septimus' blog

แพ่น…ขะแมร์

 

ทางฝ่ายเขมรนั้นหลอกลวงฝรั่งเรื่อยมาว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมร แล้วไทยยึดเอามาไว้ในดินแดนของตน เขมรไม่สามารถที่จะขึ้นมาทำพิธีบูชามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ เป็นการกระทบกระเทือนน้ำใจกันอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าถ้าเขาพระวิหารยังอยู่กับไทยแล้ว เขมรไม่มีวันที่จะไหว้พระไหว้เจ้าได้ หรือถ้าจะเปรียบไปก็คล้ายๆ กับมีประเทศหนึ่งมายึดครองวัดพระแก้วแล้วไม่ยอมให้คนไทยเข้าไปไหว้พระแก้ว คนไทยก็จะต้องเดือดร้อน 

 

การที่เขาพระวิหารตกเข้าไปอยู่ในเขตไทยนั้น เขมรเดือดร้อนอย่างยิ่งตามคำกล่าวอ้างของสีหนุ เพราะไม่รู้จะไปไหว้พระสะเจ้าที่ไหนได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องเอาเขาพระวิหารไปให้เขมรโดยด่วน ไม่เช่นนั้นก็เป็นอันว่าเขมรตายแล้วตกนรกทั้งชาติ      เพราะฉะนั้นที่ท่านสีหนุจะแสดงการไต่เขาชั้นยอด เอาพระสงฆ์องค์เจ้ามาลำบาก  เอามหาดเล็กข้าหลวงตามเสด็จ  อาจจะตกเขาคอหักตายกันหมดได้ครั้งนี้  ก็เพื่อว่าจะโกหกคนทั้งโลกต่อไปว่า  เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานสมดังที่ตนได้กล่าวไว้แล้ว[.. คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อนนอน วันที่ 27  พฤศจิกายน 2505]

 

 

                                           

 

 

ท่านเอกอัครราชทูตเขมรได้บอกว่า ความจริงกรุงศรีอยุธยาได้ตั้งขึ้นเมื่อคริสต์ศักราช๑๓๕๐ เท่านั้นเอง ซึ่งเรียกว่าใหม่กว่าวัฒนธรรมของเขมรมาก และคนไทยนั้นไม่ใช่ผู้ที่รักษาวัฒนธรรมของเขมรเลย 

 

เพราะในปีคริสต์ศักราช๑๔๓๑ คนไทยก็ไปตีนครธมแตก หลังจากที่ได้ล้อมอยู่ถึง  เดือน 

 

แล้วเมื่อได้ตีแตกแล้วคนไทยก็ได้ทำลายนครธมเสียสิ้น 

 

วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองต่าง  อันรุ่งเรืองสูงสุดของเขมรก็สิ้นสุดลงนับแต่วันนั้น ทางเขมรนั้นก็หลบหนีไปตั้งต้นเป็นเอกราชอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ 

 

เมื่อเขมรเองเขาก็ปฏิเสธอย่างนี้ เราก็ได้รู้กันเสียทีว่า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอารยธรรม ความเจริญและวัฒนธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี การนาฏศิลป์ การดนตรี และประเพณีความเป็นอยู่ การแต่งกายทุกอย่าง เป็นเรื่องที่คนไทยเราคิดเองทั้งนั้น เราไม่ได้ไปขอหยิบขอยืมมาจากใครทั้งสิ้น 

 

สมบัติของเขมรถูกทำลายหมดไปเมื่อนครธมแตก ตั้งแต่นั้นมาเขมรก็เป็นยาจก ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ความเจริญทุกอย่างเขาบอกเองว่าได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่วันนั้น 

 

เพราะฉะนั้นสมบัติทั้งหลายทั้งปวงที่เขมรมีหลังจากนั้น คือหลังจากที่พระเจ้าสามพระยาตีนครธมแตกแล้วนั้น 

 

เขมรได้ไปจากไทยทั้งนั้น 

 

เราก็เป็นผู้มีบุณคุณต่อชาวเขมรตลอดมา แต่ว่าการที่มีบุณคุณกับเขมรนั้นก็เป็นธรรมดาจะหวังอะไรตอบแทนก็เห็นจะไม่ได้”[.. คึกฤทธิ์ ปราโมช  เพื่อนนอนวันที่ 6 มกราคม 2506]

 

 

Photobucket

 

.

 

ทุกวันนี้เจ้าตัวต้นเรื่องคงได้แต่นั่งหัวร่อหัวสั่นหัวคลอนกรามหักแล้วหักอีก  

 

เมื่อได้สำเหนียกถึงภาวะปั่นป่วนงุนงงเฟอะฟะทะเลาะกันเองทั้งประเทศของพวกสยามระลอกแล้วระลอกเล่า       

 

กับเรื่องราวความยุ่งยากไม่รู้จักจบจักสิ้นสืบเนื่องมาจากปราสาทพระวิหาร   

 

ที่มันบรรจงวางหมากการเมืองระหว่างชนชาติไว้บนเขาพระวิหารนั้น   

 

โดยอาศัยที่มีนายเหนือหัวฝรั่งเศสเป็นเงาคุ้มกะลาหัว   

 

ผนวกกับความเป็นนักการเมือง นักบริหาร นักประชาสัมพันธ์ นักอนุรักษ์วัฒนธรรม และศิลปิน…ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ในตัวคนๆเดียวนี้ได้

 

หมากกลครั้งนี้จึงยังคงทำงานของมันอย่างซื่อสัตย์…สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่นต่อไปอีกสักราวอสงไขย   

 

เรื่องราวตั้งต้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่2ได้ปิดฉากลง   โลกก็เข้าสู่สงครามเย็นระหว่างค่ายยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย…อเมริกา(ผู้นำโลกเสรีนิยม)   กับ จีนและรัสเซีย(ผู้นำโลกสังคมนิยม)

 

โดยที่ต่างค่ายต่างขยายอำนาจแนวคิดของตัวเอง

 



ประเทศใหญ่น้อยในเอเชียอยู่ใกล้จีนมากกว่ารัสเซียก็ต้องดูว่าตัวเองจะคบกับจีนมากน้อยแค่ไหนจึงจะปลอดภัย  

 

อินเดียของนายเยาวหราล เนห์รู ประกาศนโยบายเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด      

 

ไทยมีไมตรีจิตกับอเมริกาแนบแน่นมาตั้งแต่สมัยเสรีไทยและที่สำคัญอเมริกาเข้าข้างไทยไม่ให้เป็นประเทศร่วมแพ้สงคราม ผู้นำไทยตั้งแต่จอมพลป. จอมพลสฤษดิ์ และจอมพลถนอม จึงเลือกค่ายเสรีนิยมโดยอัตโนมัติ



 

ส่วนเจ้าสีหนุ กษัตริย์ขะแมร์ในเวลานั้น แสดงตนว่าเป็นกลาง หากก็กลางแบบเข้าข้างจีนเพราะส่วนตนแล้วไม่ชอบอเมริกาเนื่องจากอเมริกาสนับสนุนหัวหน้าขบวนการเขมรเสรีปรปักษ์ทางการเมืองของเจ้าสีหนุโดยตรง…นายซัน ง็อก ทันห์…โดยมีเวียตนามและไทยเป็นแนวร่วมของอเมริกาอีกที

 



ผู้นำเเขมร์กับผู้นำไทยในสมัยนั้นคือจอมพลสฤษดิ์จึงย่อมไม่ค่อยจะลงรอยกัน

 

ในปลายปีค.ศ.1958 ความตึงเครียดระหว่างเเขมร์กับไทยก็ถึงคราวระเบิดออกมาถึงขั้นที่เเขมร์ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย และต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1959 สหประชาชาติก็ได้ไกล่เกลี่ยให้คืนดีกลับมามีสัมพันธ์ทางการทูตกันอีกครั้ง  

 

แต่แล้วก็เกิดเหตุใหญ่ในเดือนสิงหาคมปีค.ศ.1959   

 

นั่นคือได้เกิดการก่อวินาศกรรมหรือลอบปลงพระชนม์ เมื่อมีผู้ส่งห่อพัสดุบรรจุระเบิดเข้าไปในพระราชวังขะแมร์    

 

ห่อพัสดุนี้เมื่อถูกเปิดออก แรงระเบิดได้ทำให้เจ้าชายขะแมร์องค์หนึ่งและราชเลขาธิการเสียชีวิต มหาดเล็กอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ   

 

เจ้าสีหนุปักใจเชื่อทันทีว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือนายซัน ง็อก ทันห์ คู่ปรับโดยมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้การสนับสนุน  

 

และแล้ววิธีการแก้แค้นเอาคืนไทยก็มาถึง หากไม่ใช่การยกทัพมาบุกชายแดนซึ่งๆหน้า เพราะทำอย่างนั้นขะแมร์ต้องพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า ชัวร์!    

 

การตีฆ้องร้องป่าวประกาศออดอ้อนเรียกความสนใจจากต่างประเทศตามความถนัดสไตล์ขะแมร์ต่างหากที่ถูกงัดขึ้นมาใช้ ส่วนที่ใครจะขยะแขยงเห็นเป็นหน้าตัวเมียก็คงไม่รู้สึก   

 

เพื่อให้การคร่ำครวญร้องแรกแหกกระเฌอได้รับความสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย เจ้าสีหนุก็คิดแพคเก็จนำเสนอด้วยการเอาโบราณสถานแหล่งวัฒนธรรมเข้าล่อเป็นจุดเด่นประเด็นร้อน

 

อันนำมาซึ่งคดีประวัติศาสตร์ฟ้องศาลโลกว่าเขาพระวิหารที่อยู่ในเขตสยามแท้จริงแล้วเป็นของหน้าด้านขะแมร์  

 

ด้วยเจ้าสีหนุอาศัยแผนที่ที่ทำตั้งแต่เมื่อครั้งขะแมร์ยังเป็นขี้ข้าฝรั่งเศส ที่ระบุว่าเขาพระวิหารอยู่ในเขตของขะแมร์

 

 

 

Photobucket

 

 

และเพื่อความสมจริงในท้องเรื่องที่กุขึ้น เจ้าสีหนุถึงกับลงทุนลงแรงสร้างภาพน่าสงสาร ปีนเขาพระวิหาร บูชาเทพเจ้าร้อยลิ้น ดังที่ปรากฏใน เพื่อนนอนวันที่ 27 พฤศจิกายน 2505 ของ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช

 

นักองค์สีหนุก็ได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ว่า ในวันที่ ๒๒ ธันวาคมนี้ เขาจะเป็นผู้นำคณะขึ้นไปบนเขาพระวิหารเพื่อทำสักการบูชาในพระวิหารนั้น คนที่จะไปด้วยก็จะมีพระภิกษุ ๓๐ รูป และฆราวาสอีก ๒๐ คน ทั้งนี้นักองค์สีหนุให้ข่าวว่า ที่จำเป็นต้องไปกันน้อยก็เพราะเหตุว่าทางขึ้นเขาพระวิการนั้นลำบากมาก จะไปเป็นขบวนใหญ่ไม่ได้

ทีนี้ปัญหาต่อไปก็คือว่า สีหนุขึ้นมานี้เพื่อจะทำอะไร ตามข่าวนั้นสีหนุบอกว่าจะนำพระภิกษุสงฆ์ขึ้นมาทำพิธี มาทำสักการะบนเขาพระวิหาร  

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่าเขาพระวิหารไม่ใช่พุทธสถาน ไม่ใช่วัดไม่ใช่วิหารในศาสนาพุทธเป็นอย่างแน่นอน สิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารนั้นเป็นเทวสถานของพวกขอมโบราณได้สร้างไว้ และเทวสถานนั้นก็ได้ปรักหักพังลงไป จนไม่รู้ว่าสร้างขึ้นไว้เพื่อจะบูชาผู้ใด

เขาพระวิหารนั้นได้หมดความสำคัญในฐานะที่เป็นปูชนียสถานมานานนักหนาแล้ว เป็นจำนวนหลายร้อยปีทีเดียว จะมีความสำคัญก็ในฐานที่เป็นโบราณสถาน ในฐานที่เป็นศิลปวัตถุ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมสีหนุจึงจะต้องขึ้นมาบูชาบนเขาพระวิหาร  นี่เป็นเรื่องสำคัญ

เป็นจุดสำคัญที่สุดในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับเขมรในเรื่องดินแดนเขาพระวิหารตลอดมา ทางฝ่ายเขมรนั้นหลอกลวงฝรั่งเรื่อยมาว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมร แล้วไทยยึดเอามาไว้ในดินแดนของตน เขมรไม่สามารถที่จะขึ้นมาทำพิธีบูชามาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ เป็นการกระทบกระเทือนน้ำใจกันอย่างรุนแรง เหมือนกับว่าถ้าเขาพระวิหารยังอยู่กับไทยแล้ว เขมรไม่มีวันที่จะไหว้พระไหว้เจ้าได้ หรือถ้าจะเปรียบไปก็คล้ายๆกับมีประเทศหนึ่งมายึดครองวัดพระแก้วแล้วไม่ยอมให้คนไทยเข้าไปไหว้พระแก้ว คนไทยก็จะต้องเดือดร้อน

 

การที่เขาพระวิหารตกเข้าไปอยู่ในเขตไทยนั้น เขมรเดือดร้อนอย่างยิ่ง ตามคำกล่าวอ้างของสีหนุ เพราะไม่รู้จะไปไหว้พระสะเจ้าที่ไหนได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องเอาเขาพระวิหารไปให้เขมรโดยด่วน ไม่เช่นนั้นก็เป็นอันว่าเขมรตายแล้วตกนรกทั้งชาติไม่ได้ไหว้พระไหว้เจ้ากัน  

 

เมื่อฝรั่งส่วนมากได้ฟังอย่างนี้ก็เชื่อ แล้วฝรั่งนั้นก็เห็นความสำคัญในเรื่องสิทธิที่จะนับถือหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หลงเชื่อกลอุบายสีหนุว่า เขาพระวิหารเป็นปูชนียสถานจริงๆ ถ้าหากว่าไทยยึดไว้ เขมรจะขึ้นมาเคารพบูชาบนเขาพระวิหารไม่ได้จริงๆ เป็นเรื่องเดือดร้อนแก่เขมร

 

ความรู้สึกอันนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝรั่งและต่างชาติต่างภาษาอีกเป็นอันมากเห็นใจเขมร และถ้าจะพูดตามความเห็น ผมว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้พิพากษาศาลโลก  

 

ซึ่งไม่เคยมาดูเหตุการณ์แถวนี้ ไม่รู้ข้อเท็จจริง และไม่รู้ขนบธรรมเนียมใดๆ ตัดสินให้เขมรชนะความไปด้วยซ้ำ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุว่าไทยเราไม่เคยอ้างข้อนี้เลย

 

เพราะไทยเราพูดไปตามความสัตย์จริงว่าเขาพระวิหารนั้นเป็นของไทยโดยเหตุผลทางธรรมชาติ และด้วยความยุติธรรม และสิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารเองก็เป็นสิ่งปรกหักพังเป็นเพียงโบราณสถาน คนไทยก็ไม่ได้ขึ้นไปนับถือกราบไหว้อะไรบนนั้นเพราะไทยเรานับถือศาสนาพุทธ สิ่งก่อสร้างบนเขาพระวิหารเป็นเทวสถาน

 

แต่ส่วนเขมรนั้นไม่ได้พูดว่าเป็นเทวสถานหรือพุทธสถาน ยืนกระต่ายขาเดียวว่าเป็นปูชนียสถาน ถ้าไม่ได้คืนไปแล้วจะขาดใจตาย เป็นเรื่องสำคัญทางจิตใจของเขมรเหลือเกิน เมื่อไทยยึดเอาเขาพระวิหารมาไว้ เขมรขึ้นไปกราบไหว้บูชาไม่ได้ เขมรจะดิ้นตายเสียให้ได้  

 

คนทั้งโลกก็เห็นใจ  เขมรก็ชนะคดีไป  

นี่เป็นเหตุหนึ่ง และผมอยากจะกล่าวด้วยว่านายกัสซิ่ง ผู้แทนของอูถั่นที่มาประเทศไทยและประเทศเขมรเพื่อดูสถานการณ์นั้น ก็หลงเชื่อสีหนุตลอดมา เข้าใจมาตลอดว่า เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเขมรแล้วตกมาอยู่แก่ไทย

นายกัสซิ่งเพิ่งมารู้ความจริงในเมืองไทยนี้เอง โดยมีผู้บอกว่า เขาพระวิหารไม่ใช่ปูชนียสถาน เป็นแต่เพียงปราสาทร้าง เป็นเทวสถาน เป็นสถานของศาสนาหนึ่ง ซึ่งเขมรก็ไม่ได้นับถือแล้ว และคนไทยก็มิได้นับถือในทุกวันนี้ นายกัสซิ่งเพิ่งจะมารู้เหตุการณ์นั้นในประเทศไทย แต่คนอื่นๆที่อยู่ในต่างประเทศอีกมาก ผมเข้าใจว่ายังไม่รู้ และเมื่อสีหนุได้ใช้กลลวงโลกมา โดยอ้างว่าเป็นความเดือดร้อนทั้งๆที่ไม่มีความเดือดร้อน โดยวิธีอ้างว่าเขาพระวิหารเป็นปูชนียสถาน ทั้งๆ ที่ไม่มีความหมายในทางเป็นปูชนียสถาน เพราะเขมรทุกวันนี้ก็นับถือศาสนาพุทธ ด้วยเหตุเหล่านี้สีหนุจึงต้องทำพิธีต่อไป เพื่อสนับสนุนความเท็จของตนที่ได้กล่าวมาแล้ว

เป็นธรรมดาครับ คนโกหกนั้นถ้าลงโกหกหนหนึ่งแล้ว จะต้องโกหกต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะความเท็จนั้นย่อมนำไปสู่ความเท็จใหม่ และความเท็จใหม่ก็นำไปสู่ความเท็จใหม่ๆ ต่อไปอีก

เพราะฉะนั้นที่ท่านสีหนุจะแสดงการไต่เขาชั้นยอด เอาพระสงฆ์องค์เจ้ามาลำบาก เอามหาดเล็กข้าหลวงตามเสด็จ อาจจะตกเขาคอหักตายกันหมดได้ครั้งนี้ ก็เพื่อว่าจะโกหกคนทั้งโลกต่อไปว่า เขาพระวิหารนั้นเป็นปูชนียสถานสมดังที่ตนได้กล่าวไว้แล้ว”



 

Photobucket

(ภาพจากศาลโลก-ขณะศาลอ่านคำสั่ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2554 )

 

ศาลโลกในเวลานั้นบ้าจี้ใช้เวลาถึง 3 ปีเพื่อตัดสินให้ขะแมร์เป็นฝ่ายชนะคดีด้วยคะแนน 9 เสียงต่อ 3 เสียง ในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ยังผลให้ประเทศไทยต้องยินยอมทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 2 ข้อของขะแมร์ คือ

       

 

1. ราชอาณาจักรไทย มีพันธะที่จะต้องถอนหน่วยทหารที่ได้ส่งไปตั้งประจำ ณ บริเวณสิ่งหักพังของปราสาทพระวิหาร ตั้งแต่ พ.ศ.2497       

 

2. อำนาจอธิปไตยแห่งดินแดนเหนือปราสาทพระวิหาร เป็นของราชอาณาจักรกัมพูชา       

 

หลังจากการพ่ายแพ้คดี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้สั่งให้ปิดทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารที่อยู่ในเขตแดนไทยเพื่อเป็นการตอบโต้ เพราะด้านหน้าและทางขึ้นลงของปราสาทเขาพระวิหารนั้นอยู่ทางฝั่งประเทศไทย       

 

ส่วนที่อเมริกา ก็เกิดมี ความลับคับอกขะแมร์ ที่จำต้องเปิดเผยหมดเปลือกในเวลาไล่เลี่ยกัน อ่านแล้วก็ให้ฉงนกับภูมิปัญญาขะแมร์เสียจริงๆ จะว่าหยิ่งในศักดิ์ศรี ก็ไม่ถนัดปาก

 

เรื่องราวนี้ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช อีกเช่นกัน ที่ได้กรุณาออกมาวิจารณ์เอกอัครราชทูตเขมรประจำสหรัฐอเมริกาใน เพื่อนนอนวันที่ 6 มกราคม 2506  

 

โดยต้นตอของเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ 2505 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี ซี มีงานเฉลิมฉลองความเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงวอชิงตัน ดี ซี กับกรุงเทพพระมหานคร และมีการแสดงศิลปวัตถุของไทยในสถาบันสมิทโซเนียน

 

ผลจากการแสดงศิลปวัตถุโบราณของไทยนั้น ทำให้มีคนอเมริกันเขียนบทความไปลงหนังสือพิมพ์อิฟวินิ่งสตาร์ว่า “คนไทยเรานั้นถ้าจะพูดถึงในทางศิลปะหรือในทางอารยธรรมหรือวัฒนธรรมแล้ว ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับมอบเอาวัฒนธรรมและอารยธรรมจากพวกขอมหรือเขมรโบราณมา และก็ได้นำมารักษาไว้จนกระทั่งให้มีเหลืออยู่ให้เห็นกันได้ หรือรู้จักกันได้ถึงทุกวันนี้

 

ข้อความนี้ทำให้เอกอัครราชทูตเขมร ประจำวอชิงตัน ได้เขียนจดหมายแสดงความคิดเห็นคัดค้านไปลงหนังสือพิมพ์ดังกล่าวในวันที่ 11 ธันวาคม

 

 

 

 

Photobucket

 

 

และข้อความในจดหมายของเอกอัครราชทูตเขมรนั้น ก็ทำให้มรว.คึกฤทธิ์ต้องออกมาวิจารณ์ตอบโต้บ้าง ดังต่อไปนี้

 

 

 “ความข้อนี้ ท่านเอกอัครราชทูตเขมรประจำวอชิงตันได้ปฏิเสธอย่างแข็งแรงว่า เป็นข้อความที่ผิดพลาดอย่างเหลือเกินทีเดียว 

 

เมื่อท่านได้พูดอย่างนั้นแล้ว ท่านก็ได้อ้างต่อไปว่า ความจริงวัฒนธรรมและอารยธรรมของพวกเขมรโบราณนั้น เป็นอารยธรรมที่เก่าแก่โบรมโบราณ และยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยประสบพบเห็น พูดเพียงแค่นี้ก็อาจจะจริง ผมไม่เถียง เพราะว่าเขาก็เจริญมากเห็นหลักฐานจากปราสาทหินต่างๆที่เหลืออยู่ในประเทศกัมพูชาทุกวันนี้  เรียกได้ว่ามีฝีมือจริง แต่ท่านเอกอัครราชทูตได้พูดต่อไปอีกว่า ความยิ่งใหญ่ของเขมรโบราณนั้นยังไม่จบ คือไม่ได้อยู่เท่าที่เราเห็นมานั้น แต่ยังมีอยู่อีกอย่างหนึ่งคือว่า ความเจริญของเขมรในทางวัฒนธรรมนั้นได้แผ่ซ่านไปจนกระทั่งถึงอเมริกาในอดีต คือท่านอ้างว่าได้มีการติดต่อและมีความสัมพันธ์กันกับวัฒนธรรมของพวกมายา ในประเทศเม็กซิโก…………

 

แต่อย่างไรก็ตาม ในจดหมายที่เขียนไปถึงหนังสือพิมพ์อีฟนิ่งสตาร์นั้น ท่านเอกอัครราชทูตเขมรได้บอกว่า ความจริงกรุงศรีอยุธยาได้ตั้งขึ้นเมื่อคริสต์ศักราช ๑๓๕๐ เท่านั้นเอง ซึ่งเรียกว่าใหม่กว่าวัฒนธรรมของเขมรมาก และคนไทยนั้นไม่ใช่ ผู้ที่รักษาวัฒนธรรมของเขมรเลย เพราะในปีคริสต์ศักราช ๑๔๓๑ คนไทยก็ไปตีนครธมแตก หลังจากที่ได้ล้อมอยู่ถึง ๗ เดือน แล้วเมื่อได้ตีแตกแล้วคนไทยก็ได้ทำลายนครธมเสียสิ้น วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองต่างๆ อันรุ่งเรืองสูงสุดของเขมรก็สิ้นสุดลงนับแต่วันนั้น ทางเขมรนั้นก็หลบหนีไปตั้งต้นเป็นเอกราชอยู่ทางภาคใต้ของประเทศและเป็นเอกราชตลอดมาอีกหลายศตวรรษ………..

 

อย่างไรก็ตามที่บอกว่าไทยเป็นผู้ทำลายวัฒนธรรมเขมรและอารยธรรมวัฒนธรรมของเขมรก็ต้องสิ้นสุดตั้งแต่ปีที่พระเจ้าสามพระยาตีนครธมได้นั้น เอกอัครราชทูตเขมรก็ยืนยันว่าเป็นความจริง เป็นอันว่าปฏิเสธเด็ดขาดว่าไทยเราไม่ได้นำอะไรของเขมรมาใช้เลย เราทำลายนครธมแล้วก็แล้วกัน วัฒนธรรม อารยธรรมของเขมรก็สิ้นสุดลงนับแต่วันที่นครธมถูกทำลาย ที่เขาพูดออกมาอย่างนี้ ผมออกจะดีใจ เพราะเหตุว่า เรามักจะมีเสียงพูดกันอยู่เสมอว่าเราได้โน่นมาจากเขมรได้นี่มาจากเขมร ซึ่งรู้สึกว่าเป็นการเสียเกียรติแก่บ้านเมือง คนไทยก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ศิลปะ วัฒนธรรม และอารยธรรมต่างๆของเรา ทำไมเราจะคิดเอาของเราเองไม่ได้ ทำไมต้องไปขอหยิบขอยืม ไปเอามาจากเขมรมารักษาเอาไว้ 

 

เมื่อเขมรเองเขาก็ปฏิเสธอย่างนี้ เราก็ได้รู้กันเสียทีว่า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอารยธรรม ความเจริญและวัฒนธรรม ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี การนาฏศิลป์ การดนตรี และประเพณีความเป็นอยู่ การแต่งกายทุกอย่าง เป็นเรื่องที่คนไทยเราคิดเองทั้งนั้น เราไม่ได้ไปขอหยิบขอยืมมาจากใครทั้งสิ้น เพราะเจ้าตัวเขาปฏิเสธอยู่ชัดแล้ว เราไม่ได้เคยไปเอาอะไรเขามาเลย มีแต่ทำลายลงไป 

 

เรื่องนี้ก็เป็นที่น่ายินดีที่เราไม่ได้เป็นหนี้เขมร เพราะเจ้าหนี้เขาปฏิเสธ หรือคนที่เราเคยนึกว่าเขาเป็นเจ้าหนี้เขาได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงเป็นอันว่าหมดหนี้หมดสินพ้นภาระกันไปที ทุกอย่างที่เรามีในเมืองไทยตั้งแต่โบราณลงมาเป็นของเราที่ทำขึ้นเอง เป็นของที่เราสร้างสรรค์ขึ้นเองทั้งสิ้น

 

ในที่นี้มีข้อสังเกตต่อไปอีกนิดหนึ่งว่า วัฒนธรรมของเขมรในศตวรรษนี้ การแต่งกายของเขมรก็ดี ความเป็นอยู่ของเขมรก็ดี ตลอดจนปราสาทราชวังที่เราเห็นอยู่ที่พนมเปญ มีปราสาทราชฐานตำหนักแพ มีวัดพระแก้วอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ดูก็ละม้ายคล้ายกับของไทยทั้งสิ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นว่า เขมรเอาไปจากไทยทั้งนั้น 

 

เมื่อเขมรบอกว่าไทยไม่เคยเอาไปจากเขา เพราะฉะนั้นการที่เขมรนุ่งผ้าโจงกระเบน ใส่เสื้อราชแตน ก็ขอยืมไปจากไทยหรือเอาไปดื้อๆ นาฏศิลป์ของเขมร ละครเขมร เที่ยวไปแสดงที่ไหน นั่นก็เอาไปจากไทย ตลอดจนประเพณีทุกอย่างในทางศาสนาในทางอื่นๆ ซึ่งคนเขมรถือว่าเป็นของดีงามอยู่ทุกวันนี้ ก็เรียกได้ว่าเขมรเอาไปจากไทยทั้งสิ้น สมบัติของเขมรอาจจะเคยมีมากในสมัยหนึ่ง แต่ว่าถูกทำลายหมดไปเมื่อนครธมแตก 

 

ตั้งแต่นั้นมาเขมรก็เป็นยาจก ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย ความเจริญทุกอย่างเขาบอกเองว่าได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่วันนั้น 

 

เพราะฉะนั้นสมบัติทั้งหลายทั้งปวงที่เขมรมีหลังจากนั้น คือหลังจากที่พระเจ้าสามพระยาตีนครธมแตกแล้วนั้น เขมรได้ไปจากไทยทั้งนั้น 

 

เราก็เป็นผู้มีบุณคุณต่อชาวเขมรตลอดมา แต่ว่าการที่มีบุณคุณกับเขมรนั้นก็เป็นธรรมดาจะหวังอะไรตอบแทนก็เห็นจะไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

Photobucket

(ภาพจากศาลโลก http://www3.icj-cij.org/docket/files/151/16564.pdf) 

 

 

 

Photobucket

(ภาพจาก facebook ของ Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya)

 

 

 

 

Photobucket(รูปเปรียบเทียบจากกรุงเทพธุรกิจ)

 

 

 

ขอขอบพระคุณ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช และทายาทของม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช

 

ภาพ http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000089174

 

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    คุณพี่ขา อันที่จริงน่าจะถาม ยูเนสโก คะว่าจะเอาไงแน่…
    ในเมื่อมือข้างหนึ่งซูฮกท่านปรมาจารย์คึกฤทธิ์ แล้วอีกมือหนึ่งทำไมยกหางบั่กขะแมร์(ฟระ)
    ภูมิรู้ภูมิธรรมของท่านปรมาจารย์ที่บันทึกเอาไว้ตั้งมากมายก่ายกอง อ่านเท่าไรก็อ่านไม่หมดนั่น พวกยูเนสโกเข้าใจแค่ไหนกันแน่

    ใช่ค่ะพี่ ทุกท่านในยุคนั้นมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลจนแสงเดินตามไม่ทัน
    ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้นะคะ เขียนหนังสือไม่เป็น แต่แสนรู้ รวมหัวกันอ้างว่าเพราะ ม.112 ฮ่ะๆๆๆ….เอิ๊ก (อันนี้อยากจะบอกว่า ตั้งแต่เห็นข่าว ข้าเจ้ารีบเช็คดูบนหิ้งส่วน่ตัว ปรากฏไม่มีหนังสือของพวกมันสักเล่ม แสดงว่าที่พวกมันปั้นออกมาแทบตาย ขายไม่ดี!)

    ขอบคุณคุณพี่อีกคร้ังค่ะ จุ๊บจุ๊บ…

    ^__^

  2. septimus says:

    Good morning ka khun P’,
    thank you for a great supper ka, perfect for the climate like now 5555+…

    have a great day ka khun P’ xxx :))))

    :)))

  3. athenaz says:

    พี่แค่คีย์ A Visit to Khao Phra Viharn ตมาที่เซปโพสในบล็อกค่ะ..

    งานเขียนของท่านศิลป์ พีระศรี นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้สนใจใคร่รู้ในความเชื่อมโยงของศานา ศิลป และวัฒนธรรม
    ที่แยกไม่ออกกับมนุษยชาติ.. ยังทำให้เแน่ใจว่าโลกเริ่มเสื่อมในยุคโกลบัลโดยแท้ค่ะ เราคุยกันเรื่องโบราณคดี ประวัติศาสตร์
    และปราชญ์อย่างท่านคึกฤทธิ์ฯ ท่านศิลป์ ฯ หรือ มจ.สุภัทรดิศ ก็ตามที ทุกท่านในยุตนั้นช่างมีวิสัยทัศน์ที่เดินทางเร็วกว่าแสง

    สมัยยุคหลังชมพูทวีปนั้น ดินแดนสุวรรณภูมิต่อกันหมด
    พวกเมืองประเทศราชต้องส่งเครื่องบรรณาการไทย.. วัดของเราทางอีสาน
    ก็มีนาคมากมายมาถึงอีสานตอนใต้ ก็อำเภอก้ณทราลัษณณ์ก็สามารถขึ้นพระวิหารได้โดยตรง และศาลโลกจะเอาอะไรอีก
    หรือจะปีนผาขึ้นมาศิวาลัย …

    Good Night reading ka sept !
    xxx

  4. athenaz says:

    A cup of supper drink ka..!!
    xxx

  5. athenaz says:

    49…5555 …^—*

    ME, TOO..so do i ^^

    A cup of supper drink ka..
    xxx

  6. septimus says:

    Good evening ka khun P’ xxx ^^&”

    ขอบคุณพี่มากคะสำหรับลิงค์ใหม่ข้างบน คุณพี่เก่งอ่ะ หาพบได้ไงคะเนี่ยะ คืนนี้ข้าเจ้าคงได้อ่านก่อนนอน ชัวร์คะ
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะพี่ขา

    ^__*

  7. septimus says:

    ทุกวันนี้…51ปีให้หลัง…พวกเราก็กำลังฝึกพลังจิตแข่งให้ทันพลังไฟฟ้าคะคุณพี่ขา
    จะสังเกตเห็นแต่ละคนหน้านิ่วคิ้วขมวดหน้าจอคอมฯของใครของมันคะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ……

    oxoxox :)))

    :))))

  8. athenaz says:


    xxx

  9. athenaz says:

    Good morning ka sept !!

    *___^

  10. athenaz says:

    เซปนำข้อความบางตอนในงานเขียนของทา่านศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรีและ บทแปลโดย
    ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล ทำให้พี่ต้องไปหาต้นฉบับมาอ่าน

    ท่านเขียนไว้ก็นานแล้ว ๒๕๐๓ แต่ท่านยังใช้บรรยายว่า
    “…ในสมัยวิทยาศาสตร์และสมัยก้าวหน้าของเรานี้ เราไม่มีเวลาจะไปนั่งนึกถึงการเสริมสร้างจิตใจอย่างชนิดที่บรรพบุรุษของเราเคยกระทำกันมาแต่ก่อนอีกแล้ว ….”

    แล้วทุกวันนี่ละคะ..

    กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ผู้ล่วงลับทั้งสองที่เป็นและทรงเป็นปราชญ์อย่างยิ่ง

  11. septimus says:

    ประสาทพระวิหารในแง่ศิลปะของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ทรงแปลโดย ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล พิมพ์เมื่อพ.ศ.2503

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

    Photobucket

  12. septimus says:

    :)))

    เจ๊าท่านปู่ ไผจ่ะหนีกฏเหล็กนี้พ้นเนาะเจ๊า

  13. septimus says:

    “…สำหรับนาฏศิลป์ไทยเรานั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง เพราะเหตุว่าเป็นแบบฉบับของนาฏศิลป์ประเภทนี้แต่ประเทศเดียวในโลก แม้แต่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเช่นประเทศเขมร ซึ่งมีนาฏศิลป์อยู่ทุกวันนี้ ก็ไม่ใช่ของเขมรโดยแท้ เป็นของที่นำไปจากไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สี่ และสมัยรุ่นหลัง ๆ ต่อมาก็ได้มีครูนาฏศิลป์ออกไปยังประเทศเขมรเรื่อย ๆ เพื่อไปฝึกหัดศิลปประเภทนี้ในพระราชวังของเมืองเขมร
    เพราะฉะนั้นเราพูดได้เต็มปากว่านาฏศิลป์คือโขน ละคร ของไทยเรานั้นเป็นศิลปหนึ่งไม่มีสอง เพราะฉะนั้นเป็นของที่ไทยเราควรจะรักษาไว้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง”

    ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช
    รายการ “เพื่อนนอน”
    วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ 2505

  14. septimus says:

    “เมื่อวันที่ 9 เดือน (พฤศจิกายน 07) นี้เป็นวันฉลองเอกราชของกัมพูชา เป็นวันที่ได้รับเอกราชมาจากฝรั่งเศส มีการฉลองมีการสวนสนามตามธรรมเนียม ท่านสีหนุท่านก็เสด็จไปเป็นประธานในงานฉลองเอกราชของกัมพูชาครั้งนี้ แล้วมีบุคคลสำคัญ มีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยของเมืองเขมร ตลอดจนคณะทูตานุทูตไปในงานนี้ทั่วกัน เมื่อก่อนที่จะมีการสวนสนาม ท่านสีหนุก็กล่าวคำปราศรัยต่อประชาชนชาวกัมพูชาและบรรดาผู้มีเกียรติทีมาชุมนุมในงานนี้

    คำปรา ศรัยของท่านนี้ ก็อย่างที่ผมว่าแหละครับ เป็นการอาละวาดแขวะคนชาติอื่นและประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่ท่านเคยทำมา

    ขึ้นต้นท่านสีหนุเรียกร้องให้มีการประชุม 4 ชาติขึ้นที่กรุงกัมพูชาเพื่อหาทางที่จะระงับปัญหาที่มีอยู่ในเวียดนามใต้ทุกวันนี้…..วิธีแก้ปัญหาของท่านสีหนุก็คือว่า ท่านจะให้มีการประชุมระหว่างขบวนการรักชาติจากเวียดนามเหนือเหนือ เวียดนามใต้ และลาว และเมื่อมาประชุมกันที่กัมพูชาก็มีผู้แทนของกัมพูชาเข้าร่วมประชุมอีกประเทศหนึ่งรวมกันเป็น 4 ประเทศ…….. จากคำปราศรัยนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า ฝ่ายที่ท่านสีหนุท่านเรียกให้ไปประชุมกันที่กัมพูชานั้น ก็มีแต่พวกคอมมิวนิสต์ทั้งนั้น………

    ท่านได้ปราศรัยต่อไปว่า ศัตรูของกัมพูชานั้นมีความหวังว่า เมื่อประชาชนกัมพูชาเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีในพระมหากษัตริย์ ในพระราชบัลลังก์ และมีความรักชาติอย่างแรงกล้า ความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์และความรักชาตินี้ อาจจะป้องกันไม่ให้ประชาชนกัมพูชาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจะนำไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ ท่านบอกว่า ความหวังเช่นนี้เป็นความหวังที่เลื่อนลอย เป็นความหวังที่ผิด ท่านขอกล่าวอย่างกล้าหาญว่า สำหรับประชาชนชาวกัมพูชาหกล้านคนนั้น เอกราชและเกียรติของชาติกัมพูชรมาเหนือสิ่งใดทั้งสิ้น แล้วก็มีความสำคัญเหนือกว่าความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์เสียอีก เพราะฉะนั้นท่านสีหนุท่านก็กล่าวต่อไปว่าประชาชนชาวกัมพูชาอาจจะยอมรับระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ ถ้าการเป็นคอมมิวนิสต์นั้นจะรักษาเกียรติของประเทศกัมพูชา และจะรักษาพรมแดนของกัมพูชาไว้มิให้ผู้ใดรุกรานได้

    หลังจากนั้น ท่านสีหนุก็เริ่มประณามประธานาธิบดี จอห์นสัน …………

    ในคำปราศรัยนี้ ท่านสีหนุได้กล่าวหาประเทศไทยและประเทศเวียดนามใต้อีกตามเคยว่า ได้เข้าไปรุกรานดินแดนของท่าน คำปราศรัยนี้ได้กล่าวต่อหน้าที่ชุมนุม และต่อหน้าผู้มีเกียรติ ต่อหน้าคณะทูตานุทูต อย่างที่ผมได้เรียนท่านผู้อ่านไว้แล้ว

    ก็เป็นข้อน่าสังเกตว่า ในขณะที่ท่านสีหนุท่านกล่าวประณามสหรัฐอเมริกานั้น อุปทูตอเมริกันและภรรยา ซึ่งเป็นแขกรับเชิญไปในงานก็ได้แต่นั่งเฉยอยู่

    ในขณะนี้อเมริกาไม่มีเอกอัครราชทูตอเมริกา เพราะเหตุว่าทางสหรัฐอเมริกาได้ส่งทูตมาแล้ว แต่พอมาถึงกัมพูชาแล้ว ท่านสีหนุไม่ยอมออกรับทูต ท่านบอกว่าอารมณ์ท่านยังไม่ดี แล้วก็อเมริกายังไม่กระทำการต่าง ๆ ให้เป็นที่ถูกพระทัยท่าน ท่านก็ไม่ยอมรับทูตอเมริกัน เมื่อประมุขแห่งประเทศไม่ยอมรับเขาเช่นนี้ ก็เป็นความจำเป็น คนเราก็ต้องมีอายกันบ้าง เขาก็กลับไป

    สถานทูตอเมริกันทุกวันนี้จึงมีแต่อุปทูต ท่านอุปทูตก็ออกจะเป็นคนเคราะห์ร้ายอยู่สักหน่อย เพราะสีหนุท่านด่าว่าอเมริกันอยู่ทุกวัน บางทีท่านก็ทำเอาต่อหน้าในงานใหญ่ ๆ เช่นนี้ ก็ต้องไปทนนั่งฟังอยู่

    มีข่าวออกจะตลกตามมาอีกว่า ในการฉลองเอกราชครั้งนี้ ท่านสีหนุท่านเตรียมการเป็นการใหญ่ จะรับแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่ง คือท่านประธานาธิบดีซูการ์โน ในระหว่างนั้น่ทานประธานาธิบดีซูการ์โนนั้นท่านอยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วท่านก็ได้บอกมาว่า ในการเดินทางกลับประเทศของท่าน ท่านก็จะมาแวะกัมพูชา…………….แต่พอถึงนาทีสุดท้ายเข้า ท่านสีหนุก็ได้รับข่าวจากประธานาธิบดีซูการ์โนบอกว่า ท่านไม่มาเยี่ยมกัมพูชาเสียแล้ว เลื่อนกำหนดการเยี่ยมเยียนออกไปโดยไม่มีกำหนด………….

    ท่านประธานาธิบดีซูการ์โนนั้นความจริงท่านเป็นคนเรียบร้อย มีมารยาทมาก การที่ท่านบอกเลื่อนการเยี่ยมกัมพูชาไป ก็คงจะมีเหตุจำเป็นของท่าน ไม่ยังงั้นท่านก็คงจะไม่ทำง่าย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีข่าวมาว่า ท่านสีหนุโกรธกริ้วท่านซูการ์โนมาก แสดงความน้อยอกน้อยใจเอามาก ๆ ที่ท่านซูการ์โนมายกเลิกกำหนดการเยี่ยมเยียนกัมพูชาครั้งนี้ ท่านโกรธประธานาธิบดีซูการ์โนถึงกับท่านห้ามไม่ให้ในรั้ววังของท่านเล่นดนตรีอินโดนีเซียอีกต่อไป แล้วก็ห้ามไม่ให้ใครไปเพ็ดทูลเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับอินโดนีเซียทั้งนั้น ใครจะไปเอ่ยคำว่าอินโดนีเซียต่อหน้าท่านไม่ได้ทั้งนั้น ไม่อยากได้ยินทีเดียว โกรธกริ้วกันถึงขนาดนั้น

    หลังจากที่ได้มีการปราศรัยแล้วก็ได้มีการสวนสนาม……………….

    เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็สำเร็จเรียบร้อยไปด้วยดี

    ท่านสีหนุท่านก็ก้าวร้าว ด่าคนเล่นฟรี ๆ ตามเคย แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรท่าน”

    ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช
    ในรายการ “เพื่อนนอน”
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2507
    (รวมเล่มอยู่ในหนังสือ “สถานการณ์รอบบ้านเรา”)

  15. normally says:

    ทำกรรมชั่วย่อมได้รับกรรมชั่ว

  16. septimus says:

    Photobucket

    ” นักองค์สีหนุนี่ท่านก็เหมือนนักองค์เขมรอื่นๆในอดีต
    ที่ไทยเราเคยลองเลี้ยงมาแล้วละครับ คือว่าเหมือนกันในข้อที่ว่า เลี้ยงเท่าไรก็ไม่เชื่อง
    มักจะมีอะไรไขว้ๆเขวๆไปในตอนท้าย แล้วหันมาแว้งเอาคนที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเข้าทุกที

    ถ้าท่านผู้ฟังจะไปดูประวัติศาสตร์ระหว่างไทยกับเขมรเรื่องนักองค์อิน นักองค์จัน
    และนักองค์อื่นๆอีกมากมาย ก็จะเห็นได้ว่ามันก็มีชอบกลๆ อยู่อย่างนี้แหละ
    คิดว่าไทยเราก็มักจะผิดหวังทุกที เลี้ยงเจ้าเขมรเข้าทีไรก็ลำบากตัวไปบ้าง….”

    ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
    รายการวิทยุ ” เพื่อนนอน “
    ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๕

  17. septimus says:

    Hey hey luv sis,
    วันนี้ไม่ต้องทำงานเหรอคะ
    ขอบคุณภาพสวยมากคะเลิฟ xx

    ^__*

  18. septimus says:

    oxoxoxo :))))

    :)))))

    ไม่น่าจะนะคะท่านลูกหลานคนไทย
    คาดว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเราคงได้เห็นเป็นอัศจรรย์เฉกเดียวกับที่เกิดขึ้นในฟิลิปปินส์เวลานี้คะ…
    ชาวฟิลิปปินส์ไม่ยินยอมให้ฝังซากมาร์กอสลงบนแผ่นดินฟิลิปปินส์คะ

  19. septimus says:

    #30

    Photobucket

    คุณพี่ขา ซุ้มกาแฟของคุณพี่ชวนให้ข้าเจ้าอยากออกแอ่วแถมแล้ว
    เดือดร้อนค่าเดือดร้อน ฮ่ะๆๆๆ….

    xxx ^^&

  20. septimus says:

    ตอนนี้ก็เริ่มๆหาที่ยืนกันลำบากแล้วคะคุณพี่… กรรมทำงานคะกรรมทำงาน
    ส่วนพวกเราอยู่วงนอกก็…ดูไปสมน้ำหน้าไปเนาะคะ 5555+…..โอย

    …คุณปี้เจ๊า บังเอิ๊ญข้าเจ้าก็หยิบจักรเป๋นเจ๊า
    แต่ข้าเจ้าถนัดใช้สายตาปาด กับใช้ซุ้มเสียงเชือด ที่สุดเจ๊า
    คุณปี้ก็คงเหมือนกั๋นเนาะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ…..

    oxoxox :)))

    :)))))

  21. septimus says:

    xxx :))))

    ข้าเจ้าสบายดีเจ๊าคุณปี้ วันนี้อากาศดีเจ๊า เป๋นยามหนาวตี้น่าฮัก ฮ่ะๆๆ….

    คุณพี่ค้า คุณพี่ช่างกรุณาอะไรเช่นนี้ เป็นข้าเจ้า คงไม่แช่งให้ตายอ่ะค่ะ มันทั้งง่ายและทั้งสบายเกินไปคะ
    มันต้องประมาณนี้คะคุณพี่(ยกตัวอย่างคะ)…ขอให้พวกมันมีชีวิตยืนยาว ถ้าทุพพลภาพก็ขอให้สุดๆ และเช่นเดียวกันถ้าจะมั่งคั่งก็ขอให้มั่งคั่งสมบูรณ์พูนผลสุดๆ

    เพราะสุดโต่งทั้งสองอย่างคือความทุกข์มหันต์คะคุณพี่ขา (คุณพี่ลองตามลิงค์ข้างบนนี้ไปนะค้า)

  22. septimus says:

    ท่านปู่เจ๊า ข้าเจ้าว่าแม่ญิงสยามเปิ้นเก่งกั๋นก่อนจ่ะมีจักรหยิบผ้าหนาเจ๊า

    :))))

  23. septimus says:

    ข้าเจ้าว่ายังมีแถมสองอย่างเจ๊าท่านปู่…สายตากับซุ้มเสียงเจ๊า
    ท่านปู่บ่น่าลืมเรย ฮ่ะๆๆๆๆ…..

  24. rapeseed says:

    #10 I’m well ka sis, have a good day na ja. Have a lovely Sat ka. Thx for ur reply ka.xxx

    Image and video hosting by TinyPic

  25. ลูกหลานคนไทย says:

    หากของสิ่งนั้นต้องได้มาด้วยการโกงเขามา อยากรู้นักว่า บรรพบุรุษของเขมร ยังจะกล้าให้ลูกหลานฝังร่างที่ไร้วิญญาณของพวกเขาฝังลงบนพื้นแผ่นดินเขาอีกหรือไม่

  26. athenaz says:

    24

    เจ้าปี๊ว่าหายากจ๊าดนัก ครบ ๑๐๐ ปี
    มีแต่จ๊าดง่าวเต็มเมืองมาเกิด แม่นางผู้น้อง
    หัวเมืองล้านนาส่งมาปกป้องยังเจนเนอเรชั่นหนุ่มสาว
    ในคราวที่ผู้คนเสื่อม…เดี๋ยวพวกมาาานจักหาที่ยืนบ่มี … ดีก่

    แต่อย่างท่านรุ่งเปิ้นว่า ยังบ่อเข้าคุณสมบัติตาม requirement .. 555
    ไผจะแกว่งไกวเปลจะอั้น .. แล้วน้องเย็บจักรเป็น ก่
    เปิ้นอู้จะอี้ คงอยากให้เก่งดังโบราณ .. ฮา ^^

    ส่วนปี้นั้น over qualified บ่มีผู้ใดนอนเปลฮื้อไกว แฮ่ๆ..

    Coffee Break ka sis..LoL :)))
    xxx

  27. athenaz says:

    หญิงสยามผู้น้อง สะบายดีก่เจ้า ..

    22, 23 กลุ่มก๊วนใดไม่หวังดีกับไทย จะได้รับผลกรรม ทำกิจการสำรวจน้ำมัน
    ย่อยยับจมทะเลอ่าวไทย
    ผู้ใดจะทำ หรือคิดทุจริตต่อแผ่นดิน ได้ยินไหม ไทยแช่งให้ตายตกทั้งตระกูล..

    อย่างี้ขั้นการุณของแม่นางค่าาา ท่านรุ่ง .. ใช่ก่น้อง ?

  28. normally says:

    อุ้ย…

    หญิงสยามที่ว่า

    เธอใช้มือซ้ายไกวลูกคนเล็ก

    มือขวาไกวดาบ

    ขาสองข้างถีบจักรเย็บผ้า

    แถมยังให้ลูกคนโตที่อยู่ข้างหลังดูดกินนมเล่นอีก…เก่งไม่เบานะ…อุ้ยว่ามั้ย ?

  29. normally says:

    ท่านอุ้ย .

    หญิงสยาม มือซ้ายไกว มือขวาแกว่ง

    สองขายังถีบอีก

    เอากะแม่ซี เก่งซะไม่มี !

  30. septimus says:

    Photobucket

    :)))))

    กับพวกคดในข้อฯ พวกเราก็น่าจะมีวิธีรับมืออีกแบบที่แตกต่างน๊าท่านปู่น๊า
    และอีกอย่างข้าเจ้ากับคุณพี่ก็เป็นแม่ญิงสยามเจ๊า

  31. septimus says:

    ก็มันเห็นว่า มารยาสาไถกับปราสาทแรกแล้วเวิร์คคะท่าน
    มันก็ต้องได้คืบเอาศอกจิค้า

    อรุณสวัสดิ์ค่ะ ดีใจจังที่ท่านโอเคแล้ว

    ^__^

  32. septimus says:

    Photobucket

    แล้วตอนนี้ฝรั่งยังยกย่องบูชาท่านออกนอกหน้าอีกด้วยคะคุณพี่ ฮ่ะๆๆๆๆ…..เอิ๊กกก

    อรุณสวัสดิืค่ะคุณพี่ขา

    xxx ^^&”

  33. septimus says:

    :))))

    จริงแท้แล้วค่ะคุณพี่ พวกเราเมื่อได้เข้ามาอยู่ในสายธารธรรมของสมเด็จพระพุทธองค์ ต้องหมั่นทบทวนสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสทำนายไว้เนาะคะ…

    “…ในอนาคตภายหน้า คนทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในเมืองอันนี้ แม้นว่ารู้แตกฉานในธรรมของตถาคตก็ดี จักเลือกหาผู้มีสัจจะซื่อสัตย์สุจริตนั้นยาก แท้แล”

    แล้วมุ่งบำเพ็ญกรรมดี เพื่อกลับไปสู่ที่ที่เราจากมา นานแสนนานแล้ว…

  34. septimus says:

    LOL..
    แผนที่ก็แผนที่คะคุณพี่ขา
    ถ้าแรงจิตอธิษฐานแรงพอ น้ามงน้ำมันที่ขุดหากันจริงqก็จะได้แบบในข่าวที่เพิ่งบอกว่า ที่พิจิตร(มั้งคะ)มีปริมาณไม่มากพอ ขุดไปก็ขาดทุน กร๊ากกก…อันนั้นข้าเจ้าเชื่อสนิทคะพี่..

    กรรมบัง!

  35. normally says:

    โห…

    ท่าทางแม่นางทั้งสองนี้ โหดไม่เบา !

  36. 11arrows says:

    ปัญหาคือ ท่าที มันยังจะเอาอีกหลายปราสาทอยู่นะ
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    :)))

  37. athenaz says:

    20 ใจตรงกันเพราะบทกลอนท่านแสบสัน
    รู้ทันขแมร์นักแลค่ะน้อง ขอกราบท่านงามๆ
    และขอท่านโปรดปกป้องแผ่นดินไทย..

    นอกจากท่านรักชาติยิ่ง ท่านไม่เคยวิ่งตามฝาหรั่ง
    แถมยังรู้ทันมันหมดดด…

    Good night one more time ka sis ..^^

  38. athenaz says:

    พี่เพิ่งได้ยินนิทานพุทธทำนายเช่นว่า…
    …และกลายเป็นจริง ดังในตำนาน ..

    “…ในอนาคตภายหน้า คนทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในเมืองอันนี้ แม้นว่ารู้แตกฉานในธรรมของตถาคตก็ดี จักเลือกหาผู้มีสัจจะซื่อสัตย์สุจริตนั้นยาก แท้แล”

    เราที่ศรัทธาพระตถาคตและถือเอาพระธรรมคำสอนเป็นปรมัตถ ย่อมเก็นความรุ่งเรืองในอดีตไว้ในส่วนลึก เพี่อรำลึกถึงความเพี่ยรของพระองค์ให้ ต่อยอดของศัทธราที่สืบสานมาแต่อดีตให้เป็นเครื่งนำทางคะ

    สาธุ..
    ……

    ผู้ใดไร้ธรรม ทำริยาาาม ขอสาปแช่ง ดีก่น้อง.. ทั้งในแดนขแมร์ แลแดนไทย

  39. athenaz says:

    oops แผนที่ไม่มาค่ะ ..
    ใจตรงกันเพราะท่านว่าไว้ตรงประเด็น โดนจริงๆ …Mblog ช้าสุดๆ

    เป็นแผนที่ concessionaire ของ chevron ที่งานเข้า ..
    มาสำรวจขุดเจาะในทะเลไทย..

    พรุ่งนี้ไปไหนคะ ได้ยินว่ายังหนาวเหน็บอยู่เหรอคะ

    Have a good night slepp ka sept…J&J
    xxx

  40. septimus says:

    hahahahaha…..
    ดีเจ๊าปี้ ท่วมมิดหาตางออกบ่ปะเหียเลยเนาะเจ๊าปี้
    อยากขั้ยได้กั๋นดีนัก!

    xxx :))))

  41. athenaz says:

    กร๊ากกก..
    ดอพี่ขอฮื้อมันขุดไปเจออะหยัง หรือน้ำมันท่วมหมด…ดีก่

  42. septimus says:

    #11

    อ้าว คุณพี่ ใจตรงกัน ตูมเลยค่ะ ฮ่ะๆๆๆๆ…
    ไม่เป็นไรเนาะคะ สนุกดี

    0x0x0x :))))

  43. septimus says:

    Photobucket

    พวกมันมีวิสัยของผู้อ่อนแอซึมสนิทอยู่ในสายเลือดคะคุณพี่
    คนแบบนี้คบเป็นเพื่อนห่างๆก็ยังไม่ได้เลยคะ

    น่าเสียดายนะคะพี่ที่ตอนนี้พวกเราไม่มีท่านแล้ว และที่แย่กว่านั้นคือเราไม่มีใครทำได้เป็นได้แบบท่านอีกเลย
    หากท่านยังอยู่ คงได้มีข้อเขียนออกมาแพ่นกะบาลพวกมันอีกหลายชุดทีเดียวคะ lol..

    ขอบคุณคุณพี่มากคะ สำหรับกลอนที่คุณพี่นำลิงค์มาฝาก ข้าเจ้าขอนำมาโพสท์ในนี้อีกครั้งคะ

    …เขมรโคตรเนรคุณ…

    ‘สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่
    ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
    เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน
    ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน

    กะลาครอบมานานโบราณว่า
    พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
    คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน
    ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป

    อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม
    เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
    ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย
    ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด

    เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู
    ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
    สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร
    แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี

    ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ
    เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
    คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี
    ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน

    หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต
    เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
    ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน
    องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?

    เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง
    ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
    ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา
    สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง

    ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว
    จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
    เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง
    ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา

    ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์
    ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
    ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา
    เพราะทรงพระกรุณาประทานไป

    มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ
    ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
    สมกับคำโบราณท่านว่าไว้
    อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย…’

    ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
    หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
    ๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒

  44. athenaz says:

    กร๊ากกก..
    ดอพี่ขอฮื้อมันขุดไปเจออะหยัง หรือน้ำมันท่วมหมด…ดีก่

  45. athenaz says:

    ง่วงยังคะ มาดูกลอนสัปดน คนเขมร … 555…
    ขอบคุณที่ประมวลข้อมูลเอาไว้เบิ่งขแมร์กันว่าสานดานมาานเป็นจะงี้
    ……

    “สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่ ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
    เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
    กะลาครอบมานานโบราณว่า พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
    คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
    อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
    ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
    เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
    สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
    ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
    คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
    หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น ?
    ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา ?
    เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
    ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
    ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
    เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
    ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์ ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
    ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
    มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
    สมกับคำโบราณท่านว่าไว้ อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย…”

    ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
    หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
    ๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒

    xxx

  46. septimus says:

    Good day ka my dear Tanya,
    how are you going ka?

    miss you ka luv xx :)))

  47. septimus says:

    ภูพานแลนด์ สวยมากค่ะพี่ ยิ่งมองยิ่งอบอุ่นคะ

    LoL…
    ข้าเจ้าใจ๋ขึ้นขะหนาดต๋อนตี้ได้อ่านตรงท่านปรมาจารย์เปิ้นเล่าวา ๑ ในคณะฯเพิ่งจ่ะฮู้ความจริงหลังจากตัดสินไป ป้าดดดดดโธ้ะ จ่ะอี้ก่ะมี แล้วก็บ่มีหน้าไปยะอ่ะหยังฮื้อดีขึ้น ยังปล่อยแม่มมันเลยต๋ามเลยมาถึงม่ะดี้ม่ะเดี่ยว

    ซ้ำฮ้าย ม่ะเดี่ยวมีเรื่องน้ำมงน้ำมันเข้ามาล่อต๋าล่อใจ๋พวกกระสือแถม
    มีตางเดียวเจ๊าปี้ หมู่เฮาปากั๋นภาวนาขอฮื้อท่านนิโคลัสพัดพาเอาบ่อน้ำมันหายไปไกล๋ๆ หรือบ่อั้นก็ยะฮื้อหมู่มันขุดลงไปบ่เจออะหยังสักอย่างเจ๊า

    All of them are ka my daer sis

    xxx :))))

  48. athenaz says:

    ขแแมร์เป็นสายพีนธ์ที่นอกจากขีฉ้อ แล้วยังขี้โขมย ..
    น่าสมเพศที่พวกนี้ก็มีผู้นำเยี่ยงนี้มาหลายปีดีดัก ดีเแอ็นเอ คนพวกนี้
    จึงแผ่สู่สายเลือดจแมร์ยุตใหม่

    อิงชาติใหญ่ ไล่กัดหางชาวบ้าน แต่หากเอาจริงมานจะวิ่งหนีไม่ทัน
    มีความเชี่ยวชาญเรื่องโปปะกานด้า อ้าปากเหม็นโกหกชาวโลก
    โวยวายเหมือนหมาเห่าใบตองแห้ง แกล้งทำน่าสงสาร
    ถือคติว่าพ่นออกไปใช้หักหลังชาติงุ่มง่าม

    ต้องกราบท่านคึกฤทธิ์ที่ไม่เคยกลัวสายพันธุ์เยียงนี้
    มาไม้ไหน หักใส่หน้าได้หมด
    ปราชญ์เช่นท่านนี้ได้ช่วยชาติไทยพ้นภัยคนพาล

  49. septimus says:

    Photobucket

    :)))))

    คุณปี้ค่อยๆอ่านเจ๊า เรื่องมันยาวน้อยหนึ่ง
    จะว่าไป หมู่เฮาก็โจ่คดีเนาะเจ๊า ตี้ท่านปรมาจารย์เปิ้นเขียนละไว้ฮื้อหมู่เฮาได้ฮู้ได้หันว่าเรื่องราวแต้ๆมันเป๋นมากั๋นจ่ะใด
    อ่านแล้วคุณปี้หมั่นใส้คนเฒ่าสะหลิดด่กก่อเจ๊า
    ถ้าอยู่ใกล้ท่าจ่ะได้หาเรื่องบ้องหัวบ่าสั้นมันสักอั๋กสองอั๋กเนาะเจ๊า 55555+

  50. rapeseed says:

    Sawasdee ka P Love xx,

    Thx for ur informative entry ka . Have a wonderful w/e na ka.

    Image and video hosting by TinyPic

  51. athenaz says:

    อันนี้ภูพานแลนด์ บ่จ้ายขะแมร์แลนด์ …

    เฮามีขุนเขามากมาย พวกสันดานโกงและศาลจ็าด ง่… บ่มีหยักที่สมอง

    This will be along story especially when the world have push ASEAn to intefered when the court resolution ordered..
    They all looks ugly for me especially the guys called French !!

  52. athenaz says:

    ขอเบิ่งขะแมร์ กำเดียว..
    ปี๋ชังเปิ้นนัก จ๊าดง่าว ปี๋ไทยก็ครือกานนนจร้าาา

    xxx

  53. septimus says:

    ความคิดเห็นที่ 8

    ท่านนายกครับ
    โปรดอย่าแถลงว่าคำสั่งศาลโลกให้เราถอยเท่านั้นกิโลเมตร ให้เขมรถอยเท่านั้นกิโลเมตร เพราะเส้นเขตแดนของเราอยู่ที่ของหน้าผา เราคำนวณเป็น ตรกม. อย่างนั้นไม่ได้ พูดไปจะผูกมัดตัวเอง เสียประโยชน์ของชาติ
    เราต้องใช้ข้อความตรงที่ศาลสั่งว่า “ให้ไทยอนุญาต (ไม่ขัดขวาง) เขมรในการผ่านเข้าออกพระวิหาร” ให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะข้อความนี้ตีความได้ว่า เราคือเจ้าของดินแดนโดยรอบและถนนที่เขมรใช้ผ่านเข้าออก
    เพราะถ้าเราไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ศาลโลกจะให้สิทธิในการอนุญาตกับเราทำไม
    ส่งตำรวจตระเวนชายแดนเข้าประจำการเต็มพื้นที่โดยด่วน ไม่ต้องรอฟังเขมร ไม่ต้องรอดูอาเซียน มันเป็นอธิปไตยของเรา

    เด็ก ม. 6

    ตอบกลับความเห็นนี้

    เขมรจะจดทะเบียนมรดกโลก ก็ต้องขออนุญาตเปิดทางผ่านพื้นที่จากเราด้วย เราไม่อนุญาตก็จดไม่ได้ รีบตั้งด่านเข้า-ออกโดยเร็ว ท่านยังมีโอกาสรักษาชาติ ถ้ารัฐบาลต่อไปยกเลิกมาตรการนี้เขาจะถูกประชาชนต่อต้านเอง

    เด็ก ม. 5

  54. septimus says:

    ^__^

    ด้วยความยินดีค่าคุณนก

  55. nokhasee says:

    กระจ่างแท้..
    ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply