septimus' blog

วิถีชีวิตในโลกทุนนิยม

มีรายงานจากนักจิตวิทยาเมืองอังกฤษเมื่อเร็วๆนี้ว่า จากการสุ่มตัวอย่างสำรวจผู้คนจำนวน ๓,๐๐๐ คน พบว่าสามีภรรยาแต่ละคู่จะวางมือจากหน้าที่การงานต่างๆได้ก็เมื่อเวลา ๒๐.๐๕ น. และยังต้องใช้เวลาอีก ๓๙ นาที จึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายและหายเหน็ดหายเหนื่อยจากความหนักอึ้งของหน้าที่การงานประจำวันลงได้



 

ความที่ต้องตรากตรำในหน้าที่การงานอยู่หลายชั่วโมงประกอบกับงานในบ้านที่็เว้นก็ไม่ได้ด้วยนี้เอง ทำให้คู่สามีภรรยามีเวลาสำเริงสำราญด้วยกันในวันหนึ่งๆได้ไม่ถึง ๗๕ นาที



 

ท้ายสุดก็สรุปความเห็นไว้ว่า ความเหน็ดเหนื่อยของชีวิตสมัยใหม่จากอาชีพการงานและงานในบ้าน ได้ทำให้สถิติการหย่าร้างสูงขึ้น และยังพบว่าสามีและภรรยา ต่างก็มีวิธีการผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยของตนกันคนละแบบเสียด้วย

 

 

 

 

 

นั่นคือผลจากการใช้ชีวิตในโลกทุนนิยมที่ต้องบอกว่า น่าลำเค็ญเหลือเกิน

 

 

ซึ่งเราก็เชื่อว่าชีวิตที่เมืองไทยสำหรับผู้ที่ทำงานในเมืองหลวงหรือในเมืองใหญ่บางแห่งก็ไม่ต่างไปจากนี้สักเท่าไหร่ และด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมากมายนี้เองก็จึงทำให้การทำความดีในฐานะพุทธศาสนิกชนต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วยโดยปริยาย แล้วก็อาจนำมาซึ่งความสงสัยบ้างก็ได้ว่า…

 

 

ถ้าเราทำความดี ประพฤติตนดีในสังคม แต่ไม่เคยเข้าวัดหรือตักบาตร จะได้บุญหรือไม่ แตกต่างกันอย่างไร 

.

คำตอบแห่งปัญหาธรรมะนี้ พระอาจารย์เปลี่ยน ปญญาปทีโป ได้เมตตาชี้แนะไว้ดังนี้

 

 

 

 

 

การที่เราทำความดีในสังคมมันก็ได้บุญ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม อันนั้นก็มีประโยชน์ ก็ได้บุญ ได้ความสามัคคี ได้ความดีในสังคม

 

 

แต่ว่าสังคมที่เราทำอยู่นั้น ถ้าขาดคุณธรรมจริยธรรม ก็ต้องมาฝึกกับพระ เพราะว่าพระท่านศึกษาโดยตรง

 

 

เราทำได้ได้บุญอยู่ แต่ว่าสังคมจะเป็นสังคมที่ดีไหม หรือว่าเป็นสังคมที่ไม่ดี ถ้าไปฝ่ายดีมันก็ได้ประโยชน์ แต่เรื่องเกี่ยวกับทางวัดนี้เราจะไม่รู้ เราจะถือว่าพระนี้ไม่มีประโยชน์เสีย ให้ระวังตรงนี้ไว้ด้วย ระวังตรงที่ว่าเราอยู่กับสังคมก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเข้าไปวัด ไม่ต้องเข้าไปศึกษา 

 

 

ทีนี้เราอยู่ในสังคมดีๆนั้นแหละ เป็นกลุ่มเป็นก้อนอยู่ดีๆ แต่เวลาเกิดทุกข์ขึ้นมาในสังคม มันจะทำให้แตกกัน สังคมหลายสังคมมันเข้ากันไม่ได้ มันต้องมาเรียนธรรมะ หนีจากพระไปไม่ได้หรอก เห็นไหมที่เขาชุมนุม เขาเดินขบวน เขาจะปฏิวัติกัน ลืมพระได้เมื่อไหร่ ให้พระในประเทศไทยหมดทุกวันชยันโตให้เพราะมันไม่สงบ มันจะฆ่ากันเนื่องจากไม่ได้ศึกษาธรรมะ

 

 

แต่เหตุนั้นได้บุญอยู่ แต่มันคนละส่วน แต่ว่าลึกๆ ความลึกของคนในสังคมที่มันคิดไม่ถึง สังคมมันมีหลายสังคมใช่ไหม มันมีหลายหน่วยในสังคม สังคมกัญชาก็มี แคปก็มี ฝิ่นก็มี เฮโรอีนก็มี สังคมยาม้าก็มี สังคมเหล้าก็มี สังคมเล่นไพ่ก็มี สังคมเป็นโจรเป็นขโมยก็มี สังคมที่ปฏิบัติดีก็มี ที่กล่าวมานี้เป็นสังคมทั้งนั้นแหละ แต่สังคมที่ชั่วีมากกว่าสังคมที่ดี แต่มันก็ทำด้วยกัน อย่างซื้อเหล้ามันก็ช่วยกัน ซื้อแคปฝิ่นเฮโรอีนมันก็ช่วยกัน มันก็ว่ามันสนุก มันดี สังคมมือปืนซื้อปืนให้กัน มันก็ว่ามันดีการไปฆ่าคนอื่น นั่นแหละสังคมทั่วไป แต่บัดนี้เราไปช่วยมันก็เหมือนกับเราไปช่วยโจร คนนี้ต้องไปปล้นมานะ แล้วไปซื้อปืนซื้อลูกปืนมาให้ เมื่อได้เงินแล้วต้องเอามาแบ่งเรานะ นี่ก็สังคมหนี่ง

 

 

แต่ถ้าเป็นสังคมดีมันก็ได้ประโยชน์ ไม่เสียหายอะไร ไม่ได้เข้าวัดฟังธรรมจำศีล แต่ระวังให้ดีนะ มันจะไม่มีศีล ทำให้เป็นสังคมไม่มีศีลธรรม เดี๋ยวมันจะเกิดเรื่อง เพราะถ้าคนอยู่ด้วยความเมตตาต่อกันก็คือคนมีศีลธรรม เห็นไหมที่เขาสงเคราะห์ เขาก็สงเคราะห์ได้ทั้งนั้นแหละ สงเคราะห์เงินทองช่วยกัน แต่ถ้าขาดหลักธรรม มันจะเกิดความยุ่งขึ้นมา เหตุฉะนั้นก็ได้ประโยชน์อยู่ในสังคมนั้นๆ

 

 

แต่ถ้าเข้าวัดมันดีอย่างหนึ่ง ได้รู้จักบาปบุญคุณโทษ รู้จักว่าสังคมนั้นดีหรือไม่ดี เพื่อที่จะเได้เลือกคบหาสมาคม ใครเป็นบัณฑิต ใครเป็นคนพาล คนที่่ศึกษาธรรมะเขารู้จักนะว่ากลุ่มนี้อันตราย กลุ่มนั้นอยู่ในขั้นนั้น กลุ่มนั้นอยู่ในขั้นนี้ เขาเลือกได้หมด และรู้ว่ากลุ่มนี้ต่อไปในภายข้างหน้าจะแตกสลาย กลุ่มนี้จะพอทรงตัวอยู่ได้ กลุ่มนี้จะมีความเสียหายในอนาคต สิ่งเหล่านี้ผู้ปฏิบัติธรรมเขาจะรู้จักหมด แต่ถ้าเราไม่รู้ธรรมะแล้วจะเป็นปัญหาใหญ่ เลยหลวมตัวเข้าไปหาเขา เช่น ไปนั่งกินนั่งเฝ้าขวดเหล้ากับสังคมเขา

 

 

 

 

 

 

 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า

 

พระอาจารย์เปลี่ยน ปญญาปทีโป

 

วัดอรัญญวิเวก(บ้านปง) ต.อินทขิล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

 

อบรมและตอบปัญหาธรรมะแก่

 

นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์

 

๒๔ พฤษภาคม ๒ มิถุนายน ๒๕๔๐

 

No Comments

  1. septimus says:

    ชาวบ้านแห่พึ่งถือศีล-กินนอนวัดแบกหนี้อาน
    เรื่องปก 14 พฤษภาคม 2553 – 00:00

    ชาวพัทยาทุกข์หนัก ท่องเที่ยวทรุด แห่ถือศีล 8 ปฏิบัติธรรม หมุนเวียนบวชชี อุบาสก อุบาสีกา วัดแบกรับภาระหนักเลี้ยงดูนักบวชวันละเกือบ 100 คน สุดท้ายไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้ากว่า 4 หมื่นบาท

    ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ พระครูสังฆรักษ์บุญส่ง อุปสโม รักษาการเจ้าอาวาสวัดทรงเมตตาวนาราม หมู่ที่ 5 ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้ประกาศให้แม่ชี อุบาสก อุบาสีกา ที่มาถือศีลปฏิบัติธรรมเกือบ 100 คน ทราบว่าขณะนี้ทางวัดไม่มีปัจจัยจ่ายค่าไฟฟ้าของเดือนเมษายน 2553 กว่า 40,000 บาท เพราะขณะนี้ยอดเงินทำบุญ ยอดเงินบริจาคลดน้อยลงอย่างมาก ซึ่งปกติแล้วจะมีญาติโยมในพื้นที่เมืองพัทยาที่มาถือศีลปฏิบัติธรรม และศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันบริจาคไม่เคยเดือดร้อน แต่คงเกิดจากเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และภาคตะวันออกได้รับผลกระทบอย่างมาก หลายรายต้องปิดกิจการค้าขายไปแล้ว จึงไม่ได้มาบริจาคช่วยค่าน้ำ ค่าไฟวัด จึงขอให้แม่ชี อุบาสก อุบาสีกา ที่มาปกฺบัติธรรม ถือศีล ได้ช่วยกันตามกำลังเพื่อวัดจะได้มีแสงสว่างต่อไป

    ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปนมัสการพระครูสังฆรักษ์บุญส่ง อุปสโม พบว่ามีพระสงฆ์จำวัดเพียง 9 รูป สามเณร 4 รูป แม่ชี อุบาสก อุบาสีกา เกือบ 90 คน กำลังตักอาหารรับประทาน ซึ่งพบว่าอาหารหวานคาวที่พระสงฆ์ออกบินฑบาตประชาชนตอนเช้าไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ที่เดินทางมาถือศีลหมุนเวียนประจำทุกวัน โดยเฉลี่ยจะมียอดผู้ถือศีลประมาณ 100 คนต่อวัน ทุกคนต้องพักแรมอยู่ภายในวัดคนละ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 9 วัน ทำให้ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยเฉพาะอาหารที่พระออกบินฑบาตมานั้นไม่เพียงพอ พระที่วัดเหลือเพียง 9 รูป จากเดิมออกบินฑบาตเฉพาะหมู่บ้านบางเสร่ อำเภอสัตหีบ แต่ขณะนี้ต้องแบ่งไปบินฑบาตที่ตลาดบ้านอำเภออีก 1 สาย รวมแล้วทั้งหมด 4 สาย แนวโน้มอาหารก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูผู้ถือศีลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

    พระครูสังฆรักษ์บุญส่งเปิดเผยว่า ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ที่มาถือศีล ส่วนมากจะเป็นชาวเมืองพัทยา ล้วนแล้วมีแต่คนที่มีความทุกข์ 108 ประการ บางคนก็เครียดที่การท่องเที่ยวในเมืองพัทยาตกต่ำสุดๆ กิจการโรงแรม ค้าขาย ท่องเที่ยวแย่ลงทุกวัน ไม่มีรายได้ ต้องปิดร้านไปโดยสิ้นเชิง ใช้เวลาว่างมาถือศีลกัน ประกอบกับอากาศร้อนจัด ต้องเปิดพัดลมกันตลอด 24 ชั่วโมง ปฏิบัติธรรมทั้งกลางวันและกลางคืน 6 รอบ ทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้าอย่างมาก ซึ่งทางวัดก็จะพยายามแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่อไป โดยจะพยายามเป็นที่พึ่งของญาติโยมจนถึงที่สุด

  2. septimus says:

    ได้ค่ะพี่ ฮ่ะๆๆๆ…….
    ข้าเจ้ากำลังคิดว่าพี่อาจมีโอกาสได้ไปกราบนมัสการพระอาจารย์เปลี่ยนที่เชียงใหม่ก่อนที่ข้าเจ้าจะได้กลับบ้านอีกครั้งเสียอีกค่า

    xxx :)))

  3. septimus says:

    สา ธุ… ธรรมะจากคุณพี่ด้วยค่ะ
    ค่ะพี่ประมาณนี้ใช่ไหมคะ… พวกเราควรหมั่นพากันเข้าวัด เพื่อสร้างดีมานด์ซัพพลาย(ขอใช้ภาษามาร์เก็ตติ้งค่ะ ^^) ทำให้ยังคงมีวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ยังคงมีพระสงฆ์ที่ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเป็นกิจจะลักษณะและทำหน้าีที่เผยแผ่ธรรมะของพระพุทธองค์… อันเป็นวิถีทางที่จะช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่เป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจแก่สัตว์โลกตลอดไปค่ะ

    *__^

  4. septimus says:

    เวลาที่ข้าเจ้าอยู่กรุงเทพก็คล้ายๆกับคุณศศิค่ะ ชอบไปนั่งที่วัดพระแก้วกับวัดโพธิ์
    ยิ่งเมื่อก่อนยังไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านอย่างเดี๋ยวนี้ ข้าเจ้านั่งแต่ละทีก็นานมากค่ะ เพราะสงบจนเพลิน ฮ่า เสร็จแล้วเวลาออกมาข้างนอกก็จะรู้สึกว่าช่างขัดแย้งซะจริง

    …คิดว่าระยะหลังมานี้ผู้คนก็คงรู้สึกจิตใจไม่ค่อยสงบมั่นเนื่องจากความเครียดที่มาพร้อมกับหน้าที่การงานที่ดีหรือยุ่งมากขึ้นนะคะ พอมีเวลาก็เลยต้องชำระล้างจิตใจกันเป็นพักๆ (อันนี้เข้าใจค่ะ ไม่งั้นอาจมีหลุดได้ ฮ่า)

    ^__*

  5. septimus says:

    ไม่ขุ่นค่ะคุณnokhaseeคะ น้ำใสแจ๋วเชียวค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะสำหรับกลอนเพราะสอนใจให้ความหมายกันตรงๆค่า

    have a good one also ka,

    ^__^

  6. septimus says:

    สวัสดีค่ะคุณโกโก้

    อ่านที่คุณโกโก้เล่า ทำเอาข้าเจ้าแอบอิจฉาเล็กๆนะคะ หากยังไงก็…

    ขออนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะ

    ^__^

  7. septimus says:

    ค่ะคุณsingingintherainคะ รู้สึกตัวเองเหมือนๆจะเป็นเครื่องจักรผลิตเงินเนอะคะ
    เสร็จแล้วก็เอาไปให้ใครก็ม่ายรุ้ แป๊บๆก็หมดแร้ะ ฮ่ะๆๆๆ

    คนที่ไม่ค่อยเข้าวัดแต่เป็นคนดีก็มีเยอะค่ะคุณsingingintherainคะ เพียงแต่อาจคุยกันในเรื่องธรรมะไม่ได้เท่านั้นเองค่ะ

    ^__^

  8. septimus says:

    ไม่เพี้ยนค่ะไม่เพี้ยน
    คุณcumpreramพูดความจริงซะยิ่งกว่าจริงในเรื่องที่เป็นธรรมชาติของคนๆที่ชอบคนไปเรื่อยๆล่ะคะ ^^ ซึ่งถ้าคนแบบนี้รู้จักหยุดยั้งตนเองเลิกไขว่คว้าได้ก็เท่ากับสร้างบุญสร้างกุศลมหาศาลเชียวนะคะ

    ขอขอบคุณคุณcumpreramมากค่ะที่ฝากธรรมะอีกข้อไว้ให้คิด

    ^__^

  9. septimus says:

    จ๊ะเอ๋ค่ะน้องเลิฟ กู๊ดเดย์ค่า
    ฮ่าๆ เมื่อคืนสนุกดีค่ะ ไล่ตามเซย์ฮััลโลกับน้อง ทำไง้ก็ไม่ทันถ้าน้องเลิฟไม่ย้อนกลับมาซะเอง

    …แสดงว่าผู้ทำวิจัยชุดนี้มีความเข้าใจสภาพที่แท้้จริงของปัญหานะคะ แบบทดสอบจึงให้ผลใกล้เคียงกับของน้องเลิฟไปด้วยน่ะค่ะ

    xxx

    ^__*

  10. athenaz says:

    ฝากดอกบัวกราบพระด้วยค่ะ sept ^^

    สาธุค่ะ __/|\__

  11. athenaz says:

    ในวัด หนือนอกวัดคงไม่เป็นไร
    ขอให้เหมาะกับสัปปายะขอลแต่ละชีวิต
    อย่างไรก็ให้ใกล้ธรรมะพระพุทธเจ้าเข้าไว้
    กุศลจากการศึกษาปฏิบัติ และแบ่งปันธรรม ย่อมหนุนนำผู้ใฝ่ธรรม และอนุโมทนาธรรม

    เพียงแต่ภาพวิถีชีวิตเก่าๆช่วยดำรงสานต่อให้ธรรมดำรงอยู่ได้ในโลกไร้พรมแดนที่ยากลำบากเช่นนี้

    สาธุ แบ่งปันและดำรงธรรมะออนไลน์คะ ^^

  12. sazzie says:

    สาธุค่ะ __/|\__

    เวลาเข้าวัดทีไร คือ เข้าไปหาความสงบน่ะค่ะ แต่น้อยครั้งมากที่จะนั่งฟังพระเทศนาธรรม
    ส่วนมากไปถึงจะเก็บตัวในโบสถ์ จนปลอดโปร่งแล้วถึงจะออกมา ฮ่าๆ
    แต่สังเกตว่าระยะหลังๆ มานี้มีผู้คนเข้าไปนั่งทำสมาธิในโบสถ์
    กันมากกว่าแต่ก่อนเยอะเชียวล่ะค่ะ

  13. nokhasee says:

    คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
    คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล
    เลือกคบใครต้องควรรู้ถึงตัวตน
    เปรียบถนนสั้นยาวมิเท่ากัน…
    (ไปได้น้ำขุ่น ๆ อิอิ)
    have a good naka k. septimus ^_^

  14. kokoseven says:

    สวัสดีครับ คุณเซ็ป :))

    อันนี้เป็นเคล็ดที่ไม่ลับของผม ในการหลีกหนีวิถีชีวิตโลกทุนนิยม ..วัดในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่คุ้นเคยเสมอๆครับ อาจเข้าไปถ่ายรูปวัดเก่าๆ,หาวัตถุมงคลเพื่อบูชา หรือสนทนากับพระที่รู้จัก ทำให้จิตใจผ่อนคลายได้ดี อารมณ์ก็จะแจ่มใสตามไปด้วยครับ

  15. singingintherain says:

    ทุนนิยมมันทำให้คนเหนื่อยขึ้นจริง ๆ ค่ะ
    เหนื่อยที่ต้องหาเงินมาซื้อพวกวัตถุต่างๆ
    แล้วสิ้นเดือนก็ต้องจ่ายจิปาถะ ไหนจะค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์มือถือ

    เคยเห็นคนที่ไม่ค่อยเข้าวัด แต่เป็นคนดีก็มีค่ะ
    แต่คนเข้าวัด ฟังธรรม เขาจะได้ความรู้เรื่องธรรมะมากกว่า

  16. cumpreram says:

    …มนุษย์มักทำทุกวิถีทาง..คว้าไขว่..สิ่งที่อยากและให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น ๆอันประมาณค่ามิได้ ..ครั้นได้สมประสงค์แล้ว…สิ่งนั้น ๆ กลับเริ่มลดคุณค่าลง…จนในบางครั้งกลับไร้ค่าไปในกาลเวลาเพียงชั่วยาม…แล้วมนุษย์ก็เริ่มเรียกร้องและไขว่คว้าใหม่……เอ…เกี่ยวกันอ่ะป่าวนี่..เอิ๊ก..เอิ๊ก..สงสัยผ๊มร้อนจนเพี้ยน

  17. rapeseed says:

    พี่ลัฟเซ็ปคะ ทำไมผลสำรวจแม่นจังอะคะ ขนาดน้องลัฟไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายนะเนี่ย มายกมือหนับหนุนค้า ตามมาจ๊ะเอ๋อีกเน็ตเวิร์คหนี่ง ราตรีสวัสดิ์นะเจ้า xx

  18. septimus says:

    Thank you ka Laosue ana,

    So as you na ka,

    night night ka

    xxx

    :)))

  19. ana123 says:

    Good Dhamma kaa..

    Sweet dream naka..

    :)))

Leave a Reply