septimus' blog

มหากาพย์มหาภารตะ เล่าโดย อ.วีระ ธีรภัทร

‘มหากาพย์มหาภารตะ’ เป็น 1 ใน 2 มหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอินเดียโบราณ

เนื้อเรื่องหลักเล่าถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างเจ้าเการพและเจ้าปาณฑพ พี่น้องแห่งราชวงศ์กุรุ แต่ต้องมาทำสงครามเพื่อยุติข้อขัดแย้งที่ทุ่งกุรุเกษตรเป็นเวลา 18 วัน

พวกเจ้าปาณฑพได้รับการยกย่องว่าเป็นฝ่ายธรรมะ ในขณะที่พวกเจ้าเการพได้รับการตำหนิว่าเป็นฝ่ายอธรรม

สงครามบนทุ่งกุรุเกษตรที่เกิดขึ้น มิใช่เพียงแค่การทำสงครามธรรมดา แต่เป็นสงครามที่บรรยายถึงการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรมซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และในมหากาพย์มหาภารตะเองยังประกอบด้วยเรื่องแทรก ตำนาน คติสอนใจ หลักธรรมคำสั่งสอนในเรื่องต่างๆ ครอบคลุมชีวิตและสังคมของมนุษย์ในโลกทั้งหมด

ผู้เขียนได้แบ่งหมวดหมู่ในการแปลเรียบเรียงและเล่าใหม่เป็นหนังสือ ‘เรื่องเล่าจากมหากาพย์มหาภารตะ’ ออกเป็นชุด 4 เล่มจบด้วยกัน คือ …
เล่ม 1 ว่าด้วยกำเนิดพี่น้องเการพและปาณฑพ
เล่ม 2 ว่าด้วยเหตุแห่งสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร
เล่ม 3 ว่าด้วยสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร และ
เล่ม 4 ว่าด้วยผลพวงแห่งสงครามบนทุ่งกุรุเกษตร

.

ความยิ่งใหญ่ของ ‘มหากาพย์มหาภารตะ’ นั้น เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้สนใจอารยธรรมอินเดียโบราณควบคู่กับ ‘มหากาพย์รามายาณะ’ มาเป็นเวลายาวนาน 
แต่ในสังคมไทย มหาภารตะกลับเป็นที่รับรู้กันในวงจำกัดเฉพาะหมู่ปราชญ์ผู้รู้เท่านั้น ไม่แพร่หลายไปสู่มหาชนเท่ากับรามายาณะหรือ ‘รามเกียรติ์’ แม้ว่ามหากาพย์ทั้งสองเรื่องนี้จะเป็นการสดุดีวีรกรรมนักรบในวรรณะกษัตริย์เช่นกันก็ตามที
ทั้งนี้ รามายาณะ เป็นเรื่องราวของสุริยวงศ์หรือวงศ์พระอาทิตย์ (Sun Dynasty) ในขณะที่ มหาภารตะ เป็นเรื่องราวของจันทรวงศ์หรือวงศ์พระจันทร์ (Moon Dynasty) 
แต่มหากาพย์ทั้งสองเรื่องดังกล่าว ก็เป็นเรื่องราวการอวตารลงมาปราบยุคเข็ญของพระนารายณ์ด้วยกันทั้งคู่ และยังถือเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพราหมณ์ที่บูชาพระวิษณุหรือไวศนวนิกาย
สังคมไทยปัจจุบัน สามารถกล่าวได้ว่ารับรู้เรื่องราวมหากาพย์มหาภารตะผ่านหนังสือ ‘มหาภารตยุทธ’ ของ อาจารย์กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย ซึ่งแปลและเรียบเรียงเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบเป็นสำคัญนับตั้งแต่ปี 2525 จนถึงขณะนี้เป็นเวลายาวนานถึง 25 ปีเต็ม หลังจากนั้นคนรุ่นใหม่แทบจะไม่สนใจหรือรับรู้เรื่องราวมหากาพย์มหาภารตะเพียงกระท่อนกระแท่นเท่านั้น
ล่าสุด นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง วีระ ธีรภัทร ได้เรียบเรียงมาเล่าใหม่เป็นหนังสือชื่อว่า เรื่องเล่าจากมหากาพย์ภารตะ
“ผมเริ่มสนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องมหากาพย์มหาภารตะจริงๆ เมื่อหกปีก่อน เป็นผลพวงจากการที่ผมได้เดินทางไปเที่ยวชมปราสาทนครวัดและเมืองนครธมในเขมรเมื่อต้นปี 2544 ถ้าหากใครมีโอกาสเดินผ่านระเบียงคดรอบปราสาทนครวัด ซึ่งมีภาพสลักหินนูนต่ำอยู่ 8 แผงนั้น คงจะทราบว่ามีอยู่แผงหนึ่งเป็นภาพสลักหินนูนต่ำเล่าเรื่องราวสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร บอกตรงๆ ว่าเมื่อผมได้ยินได้ฟังเรื่องราวดังกล่าวเป็นครั้งแรก ทำให้ผมรู้สึกเลยว่าโง่แบบชนิดให้อภัยตัวเองไม่ได้ แม้จะรู้เลาๆ ว่ามหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดียโบราณมีสองเรื่องด้วยกันคือ ‘มหากาพย์รามายาณะ’ ที่เรารู้จักกันในชื่อว่า ‘รามเกียรติ์’ กับ ‘มหากาพย์มหาภารตะ’ แต่สำหรับเรื่องมหาภารตะ ต้องบอกว่ารู้น้อยจนแทบจะเรียกว่าไม่รู้เลยสักนิดก็ว่าได้
ความทรงจำอันรางเลือนของผมเมื่อเกือบสามสิบปีก่อนตอนที่อ่านนวนิยายแปลเรื่อง ‘กามนิต-วาสิฏฐี’ ในชั้นเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น บอกให้ผมรู้เรื่องสงครามบนทุ่งกุรุเกษตรเล็กน้อย บอกให้ผมรู้เรื่องพี่น้องเการพฝ่ายหนึ่งและพี่น้องปาณฑพอีกฝ่ายหนึ่ง สองฝ่ายต้องมารบพุ่งล้มตายทำสงครามบนสมรภูมิที่ทุ่งกุรุเกษตร ผมมารู้ในภายหลังว่าเรื่องราวในกามนิต-วิสิฏฐีที่ผมอ่านแบบไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจตอนต้นนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาระหว่างพระกฤษณะกับอรชุนก่อนสงครามบนทุ่งกุรุเกษตรจะเริ่มขึ้น” วีระ ธีระภัทร เล่าถึงแรงเร้าที่ทำให้เกิดเป็นหนังสือเล่มนี้
นักจัดรายการ ‘คุยได้คุยดี’ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เอฟเอ็ม 97.0 เมกะเฮิรตซ์ หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือเอฟเอ็ม 97 ตรีนิตี้เรดิโอ ซึ่งเริ่มจัดมาตั้งแต่ปลายปี 2541 มาจนถึงปัจจุบัน เล่าความเป็นมาอีกว่า
“เมื่อผมศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับมหากาพย์ภารตะไปได้สักระยะหนึ่ง ผมก็อดไม่ได้ที่จะนำเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาแบ่งปันให้กับผู้ฟังทางบ้าน และงานที่คิดตอนแรกว่าจะทำเล่นๆ ไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไร ก็กลับกลายเป็นงานใหญ่กินเวลานานและทำให้ผมหลงเข้าไปอยู่ในโลกของมหากาพย์ภารตะแบบไม่รู้ตัว เริ่มเล่ามาตั้งแต่ปี 2546 เล่าบ้างหยุดบ้างแล้วแต่อารมณ์ เล่าไปเล่ามากลายเป็นว่ามีผู้ฟังเป็นจำนวนมากสนใจและติดตามฟังกันอย่างใกล้ชิด กระทั่งจัดทำเป็นเทปและซีดีรวบรวมเป็นชุด จนถึงขณะนี้มี 2 ชุดด้วยกัน
สารภาพว่าแรกๆ แม้จะตระเตรียมต้นฉบับการเล่าเรื่องเอาไว้ก็จริง แต่ก็ทำแบบค่อนข้างลวกๆ เพราะหนังสือหนังหาและอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้เข้าใจเรื่องราวทะลุปรุโปร่งยังไม่มี ตอนนั้นผมยังหาดีวีดีและวีซีดีภาพยนตร์เรื่องมหาภารตะมาดูไม่ได้ ส่วนที่ฉายทางเคเบิลทีวีก็ดูไม่ปะติดปะต่อ แถมเนื้อหาในภาพยนตร์กับหนังสือก็ดำเนินเรื่องไม่เหมือนกันอีก พูดง่ายๆ ว่าที่เล่าไปแล้วมีความผิดพลาดมาก บางครั้งสับสนกับตัวละคร และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมาแก้ไขกันใหม่ในตอนหลัง”
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเปลี่ยนวิธีทำงานแบบเดิม แทนที่จะหยิบฉวยจากหนังสือเล่มนี้เล่มนั้นมาประมวลรวมเป็นหนึ่งเดียวซึ่งทำให้ไม่คงเส้นคงวาในการเดินเรื่อง เขาก็หันมาใช้วิธีเหมาะสมกว่าคือใช้ต้นฉบับของหนังสือมหาภารตะที่คิดว่าเดินเรื่องได้ถูกใจเขามากที่สุดเป็นต้นฉบับหลัก และอ่านเล่มอื่นประกอบเพื่อตีความให้ชัดเจนและแม่นยำ
“ต้นฉบับมหาภารตะที่เชื่อว่าเป็นต้นฉบับเต็ม แปลจากโศลกภาษาสันสกฤตมาเป็นภาษาอังกฤษ คือต้นฉบับ The Mahabharata ของ Kisari Mohan Ganguli ที่ใช้ความอุตสาหะทุ่มเทแปลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานถึง 30 ปี และทยอยตีพิมพ์จนเสร็จ เข้าใจว่าต้นฉบับภาษาอังกฤษร้อยแก้วของกังกุลีนี่แหละที่แพร่หลายที่สุด และผู้รู้ชาวไทยก็คงจะใช้ต้นฉบับร้อยแก้วภาษาอังกฤษเล่มนี้เป็นฉบับหลักในการแต่งหนังสือ บทกลอน หรือความเรียงที่ได้รับการยกย่องในเวลาต่อมา ให้เป็นงานวรรณกรรมยอดเยี่ยมของไทย และทั่วโลกที่อ่านอักษรเทวนาครีในภาษาสันสกฤตไม่ออกก็จะอ่านจากเล่มนี้
ปัจจุบันมีคนกำลังแปลเป็นภาษาอังกฤษในสำนวนใหม่ เพราะสำนวนนั้นเป็นร้อยปีแล้ว แต่ยังไม่มีใครทำสำเร็จเลย ส่วนผมก็อ่านจากต้นฉบับกังกุลีด้วย ทราบว่าต้นฉบับที่เขาอ่านจากโศลกภาษาสันสกฤตแล้วเอามาเขียนใหม่เป็นภาษาอังกฤษมีเยอะมาก ประมาณ 40-50 สำนวน และใน 40-50 สำนวนนี้ ผมอ่านประมาณสัก 10 กว่าสำนวน และใน 10 กว่าสำนวนมันจะมีจุดเน้นจุดต่างที่แตกต่างกันไป
ผมใช้วิธีเอามาประมวลและดูการเดินเรื่อง วิธีเล่า เนื้อหา โครงเรื่องเหมือนกัน และดูระดับของภาษาด้วย เพราะมีทั้งระดับภาษาอังกฤษที่ยากกับภาษาอังกฤษที่ง่าย ผมก็เลือกเอาเล่มหนึ่งที่คิดว่าสนุกเป็นเล่มหลัก แต่ถ้ารู้สึกว่าติดขัดก็จะไปเอาเล่มอื่นมาประกอบกัน พูดง่ายๆ ว่าใช้วิธีเรียบเรียงจากที่เขาเล่าใหม่ แต่ว่าเอามาผสมผสานกัน พยายามแทรกเรื่องเกร็ดต่างๆ เพื่ออธิบายให้คนไทยอ่านเข้าใจง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นมหาภารตะของแต่ละคนที่เขียนหรือของแต่ละคนที่เล่าจะไม่เหมือนกัน”
เมื่อเล่าออกรายการวิทยุกับเขียนเป็นหนังสือ เขาบอกว่าเขียนยากกว่า เพราะคนฟังวิทยุเขาสัมผัสกับเสียง จินตนาการกับเสียง แต่ว่าทำหนังสือคนอ่านต้องจินตนาการด้วยตัวของเขาเอง ผัสสะไม่เหมือนกัน หนังสือไม่สามารถจะเร้าและไม่สามารถจะทำเสียงสูงเสียงต่ำได้ เขียนแล้วต้องเขียนอย่างนั้น เวลามีมุกมีเกร็ดอะไรมันแทรกไม่ได้ และเล่มแรกนี้ใช้เวลาเขียนนาน 6 เดือน
ถามว่าอ่านมหากาพย์เรื่องนี้แล้วจะทำให้เข้าใจคนอินเดียในปัจจุบันมากขึ้นระดับไหน เขาบอกว่า “มหากาพย์เรื่องนี้เป็นอินเดียในลักษณะด้านลึก อารมณ์ความรู้สึกเขามีรากฐานมาจากรามายาณะกับมหาภารตะ รวมทั้งคัมภีร์ปุราณะอื่นๆ ในศาสนาฮินดูและศาสนาพราหมณ์ ฉะนั้นเขาสะท้อนออกมาโดยไม่รู้ตัว เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในการหล่อหลอมจิตใจคนอินเดีย ทำให้มองอินเดียอีกแบบหนึ่ง ผมเพิ่งไปอินเดียมาสองครั้ง บอกได้เลยว่าผมยังไม่รู้จักอินเดีย ยังต้องไปดูมากกว่านี้ ยังงงอยู่ ทั้งวัฒนธรรมและความเชื่อเรื่องการบูชา มันเหมือนกับศาสนาพุทธในคัมภีร์พระไตรปิฎกกับศาสนาพุทธที่ปฏิบัติ มันคนละเรื่องกัน ลัทธิ พิธีกรรมไม่เหมือนกัน แต่ว่ามันมีรากฐานที่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเขาบูชาพระกฤษณะ ทำไมเขาบูชาหนุมาน เหล่านี้เข้าใจได้
ทั้ง 4 เล่มนี้ ผมชอบตอนจบมากที่สุด เพราะหลักคิดอยู่เล่มท้ายๆ คือใน 18 บรรพ จะมีบรรพหนึ่งพูดถึงหลักรัฐศาสตร์ คือ หลักราชธรรม หลักการเป็นผู้นำผู้ปกครอง เรื่องการปกครองบ้านเราก็ดัดแปลงมาจากตรงนี้ ในอนาคตผมจะเขียนแยกเป็นอีกเล่มหนึ่งต่างหาก ฉะนั้นถ้าจะเอาหลักคิดหลักธรรมมันอยู่เล่มท้ายๆ ตอนอวสานหรือตอนจบ ส่วนเล่มหนึ่งกับเล่มสองจะเป็นการปูเรื่องเหมือนนิยาย ทำให้ตื่นเต้น สนุกสนานเร้าใจ คนอ่านชอบ แต่เล่มสามเป็นเรื่องสงครามซึ่งเครียดมาก แต่เล่มสี่เป็นการมองย้อนกลับมาดูอีกทีหนึ่ง และให้คำอธิบายเชิงลึกในหลักคิดแนวทางในการดำเนินชีวิต แนวทางในการเป็นผู้ปกครอง
การอ่านมหาภารตะของชาวอินเดียเชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ ระดับในแง่ศาสนาถ้าใครได้ฟังมหาภารตะจบ แม้ว่าไม่ได้มีความรู้เรื่องคัมภีร์พระเวท แต่เมื่อได้ฟังทั้งหมดเท่ากับว่าได้ชำระจิตใจเหมือนได้ฟังพระเวท และจะเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ปรมาตมัน’ เขาฟังเพราะได้ขึ้นสวรรค์ ดังนั้นมหาภารตะในอินเดียคือสวรรค์ ใครไม่อยากตกนรกต้องฟังมหาภารตะ เหมือนกับเราฟังเทศน์มหาชาติแล้วได้ขึ้นสวรรค์ ทำให้ทุกคนต้องฟังมหาภารตะ”
เนื่องจากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอินเดียโบราณที่คนยุคใหม่ยังไม่ค่อยคุ้นเคย แต่ผู้เขียนยืนยันว่าเด็กๆ สามารถอ่านและเข้าใจได้เพราะเป็นเรื่องสนุก
“มันเป็นนิทาน มันเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เป็นเรื่องชืดๆ วิธีการเล่ามีหลายวิธี ต้นฉบับจริงเป็นโศลกจำนวนหนึ่งแสนโศลก แต่เราไม่ได้เล่าขับโศลกเหมือนขับเสภา แต่เป็นการเอามาร้อยใหม่เป็นร้อยแก้วแล้วเล่าด้วยสไตล์ของเรา และในเวลาเล่าจะมีเรื่องเศรษฐกิจการเมืองปะปนผสมกันไป คนฟังเขาก็จะอิน เวลาเห็นตัวละครไม่ดี เขาก็จะถามว่าตัวละครตัวนี้ใช่คนนั้นคนนี้ไหม มันเกิดจินตนาการของคนฟังเอง
อาจเป็นเรื่องยากสำหรับเด็ก แต่ว่าเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องอ่านให้เด็กฟัง เด็กจะตามต่อได้ วรรณกรรมมันเป็นโลกภายใน คนเราเมื่อมีโลกภายในลึกซึ้ง เวลามองและเจอปัญหามันจะเข้าใจความซับซ้อน เพราะขนาดตัวละครยังซับซ้อนขนาดนี้ ชีวิตจริงยิ่งซับซ้อนกว่าหนังสือที่เขาเขียนอีก คติบางอย่างสามารถนำมาปรับใช้ได้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องของจินตนาการ ทั้งที่เป็นเรื่องสงคราม หักมุมหักไปหักมา ตัวละครผูกโยงกันทุกตัว มันซาบซึ้ง มันเกิดจินตนาการ
ถ้ามันละเอียดขนาดนั้นแล้ว ผมคิดว่าจะทำให้เรามองโลกอีกอย่าง เข้าใจโลกอีกแบบหนึ่ง ทำให้เราเห็นเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก ผมคิดว่าอีกสิบปีข้างหน้าสังคมไทยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาก ตรงนี้มันจะสะท้อนว่าเราจะรับมันได้ไหม มันระดับมหาภารตะ ระดับสงครามทุ่งกุรุเกษตรแน่นอน ถ้าเราสุกเอาเผากิน ไม่มีความลึกซึ้งละเอียดอ่อน จะเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก”
ดังมหาภารตะบรรพที่ 1, บทที่ 1, โศลกที่ 261 ได้ประกาศก้องความอหังการว่า…
“เรื่องใดก็ตามที่เราพบในหนังสือเล่มนี้ อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจริยธรรม เรื่องการดำรงชีวิตที่ถูกที่ควร ล้วนมีปรากฏอยู่ในหนังสืออื่นๆ แต่ถ้าเรื่องใดที่มหาภารตะมิได้เอ่ยถึงแล้ว ก็อย่าไปหาหนังสือเล่มใดๆ ในโลก ให้ป่วยการเลย” 
สำหรับลิงค์ข้างล่างต่อไปนี้จะนำไปสู่สำเนียงเสียงเล่าของอาจารย์ วีระ ธีรภัทร ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้อนุเคราะห์ที่กรุณานำลงยูทูปให้ได้ฟังกัน… คุณaomnuynon
·      ตอนที่ http://youtu.be/I1zQZT2f8xE  มหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่ กำเนิดพีน้องตระกูลปาณฑพ-เการพ โดย อาจารย์ วีระ ธีรภัทร

ตอนที่ http://youtu.be/SHhbbiI7xv8

ตอนที่ http://youtu.be/j7-QYFnBafE

ตอนที่ http://youtu.be/z3scyc-QRLM

ตอนที่ http://youtu.be/JdIoaz_oc6s

ตอนที่ http://youtu.be/Vst4KVW35pA

ตอนที่ http://youtu.be/NvHyTaBM674

ตอนที่ http://youtu.be/eANQS1bMw7c

ตอนที่ http://youtu.be/5pgLeanSNik

ตอนที่ 10 http://youtu.be/5GBHvfzG_FM

ตอนที่ 11 http://youtu.be/egvcXRAa4wU

ตอนที่ 12 http://youtu.be/qwcsdycFF68

ตอนที่ 13 http://youtu.be/YsupISzCEuU

ตอนที่ 14 http://youtu.be/ear41l0_xOk

ตอนที่ 15 http://youtu.be/NzFcKqXNgEA

ตอนที่ 16 http://youtu.be/faNjltT9VMY  มหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่ 16 สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร วันที่ โดย อาจารย์ วีระ ธีรภัทร

ตอนที่ 17 http://youtu.be/2cCWM3NNhgY

ตอนที่ 18 http://youtu.be/dCB4Zw1jyy0

ตอนที่ 19 http://youtu.be/69l0KEGzMsU

ตอนที่ 20 http://youtu.be/Wf4pC1YOcI0

ตอนที่ 21 http://youtu.be/hT8uFkeDjSQ

ตอนที่ 22 http://youtu.be/cXolCX75UyI

ตอนที่ 23 http://youtu.be/GpynFhuKaUQ

ตอนที่ 24 http://youtu.be/wnvME9wP52c

ตอนที่ 25 http://youtu.be/wqGINYw6TZE

ตอนที่ 26 http://youtu.be/6Df0WNl9PDI

ตอนที่ 27 http://youtu.be/DIculxNp_JE

ตอนที่ 28 http://youtu.be/_Er9DtQmUZ8

ตอนที่ 29 http://youtu.be/pee8pN8NTBI

ตอนที่ 30 http://youtu.be/ccITdvPjOls  มหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่ 30 สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร วันที่ 11 ตอนแรก โดย อาจารย์ วีระ ธีรภัทร

ตอนที่ 31 http://youtu.be/YX8aHElr8MM

ตอนที่ 32 http://youtu.be/00a9-p4hhM0

ตอนที่ 33 http://youtu.be/3fAJOG7QRgE

ตอนที่ 34 http://youtu.be/vFdGT_601vM

ตอนที่ 35 http://youtu.be/eDPBnhSIXSA

ตอนที่ 36 http://youtu.be/s9DN_Ri7H3Y

ตอนที่ 37 http://youtu.be/vLvuVnu1H3s

ตอนที่ 38 http://youtu.be/2hmk6kIl_qo

ตอนที่ 39 http://youtu.be/dgw3sYnk4E0


ตอนที่ 40  http://www.youtube.com/watch?v=VkL51BZY8vo  มหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่ 40 สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร วันที่ 14 ตอนที่สาม โดย อาจารย์วีระ ธีรภัทร 
        อนที่ 41 http://youtu.be/qGPvbj13f_w

ตอนที่ 42 http://youtu.be/Q1LE2cg7N0A

ตอนที่ 43 http://youtu.be/BzghiN5pzUI

ตอนที่ 44 http://youtu.be/gIcMYk_CbbY  มหากาพย์มหาภารตะ ตอนที่ 44 สงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร วันที่ 14 ตอนที่เจ็ด โดย อาจารย์วีระ ธีรภัทร

ตอนที่ 45 http://youtu.be/e7fP9qBjW5g

ตอนที่ 46 http://youtu.be/pQahzwsto_8

ตอนที่ 47 http://youtu.be/n8Dmdy6oG8c

ตอนที่ 48 http://youtu.be/9VaouJE_Yfw

ตอนที่ 49 http://youtu.be/hoizZTr1MqI

ตอนที่ 50 http://youtu.be/bCpShfwCNL0

ตอนที่ 51 http://youtu.be/x8xlzgki5E8

ตอนที่ 52 http://youtu.be/Zqo_IU5L9Bk

ตอนที่ 53 http://youtu.be/4wSBzy3TsYA

ตอนที่ 54 http://youtu.be/zhlt6SBXAZ4

ตอนที่ 55 http://youtu.be/9NaZCknMt2E

ตอนที่ 56 http://youtu.be/Fjfaxn_ncNY

ตอนที่ 57 http://youtu.be/02wwwz2ZCRM

ตอนที่ 58 http://youtu.be/KoZJZu6Sqjs

ตอนที่ 59 http://youtu.be/X7RT8L2yaKw

ตอนที่ 60 http://youtu.be/r0kcil5oWOI

ตอนที่ 61 http://youtu.be/cKSzehLualU

ตอนที่ 62 http://youtu.be/GX7TvMsJjP0

ตอนที่ 63 http://youtu.be/54zn0pJUN-U

ตอนที่ 64 http://youtu.be/bZ7LQfaWjgo









ขอขอบคุณ
อาจารย์วีระ ธีรภัทร
คุณ aomnuynon และ
คุณพรชัย จันทโสก http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20071002/news.php?news=column_24821338.html


No Comments

  1. septimus says:

    LOL…ขอโทษค่ะท่านปู่ เรื่องราวมันยาวเยิ่นเย้อไปหน่อยจริงๆค่ะ

    แต่ท่านปู่หาเวลาว่าง ลองฟังอ.วีระเล่าหน่อยนะคะ สนุกค่ะยังกะฟังเรื่องราวในบู๊ลิ้มเลยค่ะ ฮาฮาฮา…

  2. septimus says:

    :)))

    ไผ่ นายเล่าแค่นี้ เราก็เห็นภาพเลย แปลกมะ

    ตอนนี้อยากกินขนมเข่งไส้ขนมเทียนมากๆเลยเพื่อน

  3. septimus says:

    #17

    ^^ คุณไผ่ก็ชอบผจญภัยเหมือนกัน เที่ยวแนวนี้สนุกเนอะคุณไผ่เนอะ มีรสมีชาติดีกว่าเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ถ้าเป็นงั้นอยู่บ้านดีกว่า เราว่า ฮา..

    ขอโทษคุณไผ่ด้วยจ๊ะที่เพิ่งเข้ามาเห็นเม้นท์ของนาย

  4. normally says:

    โห…เพิ่งอิ่มมาม่าใหม่ ๆ

    อ่านไม่กี่บรรทัดก็ขอยอมยกธงแล้วล่ะท่านอุ้ย…

    ชื่นชมในมานะพยายามของท่านที่นำเสนอเรื่องราวสุดยอดได้สุดยอดเยี่ยงนี้.

  5. korpai says:

    ตรุษจีนของเรา
    มีความสุขแบบลูกคนเดีญวมาหลายครั้ง
    (น้องๆไม่ตรงเสาร์-อาทิตย์ต้องทำงานกัน)

    เหมือนตอนที่น้องไปเรียนต่อ
    เราแอบเป็นลูกคนเดียวอยู่ตลอดเวลา
    ฮ่าฮ่า
    เวลาน้องๆมาบ้าน
    เพื่อนข้างบ้านมักบอกว่า

    เฮ้ยๆ ลองเอาวมาดมหน่อยดิ
    หูยกลิ่นตุ
    ตุเชียว

    รู้ป๊ะว่าเพื่อนๆหมายความว่าจะใด
    เหอๆ เวลาน้องๆมาบ้าน เราจะหัวเน่าเหม็นทันที
    คนอยู่ใกล้ก็งี้แหละ
    ระคายเคืองง่าย

    รูปตรุษจีนเราถ่ายมาหลายปีแล้ว สวยงามมาก
    อยู่ใน Facebook
    ไปกับที่บ้านแหละ
    ดูเอาบรรยากาศและแสงสี
    ปีละหนึ่งครั้งเพลินดี
    เรารู้ว่าขบวนจะผ่านที่ไหนบ้างก้วางแผนไปรอที่นั่น
    แต่มีบ้านญาต
    ที่ปากน้ำโพ
    สบายเลยเค้าเอาเก้าอี้มาเตรียมไว้ให้
    โชคดีมากขบวนผ่านตอนเริ่มด้วย
    แค่สองทุ่มกว่าๆก็กลับบ้านได้เลยเพราะอยู่ต้นขบวน
    รอไม่นาน
    ขบวนยาวมาก
    และแสดงตลอดเลย

    บ้านใครมีสตางคืก็จะแดงนานหน่อยเพราะว่าซองเยอะดี
    เค้าจะแขวนอั่งเปาไว้ในที่สูงให้คนเชิดมังกรปีน
    ขึ้นไปเอาซองอั่งเปาจากที่สูงเราเคยเขียนที่นี่ด้วยนะ
    แต่รูปคงหายหมดแหละ

    บล็อกที่เขียนไว้จะเอาลิงกืให้แต่เรียกไม่มาเลย
    วันหลังแล้วกันมันมาช้ามากเครื่องเราชราด้วย

  6. korpai says:

    Sept.
    เราไปน่านแบบที่ไม่ได้ทำการบ้านเลยหล่ะ
    แม้กระทั่งการจองตั๋วเครื่องบินเรายังมาทำเอาตอนที่หวุดหวิดแล้ว
    เป็นทริปที่คิดว่า
    พักผ่อนจริงๆ
    คือไปแบบนั่งเครื่อง

    ความจริงอีกข้อที่ต้องนั่งเครื่องคือ
    เราพยายามโทรจองตั๋วแล้วแต่รถทัวร์ที่ผ่านแถวบ้านไม่มีเลย
    เพราะคนไม่เยอะเปิดเส้นทางไม่ได้
    ล่อแหลมต่อการขาดทุน

    มีเพื่อนจัดเรื่องเวลาและดปรแกรมให้นี่ก็น่ารักมากแล้ว
    ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้าใจ

    ทุกอย่างเพื่อนวางแบบไหนไปแบบนั้นเลย
    ไม่ขัดข้อง
    ไม่ได้ถามเรื่องร้านอาหารมั่วเอาตลอดเลย
    ร้านแรกไม่อร่อยเลย
    ขนาดหิวมากแล้วนะ

    นี่แหละคือสีสันที่เราเจอระหว่งทาง
    และยังมีอีกเยอะ
    รับรอง
    ฮ่าฮ่าฮ่า

  7. septimus says:

    Photobucket

    Gong Xi Fa Chai คุณไผ่

    อ่านตรุษจีนของนายเพลินเรย ฮาฮาฮา สนุกดี ชวนเรานึกถึงของเราในวัยเด็กไปด้วย ช่ายๆ วันนี้วันเดียวในรอบปีที่รู้สึกกันอย่างนั้นสำหรับเด็กๆ เนอะ

    ตรุษจีนปีนี้เราไม่รู้เลย นายเชื่อป่ะ จนเพื่อนจีนส่งเมสเสจมาให้ เรายังคิดว่าเพื่อนเห่อนะนั่น ยังคิดว่าทำไมส่งมาไวจังยังไม่ 20 เลย ฮ่าฮ่าฮ่า…

    ของเราทางนี้ก็มีออกไปหม่ำเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จแล้วก็ไปเดินพาร์ค เดินๆอยู่ก็มีโคชปิงปองของแชมป์โลกคนล่าสุดเข้ามาคุยด้วย คุยไปคุยมามิสเตอร์ลีก็งัดภาพกับนายกเมืองนี้ให้ดูเพราะเพิ่งไปถ่ายมา คุยต่ออีกหน่อยเค้าก็แนะนำตัว ถึงได้รู้ว่ากำลังคุยกับคนเก่งของโลก ฮ่า ตื่นเต้ลมั่กเลยคุณไผ่ แต่ดูเค้าหงอยนิดนึงคงคิดถึงเทศกาลที่บ้านเพราะของทางนี้ดูไงก็ไม่เหมือน ประมาณอย่างที่น้องนายบอกอะ เราเข้าใจเลยนะ สำหรับเราตรุษจีนทุกคนต้องอยู่กันพร้อมหน้าเป็นครอบครัวใหญ่ ผิดจากนี้ก็ไม่ใช่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

    ถ้าเป็นไปได้คุณไผ่เอาภาพงานกลางคืนที่ปากน้ำโพมาแบ่งกันมั่งจิ ไม่ได้เห็นนานแล้วอะ จำได้ว่าสนุกสนานอลังการมากกกกกก

  8. korpai says:

    หวัดดีจ้า
    ติดงานตรุษจีน
    อ่วมอรทัยเลย

    ปกติที่ปากน้ำโพจะมีงานกลางคืน
    มีแห่เจ้าวคืนวันที่12
    หรือวันชิวซา
    (วันตรุษจีนตามปฏิทินตัวแดงๆคือวันปีไหม่
    เรียกว่าวันชิวอิก
    วันถัดไปชิวยี่
    ชิวซา)

    เป็นวันที่เรารู้สึกว่า
    ต้องมีการเตรียมรับวันขึ้นปีใหม่จริงๆ
    เพราะตั้งแต่เกิดมาต้องเจอการเตรียมตัวไหว้
    มีชุดใหม่ใส่วันชิวอิก

    น้องๆเราทุกคนที่เคยไปเรียนต่อต่างถิ่นบอกว่า
    ไม่เคยอินกับคริสมาสต์เลย
    เพราะไม่ใช่ของเรา
    เห็นจะจริงเพราะตอนเด็กเราจะได้อั่งเปาและมีตังค์เก็บหอมรอมริบได้มากที่สุดวันเดียวเอง
    ใครๆที่เกิดมาในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนจะไม่ชอบล่ะ

    พอโตมา
    วันนี้ห้ามทำงานห้ามกวาดบ้านให้เที่ยวๆจริงๆได้หนึ่งวัน
    ถ้านายมาปากน้ำโพช่วงนี้เค้าปิดบ้านเที่ยวกันเลยหล่ะ
    เวลาทำงานก็ทำเที่ยวๆก็สุดๆเราเห็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดนี่นา
    จะไม่อินได้อย่างไรกัน
    อิอิ
    แบ่งความสุขมาฝากกันด้วยจ้า

  9. septimus says:

    Photobucket

    Good morning ka P’ lol..

    *_____________^

    ..ยังคะคุณพี่ ใฝ่ฝันมากเลยค่ะข้าเจ้า ฮาฮาฮา

    enjoy shopping kaa xxxxxxxxxxxxx

  10. athenaz says:

    บำเพ็ญธรรมนานไปหน่อย
    สถานที่งดงามนะคะ เคยไปหรือยังคะ
    Himalaya of Heaven !!

    *____________^

    มากูดไนท์ค่ะ xxx
    oops… good morning Friday วันจ่ายก่อนรับอังเปาค่าาา !!

  11. septimus says:

    LOL…
    คุณพี่เสาะหาสถานที่ได้เหมาะเจงๆค่ะ
    อ่านไปด้วย บำเพ็ญธรรมไปด้วย พวกเราจะเดินรอยตามบรรดาท่านมุนีฤาษีในกาลก่อนกันรึเปล่าคะเนี่ยะ ใกล้เมืองสวรรค์มั่กๆค่ะ ฮา…

  12. septimus says:

    ขอบคุณภาพความสดชื่นบนเส้นทางสู่เทวบรรพตมากๆค่ะคุณพี่ งดงามจับใจขะหนาดเลยค่ะ

    กู๊ดมอร์นิ่งนะคะ xxx

    ^______________*

  13. septimus says:

    hahahaha…
    จะชวนกันบิวตี้แนพซะมากกว่าเนอะคะคุณพี่ ขอโทษด้วยค่ะ ;p

    ถ้าพวกเค้ายอมฟังยอมอ่านกันนะคะคุณพี่ lol…

    “ที่ใดมีธรรม ที่นั่นย่อมมีชัย” คนโบราณเค้าก็ว่าเป็นคาถาเอาไว้ แต่คนเดี๋ยวนี้ก็เลือกฟังส่วนที่เข้ากับจริตตัวเองซะนี่คะคุณพี่ขา

    ..ข้าเจ้าว่าคุณพี่เอาหนุนหัวนอนฟังอ.วีระเล่า จะไวกว่ามั้ยคะ xxxxxxxxxxxxx

    :)))

  14. athenaz says:

    อ้าว มาสอง !
    หาที่้หมาะๆไว้นอนอ่านมหากาพย์ มหาภารตะค่าา
    xxx

  15. athenaz says:

    Beautiful blossom สีว้าน หวานค่ะ :))

    Wild Flowers of Himalayas

  16. athenaz says:

    Beautiful blossom สีว้าน หวานค่ะ :))

    Wild Flowers of Himalayas

  17. athenaz says:

    555…

    Tea Break
    reading and drinking with tea – cake, ooops ! mango/sticky rice are so tempting and matching kaaa… xxx

    วรรณกรรมหมากาพย์คงจะได้ให้บทเรียนกับมนุษย์ในศตวรรษหลังกึ่งพุทธกาลได้เป็นอย่างดี แม้เวลาเนินนานนับพันปี ทว่า ธรรมะก็ยังดำรงอยู่ได้อย่างปลอดภัย ในอบาย ในอธรรม ในความโลภ และการเข่นฆ่า…

    นี่ว่าไปแบบยังไม่เคยเห็น ขอเอาไปนอนหนุนหัวก่อนนะคะ พออสโมซิสเข้ามาคงจะมาเล่าได้อีกเป็นคุ้งเป็นแคว xxx

    Good night ka sis//

  18. septimus says:

    Photobucket

    เป็นเช่นนั้นค่ะคุณพี่ เรื่องนี้แต่ละครั้งที่อ่าน ต้องไม่รีบไม่ลน ต้องค่อยๆซึมซับอรรถรสที่มีอยู่หลากหลายนุคุณพี่ ข้าเจ้ายังนึกเสียดาย ตอนเป็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ทำไมครูไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังบ้างน้อออ ^^

    ..เห็นด้วยค่ะคุณพี่ ผู้คนสมัยโน้นนนนน จิตเป็นใหญ่ใจเป็นประธาน คิดเห็นสิ่งใดลึกซึ้งถ่องแท้ กลับกับเดี๋ยวนี้ สุกเอาเผากิน ขอให้ได้เป้าหมายวืธีการไม่เกี่ยง ค่ะ ฮาฮาฮา….

    ;)))

  19. septimus says:

    สวัสดีค่าคุณพี่ ^^

    Photobucket

    กู๊ดไอเดียค่ะคุณพี่ขา ข้าเจ้าขอสมทบด้วยข้าวเหนียวมะม่วงหน่อยนะค้า LOL…

    *_______________^

  20. athenaz says:

    Good for record and reading without rush//
    An epic that last for thousands of year sure to have much more than we think to offer.

    People in the past centuries are much more clever than these days, one thing i do believe. What you reckon ka?

  21. athenaz says:

    สวัสดีค่ะ อภิมหาภารตะ epic ที่เลื่องลือ และยังดำรงอยู่

    Let’s have a cup before picking the first book kaaa *__________^

  22. septimus says: