septimus' blog

ระบอบประชาธิปไตย(ที่ช่างยากเย็นแสนเข็ญ?)

 

 

Photobucket

    

 

 

 

 

ฉันรู้ว่าเมืองไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม และเป็นที่ที่ประชาธิปไตยกำลังเติบโต แม้บางครั้งการเมืองไทยจะมีความเผ็ดร้อนยิ่งกว่าอาหารไทย

 

 

 

ประเทศชาติต้องมาก่อน การเมืองมาแล้วก็ไป คนแพ้และชนะการเลือกตั้งทันทีที่การเลือกตั้งจบลง คุณอาจยังมีความเห็นด้านนโยบายที่ไม่ตรงกัน แต่เราควรพยายามเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

 

 

 

มันเป็นยุคของผู้นำที่เป็นคนหนุ่มสาวอายุน้อยกว่าเรา พวกเขาเต็มไปด้วยพลังความใส่ใจและทำงานหนัก……ฉันรู้สึกประทับใจกับการที่มีผู้นำคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น หวังว่าคนรุ่นใหม่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดของคนรุ่นเก่า และเข้าใจว่ารัฐบาลต้องทำงานเพื่อประชาชน โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตย คุณต้องแสดงให้เห็นว่ามีความหวังในการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยผู้คนให้มีทรัพย์สิน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกหลาน

 

 

 

ในประเทศเรา เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เราพยายามทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในระบบของเรา เมื่อประธานาธิบดีขอให้คุณเข้ามาทำหน้าที่ คุณรู้สึกว่าควรทำเพื่อให้ประธานาธิบดีประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดีก็ขอให้คนจากพรรครีพับลิกันมาทำงานให้ด้วย ไม่เฉพาะจากพรรคเดโมแครต

 

 

[คำให้สัมภาษณ์ของคุณฮิลลารี คลินตัน

 

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ

 

อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

 

ในรายการ ชีพจรโลก ของคุณสุทธิชัย หยุ่น]

 

   

.

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

เมื่อได้อ่านข้อเขียนเรื่อง

 

ประเทศชาติต้องมาก่อน คลินตันสอนนักการเมืองไทย 

 

ของคุณลม เปลี่ยนทิศ

 

แล้วรู้สึกขอบคุณไม่หาย

 

 

 

ที่

 

อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

 

ผู้เคยพ่ายแพ้ให้แก่คุณบารัค โอบาม่า

 

ในการรับเลือกเป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ…ประเทศแม่แบบระบอบประชาธิปไตย

 

ได้มาแสดง…

 

สปิริต+กึ๋น+วิสัยทัศน์+น้ำใจนักกีฬา(ด้วยเอ้า)

 

เฉกเช่นนักการเมืองแห่งระบอบประชาธิปไตยเต็มใบขนานแื้ท้ไม่มีบิดเบี้ยว…

 

ให้ได้ชม

 

ถึงในบ้าน เรา

 

กับยังเน้นย้ำโดยตลอด…

 

เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

 

ไม่ว่าจะคิดขยับทำอะไรก็ตาม

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

ถือว่าเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทย

 

ที่

 

ทั้งชาวบ้าน

 

ทั้งนักการฯ

 

จะได้เรียนรู้ความจริงบทหนึ่งในประชาธิปไตยของจริง

 

ไปพร้อมๆกัน ในเวลาเดียวกัน

 

 

 

 

Photobucket

 

 

 

 

กับจะได้มองใหม่

 

ที่เห็นๆ รกๆ เย้วๆ ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

ไม่หยุดไม่่หย่อน ยัดเยียดกันตรงหน้า ไม่เกรงอินทร์ำพรหมยมยักษ์

 

เป็นอะไรกันแน่

 

 

???

 

 

ประชาธิปไตยส่วนตัว ?

 

ประชาธิปไตยเฉพาัะกิจ ?

 

ประชาธิปไตยชั่วคราว ?

 

ประชาธิปไตยแอบแฝง ?

 

ประชาธิปไตยกดดัน ?

 

ประชาธิปไตยเว้นวรรค ?

 

ประชาธิปไตยปลอมปน ?

 

ประชาธิปไตยฉกฉวย ?

 

ประชาธิปไตยขี้คุย ?

 

ประชาธิปไตยขี้ตู่ ?

 

ประชาธิปไตยขี้จุ๊ ?

 

หรือ ?

 

ธุรกิจเอสเอ็มอี ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์เซงลี้โปรเจ็คประชาธิปไตย ?

 

 

 

 

 

 

Photobucket 

 

แหล่งข้อมูล        http://www.thairath.co.th/content/pol/21767

 

ขอขอบคุณ        คุณสุทธิชัย หยุ่น และ คุณลม เปลี่ยนทิศ   

 

ภาพ                 จากFwd Mail

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    สะหวัดดีเจ๊า คุณchaba2550ยิ้มจั๊ดงามเจ๊า คิก คิก

    ^___*

  2. septimus says:

    ช้าๆก็ได้ค่ะP athenaz น้องๆรอได้ค่า ฮ่ะๆๆๆๆ…………..

    ใจเย็นๆค่ะพี่ กะเดี๋ยววันศุกร์นี้ก็รู้เรื่องค่ะ ว่ามีแพะกี่ตัง อ้าว!

    ฮ่า………………..

  3. chaba2550 says:

    :)

  4. athenaz says:

    มาอ่านช้า.. ไม่มีใครรอเล้ย..คุณป้า
    แถมตามทวงให้พาเที่ยว..

    นายกรูปหล่อบอก
    “ประเทศชาติต้องมาก่อน” การเมืองมาแล้วก็ไป ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน อย่างที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน”…อยากให้ท่านลุกขึ้นมาออกงิ้วมั่ง อย่างเรื่องตัวการสั่งยิงคุณสนธิงี้ เรื่อง นายพัชรวาท วงศ์สุวรรณ ว๊าก ก็ยังหล่ออยู่ดี ขอให้ท่านปากกับใจตรงกัน

    ขอบคุณเรื่องดีๆค่ะ sept

    P athenaz:)

  5. septimus says:

    ด้วยความยินดีที่สุดค่ะคุณดาวคนสวย

    ^___^

  6. septimus says:

    ฮ่ะๆ………..เข้าสิคะคุณเอ๋คะ

    สันดานนี่น่าจะใช้ซุปเปอร์กลูตราช้างเป็นอย่างน้อยนะคะคุณเอ๋ ทนทานชะมัดเลยค่ะ ฮ่ะๆๆๆๆ……………..

  7. septimus says:

    ไอคอนนี้พี่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อวานนี้เองค่ะ เป็นฝีมือละเลงสีรูปแรกของพี่เองนะคะ ^,^ หนูมัทว่าพอไหวไหมคะ พอดีเพิ่งพบว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้อยู่ทุกวันมีโปรแกรมวาดรูปด้วยก็เลยเก้ๆกังๆลองดูซะหน่อยว่าเป็นยังไงน่ะค่ะ ตอนนี้ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยถูกค่ะ ถ้าหนูมัทอยากลองก็หาโปรแกรมนี้ในเครื่องนะคะ…

    “C:Program FilesMicrosoft Experience PackInk ArtInk Art.exe”

  8. septimus says:

    เจ้า… หนูมัทหายไปไหนมา ดอกไม้ช่อแค่นี้ยังไม่พอกับความคิดถึงหรอกนะคะ ฮ่ะๆๆๆๆๆ……………ดีใจมั่กๆค่ะที่น้องสาวจอมซนกลับมาแล้ว คิดถึงค่ะคิดถึง

    ^,^ ^,^

  9. septimus says:

    โอย คุณhakungคะ นั่นน่ะข่าวร้ายท้าทายความรู้สึกประชาชนอีกแล้วนะคะ พวกนี้ก็แปลกนะคะ คิดข้างถูกไม่เป็นเอาซะเลย มีโอกาสทำดีประดับเกียริตตัวเองแล้วแท้ๆ กลับโยนแล้วเหยียบซ้ำซะอีกแน่ะค่ะ

    :)

  10. septimus says:

    ยังไม่รู้จะเก็ทหรือเปล่าเลยนะคะคุณgibsiiคะ และดิฉันก็ยังไปพบข้อมูลจากท่านเปลว สีเงินเพิ่มมาอีกนะคะเนี่ยะ ตอนหนึ่งใน http://thaipost.net/news/240709/8230 ท่านเปลวเล่าไว้ว่า….

    “ ในบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศที่มาประชุมทั้งหมด ผมว่า “นางฮิลลารี คลินตัน” เปล่งแสงออราเจิดจ้าเข้าตาเป็นพิเศษ จะว่าไปแล้ว ตอนนี้ดูเธอจะสดใส เปล่งประกายผู้นำที่ชาญฉลาดได้มากกว่าตอนหาเสียงเป็นประธานาธิบดีแข่งกับนายบารัก โอบามา เสียอีก ท่านว่ามั้ย?

    ยิ่งตอน “คุณสุทธิชัย หยุ่น” สัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ช่อง ๙ คืนก่อน เธอตอบและแสดงทัศนะด้วยภาวะผู้นำเจิดจ้า ตอนหาเสียงเป็นประธานาธิบดี ไม่ค่อยต้องชะตาผมนัก เพราะผมรู้สึกว่าเธอหนักไปทางเสแสร้งเป็น มากกว่าสิ่งที่เธอเป็น

    แต่ที่ดูทางโทรทัศน์คืนวานซืน เธอพูดจาด้วยความเป็นตัวตนของ “นางฮิลลารี คลินตัน” แท้ๆ และเธอตอบในประเด็นจากที่ฟาดฟันกับโอบามาตอนหาเสียง และเมื่อทุกอย่างจบ เธอยอมมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศให้โอบามาชนิดเข้าถึงแก่นประชาธิปไตยที่เราฟังแล้ว ไม่ควรแค่ผ่านหู

    ต้องจำลึกๆ ไว้ในใจเลยทีเดียว ที่การเมืองบ้านเราเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะขาดตรงนี้ ยึดอัตตาบนประโยชน์เฉพาะตัวเหนือยึดกฎกติกาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

    เท่าที่ผมสังเกต มีนิสิต-นักศึกษาส่วนหนึ่งร่วมฟังในรายการคุณสุทธิชัยสัมภาษณ์นางคลินตันอยู่ด้วย ต้องจำกันไว้ให้ขึ้นใจนะครับ ในสูตรก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่นางคลินตัน “สอน” ให้ด้วยความเต็มใจ สรุป ๓ อย่าง คือ

    -ต้องหมั่นศึกษาเล่าเรียนมากๆ

    -ต้องช่วยเหลือสังคม และเข้าใจคนอื่นให้มากๆ

    -ต้องเป็นตัวของตัวเอง! “

    ^___*

    ดิฉันยังรู้สึกเสียดายจริงๆเลยค่ะที่ไม่มีโอกาสได้ดูรายการนี้

  11. septimus says:

    สวัสดีค่ะP athenaz

    *___^

  12. septimus says:

    ทางนี้ก็เช่นกันค่ะคุณศศิคะ

    ของไทยคงอีกนานนะคะ(ต้องสร้างสปิริตก่อน ฮ่า….)

  13. septimus says:

  14. alphabet says:

    ขอบคุณมาก ๆ ที่มาเล่าให้ฟังค่ะ
    มีคณค่ามากนะคะ

  15. natayaa says:

    สันดอนขุดได้ สันดาน นักการเมืองไทย ขุดทิ้งลำบากค่ะ อิอิ พอเข้ากับเรื่องคุณเซบได้บ้างไหมเนี่ย เม้นท์เช่นนี้

  16. tomorrow02 says:

    …เปลี่ยน ไอคอน ใหม่ น้อง จำบ่ ด้ายก่า อิอิ

  17. tomorrow02 says:

    หวัดดีค่ะพี่สาว

  18. hakung says:

    พี่เซปคะ
    กะโหลกหนาปัญญาอายอย่างนักการเมืองบ้านเรา
    คงไม่เข้าใจ คิดไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่อง พูดอะไร
    คาดหวังกับนักการเมืองไทย
    คงผิดหวังอย่างเดียวแหละ
    ไม่มีเงินไม่มีหวัง
    มีเงินอย่างหวังว่าจะดี
    เดี๋ยวก็เอาเงินเราไปหมด
    เขาเสวยสุขเราก็เสวยทุกข์ไป

    เมื่อวานเจอคณะข้าราชการหนังสือเดินทางสีน้ำเงิน
    เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตั๋วจากภาษีของเรา
    เมาแอ๋ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่องทั้งคณะ๕คน

    หมดหวังจริงๆ ค่ะ

  19. gibsii says:

    พวกนักการเมืองไทยโดน คุณฮิลลารี คลินตัน สั่งสอนจะสำนึกหรือไม่

    แหม..ต้องให้ต่างชาติมาชี้นำ

  20. athenaz says:

    มายิ้มแฉ่งตอนเที่ยง เดี๋ยวมาอีกที่นะคะ :))

    P athenaz :)

  21. sazzie says:

    ของบ้านเราพรรคเดียวกันยังยกมือโหวตให้อีกฝ่ายไม่ได้เลยค่ะ
    ที่นั่นถึงจะคนละพรรคแต่ถ้านโยบายเจ๋ง อีกพรรคก็สนับสนุนด้วยได้
    ไม่มีมานั่งกัดกันภายในพรรคหลังจากนั้น

    หรือหากพรรคเดียวกันเสนอนโยบายที่ไม่น่าจะเกิดผลที่ดี
    เขาก็ใช้สิทธิ์ไม่โหวตสนับสนุนกันได้

    เรื่องแบบนี้ ยังไม่เคยเห็นในรัฐสภาไทยค่ะ
    นอกจากกำลังจะแยกตัวออกจากพรรคเดิมนั่นล่ะ
    ถึงจะกล้าแข็งขืนกันหน่อย

    :)

  22. septimus says:

    ฮ่ะๆๆๆ………น้านูเขียนกลอนไทยเดิมซะถูกใจดิฉันขนาดนี้ กรุณาอย่าได้เกรงอกเกรงใจไปเลยค่ะ ภาษาไทยของเราเองแท้ๆ ต้องช่วยกันใช้สิไม่ว่านะคะ ฮ่ะๆๆ……………

  23. nunohatyai says:

    :) ประชาธิปไตย
    ระบอบพอใจของพวกกู
    พวกมึงเงียบไว้อย่าสู่รู้
    เหอะน่า!! ระบอบพวกกู..ประชาธิปไตย

    ปล.ขออภัยที่ใช้คำโบราณสมัยพ่อปกครองลูกปะปนไปบ้างครับ
    เกรงใจคุณsepti.ที่รักเหลือเกิน
    ขอบคุณมากที่สุด :) ครับ

  24. septimus says:

    ประเทศชาติต้องมาก่อน คลินตันสอนนักการเมืองไทย
    โดย ลม เปลี่ยนทิศ 25 กรกฎาคม 2552, 05:01 น.

    วันเสาร์สบายๆวันนี้ มาคุยเรื่อง การเมืองแบบสร้างสรรค์ กันดีกว่านะครับ ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ คุณฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ในรายการชีพจรโลก ของ คุณสุทธิชัย หยุ่น แล้วรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง อยากนำมาถ่ายทอดให้ คนไทย และ นักการเมืองไทย ได้อ่านกันอย่างทั่วถึง

    ไม่เสียแรงที่ คุณคลินตัน เคยเป็นคู่แข่งชิงเก้าอี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ บารัก โอบามา อย่างถึงพริกถึงขิงกันมาแล้ว

    คุณฮิลลารี คลินตัน มองการเมืองไทยเวลานี้ว่า “การที่เราเป็นพันธมิตร มีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน ทำให้เราเข้าใจไทยในเชิงกว้าง ฉันรู้ว่าเมืองไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม และเป็นที่ที่ประชาธิปไตยกำลังเติบโต แม้บางครั้งการเมืองไทยจะมีความเผ็ดร้อนยิ่งกว่าอาหารไทย ฉันรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยต้องแก้ปัญหาเอง แต่ฉันเชื่อมั่นในประชาธิปไตยที่กำลังเติบโต และความมีเสถียรภาพของไทย”

    ผมชอบใจที่ คุณฮิลลารี คลินตัน เปรียบเทียบ การเมืองไทย ในเวลานี้ว่า เผ็ดร้อนยิ่งกว่าอาหารไทย ทำให้มองเห็นภาพการเมืองไทยได้ชัดเจนเลยทีเดียว

    คุณคลินตันยังได้แสดงความเห็นถึงฉายา “โอบามาร์ค” ของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คนไทยตั้งให้เลียนชื่อ ประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐฯว่า

    “ฉันคิดว่าไม่ยุติธรรมที่จะเปรียบเทียบผู้นำคนหนึ่งกับผู้นำอีกคนหนึ่ง ต่างคนต่างไม่เหมือนกัน แต่สำหรับคุณสมบัติที่คุณพูดถึง (เป็นคนหนุ่มด้วยกัน) มันเป็นยุคของผู้นำที่เป็นคนหนุ่มสาวอายุน้อยกว่าเรา พวกเขาเต็มไปด้วยพลังความใส่ใจและทำงานหนัก สถานการณ์การเมืองในแต่ละประเทศแตกต่างกัน

    ฉันรู้สึกประทับใจกับการที่มีผู้นำคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น หวังว่าคนรุ่นใหม่จะเรียนรู้ข้อผิดพลาดของคนรุ่นเก่า และเข้าใจว่ารัฐบาลต้องทำงานเพื่อประชาชน โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตย คุณต้องแสดงให้เห็นว่ามีความหวังในการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยผู้คนให้มีทรัพย์สิน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกหลาน”

    เมื่อถามถึงการตัดสินใจเข้าทำงานร่วมกับ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา อดีตคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิงในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว

    คำตอบของ คุณฮิลลารี คลินตัน เป็นคำตอบที่นักการเมืองไทยทุกคนควรอ่าน และมีจิตสำนึกอย่างที่คุณคลินตันเธอมี

    “เป็นคำถามที่ถามกันมาก ลองคิดดูสิ เราขับเคี่ยวกันอย่างหนัก แถมยังพูดในสิ่งที่อาจไม่ค่อยดีต่อกัน แต่ในประเทศเรา เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เราพยายามทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในระบบของเรา เมื่อประธานาธิบดีขอให้คุณเข้ามาทำหน้าที่ คุณรู้สึกว่าควรทำเพื่อให้ ประธานาธิบดีประสบความสำเร็จ และประธานาธิบดีก็ขอให้คนจากพรรครีพับลิกันมาทำงานให้ด้วย ไม่เฉพาะจากพรรคเดโมแครต…

    ตอนฉันอยู่อินโดนีเซียก็ถูกถามคำถามนี้มาก ฉันจึงตอบไปว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อเมริกาเรียนรู้มาตลอดหลายปีแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย นั่นคือ ประเทศชาติต้องมาก่อน การเมืองมาแล้วก็ไป คนแพ้และชนะการเลือกตั้งทันทีที่การเลือกตั้งจบลง คุณอาจยังมีความเห็นด้านนโยบายที่ไม่ตรงกัน แต่เราควรพยายามเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

    แม้บางประโยคจะฟังดูดีจนเกินจริง แต่อีกหลายประโยคก็เป็นจริง

    สิ่งที่ผมอยากให้ นักการเมืองไทยเรียนรู้ และ สร้างจิตสำนึกใหม่ขึ้นมา จากคำพูดของ คุณฮิลลารี คลินตัน ก็คือ “ประเทศชาติต้องมาก่อน” การเมืองมาแล้วก็ไป ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน อย่างที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน.

Leave a Reply