septimus' blog

ข้อปฏิบัติในการใส่บาตร

 

 

Photobucket

 

ตื่นเช้ามาใส่บาตรกันเถอะครับ พี่น้อง

 

 

ขั้นตอนการทำบุญง่ายๆ...แนะนำโดยหลวงพี่รูปหนึ่งที่คนส่งเมลล์ต้นทางไม่ได้ระบุไว้...มีดังต่อไปนี้



 

.

1. นิมนต์พระ

 



หลังจากที่เราเตรียมสำรับกับข้าวเรียบร้อยแล้ว เราก็ยืนรอพระที่จะเดินบิณฑบาตผ่านมา

การยืนรอพระในขั้นตอนนี้ ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่า เส้นทางนี้มีพระเดินผ่านหรือไม่

ไม่ใช่ว่าไปรอบนทางสายเปลี่ยวที่ไม่มีพระเดินผ่าน คงไม่ได้ใส่กันพอดี

รอซักพัก พอมีพระเดินมาก็นิมนต์ท่าน

การนิมนต์ ก็ควรใช้คำว่า "นิมนต์ครับ/ค่ะท่าน" แค่นี้พระท่านก็ทราบแล้ว



 

ตอนเป็นพระเคยเดินบิณฑบาตที่ตลาดเขมร โยมนิมนต์ด้วยถ้อยคำอันรื่นหูว่า "ท่านเจ้าประคุณเจ้าคะ นิมนต์เจ้าค่ะ" (ใช้คำไฮโซมาก)



 

มีอีกทีนึงโยมใช้คำว่า "นิมนต์เจ้าค่ะ พระอาจารย์" (เอ่อ โยม อาตมาเพิ่งบวชอาทิตย์เดียว)



 

การนิมนต์พระควรนิมนต์ด้วยความสำรวมและใช้เสียงดังพอประมาณ

โยมบางคนเรียกพระด้วยเสียงอันดัง "นิ โมนน!!" (แง้ ทำไมต้องตะคอกด้วย - -")



 

การนิมนต์ควรสังเกตอายุของพระด้วย

ถ้าอายุน้อยกว่าเราหรือว่าเยอะกว่าไม่มากก็เรียกว่าหลวงพี่ ถ้ามีอายุหน่อยก็เรียกหลวงน้า ถ้าแก่พรรษามากก็เรียกหลวงตา หรือนอกจากนี้ก็อาจจะเรียกหลวงอา หลวงลุง หลวงปู่ฯลฯ แล้วแต่จะลำดับญาติ



 

อย่างฉันปีนี้อายุ ๒๓ ปี หน้าตาค่อนข้างเด็ก แต่เคยมีโยมใช้คำว่า "นิมนต์ค่ะ หลวงลุง" ทำเอาเสีย self จนอยากสึกออกไปทำ baby face



 

โยมบางคนคงเขินอายพระ เนื่องจากไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร เวลาพระเดินมาก็ยื่นมือออกมาทำท่ากวักๆ ทำเหมือนพระเป็นรถเมล์



 

 

หลังจากนิมนต์พระ ก็เข้าสู่ขั้นตอนถัดไปคือ

 





 

 

2. จบ

 



อันนี้ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจบแล้วนะ



 

การจบ หมายถึง การเอามาทูนไว้ที่หัวแล้วอธิษฐาน



 

การจบ ควรใช้เวลาอธิษฐานแต่พองาม ไม่ต้องอธิษฐานนานจนเกินไป



 

เคยมีโยมนิมนต์ไปรับบาตร ไอ้เราก็เดินไปเปิดฝาบาตรรอรับ โยมก็จบอยู่ ขอบอกว่านานมากกกกกกก นานจนรู้สึกได้ นานจนอดคิดไม่ได้ว่า "โยมขออะไรเราน้า?"

 





 

 

3. ถอดรองเท้า ยืนด้วยเท้าเปล่า

 



จริงๆแล้ว จุดประสงค์ของการถอดรองเท้าคือเป็นการให้ความเคารพพระสงฆ์โดยการไม่ยืนสูงกว่าท่าน เพราะเวลาพระสงฆ์บิณฑบาตจะเดินเท้าเปล่า แต่มีญาติโยมบางคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับการถอดรองเท้าซึ่งมีหลายประเภทเหมือนกัน เช่น



 

บางคนถอดรองเท้าอย่างเรียบร้อยแต่ยืนบนรองเท้า - -" (สูงกว่าเดิมอีก)



 

บางคนถอดรองเท้าและยืนบนพื้นจริง แต่ว่าตัวเองยืนบนฟุตบาท พระยืนบนพื้นถนนซะงั้น (หนักกว่าเก่า)



 

 

เคยมีเรื่องเล่าว่า มีโยมคนนึงยืนใส่บาตรพระ พระเห็นว่าโยมใส่รองเท้าเลยแนะนำโยมไปว่า



 

พระ : "โยม อาตมาว่าโยมควรถอดรองเท้าใส่บาตรนะ"



 

โยมมีสีหน้าตกกะใจ ตอบพระไปว่า



 

โยม : เอ่อ จะดีเหรอคะ



 

พระ : ไม่เป็นไรหรอกโยม



 

โยมก็จัดแจงถอดรองเท้า ยกขึ้นมาพร้อมกับถามพระว่า



 

โยม : จะให้ใส่ข้างเดียวหรือว่าสองข้างเลยคะ



 

 

อิบ้า!! ท่านหมายถึงถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ไม่ใช่ถอดรองเท้าเอามาใส่ในบาตร



 

 

อันนี้เป็นเรื่องที่หลวงน้าท่านนึงเล่าให้ฟังระหว่างฉันเพล (เรื่องขำขันขณะฉันเพล)



 

 

 

พอถอดรองเท้าเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สี่

 





 

 

4. ใส่บาตร

 



อันนี้ถือเป็นจุดไคลแมกซ์ของการใส่บาตร



 

สิ่งสำคัญที่ทุกคนมองข้ามก็คือควรดูว่าของที่นำมาใส่บาตรนั้น เสียรึเปล่า

บางคนมีเจตนาอยากทำบุญดี แต่ดันไปซื้อของเสียมาใส่บาตร

พระฉันไป เข้าห้องน้ำไป

พวกร้านค้าก็จริงๆ บางครั้งเอาของค้างคืนมาขายเอากำไร ไม่สนใจพระเจ้า เห็นแก่ตัว หากินกับพระ

ก็ฝากด้วยนะครับ เด๋วทำบุญจะได้บาปเปล่าๆ



 

นอกจากนี้ ของที่นำมาใส่ ถ้าเพิ่งปรุงสุกเสร็จ ควรดูด้วยว่ามันร้อนมากรึเปล่า

เคยมีโยมใส่แกง ร้อนมากๆๆ บาตรเกือบหล่น ทั้งนี้เพราะบาตรทำจากโลหะ นำความร้อนได้ดี



 

ปริมาณไม่ควรมากจนเกินไป

เคยมีโยมใส่บาตรด้วย "กล้วย ๓ หวี"

กล้วยเล็บมือนาง กล้วยไข่ อาตมาไม่ว่า

แต่นี่ใส่ "กล้วยหอม" (อันนี้เกิดกับตัวเองจริงๆ)

คิดดู "กล้วยหอม ๓ หวี" อยู่ในบาตร หนักมากกกก จนอยากบอกโยมว่า "โยม อาตมาไม่ใช่ช้าง"



 

 

การใส่ก็ควรวางในบาตรด้วยอาการสำรวม



 

โยมผู้หญิงบางคนกลัวโดนพระจัด พอถุงกับข้าวถึงแค่ปากบาตร ก็ปล่อยลงมา ตุ๊บ!! นึกว่ากาลิเลโอกลับชาติมาทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก (วางดีๆก็ได้ 55)



 

 

 

ขั้นตอนต่อไปคือ

 





 

 

5. รับพร

 



หลังจากใส่บาตรเสร็จ พระสงฆ์ส่วนมากก็จะให้พร



 

เราเป็นญาติโยม ก็ประนมมือรับพรกันตามระเบียบ โดยอาจยืนหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ก้มหัวแต่พองาม



 

เคยมีโยมยืนประนมมือ แต่ก้มหน้ามาแทบชนพระ ห่างจากหน้าพระประมาณคืบเดียว (ไม่ต้องใกล้ชิดศาสนาขนาดนั้นก็ได้โยม (ตอนนั้นให้พรเบาๆ เพราะไม่มั่นใจเรื่องกลิ่นปาก)



 

ถ้าเป็นโยมผู้หญิงก็นั่งให้เรียบร้อย เหมาะสม

ระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศลให้คนที่รัก เจ้ากรรมนายเวรและอื่นๆ ก็ว่ากันไป




 

 

การใส่บาตรที่อยากแนะนำก็มีประมาณเท่านี้

 

 

 

No Comments

  1. septimus says:

    Photobucket

    อนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะคุณดาวคนสวยคะ

    *__^

  2. septimus says:

    Photobucket

    น่าจะเป็นกุศโลบายใหม่ที่น่าจะได้ผลที่สุดแล้วนะคะเหล่าซือสำหรับยุคสมัยที่ช่างซีเรียสเคร่งเครียดกันเหลื้อเกินอย่างปัจจุบันอ่ะค่ะ

    Have a good day ค่ะ

    ^__*

  3. alphabet says:

    อ่านทีไรขำทุกทีค่ะ 555
    พรุ่งนี้ว่าจะไปใส่บาตรอยู่พอดี

  4. ana123 says:

    เป็น “ฮาวทู” ฉบับพิเศษเลยนะคะ

    เดี๋ยวนี้ การเข้าถึงธรรมะ ต้องใช้รอยยิ้มเป็นสื่อจริงๆ นะคะ

    :)))

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

  5. septimus says:

    สวัสดีค่าคุณspaceline

    ^__^

  6. septimus says:

    เมื่อก่อนปู้นนนนน…….บ้านเมืองเราก็แบบนี้ค่ะพี่

    แสนเสียดายนะคะ

    ^__^

  7. spaceline says:

    อนุโมทนา สาธุ ด้วยครับ

  8. athenaz says:

    ลิงค์นี้ดีจัง พีเพิ่งได้เห็นค่ะ
    เป็นการใสบาตรที่ถูกต้อง นอกจากถอดรองเท้าแล้ว ก็ควรนั่งลงกราบพระ แล้วค่อยตักอาหารใส่บาตรพระ

    หากสะดวกก็นังลงพนมมือรับพร..
    Photobucket

    ขอบคุณค่ะ sepr :))
    สาธุ..

  9. septimus says:

    ฮ่ะๆ…. พี่คะ เพิ่งคุยกับคุณอ้อนว่าถึงเรื่อง ไม่รู้ กับ การมองข้าม ของสมัยนี้ แล้วพี่ก็ติงเรื่องการแต่งตัวตักบาตรอีก สงสัยไทยทั้งประเทศต้องทำอะไรสักอย่างซะแล้วนะคะพี่… จะทำบุญชนิดเอาสะดวกของตัวเองเข้าว่า… กำลังจะทำลายขนบประเพณีที่ตัวเองนับถือด้วยน้ำมือตัวเองซะแล้วอ่ะค่ะ

    (พี่ขา เช้านี้รู้สึกอิ่มบุญจังค่ะ อาจเพราะได้ตามลิงค์เข้าไปดูรูปตักบาตร ไม่ทราบว่าเป็นที่ไหนนะคะ)

    Have a lovely day ค่ะ

    ^__^

  10. septimus says:

    อนุโมทนาด้วยค่ะพี่คะ

    ขอบคุณภาพที่ข้าเจ้าไม่ได้เห็นนานแล้วมากๆค่ะพี่ และช่่างพอดีกันเหลือเกินนะคะ เช้านี้ก็ได้เห็นภาพนี้ในASTVผู้จัดการออนไลน์ด้วยค่ะ

    Photobucket

  11. septimus says:

    Good morning ค่ะคุณอ้อน

    ขอบคุณความเห็นตรงประเด็นมากๆค่ะ

    ส่วนตัว พี่คิดว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่รู้จริงๆค่ะ อีกส่วนหนึ่งเกิดจากความอายที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การแสดงความนับถือสืบต่อพระศาสนาถูกมองว่าเชย การสั่งสอนในด้านศีลธรรมอันดีถูกละเลยจนถึงถูกปิดตาย ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงสามารถสร้างผลกระทบให้แก่เยาวชนยุคใหม่เป็น “ความไม่รู้” จนพวกเราเห็นเป็น “การมองข้าม” ค่ะ

    แหะๆ พูดเหมือนคนสูงอายุเลย พอดีก่าค่ะ

    ขอบคุณคุณอ้อนอีกครั้งค่ะ

    Have a nice day นะคะ

    ^__^

  12. athenaz says:

    แม้จะถอดรองเท้าถูกวิธี แต่ดูซิใส่ขาสั้นมา ก็ดูไม่งาน..

    Lilly Bud 071809 5086

    ฝันดีนะคะ

    P athenaz :)

  13. athenaz says:

    เรื่องถอดรองเท้าใส่ไปในบาตรพระนี่ขำไม่ออกเลยนะคะ sept และเชื่อว่ามีคนเถรตรงแบบไร้เดียงสาในความเป็นชาวพุทธ
    ..ช่างเป็นไปได้กระไรเลย..

    อนุโมทยาผู้สืบสานจริบวัตรแห่งพุทธศาสนาค่ะ
    sept !

    NewYear2548P017

  14. specter says:

    แต่สมัยนี้คนเรามักไม่ทำแบบนี้ ไม่ทำเพราะไม่รู้หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่อ้อนว่าเรื่องแบบนี้กำลังถูกมองข้ามนะคะพี่ เสียดายนะคะ
    :)

Leave a Reply