septimus' blog

สำเนาพระราชหัตถเลขา (กำราบพวกเอปปิวปล)

 

 

 

แต่ก่อนมาพระบรมราโชบายอันใดที่จะทำไป ไม่ใคร่จะได้แสดงให้ราษฎรทราบเพราะเหตุว่า ถึงทราบก็ปราศจากความคิดฤากลับคิดเห็นการให้ผิดไปโดยมิได้แถลง เพราะความไม่เข้าใจเป็นที่ตั้ง จึงเป็นธรรมเนียมใช้นิ่งเสีย ไม่บอกว่ากระไร จัดไปทำไปทีเดียว ผิดกับประเทศอื่นๆ

 

 

ในเมืองเรานี้มีคนจำพวกหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความรู้เล่าเรียนมาแต่เล็กแต่น้อย แต่ทำท่าคึกคักเหมือนรู้อะไรต่ออะไรพอพูดโวไปกับเขาได้ พวกนี้ได้ความรู้มาจากไหนจากคำที่โจษกัน ฟังคนนั้นพูดนิดคนนี้พูดหน่อย แต่น่าจะได้จากหนังสือพิมพ์เสียเป็นพื้น จึงมีความสงสัยว่าหนังสือพิมพ์นี้ไม่มีประโยชน์ที่จะถึงนำปับลิคโอปีเนียนให้เด่นตามก็จริงอยู่ แต่พวกที่หาความรู้ร่อน ๆ น่ากลัวจะเรียนจากหนังสือพิมพ์มากกระมัง บางคราวจึงเกิดรำคาญ เมื่อสำแดงความโง่ออกมา มีท่าทางที่จะชักพาให้คนอื่นคิดตาม แล้วไม่มีผู้ใดแก้ ก็ดูเหมือนความคิดนั้นถูก ก็ยิ่งจะชักพาคนพวกนั้นงมเงาหนักลงไปจึงเห็นว่า ถ้าหากว่าหนังสือพิมพ์ลงเฉไฉนัก น่าที่เจ้าพนักงานในกระทรวงนั้นจะแก้ไขบอกความจริงเสีย อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดคิดอยู่ในหนังสือเปล่า ๆ เป็นอันได้ทำการสั่งสอน พวกเรียนด้วยหูด้วยตา ให้คิดอะไรใกล้ข้างถูกขึ้นในเวลานี้คนพวกนั้นยังมีอยู่มาก ซึ่งคงจะหมดไป จริงอยู่ แลคนพวกนั้นมักจะเป็นคนที่ฝรั่งเรียกเอปปิวปล หูตาว่องไว จึงได้ก้อรอก้อกางอยู่ได้ ถ้าสะกดให้รู้จักทางถูกเสียสักเล็กน้อย บางทีจะเป็นผลดีได้บ้างกระมัง

 

[ส่วนหนึ่งในพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง]

 

 

 

 

 

 

กับความวุ่นวาย ความสงสัยไม่แน่ใจในสังคมไทยที่หลอกหลอนไม่หยุดไม่หย่อนในทุกวันนี้

 

 

ไม่ว่าจะเป็น(ไล่ตามข่าว)…

 

 

         วุฒิวอนสน.ราชเลขาฯแจงกฎถวายฎีกา

 

         อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย…มรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตรายจนอาจถูกถอด

 

         การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

 

         และอื่นๆอีกมากมาย

 

 

บางทีบรรดาเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องน่าจะนำพระราชปรารภและพระบรมราชวินิจฉัยดังที่ปรากฏในพระราชหัตถเลขาทั้งสองพระองค์นี้เป็นแสงสว่างนำทางแก้ปัญหาบ้างก็น่าจะเป็นการดี

 

 

แทนที่จะสาละวนเป็นสาละวันดื้อด้านไร้ทิศทางไปวันๆ กับ ปล่อยปละให้ชาวบ้านสา๊ธารณชนตาดำๆช่วยตัวเองสับสนกันไปไม่จบไม่สิ้น

 

 

เพราะจะว่าไปแล้วความวุ่นไม่รู้จบนี้ก็เกิดด้วยพวกเอปปิวปลยังคงดำรงรักษาเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตราบจนถึงบัดเดี๋ยวนี้นั่นแล

 

 

จริงหรือไม่ก็ลองอ่านและตรองกันดูก็แล้วกัน

 

 

.

 

 

 

สวนดุสิต

 

 

วันที่ 6 สิงหาคม รัตนโกสินทรศก 129

 



พระยาไพศาล

 



การโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรมศึกษาเรียกค่าเล่าเรียนในหนังสือพิมพ์ ลงมาไม่หยุดนานแล้ว วันนี้มีผู้ใดลงหนังสือพิมพ์ไทยเซ็นชื่อปรวาที ค่อยเข้ารูป

 

จริงอยู่ถ้อยคำของคนที่ลงพิมพ์นี้ เป็นผู้ที่มีความรู้เกิดขึ้นทางหูได้ยินแว่วๆ แล้ว เดาผสมเป็นพื้น ไม่ใช่มีความรู้กว้างขวางอันใดส่วนความคิดนั้นเล่า ก็คิดไปตามการซึ่งมาปรากฏเฉพาะนัยน์ตา ได้เคยเห็นดีเพียงไหนก็คิดว่าดีที่สุดเพียงนั้น คนที่แต่งหนังสือส่งไปลงพิมพ์เป็นคนเช่นนี้โดยมาก จึงไม่น่าจะควรถือเอาเป็นข้อคำนึง แต่ก่อนมาพระบรมราโชบายอันใดที่จะทำไป ไม่ใคร่จะได้แสดงให้ราษฎรทราบเพราะเหตุว่า ถึงทราบก็ปราศจากความคิดฤากลับคิดเห็นการให้ผิดไปโดยมิได้แถลง เพราะความไม่เข้าใจเป็นที่ตั้ง จึงเป็นธรรมเนียมใช้นิ่งเสีย ไม่บอกว่ากระไร จัดไปทำไปทีเดียว ผิดกับประเทศอื่นๆ

 

การซึ่งได้ให้บอกเล่า เช่นหมอตรวจว่า ข้าวขาวเป็นเหตุให้เกิดโรคบวม รัฐบาลอังกฤษถามมาว่า เราจะมีความคิดอย่างไรบ้าง ตัวข้าเองเป็นผู้ได้โกรธหมดไฮเอ็ตตั้งแต่เมื่อกลับมาจากประชุมเมืองมนิลาว่าไปเอออวยกับเขา เมื่อยังมิได้ทดลองให้เห็นจริงแน่นอนเลย เห็นว่าเป็นเหตุที่จะให้สะดุ้งสะเทือนในการค้าขาย จึงให้กระทรวงเกษตรออกเซอร์คูลาร์ให้โรงสีทั้งปวงทราบถามความเห็นว่าเขาเห็นอย่างไร แลคิดอ่านให้จัดการทดลองในกระทรวงเกษตร เซอร์คูลาร์อันนี้เองมีคนเข้าใจว่า รัฐบาลห้ามไม่ให้สีข้าวขาวเสียแล้ว การพูดให้คนทราบยากที่จะทำให้เข้าใจ แม้แต่ในพวกพ่อค้าซึ่งคล่องแคล่วกว่าคนธรรมดาเป็นอันมาก ยังมีผู้เข้าใจผิดเช่นนี้ได้ เพราะฉะนั้น แต่ก่อนมาจึงไม่ใคร่จะบอกให้รู้เสียทีเดียว

 

แต่บัดนี้มีความคิดเห็นอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในใจ ว่าในเมืองเรานี้มีคนจำพวกหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความรู้เล่าเรียนมาแต่เล็กแต่น้อย แต่ทำท่าคึกคักเหมือนรู้อะไรต่ออะไรพอพูดโวไปกับเขาได้ พวกนี้ได้ความรู้มาจากไหนจากคำที่โจษกัน ฟังคนนั้นพูดนิดคนนี้พูดหน่อย แต่น่าจะได้จากหนังสือพิมพ์เสียเป็นพื้น จึงมีความสงสัยว่าหนังสือพิมพ์นี้ไม่มีประโยชน์ที่จะถึงนำปับลิคโอปีเนียนให้เด่นตามก็จริงอยู่ แต่พวกที่หาความรู้ร่อน ๆ น่ากลัวจะเรียนจากหนังสือพิมพ์มากกระมัง บางคราวจึงเกิดรำคาญ เมื่อสำแดงความโง่ออกมา มีท่าทางที่จะชักพาให้คนอื่นคิดตาม แล้วไม่มีผู้ใดแก้ ก็ดูเหมือนความคิดนั้นถูก ก็ยิ่งจะชักพาคนพวกนั้นงมเงาหนักลงไปจึงเห็นว่า ถ้าหากว่าหนังสือพิมพ์ลงเฉไฉนัก น่าที่เจ้าพนักงานในกระทรวงนั้นจะแก้ไขบอกความจริงเสีย อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดคิดอยู่ในหนังสือเปล่า ๆ เป็นอันได้ทำการสั่งสอน พวกเรียนด้วยหูด้วยตา ให้คิดอะไรใกล้ข้างถูกขึ้นในเวลานี้คนพวกนั้นยังมีอยู่มาก ซึ่งคงจะหมดไป จริงอยู่ แลคนพวกนั้นมักจะเป็นคนที่ฝรั่งเรียกเอปปิวปล หูตาว่องไว จึงได้ก้อรอก้อกางอยู่ได้ ถ้าสะกดให้รู้จักทางถูกเสียสักเล็กน้อย บางทีจะเป็นผลดีได้บ้างกระมัง

 

เช่นการเล่าเรียนที่หลงไปว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะหาคนใช้ไม่ใช่หน้าที่ของคนทั้งปวง ซึ่งจะต้องฝึกหัดตัวของตัวในวิชาความรู้เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความประพฤติดีความสุขแบบโภคทรัพย์ ตามทางที่พูดๆ กันอยู่ในเวลานี้ ว่าโดยย่อ ก็เรียนเป็นเสมียนซึ่งหวังใจว่าจะคืบขึ้นไปเป็นเสนาบดีด้วยกันทั้งหมด ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวที่จะปลูกฝังตัวเองให้เป็นพลเมืองคนหนึ่ง ซึ่งมีความรู้แลทางหากินเสมอเหมือนพลเมืองประเทศอื่น

 

แลทำให้ความคิดแคบสั้น และดูเฉพาะหมู่เฉพาะเหล่า เพราะตั้งต้นจะสั่งสอนไว้ สำหรับให้ทำราชการเหมือนอย่างกับคิดหัดละครโรงหนึ่ง ให้ได้คนพอเล่นละครก็แล้วกันให้ได้ การเล่าเรียนของรัฐบาลจัดเหมือนหนึ่งว่า ถ้าเดินไปพอได้ คนพอทำราชการไม่ขัดสนแล้ว ก็เป็นอันยุติ หมดความรู้ของผู้ที่เรียนด้วยตาด้วยหูร่อนๆ กันอยู่เพียงเท่านั้น ความคิดที่จะคิดว่าทำไฉนจะให้คนทั้งพระราชอาณาเขตได้มีโอกาสเล่าเรียนให้ทั่วถึงเช่นนี้ ไม่เคยมีปรากฏแก่ญาณของพวกเหล่านั้นเลย

 

จึงเห็นว่ากรมศึกษาเองน่าจะดำเนินความคิดอันนี้ เพาะปลูกความคิดของคนให้รู้จักหน้าที่ของตัว แลรู้จักความคิดกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งชาติทั้งประเทศ แต่ถ้าเป็นตำราก็ไม่อ่าน พวกนักเรียนหูนักเรียนตาเหล่านี้ เขามักจะหาความรู้ด้วยโฉบเอา เพราะมีทิฐิว่าไม่เป็นศิษย์ใคร ตรัสรู้เองเสียแล้วดังนี้เป็นที่ตั้ง จึงต้องเหมือนโยนข้าวปั้นให้ไปให้โฉบอย่างกาจะดีฤาร้ายอย่างไรบอกไม่ได้แน่ นึกในใจขึ้นมาเช่นนี้ก็พูดไปแก่เจ้าดูที เพราะเหตุที่มันเป็นความคิดนอกทางอยู่ จึงไม่ส่งไปยังกระทรวง พูดถึงเจ้าเพื่อจะไม่ให้เป็นทางราชการ

 



(พระบรมนามาภิไธย) สยามินทร์

 

 

 (สำเนา)

 

 

 

 

วันที่ 7 สิงหาคม ร.ศ. 129

 



ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

 



ข้าพระพุทธเจ้าได้รับพระราชทานพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 6 เดือนนี้ พระราชทานพระราชปรารภเรื่องการโต้เถียงกันด้วยเรื่องกรมศึกษาเรียกค่าเล่าเรียนในหนังสือพิมพ์ ซึ่งได้มีมาไม่หยุดหย่อนนั้นแล้ว พระมหากรุณาเป็นล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้

 

ความเป็นไปในเรื่องหนังสือพิมพ์ แลคนที่ได้ความรู้ความคิดจากการฟังเกี่ยวข้องด้วยหนังสือพิมพ์อยู่เป็นพื้นในทุกวันนี้นั้น ต้องด้วยพระราชกระแสทุกประการ เรื่องโต้เถียงกันต่างๆ นี้ ไม่ใช่อื่นไกล เกิดแต่ความไม่เข้าใจตลอดอย่างเดียว ในชั้นเดิมถ้าได้มีประกาศรับพระบรมราชโองการอธิบายความประสงค์ในการเรียกค่าเล่าเรียนนี้ให้ชัดเจน และประกาศให้แพร่หลายแล้ว เชื่อด้วยเกล้าฯ ว่าน่าจะไม่ต้องมีปากเสียงกันเหมือนเช่นนี้ แต่ประกาศที่ได้ออกความเห็นได้เห็นแต่ข่าวในหนังสือพิมพ์ ซึ่งผู้เขียนข่าวก็ไม่สามารถทราบเหตุผลตลอดเหมือนกันกับบางทีจะได้ทราบจากบุตรหลานที่เป็นนักเรียนอยู่บ้าง

 

ก็ออกความเห็นเขาไปต่าง ๆ สังเกตดูในหนังสือพิมพ์แผนกภาษาต่างประเทศ ก็ไม่เห็นมีข้อคัดค้านอย่างใด มีตกอยู่แต่ในส่วนภาษาไทยเท่านั้น ความจงรักภักดีของราษฎรทั้งหลายต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและความเชื่อถือไว้ในพระบรมราโชบาย ยากที่จะหาราษฎรของประเทศอื่นเปรียบได้เพียงใด ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานยืนยันได้ผู้หนึ่ง เพราะฉะนั้น ในเรื่องเช่นนี้ ในชั้นต้นถึงแม้ว่าเป็นการยากที่จะให้คนทั้งหลายเข้าใจเหตุผลได้ทั่วกันก็ดี เพียงแต่เป็นประกาศดำเนินกระแสพระบรมราชโองการเท่านั้นก็พอเสียแล้ว

 

ความเห็นในหนังสือพิมพ์เหล่านี้ ได้ให้ข้าพระพุทธเจ้าแลเจ้าหน้าที่ทั้งหลายกระวนกระวายอยู่เสมอ หากติดด้วยปอลิซีของราชการ จึงมิได้มีการแก้ไขตลอดมา ถึงกระนั้นข้าพระพุทธเจ้าก็ได้พยายามทางอ้อม ได้พบพูดแลเขียนชี้แจงถึงเอดิเตอร์เป็นไปรเวตอยู่เนืองๆ แต่คิดด้วยเกล้าฯ ว่าสู้พูดแลจัดเป็นทางราชการโดยตรงไม่ได้ เพราะการทั้งนี้อาจให้ผลเป็นเสื่อมเสียแก่ผู้อ่านผู้ฟังดังพระราชปรารภได้เป็นอันมาก เพราะฉะนั้นเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ถ้าได้มีประกาศกระทรวงธรรมการ หรือกรมศึกษาธิการอธิบายความให้ชัดเจนในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ แล้วกำชับเอดิเตอร์ให้แข็งแรง การก็คงจะสำเร็จเรียบร้อยได้

 

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

 



(ลงนาม) ข้าพระพุทธเจ้า พระยาไพศาลศิลปะศาสตร์

 

ขอเดชะ

 

 

 

 

สวนดุสิต

 

 

วันที่ 7 สิงหาคม รัตนโกสินทรศก 129

 



พระยาไพศาล

 



ได้รับหนังสือตอบของเจ้าแล้ว ความคิดเป็นหลักฐานถูกต้องดีนัก ได้จดหมายสั่งไปยังพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ฉบับหนึ่ง ให้คิดร่างประกาศให้เจ้าช่วยกันเรียบเรียงให้ดีข้อความในประเทศญี่ปุ่นต้นสมุดเรื่องเอดูเคชันเมืองญี่ปุ่นลงเนื้อความกันกับเมืองเราได้ดี เรื่องราวนั้นก็เป็นเหมือนกัน แต่ต่างด้วยกาลเทศะ ฝ่ายประเทศเขาแบ่งคนเป็นสี่ตระกูล สือ หลง คงเสี่ยง ผู้ที่ถือว่าต้องเรียนแต่สือพวกเดียว แต่สือต้องเรียนก็ว่าเพราะประโยชน์ของรัฐบาล เพียงให้รัฐบาลใช้เงินเขาจึงประกาศว่าไม่เฉพาะแต่สือ ให้เรียนทั่วกันหมดแลเป็นหน้าที่ของคนทั่วไปจะต้องหาวิชาใส่ตัว

 

ฝ่ายเมืองเราถึงไม่ได้จำกัดพวกใด แต่ผู้เรียนรู้สึกเสียว่าสำหรับประโยชน์ราชการ ฤาประโยชน์ตนอันจะได้ทำราชการความก็เป็นอันรูปเดียวกันนั่นเอง แต่ฝ่ายเขาดูเหมือนจะมีผู้เข้าใจการแข่งขันในระหว่างพลเมืองเขาต่อพลเมืองชาติอื่น แต่ข้างเรานั้นไม่มีเสียเลย ถ้าขึ้นชื่อว่าฝรั่งแล้วก็ยอมแพ้ตายราบ ถ้าเจ๊กก็ดูถูกหนักไปแลเกินไปเสียทั้ง 2 อย่าง จนจะตกเป็นเย่อหยิ่งไม่เอาการ นี่เป็นข้อที่เดือดเนื้อร้อนใจอยู่มาก ถ้าหากว่าเรียงคำประกาศสะกิดให้เป็นทางความคิด อย่าให้แหลมเฉียบขาดถึงยุฤายั่วมากนัก แต่พอให้รู้เค้า ๆ ได้ น่าจะชักนำใจคนให้ดีขึ้น

 



(พระบรมนามาภิไธย) สยามินทร์

 

 

(สำเนา)

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ พระราชหัตถเลขานี้ได้ทรงมีถึงเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เมื่อยังเป็นที่พระยาไพศาลศิลปศาสตร์ ตำแหน่งเจ้ากรมตรวจการศึกษาในกระทรวงธรรมการเมื่อ พ.ศ. 2453 ก่อนเสด็จสวรรคตไม่นาน

 

 

 

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา  : wikisource…พระพุทธเจ้าหลวงทรงวิจารณ์หนังสือพิมพ์

 

 

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    ขอบพระคุณที่แบ่งปัน “คาถาบูชา รัชกาลที่ 5” มากค่ะพี่athenaz

    Have a beautiful day นะคะ *___^

    children's rose

  2. septimus says:

    เพิ่งทราบเดี๊ยวนี้เองค่ะน้านูคะ คิก คิก……..

    Have a nice day ค่ะ

  3. septimus says:

    ด้วยความยินดีค่ะคุณalphabet

    ^___*

  4. septimus says:

    good morning ค่ะพี่athenaz

    โอ้โห มาเป็นทุ่งเลย ฮ่ะๆๆ…………………….

    ขอบคุณมากค่ะพี่

    ^,^ ^,^

  5. athenaz says:

    candy stripe

    คาถาบูชา รัชกาลที่ 5

    (ธูป 9 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ)
    พระสยามมิน ทะโร วะโร อัตตัง
    พุธธะ สังมิ อิติ อระหัง
    วะรัง พุทธโธ นะโมพุทธายะ
    ปิโยเทวา มนุสานัง
    จงเป็นที่รักของมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย
    ปิโยนาคะ สบันนานัง
    จงบังเกิดความรักที่มีอานุภาพสูงสุด
    ปิโยพรหมานะ มุตตะโม
    จงบังเกิดความรักกับผู้มีอำนาจ ท่านท้าวมหาพรหม
    เจ้าจอมอินทรา นาค ครุฑ และคนธรรม
    ปินันทริยัง นะมามินัง
    ความรัก ความยินดี ความเมตตา
    จงบังเกิดในเรือนร่างข้าพเจ้าทุกส่วนแม้ปลายเส้นผม

  6. nunohatyai says:

    ดั่งดวงตะวัน ที่ยังยั่งยืนคู่ฟ้า ..

    สวัสดียามสายๆประเทศไทยครับคุณsep..ที่รัก
    ขอบคุณทานตะวันดอกโตๆ เบ้อเริ้ม

    “เธอแจ่มจรัสในใจฉันเสมอ”

    คือ ความหมายของเจ้าดอกทานตะวันที่มอบให้แก่กัน
    ไม่ทราบว่าคุณsep..ที่รักจะทราบมาก่อนหรือไม่

    อิอิ :) แจ่ม-สดใสสดใส นะคะ

  7. alphabet says:

    ขอบคุณที่นำมาให้อ่านนะคะ
    ไม่ใช่ว่าจะหาอ่านได้ง่าย ๆ เลยค่ะ

  8. athenaz says:

    สวยจริงๆค่ะ sept

    สงสัยไม่ใหญ่เท่าของในbucket ..เลยเอามาทั้งทุ่งค่ะ :)

    Fall-Sunflower Sunflowers
    good morning ตอนสายเมืองไทย บ่าย เมลเบอร์นค่ะ

    P athenaz :)

  9. septimus says:

    สวัสดีจ้าน้องเจี๊ยบ

    ใช่แล้วจ๊ะ เพราะพระองค์เราจึงมีชาติให้เพื่อนบ้านคอยริษยาไม่เลิกจ้า

    *___^

  10. septimus says:

    และขอให้ลูกสาวของพี่หายจากหวัดไวๆด้วยค่ะ

    Photobucket

  11. septimus says:

    พูดถีงไข้หวัดจอมโหด เมื่อวานนี้ได้รับอีเมลล์นี้มาค่ะ พี่ลองอ่านเก็บข้อมูลดูนะคะ

    Subject: FW: จากผู้ที่เพิ่งหายจากไข้หวัด 2009

    ข้อมูลไข้หวัดใหญ่ 2009 … วันนี้ อัสสัมชัญระยอง สั่งปิดโรงเรียนแล้วค่ะ .. มี นร. ติดเชื้อ..
    ต้องระวัง ใกล้ตัวเข้ามาทุกที..

    .. เรากับลูกก็ป่วย ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ รพ. ข้อมูลที่ Under Report มีอีกเยอะมาก อย่าง case
    ของเราก็ under เหมือนกัน

    เรื่องของเรื่อง ลูกเรา (6 ขวบกว่า) ป่วยก่อน เมื่อ 2 วันก่อนเค้ามีอาการปวดหัวรุนแรงและไข้สูง
    มาก ให้ทานยาลดไข้ ไข้ก็ไม่ยอมลดลง เช็ดตัวก็แล้วทำอย่างไรๆ ไข้ก็ไม่ลดลง เราเลยตัดสินใจพา
    มา รพ. เมื่อพบหมอเรายืนยันกับหมอว่าเราจะขอทำ Screen Flu (เป็นการ Screen หาความ
    เสี่ยงเบื้องต้น)

    การทำ Screen Flu หมอจะทำให้เฉพาะผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ เช่นคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยตรง แต่
    ลูกเราไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทุกคนที่บ้านแข็งแรงดี โรงเรียนก็รักษาสุขอานามัยอย่างดี เราไม่พาลูก
    ไปในที่ชุมชนและไม่ให้ว่ายน้ำในสระมาเดือนกว่าแล้ว จึงไม่ควรจะติดเชื้อได้ แต่ถึงอย่างไรเราก็ยืน
    ยันกับหมอว่าเราจะขอ Screen

    ลืมบอกไปว่าลูกเรา (และเราด้วย) ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ธรรมดา) ไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมานี่
    เอง ดังนั้นโอกาสที่จะเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาคงจะไม่มีแน่ๆ และเมื่อผล Screen ออกมาในครั้งนั้น
    ปรากฎว่าลูกเราเป็น Negative (หมายถึงไม่ติดเชื้อในกลุ่มของ H1N1)

    เราและหมอยังไม่นิ่งนอนใจ เราเลยขอหมอ Admit เพื่อความสบายใจ เนื่องจากลูกเราไข้สูงมาก
    (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 39 องศา) คุณหมอให้เราพักที่โรงพยาบาลตามที่เรา Request และเมื่อถึง
    ตอนเช้าคุณหมอมาเยี่ยมและขอนำเชื้อไปทำ Screen Flu อีกเป็นครั้งที่ 2 เรายินดีตามที่หมอเสนอ
    เพราะหมอให้ความเห็นว่า เมื่อการตรวจครั้งแรกนั้น ระยะห่างระหว่างการจับไข้กับการตรวจห่างกัน
    แค่ 4 ชั่วโมง อาจจะยังไม่ปรากฎการติดเชื้อให้เห็นชัด แต่ถ้าไข้ยังสูงขนาดนี้ขอตรวจอีกครั้งเพื่อ
    ความชัวร์ดีกว่า

    เมื่อผลตรวจออกมา ลูกเรา Positive จริงๆ และหมอถามเราว่าต้องการส่งตรวจหา 2009 ต่อ
    หรือเปล่า แต่เราปฏิเสธเพราะทั้งหมอและเรารู้อยู่แล้วว่าลูกเราติดเชื้อแน่ๆ (เค้าไม่มีทางเป็นไข้
    หวัดใหญ่ธรรมดา เพราะเพิ่งฉีดวัคซีนไป และข้อบ่งชี้ค่อนข้างเด่นชัด)

    อ้อ .. ลืมบอกไปอีกว่าถ้าผล Screen Flu ออกมาเป็น Positive จะมีความหมายว่า มีโอกาสติด
    เชื้อด้วยกัน 3 ตัวคือ H1N1 ไข้หวัดใหญ่ธรรมดา, H1N1 ไข้หวัดใหญ่ 2009, และตัวสุดท้ายคือ
    H2N3 ซึ่งคนไทยไม่ค่อยเป็น ซึ่งถ้าติดเชื้อตัวใดตัวหนึ่งใน 3 ตัวนี้ วิธีรักษาจะเหมือนกันทั้ง 3 ตัว ดัง
    นั้นถ้าผลการตรวจออกมาเป็น Positive หมอจะถามว่าต้องการให้ส่งตรวจ Final เพื่อดูว่าเป็นไข้
    หวัด 2009 หรือไม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 2,500 บาท แต่หมอก็จะบอกว่าแต่อย่างไรก็
    ตามวิธีการ treat ก็เหมือนกันกับไข้หวัดใหญ่ตัวอื่นๆ อยู่แล้ว

    และเมื่อเราไม่ส่งตรวจเพื่อ Final ข้อมูลของลูกเราก็จะไม่ถูกส่งไปที่ สธ. และอยากจะบอกว่า วัน
    ที่ลูกเรามา รพ. นั้น เชื้อได้เข้าไปถึงหูชั้นในและโพรงจมูกแล้ว ซึ่งระยะเวลาจับไข้กับการพบหมอ
    ห่างกันเพียง 4 ชั่วโมง ซึ่งอยากจะเตือนทุกท่านว่าเชื้อตัวนี้แรงและแพร่เร็วมาก อย่านิ่งนอนใจถ้า
    ท่านหรือบุตรหลานของท่านมีไข้สูง ปวดศรีษะมาก ขอหมอตรวจเพื่อให้ละเอียดเลยดีกว่าค่ะ

    หลังจากเรามาเฝ้าลูกเพียงแค่วันเดียว ปรากฎว่าเราเริ่มมีอาการปวดเมื่อยตามตัวและเป็นไข้ ไอไม่
    หยุด เราจึงรีบไปตรวจ ปรากฎว่าเราก็ติดเชื้อเหมือนลูกแต่ที่น่ากลัวคือ เราเป็นไข้แค่ 3 ชั่วโมงแต่
    เมื่อไปตรวจ ปอดของเราเริ่มมีอาการติดเชื้อแล้ว ถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้อาจจะเป็นปอดอักเสบ หรือโรค
    แทรกซ้อนอย่างอื่นๆ ได้

    วันนี้เป็นวันที่ 3 ที่เราอยู่ รพ. อาการของลูกดีขึ้นมาก และจะกลับบ้านวันนี้แล้ว ส่วนเรายังอ่อนเพลีย
    อยู่ ยังมีอาการปวดตามตัวอยู่บ้าง แต่ดีขึ้นจากเมื่อวานเยอะมาก และคงจะขอหมอกลับบ้านพร้อมลูก
    เลย

    อยากเตือนว่า ไข้หวัด 2009 ติดง่าย ป่วยไว ลุกลามไว ติดเชื้อไว แต่รักษาง่าย หายไว ถ้ารีบ
    รักษาภายใน 48 ชั่วโมง

    ดังนั้นถ้าท่านหรือคนใกล้ชิดท่านป่วยมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดตามตัวและไอ อย่านิ่งนอนใจ รีบตรวจโดย
    ด่วนเลยค่ะ

    ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
    เพิ่งหายจากไข้หวัด 2009

  12. initmate says:

    เพราะพระองค์ พวกเราถึงมีวันนี้ … นะคะ :)

  13. septimus says:

    สวัสดีค่ะพี่athenaz

    พูดอีกก็ใช่อีกค่ะพี่คะ We Love Our King MOST

    …ขอบคุณมากๆค่ะพี่ขาที่เล่าให้ฟัง และตอนนี้ก็เห็นภาพชัดแล้วค่ะและหวังว่าจะได้เห็นสุนัขโดนน้ำร้อนลวกสักครั้งเป็นบุญตาค่ะพี่

    ^____^

  14. athenaz says:

    พระองค์..ทรงเห็น..การณ์ไกล
    วางหลักไว้ ให้ฐาน..การแกร่ง
    ยุคสมัย.. ผ่านไป.. ไม่สำแดง
    ต้นทุนแห่ง..สยามสมัย..ไทยรุ่งเรือง

    King Rama V

  15. athenaz says:

    พี่ว่า H1N1 รณรงค์กันน้อยไป เมืองไทยจะตายอีกแยะแน่

    เด็กไทยขี้อายไม่ชอบใส่ mask ค่ะ บอก หนูไม่ได้เป็นไร

    รัฐต้องรณรงค์บอกว่าไม่ได้ว่าคุณเป็น เด๊ยวคุณจะไปติดคนที่เขามีเชื้อ หรือติดจากเชื้อในอากาศ ..คนอื่นเป็นพาหะ แบบไม่แสดงอาการเพราะเขาร่างกายแข็งแรง มีนับแสน (แน่)

    ญี่ปุ่นเขาบอกเด็กนักเรียนเขาว่า โรคนี้ไม่ร้ายแรงมาก แต่ผู้ติดเชื้อก็มีความเสี่ยงถึงชีวิตได้ จึงให้ทุกคนป้องกันความเสียงด้วยการใช้ mask เพื่อปกป้องตนเอง และปกป้องคนอื่น ไม่ให้มีการแพร่เชื้อได้ง่ายในชีวิตประจำวันและชุมชน

    ญี่ปุ่นยังไม่มีสถิติผู้เสียชีวิตนะคะ

    รัฐต้องรู้ว่าจิตสำนึกเรื่องเหล่านี้ของคนไทยน้อยมาก.. เรื่องเล่นเป็นเรื่องจริง
    เรื่องตอขาดบาดตายเป็นเรื่องเล่น และระบบสาธารณะสุขพื้นฐานและความแออัดของเรามีความเสี่ยงกว่าหลายแห่งในเอเซีย

    ลูกสาวพี่เป็นหวัด ให้ใส่ mask ขึ้น BTS ไปแล้วค่ะ คุณแม่ไม่ยอม ต้องเลคเชอร์ยาวแบบนี้ละค่ะ..ตอนนี้ยอมแล้ว(เพราะแม่บอกว่า อยากเป็นเป้านิ่งก็ตามใจ ไม่ใส่จะได้รับเชื้อง่ายกว่าใครเขา)

    safety first

  16. athenaz says:

    ทานอาหารเช้าแสนอร่อยนาน เลยเข้ามาช้าค่ะ..น้องสาวเจ้าปัญญา !
    กว่าจะเข้าได้ก็บ่าย เอมบล็อกมีปัญหาค่ะ sept..
    ~~~~~~~~~~~

    การถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พี่เคยได้ยินประธานองคมนตรีพูดออกอากาศเมื่อมีกรณีนี้ใหม่ๆ ท่านพูดว่า เมื่อสำนักราชเลขารับเรื่องมาแล้วคณะองคมนตรีจะมีการประชุมพิจารณาแต่ละกรณีไป ว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าหรือไม่ประการใด เพราะเป็นหน้าที่ๆ คณะองคมนตรีจะพิจารณาหารือกันก่อน

    ท่านพูดเรื่องนี้น้อยมาก ส่วนสำนักราชเลขาน่าจะไม่กล้าพูด เพราะเป็นหน่วยงานเลขานุการ/ธุรการก่อนำเรียนท่านประธานองคมนตรี

    พี่ว่ากรณีเช่นนี้สำนักราชเลขาอาจต้องดูความถูกต้องเช่นชื่อเสียง เรียงนาม สาเหตุแห่งทุกข์ (ทุกข์จริงหรือ..ยังมิได้รับโทษเลย..ท่านคงไม่อยากพูดนำไว้ก่อนคัดกรอง หากไม่เข้าข่ายก็อาจมิถึงมือท่านประธานฯ)

    เรื่องนี้ก็ปล่อยให้โวยวายไป แบบรู้ไม่จริง แต่ต้องการสร้างกระแสให้รับกันเป็นทอด เหมือนที่โฟนอินมาจากประเทศสาระขัณฑ์ เข้ามาอ้อน 97.50 ของนายขวัญชัย ไพรพนาที่อุดรนะ sept ..หากไป clarify ทั้งที่ยังไม่มีต้นเรื่อง (มีแต่ตีปี๊บ..ล้านแล้ว ๆๆ)อาจเข้าทางอัปมงคล

    พี่ว่าท่านประธานฯ ที่พูดก่อหน้านั้น สั้นและชัดดี คุณคำนูณเป็นสื่อ และเป็นสว.ก็มีมุมมองอยากให้เกิดความชัดเจน เรื่องบางเรื่องชัดมากก็ไม่ดี แต่ก็ไม่ถึงคลุมเคลือนะคะ

    We Love Our King MOST…

    P athenaz:

  17. septimus says:

    สะหวัดดีเจ๊าคุณchaba2550 *___^

    แม่นแล้วเจ๊า กั๊บแถมห่วง ตี้พระพุทธเจ้าหลวงเปิ้นทรงหนักพระทัย…ก่ะหมู่เอปปิวปล ตี้บ่ะเดี่ยวมีอยู่กุ่หนกุ่แห่งเนาะเจ๊า บ่นับว่าในวงน้ำหมึกต่ะอั้น หมู่นี้ผ่อๆไปก่ะหยั่งก๊ะเจื้อไวรัสเนาะเจ๊า…มีกล๋ายพันธุ์ตวย

    ฮ่า………………………….

  18. chaba2550 says:

    หันตวยกับคุณเอ๋ nataya

    ขอบคุณ คุณsept จาดนักเจ้า ตี้เสาะหามาหื้อได้อ่านกั๋น
    จะหันว่า พระพุทธเจ้าหลวง เปิ้นทรงหนักใจ ในอิทธิพลของสื่อฯ
    ตี้จะมีผลต่อคนอ่าน หรือคนเสพสื่อแต้ ๆ เจ้า

    ทรงมีวิสัยทัศน์ ตี้ยากจะมีไผเสมอเหมือนได้

    :)

  19. septimus says:

    “มาร์ค” วิตก เชื่อคนไทยติดเชื้อไข้หวัด 09 เฉียดแสน ห่วงกลุ่มนักเรียนตัวแพร่

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2552 12:16 น.

    คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

    อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    นายกฯ แสดงความกังวลต่อการแพร่ระบาดโรคหวัดสายพันธุ์ใหม่ สำหรับประเทศไทยมีการประเมินว่าอาจจะมีผู้ติดเชื้อแล้วเฉียดแสนราย เตือนโรคระบาดตัวนี้จะอยู่กับคนทั่วโลกอีก 2-3 ปี ชี้แพร่ระบาดหนักสุดในกลุ่มนักเรียน ระบุการควบคุมการแพร่ระบาดที่ดีที่สุดในขณะนี้คือตัดวงจรการแพร่ระบาด

    วันนี้ (12 ก.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่26 ถึงเรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009ว่า ยังเป็นเรื่องซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศและระดับโลก และก็ต้องการทำความเข้าใจถึงแนวทางต่างๆ ที่จะต้องมีการดำเนินการกันต่อไป เนื่องจากว่าเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ ดังนั้นทำให้มีความสับสนหรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันอยู่พอสมควร

    “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือว่าเราต้องไม่ประมาท และขณะเดียวกันคือต้องไม่ตื่นตระหนกด้วย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่เป็นปัญหานี้ เป็นปัญหาเพราะว่าเป็นเชื้อโรคซึ่งประชาชนทั่วไป คือคนทั่วโลกเลย ไม่มีภูมิคุ้มกัน นั่นหมายความว่าทุกคนมีสิทธิ์ติดเชื้อ และมีสิทธิ์เป็นโรคนี้ทั้งสิ้น และการเผยแพร่หรือการกระจายของเชื้อนี้ก็ติดระหว่างคนต่อคน และสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงที่คนยังไม่มีอาการ”นายกฯ กล่าว

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่ามีการไปเปรียบเทียบกับกรณีของโรคระบาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น โรคซาร์สก็ดี หรือว่าไข้หวัดนกก็ดี คงจะเทียบเคียงกันไม่ได้ เพราะว่ากรณีของไข้หวัดนกนั้นจะไม่มีการติดต่อระหว่างคนต่อคน ส่วนกรณีของโรคซาร์สนั้นจะมีการติดเชื้อกันได้ ก็ต่อเมื่อมีอาการหนักแล้ว ซึ่งหมายถึงว่าคนที่อยู่ในฐานะที่จะแพร่เชื้อจะอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว เกือบทั้งหมดจะเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต้องบอกว่าทั่วโลกขณะนี้มี 120 กว่าประเทศแล้ว ซึ่งโรคนี้เข้าไประบาดหรือว่ามีการแพร่เชื้ออยู่ และเราจะเห็นตัวเลขที่มีการรายงานต่อองค์การอนามัยโลกว่า แต่ละประเทศนั้นมีคนติดเชื้อเท่าไหร่

    “แต่ข้อเท็จจริงคือว่าตัวเลขที่มีการรายงานนั้นจะเป็นตัวเลขซึ่งไม่สามารถ สะท้อนความเป็นจริงได้ทั้งหมด พูดง่ายๆ จริงแล้วก็คือว่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงทั้งสิ้น เหตุผลเป็นเพราะว่าโดยมาตรฐานการปฏิบัติขององค์การอนามัย และในแง่ของหลักวิชาการในเรื่องของระบาดวิทยา การยืนยันตัวเลขนี้จะเป็นตัวเลขซึ่งไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีขั้นตอนและใช้เวลาพอสมควร โดยปกติแล้วเมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคนี้ในประเทศหรือในชุมชนใดไประยะหนึ่ง แล้ว จะไม่มีการตรวจทุกราย เพราะว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากว่าการรักษาพยาบาล แพทย์จะดูจากประวัติ และดูความเป็นไปได้ แล้วจะให้ยา เพื่อให้สอดคล้องกับโรคที่เป็น โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ เพราะฉะนั้น ตัวเลขที่มีการรายงานตามประเทศต่างๆ จะไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าตัวเลขจริงเป็นอย่างไร”นายกฯ กล่าว

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แต่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้คือว่า ตัวเลขการติดเชื้อ ตัวเลขการเสียชีวิต จะมีประเด็นที่จะแปรตามเรื่องของประชากรค่อนข้างมาก เราจะเห็นว่าประเทศซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกับเรา จะมีการรายงานตัวเลข ซึ่งมีการใช้ตัวเลขทางการที่ใกล้เคียงกับเราเช่นเดียวกัน หรือบางประเทศอาจจะต่ำกว่า บางประเทศอาจจะสูงกว่า ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกับเรามาก ตัวเลขที่เขารายงานไปบอกว่ามีคนติดเชื้อแล้ว 7,000 กว่าคน ของเราตัวเลขทางการอยู่ที่ 3,000 กว่าคน แต่ในทั้งสองประเทศผู้เชี่ยวชาญจะบอกเลยว่าจริง ๆ แล้วคนที่ติดเชื้อจริงๆ จะมีมากกว่านั้นมาก เพราะฉะนั้น อังกฤษเองบอกว่าในแต่ละวันในเดือนสิงหาคม อาจจะมีคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระจายของเชื้อประมาณแสนคน

    “ผมก็เชื่อว่าของเราก็จะต้องเป็นหลักหมื่น หรืออาจจะเข้าใกล้เคียงหลักแสนเช่นเดียวกัน แต่ว่าประเด็นของโรคนี้คือว่าคนจำนวนมากสามารถที่จะรับเชื้อเข้าไปแล้ว ไม่มีอาการหรืออาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผมก็ขอยืนยันว่าจากการติดตามในเรื่องตัวเลขของผู้เสียชีวิต ซึ่งได้มีการให้วิเคราะห์รายละเอียดทุกกรณี จะพบความจริงว่าถ้าหากว่าไม่ได้มีเรื่องของโรคประจำตัวหรือโรคแทรกซ้อน และถ้าได้รับการรักษาพยาบาลตั้งแต่เนิ่น ๆ โรคนี้สามารถที่จะรักษาหายได้ไม่ยาก”นายกฯ กล่าว

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการจะป้องกันการแพร่ระบาดก็ดี การจะดูแลไม่ให้มีผู้เสียชีวิตก็ดี หนึ่ง คือว่าใครที่มีอาการ รู้ตัวว่าไม่สบาย มีความรับผิดชอบที่จะต้องไม่เข้าไปอยู่ในสังคม เป็นเด็กนักเรียนก็ไม่ไปโรงเรียน ทำงานก็ไม่ควรที่จะไปทำงาน ควรที่จะหยุดพักผ่อน และในส่วนของโรงเรียน ตนได้ย้ำ และกระทรวงศึกษาธิการได้ยืนยันแล้ว ว่าจะไม่ให้มีผลกระทบ ถ้าจะติดสอบ ก็สามารถที่จะไปสอบทีหลังได้ อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับในการที่จะป้องกันไม่ให้การแพร่ระบาดหรือ การกระจายเชื้อเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง

    นายกฯ กล่าวถึงสิ่งกำลังดำเนินการขณะนี้คือว่าการแพร่ระบาด โดยเราดูจากตัวเลขที่มีการยืนยันในเรื่องของการติดเชื้อ ก็ชัดเจนมากว่ากลุ่มที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ ตัวเลขคร่าว ๆ อาจจะเป็นถึง 2 ใน 3 หรือมากกว่านั้น ก็คือกลุ่มนักเรียน และกลุ่มของคนที่อยู่ในวัยประมาณ 11-20 กว่าปี เพราะฉะนั้น ตรงนี้สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำคือว่า ในโรงเรียนเองเป็นการกำชับและเป็นการเน้นย้ำ และจะเข้าไปช่วยเหลือว่า ทุกเช้าต่อไปนี้จะต้องมีการคัดกรอง เด็กคนไหนที่ไม่สบาย ต้องถูกส่งกลับบ้าน มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็นปัญหาในเรื่องของการแพร่ระบาดไปยังเพื่อน ๆ นักเรียน ส่วนโรงเรียนไหน ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อ หรือมีคนที่ไม่สบายจำนวนค่อนข้างมาก ก็ใช้ดุลพินิจในการที่จะหยุดเรียนหรือปิดเรียนไประยะหนึ่ง เพื่อที่จะตัดวงจรหรือป้องกันหรือบรรเทาการแพร่ระบาดตรงนี้

    นายกฯ กล่าวว่า แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชนในกลุ่มวัยรุ่นอีก 2 จุดที่รัฐบาลต้องมาดูชัดเจน คือเรื่องของโรงเรียนกวดวิชา และเรื่องของร้านเกม กรณีโรงเรียนกวดวิชานั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ใช้อำนาจขอให้หยุดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13-28 กรกฎาคม ส่วนกรณีของร้านเกมนั้น ไม่มีกฎหมายที่จะให้อำนาจรัฐบาลทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องขอความร่วมมือและรณรงค์ว่าร้านเกมต้องใช้ดุลพินิจ ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และถ้าสามารถที่จะหยุด ถ้าในชุมชนในพื้นที่นั้นมีคนไม่สบายมาก ก็จะเป็นการช่วยเพื่อที่จะลดการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

    “ในส่วนของมาตรการอื่น ๆ นั้น หนึ่ง คือเรื่องของการใส่หน้ากาก จริงอยู่ขณะนี้แม้ผู้เชี่ยวชาญเองยังถกเถียงกันว่า จะเป็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหน แต่ว่าก็อยากจะรณรงค์ครับว่า คนที่เข้าไปในโรงพยาบาลก็ดี คนที่เข้าไปในพื้นที่ชุมชน หรือเข้าไปร่วมในงานซึ่งมีคนจำนวนมาก จะใส่หน้ากาก หรือแม้กระทั่งจะใช้ผ้าของตัวเอง และปิดจมูกปิดปาก ก็จะเป็นอีกทางหนึ่งในการที่จะช่วยลดตรงนี้ได้ ซึ่งจะมีการรณรงค์กันต่อไป ขณะเดียวกันเรื่องของการที่กระทรวงและรัฐบาลได้รณรงค์มาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหมั่นล้างมือ การสนับสนุนเรื่องของเจลล้างมือในพื้นที่ ซึ่งมีคนเข้าไปใช้มาก ๆ จะเป็นการดำเนินการที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง”นายกฯ กล่าว

    นายกฯ กล่าวว่า สำหรับในเรื่องของการรักษาพยาบาล ขณะนี้จะมีการจัดช่องพิเศษสำหรับโรงพยาบาล กรณีที่ผู้ป่วยสงสัยว่าอาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ตัวนี้ และขณะเดียวกัน ถ้าหากว่าใครที่เป็นโรคประจำตัวแล้วก็ติดเชื้อตัวนี้ มีอาการหนัก ก็จะมีกลุ่มเฉพาะกิจที่จะเข้าไปช่วยดูแล ว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยชีวิตให้ได้ ตนเรียนว่าตัวเลขการเสียชีวิตก็เช่นเดียวกัน อ่านจากข่าวจากประเทศอังกฤษก็เช่นเดียวกัน เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง คือการรายงานหรือการประเมินการเสียชีวิต ก็มีการรายงานที่แตกต่างกัน เพราะว่าในบางประเทศเวลามีการเสียชีวิต โดยคนนั้นเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว แต่ว่ามีเชื้อไวรัสตัวนี้อยู่ ก็ไม่ชัดเจนว่าเขารายงานว่าเป็นการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่

    นายกฯ กล่าวว่า แต่ว่าอย่างไรก็ตามหน้าที่ของรัฐบาลคือว่าจะเดินหน้า ป้องกัน ลดการแพร่ระบาดในส่วนนี้ และการดูแลผู้ป่วยให้ดีที่สุด ให้การเสียชีวิตไม่เป็นไปอย่างที่มีการประมาณการหรือคาดการณ์กัน สำหรับพี่น้องประชาชนอย่างที่เรียนคือว่า สามารถดูแลตัวเองได้ และสามารถแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมได้ นั่นคือดูแลสุขภาพตัวเอง มีอาการรีบไปหาหมอ มีอาการไม่ไปทำงาน ไม่ไปโรงเรียน ไม่เข้าไปอยู่ในจุดที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ และสถานที่ราชการ สถานประกอบการต่าง ๆ ขณะนี้ ควรจะให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดในสถานประกอบการหรือองค์กรของตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลจะได้มีการรณรงค์ต่อไป

    “สำหรับในเรื่องของยา และในเรื่องของวัคซีน ขอยืนยันเราติดตามตัวเลขและบริหารจัดการในเรื่องยาเพื่อให้มีเพียง พอ และขณะนี้กำลังมีการเจรจาที่จะให้มีการลดราคายา เพื่อที่จะเป็นการบรรเทาภาระในเรื่องนี้ด้วย พร้อมๆ กันไปก็ได้มีการจอง และจะได้มีการเริ่มต้นทดลองนำร่องในการผลิตวัคซีนด้วย ซึ่งวันนี้ผมจะได้ไปดูที่สถานที่ที่จะได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้ แต่เรื่องวัคซีนนั้นคาดว่าจะผลิตออกมาได้ และจะได้รับจัดสรรไปยังประเทศต่าง ๆ จะเป็นในช่วงของเดือนตุลาคม”นายกฯ กล่าว

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว ทั่วโลกขณะนี้ยอมรับว่าโรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่กับเราไปอีกอย่างน้อย ๆ 2-3 ปี ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ เพราะฉะนั้น ตัวเลขของผู้ที่ติดเชื้อจะมีการแพร่หลายและกระจายไปอย่างมาก สิ่งสำคัญคือการดูแลและป้องกันและรักษา ตนเห็นตัวเลขที่มีการรายงานในข่าวต่าง ๆ อยากจะทำความเข้าใจ ที่บอกว่าจะมีคนเสียชีวิตถึง 1,200 คน นั่นคือหมายความว่ากรณีซึ่งไม่ได้มีมาตรการในการที่จะมาเร่งคัดกรอง และดูแลการรักษาพยาบาลให้ถูกต้องเป็นพิเศษ แต่ว่าถ้าทำให้ในระดับได้ดี จะลดลงมาประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งพี่น้องประชาชนอาจจะตกใจว่า ก็ยังเป็นหลายร้อยคน แต่ข้อเท็จจริงคือว่าในแต่ละปีเรามีผู้ที่เสียชีวิตจากไข้หวัดธรรมดาประมาณ ปีละ 300 กว่าคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตรงนี้อยากจะย้ำอีกครั้งว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตื่นตระหนก รัฐบาลจะดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งปัจจุบันดำเนินการตามมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และองค์การอนามัยโลกเองในระดับภูมิภาค ก็ได้มาจัดการประชุมเร็ว ๆ นี้ ก็ยืนยันว่าสิ่งที่เราทำเป็นแนวทางซึ่งถูกต้อง และขอย้ำอีกครั้งว่า บุคลากรในทุกด้านและพี่น้องประชาชนทุกคน จะต้องมีความตื่นตัวในเรื่องนี้

    นายกฯ กล่าวว่า มี การเรียกร้องว่าเรื่องนี้เป็นระเบียบวาระแห่งชาติหรือไม่ ก็ขอยืนยันว่าตั้งแต่ต้นรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติ มีศูนย์เฝ้าระวัง และขณะนี้มีโทรศัพท์สายด่วนขึ้นมา เพื่อที่จะรองรับและแก้ไขปัญหาตรงนี้ และต้องขอบคุณทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของเอกชน มูลนิธิ ซึ่งออกมาช่วยรณรงค์ในเรื่องเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น ก็อยากจะเชิญชวนทุกภาคส่วนให้ช่วยกันมาแก้ไขปัญหา และบรรเทาปัญหานี้ ส่วนการที่จะไปมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น ในเรื่องของการไปหยุดกิจกรรมทางสังคม อยากจะย้ำว่าโดยหลักปฏิบัติทางสากลแล้ว ในระดับที่เราเผชิญอยู่ เขายังไม่แนะนำให้ทำเช่นนั้น แต่ว่าพี่น้องประชาชนก็ต้องรับผิดชอบ คือถ้าตัวเองติดเชื้อก็ไม่ไปร่วมกิจกรรมสังคมต่าง ๆ ส่วนคนที่จะไปร่วมกิจกรรมทางสังคม ก็ต้องทราบว่าตัวเองมีความเสี่ยง เพราะว่าอย่างที่เรียนตั้งแต่ต้น หลายคนจะมีเชื้ออยู่ ยังไม่มีอาการใด ๆ แต่ว่าจะสามารถเป็นผู้ที่ทำให้เชื้อนี้แพร่กระจายออกไปได้ และคนทั่วไปก็ไม่มีภูมิคุ้มกันอยู่ จึงอยากขอทำความเข้าใจในเรื่องนี้ และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด อย่างต่อเนื่องต่อไป

  20. septimus says:

    Photobucket

  21. septimus says:

    Photobucket

    ‘นายอนันต์ ชูโชติ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กล่าวว่า วัดพระปรางค์หลวง เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ อยู่ในยุคสมัยก่อนสุโขทัย มีอายุกว่า 1,200 ปี ถือเป็นวัด 1 ใน 8 ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในเมืองไทย และการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก มีข้อกำหนดหลักเกณฑ์การก่อสร้างในเขตโบราณสถานว่า สามารถสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างได้ โดยต้องไม่คุกคาม และทำลายสภาพภูมิทัศน์ มีความสูงไม่เกิน 8 เมตร หรือบ้านเรือนขนาดสูง 2 ชั้น และไม่ใกล้โบราณสถานมากนัก แต่เมื่อวัดขนาดของราวสะพานข้ามแม่น้ำยมที่มีปัญหานี้ พบว่ามีความสูงถึง 34 เมตร ยาว 120- 130 เมตร แสดงถึงการทำลายภูมิทัศน์เมืองประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ทำให้เมืองสุโขทัย มีความเสี่ยงต่อการถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตราย อาจถูกถอดจากเมืองมรดกโลกได้ เพราะถือว่าเป็นการทำลายภูมิทัศน์ ที่หนักกว่ากรณีร้านค้ายิบย่อย ที่บดบังโบราณสถาน จ.พระนครศรีอยุธยาเสียอีก เนื่องจากการก่อสร้างสะพานไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้’
    [จากส่วนหนึ่งในข่าว http://manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000078214

  22. septimus says:

    วุฒิวอนสน.ราชเลขาฯแจง กฎถวายฎีกา

    หวั่นประชาชนเกิดความสับสนในการยื่นถวายฎีกา หรือถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ เชื่อการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลยังไม่ชัดเจนเพียงพอ วอนสำนักเลขาธิการ เลือกประเด็นที่สำคัญๆเพื่อชี้แจง….

    วันนี้(10 ก.ค.)ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ,นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ,นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา และน.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ได้ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้สำนักราชเลขาธิการ ออกมาแถลงถึงกฎเกณฑ์ในการยื่นถวายฎีกา หรือการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยนายคำนูณกล่าวว่า มีส.ว.ส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่า กรณีที่กลุ่มเสื้อแดงดำเนินการล่ารายชื่อประชาชน เพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนในการยื่นถวายฎีกา หรือถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ในฐานะผู้น้อยจึงขอความกรุณาให้สำนักราชเลขาธิการ ได้ออกมาแถลงถึงขั้นตอน หลักเกณฑ์ ทั้งทางกฎหมายและประเพณีปฏิบัติ ว่ามีหลักเกณฑ์ที่เหมาะควรอย่างไร ซึ่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานราชเลขาธิการ พ.ศ.2538 ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ชัดเจนถึงบทบาทสำนักราชเลขาธิการ ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ประสานระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐบาล ภาครัฐและเอกชน รวมถึงงานราชการแผ่นดินและราชการส่วนพระองค์

    “ขณะนี้คนที่ออกมาพูดล้วนเป็นฝ่ายการเมือง ที่ตั้งข้อสงสัยว่าจะต้องได้รับโทษก่อนหรือไม่ ดังนั้นฝ่ายที่จะออกมาให้ข้อมูลได้เป็นกลางที่สุด คือสำนักราชเลขาธิการ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณว่าจะร่วมลงชื่อหรือไม่ จะได้เป็นข้อยุติเสียที”นายคำนูณ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการสมควรหรือไม่ เพราะประเพณีปฏิบัติไม่เคยมีมาก่อนที่จะเรียกร้องให้สำนักราชเลขาธิการออกมาแถลงในเรื่องใดๆ นายคำนูณ กล่าวว่า ด้วยความเคารพเราในฐานะผู้น้อย ทราบดีว่าประเพณีปฏิบัติปกติจะไม่มีการแถลง แต่ประเด็นนี้ถือว่าใหญ่หลวงต่อสังคม ที่อยากให้เกิดความชัดเจน จึงต้องกราบขอความกรุณาให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลยังไม่ชัดเจนเพียงพอ เมื่อพิจารณาดูต้นร่างของคำร้องของกลุ่มดังกล่าวแล้ว มีเนื้อหาที่ล่อแหลม หมิ่นเหม่ต่อสถาบันศาล การตั้งเป้าล่าชื่อ 1 ล้านคนไม่ว่าจะเกิดผลในพระบรมราชวินิจฉัยอย่างไร ล้วนแต่จะมีผลกระทบทั้งสิ้น

    ด้านนายอโณทัย กล่าวว่า ขั้นตอนการถวายฎีกาต้องดำเนินการผ่าน 2 หน่วยงานคือ ยื่นผ่านสำนักงานราชการวัง จากนั้นจึงจะไปถึงสำนักราชเลขาธิการ อย่างไรก็ตามช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมาก ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นเหม่ที่จะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังนั้นจึงต้องขอความกรุณาสำนักเลขาธิการ ควรเลือกประเด็นที่สำคัญๆเพื่อชี้แจง เพื่อให้สังคมเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง.

    [จาก http://www.thairath.co.th/content/pol/18565

  23. septimus says:

    Good morning ค่ะคุณเอ๋natayaa

    ด้วยความยินดีค่ะคุณเอ๋

    …..ดีใจมากๆค่ะที่บ้านนี้สามารถแบ่งปันความรู้ได้บ้างค่า…..

    Have a lovely day ค่ะ

    ^___*

  24. septimus says:

    อรุณสวัสดิ์ค่ะเหล่าซือana123

    คนไทยเราโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อนะคะเหล่าซือที่มีผู้นำของชาติที่ทรงพระอัจฉริยะ ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลนับได้เป็นร้อยปี ทรงทิ้งมรดกไว้ให้พวกเราลูกหลานที่เหลวไหลจัดการอะไรไม่เป็นมากมายเหลือเกินนะคะ

    …สำหรับเจ้าหนูโนบิตะ เกรงว่าพวกเราคงต้องหาโดเรม่อนให้เจอก่อนค่ะเหล่าซือคะ ฮ่า………………..

    ^,^ ^,^

  25. septimus says:

    อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่athenaz

    ขอบพระคุณมากค่ะพี่ กลอนของพี่ได้อย่างใจคิดเลยค่ะ(แต่เขียนไปเป็น ฮ่า)

    ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ

    Have a nice day นะึคะ

    ^___*

  26. athenaz says:

    พระองค์..ทรงเห็น..การณ์ไกล
    วางหลักไว้ ให้ฐาน..หลักการแกร่ง
    ยุคสมัย.. ผ่านไป.. ไม่สำแดง
    ต้นทุนแห่ง..สยามสมัย..ไทยรุ่งเรือง

    ทรงบริหาร..การบ้าน..ทันฝรั้ง
    ทรงรับสั่ง..สร้างไท..ทุกเขตเมือง
    นามกระเดื่อง..”เอดยูเคลั่น”..ไทยรุ่งเรือง
    สื่อประเทือง..ปัญญาชาติ ..พสกไทย

    P athenaz :)

  27. ana123 says:

    ยิ่งได้อ่านก็ยิ่งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 5 นะคะ
    ท่านทรงพระปรีชามาก จึงได้พาประเทศให้พ้นจากการรุกรานของชาติอื่นๆ
    ทรงมีวิสัยทัศน์เข้าพระทัยธรรมเนียมและรู้เท่าทันต่างชาติ
    ทั้งที่การสื่อสารในยุคนั้นไม่ได้ง่ายและเปิดกว้างอย่างยุคนี้เลย

    อยากให้คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตยมาอ่านจังค่ะ
    จะได้แหลมคมขึ้นมาบ้าง ดีแบบทื่อๆ นี่ น่า…นะคะ

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

  28. natayaa says:

    ขอบคุณมากค่ะคุณเซบฯ นี่ถ้าไม่ได้คุณเซบฯ ก็ไม่ได้อ่านนะเนี่ย เพราะนิสัยไม่ดี ไม่ชอบค้นคว้า มาเล่นบลอก แล้วได้อ่านอะไรดีๆ เยอะเลย โดยเฉพาะจากบ้านนี้ ขอบคุณอีกทีค่ะ

Leave a Reply