ประพันธ์ ผ้าทอง ในนามปากกา แก้วเก้า … รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิง วินิตา ดิถียนต์ 

 

 

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – นักวิจัยนาโนจุฬาเพิ่มมูลค่างานศิลป์ ใช้นาโนคริสตัลทองคำ บริสุทธิ์ 99.99% วาดลายไทยบนผ้าไหม ครั้งแรกของโลก ชี้เป็นใบเบิกทางการใช้งานวิจัยพัฒนางานศิลปะ เพิ่มมูลค่าผลงาน “มาสเตอร์พีช” ชี้งานศิลป์ในตลาดโลกยังโต เตรียมต่อยอดงานวิจัยสู่งานศิลปะแขนงอื่น

    รศ.ดร.สนอง เอกสิทธ์ และรศ.ชูชาติ ธรรมเจริญ จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยอุปกรณ์รับรู้ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย นายสุพีระ นุชนารถ นิสิตปริญญาเอก ภาควิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะนักวิจัย คิดค้นนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ 99.99%และนาโนคริสตัลเงินบริสุทธิ์ 99.99% และเผยผลงานศิลปะที่ได้นำนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ วาดลายไทยบนผ้าไหม เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งนอกจากทองที่ต้องนำเข้าแล้ว ทุกขั้นตอนและวัตถุดิบทั้งหมดในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของไทย 100%

    Photobucket

    รศ.ดร.สนอง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยนั้นกล่าวว่า ผลงานภาพบรรลัยจักร ที่วาดด้วยนาโนคริสตัลทองคำบนผืนผ้าไหม เป็นผลงานที่ผนวกงานศิลปะกับผลงานวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลงานทางศิลปวัฒนธรรม ฝีมือการวาดของ นายทชณิตร เธียรทนัท นิสิตเก่าภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา จุฬาฯ หนึ่งในทีมวิจัย ผู้สร้างสรรค์ผลงานต้นแบบชิ้นแรกและชิ้นเดียวของโลกที่จะแสดงให้ประชาชนได้เห็นว่า ผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถนำไปต่อยอดทางศิลปะเพื่อเพิ่มมูลค่าชิ้นงานและนำงานวิจัยไปใช้ได้จริง

    “การนำทองคำบริสุทธิ์หรือการใช้ทองคำเปลว รวมทั้งการบดทองเพื่อผ่านกระบวนการต่างๆ และนำมาทำเป็นหมึกวาดลงบนผืนผ้านั้น ปัจจุบันยังไม่มีใครทำขึ้นเนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทองคำเกาะอยู่บนผืนผ้า เมื่อคณะนักวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จนประสบความสำเร็จในการวิจัยนาโนคริสตัลของทองคำบริสุทธิ์ 99.99% และปรับสูตรในส่วนผสมเพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน จึงสามารถใช้วาดลายเส้นลงบนผืนผ้าไหมได้ซึ่งเป็นคนละสูตรกับการผลิตปากกาบรรจุนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์” รศ.ดร.สนองกล่าว

    ขณะเดียวกันในความสำเร็จครั้งนี้ รศ.ดร. สนองกล่าวว่ายังสามารถนำผลงานไปใช้กับงานศิลปะอื่นๆ รวมถึงการวาดลายทองบนเครื่องเบญจรงค์ ที่แต่เดิมหากต้องการวาดลายเบญจรงค์ด้วยทองคำแท้ต้องมีการนำเข้าทองจากประเทศเยอรมันด้วยราคาที่สูง ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสูง สินค้ามีราคาแพงยากต่อการจำหน่าย ดังนั้น เมื่อผู้ประกอบการต้องการเพิ่มมูลค่าให้งานเบญจรงค์ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและได้กำไรจากการผลิตมากขึ้น งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ขณะที่ผลงานนี้ยังสามารถต่อยอดในอีกหลายธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจการทำของที่ระลึกต่างๆ สามารถเพิ่มมูลค่าชิ้นงานด้วยทองคำได้เช่นกัน

    รศ.ดร.สนองเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันความต้องการผลงานศิลปะที่ทีมวิจัยผลิตขึ้นจากนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ยังไม่มีเพราะไม่มีใครรู้ว่างานในลักษณะนี้สามารถทำได้ แต่ถ้าเผยแพร่ออกไปให้ทั่วโลกรู้ว่ามีคนทำได้ ผลงานที่เขียนด้วยทองคำสามารถผลิตขึ้นมาได้ และมีความสวยงามมีการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม มีคุณค่าจากทองคำ จะสร้างความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น โดยหลังจากนี้จะต่อยอดในการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบในทุกงาน ทั้งการเขียนภาพศิลปะอาหรับ ภาพวาดเทพเจ้าต่างๆ ที่วาดด้วยทองคำ หน้าปัดนาฬิกา และสร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อเปิดตลาดรองรับเรื่อยๆ เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพในประเทศไทย

    “ที่สำคัญนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ ยังเป็นงานวิจัยจากห้องทดลองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Lab) และสังเคราะห์อนุภาคด้วยแป้งข้าวโพด ทำให้สารที่ได้ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของงานวิจัยชิ้นนี้ด้วย” รศ.ดร.สนองกล่าว

    Photobucket

    ด้าน นายทชณิตร ผู้รังสรรค์ภาพลายเส้นบรรลัยจักรบนผืนผ้าไหม เป็นคนแรก กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้มีความยากในการวาดเพราะหากวาดหรือลากเส้นผิด จะไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องทำใหม่ทั้งผืน ขณะเดียวกันในมุมมองของงานศิลปะไทย ในฐานะที่เขาอยู่ในแวดวงของศิลปะมาได้มาระยะหนึ่ง เห็นว่างานวิจัยดังกล่าว จะเป็นทำให้ เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น หลังจากที่ไปให้ความสำคัญกับงานด้านการออกแบบตกแต่งผ่านคอมพิวเตอร์ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าศึกษาจำนวนมากกว่าคนเรียนด้านศิลปะ

    “ขณะนี้วัยรุ่นที่ทำงานศิลปะไทยน้อยเนื่องจากวัยรุ่นหันไปเรียนคอมกราฟฟิกเพราะมีงานรองรับหลังจบการศึกษา เมื่อมีโกลด์นาโนจะทำให้ชิ้นงานที่วาดด้วยทองคำแท้ ขายได้ราคาสูงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูง จะดึงดูดให้เยาวชนหันมาสนใจศิลปวัฒนธรรมไทยเอง เพราะนาโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวกในการใช้งานและการเพิ่มมูลค่าของงานศิลปะวัฒนธรรม นอกจากขายงานศิลปะแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมได้ด้วย เมื่อชิ้นงานขายได้จะมีการต่อยอดและสืบสานวัฒนธรรมด้วยคนรุ่นใหม่ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าค่านิยมของชาวตะวันตกต่อเครื่องประดับที่เป็นศิลปะไทยนั้น มีความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในยุโรป และในอนาคตหากสามารถใช้ผลงานบุกตลาดตะวันออกกลางซึ่งมีกำลังซื้อมาก จะทำให้เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและเป็นช่องทางสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง”นายทชณิชร กล่าว

    สำหรับผู้สนใจภาพลายเส้นบรรลัยจักรที่วาดจากโนคริสตัลทองคำบริสุทธิ์ จะมีการจัดแสดงที่งานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2554 (Thailand Research Expo 2011) ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 26-30 ส.ค.54 พร้อมร่วมลงนามถวายพระพรด้วยปากกาหมึกนาโนคริสตัลทองคำ รวมถึงผลงานและผลิตภัณฑ์ที่ได้จาก นาโนคริสตัลทองคำ 99.99% และนาโนคริสตัลเงิน 99.99% และที่งานงานจุฬาฯวิชาการ พ.ศ.2554 ที่จะจัดขึ้น 23-27 พ.ย.54 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  2. septimus says:

  3. septimus says:

    Photobucket

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ท่านได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับครูไว้น่าสนใจมาก “ครูเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสติปัญญาของเยาวชนในชาติ ครูเป็นบุคคลที่สำคัญและมีความหมายอย่างมากต่อกระบวนการให้การศึกษาเพราะถ้าปราศจากครูซึ่งเป็นผู้สอน การศึกษาหาความรู้ของเยาวชน จะมีความยากลำบากขึ้นต้องใช้เวลานานมากในการเรียนรู้ แต่ถ้าได้ครูผู้สอนที่ดีความตั้งใจสอนและมีความรู้ดี มีวิธีการถ่ายทอดที่เหมาะสมย่อมจะช่วยให้การศึกษาบรรลุเป้าหมายได้สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น” ซึ่งแนวพระราชดำรินี้ สอดคล้องกับมาตรา 4 ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ให้ความหมายของครู ว่า “ครูเป็นบุคลากรวิชาชีพ ซึ่งทำหน้าที่หลักทางการศึกษาด้านการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน”

    นอกจากนี้สมัชชาเด็กให้ความเห็นเกี่ยวกับครูที่พวกเขาต้องการว่า “คือ ครูที่ใจดี มีเหตุผล มีศีลธรรม ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย มีความมั่นใจในตัวเอง พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำไม่ลำเอียง ไม่ข่มขู่ แต่คอยเอาใจใส่ดูแล ให้กำลังใจ ไม่ลงโทษด้วยวิธีรุนแรง ไม่ใช้อารมณ์ มีวิธีการสอนที่สนุกสนาน ไม่สอนเร็วหรือช้าเกินไป ไม่ให้งานมาก และครูจะต้องมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกัลยาณมิตรกับเด็ก”

  4. septimus says:

    Good morning (your time) ja luv,
    how are you ja?

    xx

    *__^

  5. septimus says:

    :) )))

    ข้าเจ้าไม่เชื่อหรอกค่าว่าคุณพี่เป็นเด็กเขลา ..

  6. septimus says:

    อิอิ…ค่ะคุณhataraki

    ^__*

  7. septimus says:

    Photobucket

  8. hataraki says:

    เป็นได้ค่ะ Sept อิอิ

  9. athenaz says:

    ขอกราบพระคุณครูผู้มีเมตตาอดทนต่อเด็กเขลา ..

    เพลง : พระคุณที่สาม
    คำร้อง/ทำนอง : ครูอร่าม ขาวสะอาด

    ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
    อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
    ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
    ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น

    ครูมีบุญคุณจะต้องเทิดทูนเอาไว้เหนือเกล้า
    ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น
    ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น
    สอนให้รู้จัดเจนเฝ้าแนะเฝ้าเน้นมิได้อำพรางอำพราง

    *พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส
    แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
    ถ้าหากจะคิดยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง
    มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู

    บุญเคยทำมาตั้งแต่ปางใดเรายกให้ท่าน
    ตั้งใจกราบกรานเคารพคุณท่านกตัญญู
    โรคและภัยอย่ามาแผ้วพานคุณครู
    ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร

    ..ด้วยเมตตาเสมอมา สามารใชปัญญานำค่่ะ ^^^

  10. rapeseed says:

    Gd morning ja P Love xx

    Image and video hosting by TinyPic

  11. septimus says:

    ขอขอบคุณ คุณnutbuu

  12. septimus says:

    ‘morning ka luv,

    ถูกซิคะน้องเลิฟคนเก่ง LOL…

    have a good one na ka,

    xx

  13. rapeseed says:

    อ้าว ทายถูกหรือคะนี่ ไม่เป็นไรหรอกคะ คิดถึงบ้านเป็นบางครั้งเวลามีอะไรมาเตือนความทรงจำนะคะ กู้ดไนท์คะ

  14. septimus says:

    ฮ่ะๆๆ…….
    สงสัยคุณhatarakiกำลังจะอินกับ อุมา รึเปล่าคะ

  15. septimus says:

    พี่ทำให้เลิฟคิดถึงบ้านอีกแล้ว ขอโทษด้วยคะ xx
    ลูกสีเหลืองคือจันขาว จันลูกหอมค่ะเลิฟ ได้ยินมาว่าห้อมมหอมทั้งไม้ทั้งผลเลยค่ะ
    น่าเอามาปลูกในสวนเนาะเลิฟเนาะ ^^

  16. septimus says:

    โดยเฉพาะเวลาที่ติดขัดแก้ปัญหาไม่ตกนะคะคุณTomคะ

  17. septimus says:

    ขอขอบคุณคุณbayanมากค่ะที่กรุณาชี้แจงในเรื่องความถูกต้องของการใช้คำไทย…
    ซึ่ึ่งเมื่อข้าเจ้าได้ลองเสิร์ชทางอินเตอร์เน็ตดูก็พบข้อมูลทีไม่ไปทางเดียวกันดังภาพทั้งสองข้างล่างนี้ค่ะ

    1.Photobucket

    2.Photobucket

    ก็หวังเป็นอย่างมากนะคะว่าในอนาคตอันใกล้นี้…
    จะได้เห็นท่านผู้เกี่ยวข้องได้จัดการแก้ไขและชี้แจงให้แก่พวกเราคนไทยได้รับความกระจ่างด้วยค่ะ

    ขอขอบคุณคุณbayanอีกครั้งค่า

    ^__^

  18. bayan says:

    ขอตั้งข้อสังเกตมาด้วยความเคารพ มิได้มีเจตนาขัดแย้งแต่ประการใด กับคำว่า “สิบหมู่” กับ “สิปป์หมู่” เพราะเห็นของกรมศิลปากร กับ ม.ศิลปากร ใช้คำหลังมากกว่าค่ะ ค้นหาดูในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตฯ แล้ว คำว่า สิปปะ เป็นคำบาลี ซึ่งแปลตรงกับคำสันสกฤตว่า ศิลปะ น่ะค่ะ หากข้อสังเกตของข้าพเจ้าผิดถูกประการใดต้องขออภัยมาด้วยค่ะ

  19. Tom says:

    เด็กๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอโตขึ้นก็นึกถึงครูขึ้นมาทุกคราว

  20. rapeseed says:

    อ่านแล้วนึกถึงพ่อกับแม่เพราะท่านเป็นครู บล็อกของพี่ลัฟทำให้รู้ว่าเป็นวันครู อิอิ นึกถึงบ้านขึ้นมาทันทีคะ ดอกไม้สวยนะคะ ลูกสีเหลืองนี่อะไรคะ เหมือนลูกจันบ้านเรา แต่ไม่ใช่น่าจะใช่เพราะลุกจันอยู่กันเป็นกระจุกนะคะ xx

  21. hataraki says:

    อ่านๆอยู่ มีเสียงบทไหว้ครูแว่วมา
    อึ้ง..

  22. septimus says:

    ช่างสิบหมู่ คือช่างต่างๆของไทย 10 หมู่ จัดเป็นวัฒนธรรมสาขาหนึ่งที่มีความสำคัญควรค่าแก่การอนุรักษ์ สืบสาน ถ่ายทอด ช่างไทยสิบหมู่เป็นวัฒนธรรมทางด้านศิลปะแขนงหนึ่งในกระบวนช่างไทยซึ่งได้จำแนกแยกแยะงานช่างไว้มากมาย ได้แก่ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างรัก ช่างบุและช่างปูน

    ประวัติ

    “ช่างสิบหมู่” ในสมัยก่อนเป็นกรมๆหนึ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงอธิบายประทานแก่พระยาอนุมานราชธน ในหนังสือบันทึกความรู้เรื่องต่างๆดังนี้ว่า

    “ตามปกติการปกครองเมืองสมัยโบราณ จัดเป็นจตุสดมภ์ คือเป็นกระทรวงเวียง วัง คลัง นา กระทรวงใดมีกิจจะต้องทำสิ่งซึ่งต้องอาศัยฝีมือช่าง ก็ต้องหาช่างชนิดที่ต้องการใช้มารวบรวมตั้งไว้ในกระทรวงนั้นเพื่อใช้ จึงได้มีการช่างมากมายกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆหลายกระทรวงด้วยกัน ตามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสไว้ ดังจะยกตัวอย่างให้เห็น เช่น กระทรวงวัง มีกรมทหารในกรมรักษาพระองค์ แต่มีกรมช่างทหารในขึ้นอยู่ในกรมทหารในนั้นอีกชั้นหนึ่ง เจ้ากรมคือหลวงประดิษฐ์นิเวศน์ เห็นได้ตามชื่อว่ามีหน้าที่ปลูกสร้างเรือนหลวงในพระราชนิเวศน์ คงมีขึ้นด้วยเหตุที่เจ้ากรมหรือปลัดกรมคนใดคนหนึ่งในกรมทหารในเป็นผู้เข้าใจการปลูกสร้างจึงตรัสใช้ ผู้รับสั่งนั้นก็ต้องเสาะหาช่างมาเป็นลูกมือ งานมากขึ้น ช่างมากขึ้นก็ต้องตั้งขึ้นเป็นกรมทหารใน แม้แต่กรมมหาดเล็กก็ยังมีกรมช่างมหาดเล็ก เป็นอีกกรมหนึ่งเหมือนกัน มีช่างเขียน ช่างปั้นและอื่นๆ ช่างสิบหมู่จึงเป็นชื่อกรมที่รวบรวมช่างไว้มีสิบหมู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าในบ้านเมืองมีช่างแค่สิบอย่างเท่านั้น ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมารวมไว้เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” “

    แท้จริงช่างไทยมีอยู่มากกว่า 10 หมู่ แต่ที่เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” ก็เพื่อต้องการจะรวบรวมช่างที่เป็นส่วนสำคัญไว้ก่อนเพียง 10 หมู่ ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มเติม หรือแยกแขนงออกไปอีกตามลักษณะของงานนั่นเอง ตามบัญชีชื่อช่างที่ขึ้นทำเนียบเป็นช่างหลวงมีดังต่อไปนี้ ช่างเลื่อย ช่างก่อ ช่างดอกไม้เพลิง ช่างไม้สำเภา ช่างปืน ช่างสนะ(จีน) ช่างสนะ (ไทย) ช่างขุนพราหมณ์เทศ ช่างรัก ช่างมุก ช่างปากไม้ ช่างเรือ ช่างทำรุ ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างกลึง ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างบุ ช่างปูน ช่างหุงกระจก ช่างประดับกระจก ช่างหยก ช่างชาดสีสุก ช่างดีบุก ช่างต่อกำปั่น ช่างทอง

  23. septimus says:

  24. septimus says:

    Photobucket

    การวาดเส้นในงานเอกลักษณ์ไทย

    งานวาดเส้น ลายไทย และจิตกรรมไทย เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยที่มีความเด่นชัด ทางศิลปะสืบทอดมายาวนานอย่างมีที่มาของการสร้างสรรค์ ซึ่งเกิดจากสังเกตความเป็นไปต่าง ๆ ทางธรรมชาติ แล้วถ่ายทอดเป็นงานวาดเส้นที่ ลงตัว สวยงาม นำมาใช้ตกแต่งทั้งงาน สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรมและงานประดับในพิธีการต่าง ๆ ซึ่งโดยความรู้สึก ลายไทย จะเป็นลวดลายที่เป็นมงคล เป็นของสูง เพราะส่วนใหญ่จะเห็น ประดับ ตกแต่งอยู่ในวัด และพระราชวัง ซึ่งเป็น สิ่งที่ชาวไทยให้ความเคารพ ศรัทธา และเป็นที่ยกย่องว่าสวยงาม และมีคุณค่า
    การได้นำมาศึกษา และ ฝึกปฏิบัติวาดเส้นนับเป็นสิ่งที่ดี นอกจากนำมาประยุกต์ใช้งาน เกิดผลงานทางด้านการออกแบบสร้างสรรค์ในสาขาต่าง ๆ แล้วยังเป็นการดำรงคุณค่าทางศิลป วัฒนธรรมของไทยให้ปรากฏแก่ผู้พบเห็นทั้งชาวไทยด้วยกัน และชาวต่างชาติในการศึกษาการวาดเส้นในงานเอกลักษณ์ไทย จะแยกเป็นสองรูปแบบใหญ่ ๆ คือ ลายไทย และจิตรกรรมไทย

    ลายไทย
    ในการศึกษา และฝึกวาดเส้น จะแยกออกเป็นส่วนๆ เสียก่อน ซึ่งแต่ละส่วนหรือแต่ละลายจะมีโครงสร้างต่างกัน แล้วจึงนำมาต่อช่อลายภาพหลัง ลายที่เป็นหลักสำคัญ มีดังต่อไปนี้

Leave a Reply