septimus' blog

เหง้า "ไท"

 

Photobucket

 

 

คงไม่ใช่เราคนเดียวที่เมื่อไม่มีเวลาก็มักเก็บข้อมูลที่สนใจไว้อ่านทีหลัง(ตามประสาคนงกความรู้)

 

 

และเช้านี้ทุกสิ่งรอบตัวกำลังอำนวย จึงเรียกไฟล์ที่เก็บไว้มาอ่านเป็นจริงเป็นจังสักที

.

พออ่านมาุถึงบทความ กรรมของสัตว์ ที่คุณกิเลน ประลองเชิงได้รีเสิร์ชแล้วสรุปเรียบเรียงไว้อย่างน่าสนใจก็จำต้องหยุด เรียกเวิร์ดไฟล์มาจิ้มแทน เพราะเหตุถูกใจอยู่สองส่วน…

 

 

 

Photobucket

 

 

ส่วนแรก เป็นการย้ำ ประมาณ…จีนไทยใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน

 

 

 

เริ่มขึ้นมาลอยๆที่การสวนกระแสของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ…ถกเถียงว่าประวัติศาสตร์ชนชาติไทย คนไทยไม่ได้มาจากภูเขาอัลไต ฯลฯ ไม่ได้มาจากไหน แต่คนไทยเราอยู่ที่นี่…ที่ที่เราอยู่กันในวันนี้นี่เลย

 

 

 

แล้วก็เข้าเรื่องที่เป็นเหตุเป็นผลว่า…

ถ้ารับหลัก แตกหนีจากน่านเจ้า…ยังมีเผ่าไทอีกมากมายกระจัดกระจายอยู่ในจีน เวียดนาม พม่า และอินเดีย…และไทยเราวันนี้ ก็คือไทยน้อย

 

 

 

ในหนังสือประวัติศาสตร์จีน ที่คุณลิขิต ฮุนตระกูล แปล…ที่หน้าแรก ในสมัยพระเจ้าเหาตี้ (ประมาณสี่พันปีมาแล้ว) คนเผ่าที่ถูกเรียกว่าไทไท (ไทสองตัว) รับหน้าที่เก็บภาษีอากรส่งราชสำนัก (เทียบเท่ารัฐมนตรีคลังในสมัยนี้)





 

ต่อมา ผลงานการค้นคว้าของ ศ.เจีย แยนจอง ตีพิมพ์เป็นภาษาไทย คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ตั้งชื่อหนังสือว่า “ไท” ไม่ใช่ “คนไทย” แต่เป็นเครือญาติชาติภาษา…อธิบายไว้ตอนหนึ่งว่า…

เผ่าไทเป็นเผ่าใหญ่ อยู่ใกล้กับเผ่าฮั่นของจีนมานมนานกาเล

สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ (กว่าสองพันปีมาแล้ว) ทรงรวบรวมแว่นแคว้นได้เป็นหนึ่งเดียว เหนียวแน่นต่อเนื่องมาจนถึงสมัยราชวงศ์ถัง รัชกาลถังไท่จง ยุคทองของศิลปวัฒนธรรมจีน (เมื่อพันสองร้อยปีมาแล้ว)…

งานแรกๆของรัฐบาลผู้พิชิต ก็คือการสลายชนเผ่าไท ด้วยนโยบายแอบแฝง…กลืนชาติ เอาผู้หญิงไทเป็นเมีย เพื่อให้ลูกเกิดเป็นฮั่น

เชื่อกันว่า หลายมณฑลใหญ่ของจีนปัจจุบัน ไม่ว่า ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ ฯลฯ ผู้คนส่วนใหญ่ที่ว่าเป็นจีนนั้น มีเชื้อสายไทผสมอยู่ไม่น้อย

 

 

ดังนั้นจีนจึงปนไทเอาไว้แล้วตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์

 

 

ครั้นมาถึงยุคลอดลายมังกร เอ้ย เสื่อผืนหมอนใบ…อาเหล่ากงอาเหล่าแปะเมื่อเข้ามาในดินแดนสยามก็มีเมียไทยอีก ก็จึงเติมเชื้อไทยเข้าไปอีก

 

 

 

 

ส่วนที่สอง ประมาณ… คมในคำ




 

เล่าเรียงไว้ดังนี้

 

 

การปกครอง เปิดเผยว่าในยุคแรกๆ ใช้ระบบจิ๊หมี…

 

 

จิ๊ หมายถึง ตะกร้อคลุมปากม้า

หมี หมายถึง สายสนตะพายควายหรือวัว

ระบบจิ๊หมี จึงสื่อความหมาย คนใต้การปกครองเป็นสัตว์(ม้าหรือวัวควาย)…ไม่ใช่คน(อูย แสบ)




 

คุณจิตร ภูมิศักดิ์ ค้นรากเง้าของคำว่า “ไท” มีความหมายว่า “คน” …

 

 

ชื่อไท ได้มาเพื่อประกาศให้ผู้ปกครองสำนึกว่า กูไม่ใช่สัตว์ แต่กูเป็นคน

การประกาศชื่อ “ไท” สื่อความหมายของความไม่ยินยอมพร้อมใจ ยืนยันจิตวิญญาณของการต่อต้านระบอบการปกครองที่ครอบงำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนั้น




 

จนถึงสมัยราชวงศ์หมิง คงเก็ทว่ากลุ่มคนไทประท้วงเงียบแต่อหังก์นัก ระบบจิ๊หมี จึงต้องเปลี่ยนเป็น ระบบเซียนเว่ย…

เซียน หมายถึง ประกาศป่าวร้อง

 

 

เว่ย หมายถึง ปลอบโยน ชักจูง เกลี้ยกล่อม

 

 

ระบบนี้ต่อมาเรียกด้วยสำเนียงไทยที่เราคุ้นหูว่า “แสนหวี”




 

ระบบจิ๊หมี สื่อความ “ฝูงสัตว์ต้องต้อน”                ระบบเซียนเว่ย สื่อความ “ฝูงชนต้องนำ”



 

 

 

Photobucket

 

 

 

และไหนๆก็ชื่นชมเรื่องคำคมที่ประกาศตัวตนชัดแล้วขอต่ออีกหน่อยกับคำแปลกที่เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต สักขาถ่างหู ก็เป็นคุณกิเลน ประลองเชิงอีกนั่นแหละที่เล่าไว้ ว่า…

 

 



ในหนังสือรอยสักสยาม(สำนักพิมพ์สยามบันทึก) คุณสังคีต จันทนะโพธิ เขียนไว้ในคำนำว่า

ลุศักราช 1132 ปีฉลูโทศก ปีนั้นเกิดฟ้าผ่าปราสาท กรุงอังวะเกิดพายุใหญ่ พัดฉัตรยอดเจดีย์พระเกศธาตุ เมืองย่างกุ้ง หักลง พม่ามีประกาศติดตามหัวเมืองล้านนา (เมืองที่พม่ายึดครอง) ทั้งปวงว่า…

 

ให้ผู้ชายสักขาดำ ให้ผู้หญิงขวากหู ถือม้วนลาน

 

 

คำ ผู้หญิงขวากหู คุณสังคีตไม่ได้แปลไว้ ผมเข้าใจเอาว่า คงหมายถึงการเจาะหู

 

ส่วนคำว่า ถือม้วนลาน มีคำอธิบายว่า ใบลานม้วนเป็นหลอด แล้วก็เสียบเข้าไปในรูที่เจาะไว้บนใบหู

คำประกาศของพม่า เป็นที่มาของคำว่า “สักขา-ถ่างหู”

คุณสังคีต บอกว่า คำพื้นเมืองล้านนานั้น ตัวอักษร ถ. เวลาพูดเพี้ยนเป็นตัว ต. ตัวอย่างคำ ถ้ำทับเถ้า เพี้ยนมาเป็น ถ้ำตับเต่า

คำ ถ่างหู จึงเพี้ยนมาเป็น ต่างหู และเป็น ตุ้มหู

ทำให้คิดได้ว่า ธรรมเนียมผู้หญิงใส่ต่างหู ได้มาจากคำสั่งของพม่า ที่ต้องการให้คนในบ้านเมืองที่ยึดครอง แสดงสัญลักษณ์ใครเป็นใครให้ชัดเจน

ผู้หญิงเป็นเพศอ่อนแอ จะสั่งให้สักก็ดูจะโหดร้ายเกินไป การให้เขียนเลขบอกสังกัดในม้วนใบลาน เสียบไว้บนใบหู ดูจะเป็นทางเลือกที่ประนีประนอมทะนุถนอม…ไม่น้อย

 

 

ส่วนเรื่องการสัก คุณกิเลนกลับเล่าถึงธรรมเนียมสักเลกของไทยว่า…

 

 

คุณสังคีตบอกว่า ไทยเรามีธรรมเนียมสักเลกมาช้านาน จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6

 

ทหารเรือสักที่แขนด้านใน บรรทัดที่ 2 มีคำว่า ทร. ทหารบก มีอักษรว่า ทบ.

ส่วนบรรทัดที่ 1 สักศักราช

 

บรรทัดที่ 3 บอกเลขประจำตัว และกรมทหารที่สังกัด

การสักเลกในไทย แสดงความเป็นทหาร ผูกพันกับราชสำนัก ฐานะสูงกว่าทาสที่สังกัดเจ้าขุนมูลนาย การสักเลกในไทย จึงเป็นสัญลักษณ์ด้านดี อย่างน้อยก็ดีกว่าฐานะทาส(พม่า)




 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล : คุณกิเลน ประลองเชิง

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    Photobucket

  2. septimus says:

    Photobucket

  3. septimus says:

    Musicนี้ฟังสบายๆดีนะคะพี่คะ

    ^__*

  4. septimus says:

    ใช่แย้วค่ะพี่ ถึงเดี๋ยวนี้แล้วไม่มีประเทศไหนที่มีสายเลือดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในคนของตัวสักแห่งนะคะ

    น้องเคยคิดเล่นๆค่ะพี่ ถ้าโลกนี้ยังคงอยู่ต่อไป คาดว่ามนุษย์ในอนาคต…500 ปี หรือ 1000 ปี… น่าจะมีรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ดีเอ็นเอ เป็นแพทเทิ่นเดียวกันค่ะ

    :))

  5. athenaz says:

    beautiful music ka !
    Flowers and gardens around Sydney

  6. athenaz says:

    ขอบคุณควารู้ที่เลือกมาเล่า..

    เรื่องจีนไทย เป็นพี่น้องกันนั้น พี่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
    นอกเหนือจากที่จารึกไว้ตั้งแต่สมัยประเทศสยามยังใช้รศ แล้ว

    ในยุคกรุงศรีอยุธยาต่อต้นรัตนโกสินทร์ เราก็เจริญสัมพันธ์กับจีนในราชวงศ์ต่างๆของจีนเสมอมา

    ปลายรัตนโกสินทร์ จีนก็อพยมมาพึงพระบรมโพธิสมภารนั้น มีทั้งมาจากแผ่นดินใหญ่ มาทางเรือ
    (จากหมู่บ้านเดียวกัน..สายหนึ่งมาไทย สายหนึ่งไปสิงคโปร์ มาเลย์ )
    ส่วนทางเหนือล้านนานั้น มาจากไทยใหญ่ ผิวพรรณจงาม จึงเป็นพี่น้องกันสองต่อ

    สามีพี่มีญาติผู้พี่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันที่เมืองจึน ปัจจุบันเป็น Singaporean ไปมาหาสู่กันในรุ่นลูกๆ

    หรือผสมพม่าเข้ามาทางตะเข็บชายแดน ก็จะคมคายกว่าเป็นผิวพม่าตาแขก ทางเหนือก็มีลูกผสมเช่นนี้อยู่นะคะ

    เอาจริงเข้าสายเลือดแท้ประเทศไหนไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยเรามีภาษาถิ่น (พูด)
    นับได้มากมายหลายสิบภาษาเทียวค่ะ วงการล่ามก็หาคนพูดภาษาเหล่านี้ยากมาก พวกนี้ตัวอยู่ไทย แต่สื่อภาษาไม่ได้ เพราะอยู่ห่างไกล

    ส่วน “ต่างหู” พี่นึกว่า เดิมทีเรียกเช่นนี้ เพราะใส่แล้วสวยงาม ดูต่างใบหู ประดับประดาไปให้งดงาม
    แล้วแผลงเป็นตุ้มหูเพราะใส่ไปมา เปลี่ยนแบบเป็นมีตุ้มห้อย จึงแผลงตามลักษณะ
    หารู้ไม่ว่าถือม้วนลาน คือนำม้วนลานมาเสียบม้วนไว้ที่ใบหู (ในรูหู หรือเหน็บซอกหู) เพื่อดูสัญญลักษณ์

    thanks for research ka.. I know little about this…but sociio linguistic is always my interest,

    P athenaz :))

  7. septimus says:

    ด้วยความยินดีค่ะน้องเมย์

    จริงๆพี่ก็เพิ่งได้คำตอบจากบทความนี้ค่ะ ตอนเด็กๆก็เฝ้าสงสัยว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ” เป็นอย่างไรกัน แต่ตามสไตล์เด็กดีแบบไทยค่ะ…ไม่ซักไม่ถามใครเลยค่ะ เก็บเงียบไว้กับสมองตัวเองเท่านั้นค่ะ ฮา……………………

  8. septimus says:

    สวัสดีค่ะน้องเจี๊ยบ

    ขอบคุณมากๆค่ะ ไม่ปฏิเสธอยู่แล้วเรื่องเที่ยวสำหรับพี่ ฮ่ะๆ…………………

  9. septimus says:

    จริงค่ะคุณกุ้งpkkk2714คะ ร่องรอยยังอยู่ครบทุกด้านค่ะ ฮา………………..

    ^,^

  10. septimus says:

    Good morning ค่ะเหล่าซือ

    ฮ่ะๆๆ………………ต้องรัดกุมหน่อยค่ะเหล่าซือ ช่วงนี้อากาศหน้าหนาวเพิ่งมาเอาตอนหน้าใบไม้ผลิค่ะ หนาวจนมือแดงหมดแล้วค่ะเหล่าซือ

    *__^

  11. ana123 says:

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

    วันนี้มาทบทวนประวัติศาสตร์กัน ย้อนหลังไปหลายปีแสงเลยค่ะ ฮิฮิ

    ว่าแต่คุณ sept แอบติดเวปแคมไว้ในกล่องคอมเม้นต์รึป่าวน๊า (ดีที่แต่งตัวรัดกุมนะคะเนี่ย…ย หุหุ)

    ;)))

  12. pkkk2714 says:

    ตามหาร่องรอยตัวเองด้วยอีกคนค่ะ

    หลายอย่างในปัจจุบันมีร่องรอยชัดเจน

    เพียงแค่หยุดและหมุนรอบตัวองช้าๆ

  13. initmate says:

    สวัสดีค่ะ พี่ sept … นำทะเลมาฝากพี่แล้วนะคะ ถ้าพี่ว่างแวะไปเที่ยวด้วยกันนะคะ

  14. xanax71 says:

    ประวัติศาสตร์ของแต่ละที่เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก…ถ้าเป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ยิ่งน่าสนใจ ชอบดูของหลายๆชาติเลย แต่ของบ้านเรา น้อยมากเลยนะที่จะนำมาสร้างให้ชม

    ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปันค่ะพี่

  15. septimus says:

    สวัสดีค่ะคุณน้านู

    …ไม่สนใจไม่ได้ค่ะคุณน้านูคะ

    ที่แน่ๆคุณน้านูอย่าดูภาพแรกนะคะ…ยิ่งทำให้เหงา เหงาลงไปอีกค่ะ

    ขอให้คุณน้านูหายเหงาไวๆนะคะ ขอบคุณคุณน้านูที่สุดที่แวะมาเยือนบ้านนี้ค่ะ

    ^__^ คุณน้านูก็สุขกับเสาร์ด้วยน๊าคะ ^__^

  16. septimus says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม

    ในไทยพวกอนุรักษ์เยอะดีนะคะ…คริ..คริ..

  17. nunohatyai says:

    สวัสดีครับคุณseptimusที่รัก
    วันเสาร์น้าตองทนเหงาใจต่อไปอีกวัน
    อันที่จริงความเหงามาเยือนกวนใจน้าตั้งแต่มะวานแล้ว
    อิอิปรเภทนั่งเหม่อบ่อยๆ จะว่าใจลอยก็ใช่
    น้าจะเป็นอย่านี้เสมอๆอ่อนไหว ไวต่อสิ่งเร้า
    แต่อย่าไปสนใจเลยจ่ะ อิอิ

    แวะมาเยือนเรือนคุณseptimusทุกครั้ง
    เจอะเจอสาระดีๆเสมอ
    สุดแล้วแต่ว่จะมีใครจจะหยิบเอาฉวยเอาไปทำให้เกิดคุณค่า
    ขอบคุณมากๆจึงจะเหมาะสำหรับseptimusที่รัก

    :)สุขกับเสาร์จ่ะ

  18. cumpreram says:

    …สวัสดีครับ…
    จิ๊หมี…ตอนนี้ยังมีอยู่ในไทย…คริ..คริ..

Leave a Reply