septimus' blog

The Lord of Death … พระยม

บุรุษลึกลับในเครื่องอาภรณ์สีแดงเพลิง บนเศียรมีมงกุฏหรือชฏาครอบ ร่างกายกำยำล่ำสัน ผิวออกคล้ำมีประกายส่องออกมาโดยรอบเหมือนพระอาทิตย์ ดวงตาเป็นสีแดงเพลิงหากไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ ในมือถือบ่วงบาศก์… พระนางสาวิตรีคิดว่าบุรุษท่านนี้ต้องเป็น เทวราช อย่างมิต้องสงสัย
 
“ดูกร สาวิตรีผู้จงรักภักดีต่อพระสวามีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ผู้มีคุณสมบัติอันล้ำเลิศในการบำเพ็ญตบะ ด้วยเหตุนี้เราจึงปรากฏตัวมาสนทนากับเธอ จงทราบเถิดว่าเราคือ พระยม
บัดนี้พระสัตยวาน พระสวามีของเธอได้ถึงกาลสิ้นแห่งอายุขัยเรียบร้อยแล้ว…
ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมารับดวงวิญญานด้วยตัวของเราเอง…”
 
 
 
 
พอพระยมเล่าเสร็จก็ใช้อิทธิฤทธิ์ของพญามัจจุราช ดึงเอาบุรุษที่มีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือออกมาจากร่างของพระสัตยวาน เสร็จแล้วก็ใช้บ่วงบาศก์ที่อยู่ในมือพระยมรัดเอาไว้ ขณะที่ร่างของพระสัตยวานก็ไร้ซึ่งลมปรานพอดี
นี่ก็คือการนำเอาวิญญานธาตุของมนุษย์ไปสู่ปรโลก
พระยม เทพเจ้าแห่งความตาย บางทีก็เรียก  พญามัจจุราช หรือ พญายมราช หรือ ยมบาล หรือ พระกาฬ หรือในมหากาพย์มหาภารตะเรียก ธรรมเทพ
ส่วนชาวจีนเรียก เงี่ยมล่ออ๋อง หรือ ไต่สือเอี๊ยะ และชาวอาหรับนั้นเรียก อิสราอิล
 
ในเทวตำนานยุคต้นถือว่าพระยมและท้าวจตุโลกบาลแห่งทิศทักษิณนั้นก็คือองค์เดียวกัน
 
 

 

เทพเจ้าแห่งความตายหรือพระยมนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดันเป็นที่น่ากลัวแก่บรรดาผู้พบเห็นยิ่งนัก พระยมทรงเครื่องฉลองพระองค์สีแดง พระหัตถ์ขวาถือไม้เท้ายมทัณฑ์ พระหัตถ์ซ้ายถือบ่วงยมบาศก์ มีมหิงสาเป็นพาหนะ
 
พระยมเป็นบุตรของพระไววัสวัต หรือพระอาทิตย์ กับนางสรัญญู
 
พระยมมีชายาสิบสามนาง ทุกนางเป็นลูกของพระทักษะปชาบดี
พระยมสถิตอยู่ในยมโลกหรือเมืองนรกซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่โตมาก ว่ากันว่าอยู่นอกขอบจักรวาลในทิศทักษิณ หรือบางตำราก็บอกว่าอยู่ใต้แผ่นดินนี่เอง
 
 
 
วิมานของพระยมเป็นเหล็กและทองแดง อันเป็นเขตแห่งการทรมานของสัตว์บาปทั้งมวล
 
พระยมมีอิทธิฤิทธิ์มากทำหน้าที่พิพากษาและปกครองดวงวิญญาณทั้งหลายในนรกภูมิ มนุษย์ที่ตายลงหรือหมดสิ้นอายุขัยบนโลกจะต้องไปพบกับพระยมหรือเทพเจ้าแห่งความตายโดยยมทูตอันเป็นบริวารของพระยม 
เพื่อรับการตัดสินกรรมดีกรรมชั่วที่ได้ก่อเอาไว้ระหว่างการดำรงชีวิตเป็นมนุษย์
 
 
 
 
 
 
ผู้ช่วยของพระยมนอกจาก ยมฑูต กับ นายนิรยบาล แล้วยังมี พระจิตตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี (มีรูปเคารพอยู่ที่ศาลหลักเมือง)
 
พระยมเป็นเทพเจ้าที่มีการกล่าวถึงในตำนานของทุกชาติทุกภาษาทุกวัฒนธรรมทั่วโลก จะต่างกันไปก็เพียงการเรียกขานเท่านั้น ส่วนหน้าที่และอำนาจนั้นมีความคล้ายคลึงกัน ตำนานลัทธิข้างจีนฝ่ายมหายานกล่าวไว้ว่า พระยมเป็นพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่ง
 
 
 
 
ว่ากันถึงตำนานที่เกี่ยวกับพระยมก็มีอยู่หลากหลาย ทั้งนี้เพราะพระยมเป็นตำแหน่งเทวราชาผู้ปกครองยมโลกที่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามมติของเทวสภา หรือบารมีที่สั่งสมมาอย่างเหมาะสมจนทำให้ได้ไปจุติทำหน้าที่เป็นพระยม
ในยุคต้นครั้งที่ยังไม่มีวิญญาณใดที่เหมาะสม ท้าวจตุโลกบาลทิศทักษิณ ซึ่งก็คือ ท้าววิรุฬหก ได้ทรงเป็นเทวกำเนิดที่ต้องรับภาระในตำแหน่งพญายม หรือ พระยม และบริวารของพญายมหรือที่เรียกกันว่า ยมฑูต ครานั้นก็คือกุมภัณฑ์
 
ครั้นต่อมาเมื่อมีมนุษย์มากขึ้น มนุษย์บางคนได้สั่งสมบุญบารมีจนมีความเหมาะสมก็ได้รับมอบหน้าที่เป็นพระยมกันสืบต่อมา อันนำมาซึ่งเรื่องเล่าต่างๆกันไปของพระยมแต่ละองค์ เช่น…
 
 
 

พระยมเดิมทีเป็นกษัติร์ครองนครเวสาลี ในคราวทำศึกฉกาจฉกรรจ์พระองค์ทรงอธิฐษานขอไปเกิดเป็นเจ้านรกและพระองค์ก็ได้เป็นสมความปารถนา โดยมีแม่ทัพสิบแปดคนกับทหารแปดหมื่นคนติดตามไปรับใช้ในนรกภูมินั้นด้วย
หากพระยมองค์นี้ก็มีกรรมอยู่อย่างหนึ่งที่ต้องชดใช้นั่นคือช่วงระยะเวลายี่สิบสี่นาฬิกาจะต้องมีนายนิรยบาลมากรอกน้ำทองแดงลงในปากของพระยมสามครั้ง ครั้นสิ้นกรรมลงเมื่อใดพระยมก็จะได้ไปเกิดใหม่เป็นท้าวสมันตราช
 
 
พญายมราชองค์ปัจจุบัน ในอดีตชาติก่อนที่ท่านจะได้รับสถาปนาเป็นพญายมราชนั้นท่านเป็นมนุษย์ในยุคก่อนพุทธกาล ยุคที่มนุษย์ยังอยู่รวมกันเป็นชุมชนที่ไม่ใหญ่มากนักโดยมีท่านเป็นหัวหน้าชุมชน

ท่านเป็นผู้มีวิชาความรู้
เมื่อเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในชุมชน ท่านจะเป็นผู้นำแก้ไข ปราบปรามและตัดสินพิพากษา
ครั้งหนึ่ง ได้เกิดเหตุการณ์ฆ่ากันตายแต่ไม่มีผู้ใดยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือด้วยเกรงกลัวความผิดเพราะโทษนั้นหนักถึงขั้นต้องประหารให้ตายตกไปตามกันด้วยถือว่าชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต
ท่านในฐานะผู้ปกครองดูแลเมื่อสอบสวนแล้วไม่มีใครยอมรับผิดก็จึงได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาเสกแป้งฝุ่นแล้วซัดออกไป… ปรากฎมีรอยเท้าของผู้กระทำผิด
ท่านจึงเดินตามรอยเท้านั้นไป แล้วก็พบว่าผู้เป็นเจ้าของรอยเท้านั้นคือพ่อบังเกิดเกล้าของท่านเอง
ท่านมีความเสียใจเป็นที่สุดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านได้พิจารณาตัดสินคดีนี้ด้วยใจอันเป็นธรรมอย่างที่สุด แล้วตัดสินให้ประหารพ่อของท่านเอง
เสร็จแล้วท่านก็อัปเปหิตนเองระเหเร่ร่อนออกจากชุมชนไปอย่างเดียวดาย
จนกระทั่งท่านได้เสียชีวิตลงแต่เพียงลำพัง
ความเที่ยงธรรมของท่านเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ เทพเทวาทั้งหลายจึงแสดงฉันทามติแต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งพญายมราช
 

ในพระไตรปิฏกกล่าวว่าพญายมราชนั้นเมื่อได้ฟังเทศน์จากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็มีดวงตาเห็นธรรมบรรลุพระโสดาบัน
 
ครูบาอาจารย์ที่ถอดจิตได้เช่นหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้กล่าวไว้ว่าองค์พญายมราชนั้นปัจจุบันท่านมีภูมิธรรมชั้นพระอนาคามี เป็นภูมิพรหม ดำรงตำแหน่งการพิพากษาตัดสินดวงวิญญาณในแดนยมโลกอย่างยุติธรรม ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
 
ดวงวิญญาณแต่ละดวงที่มาถึงยมโลกนั้น พระองค์จะทรงไต่ถามด้วยความเมตตาว่า ระลึกถึงบุญอันใดได้บ้าง

หากดวงวิญญาณนั้นระลึกได้แม้สักอย่างหนึ่ง พระองค์จะอนุโมทนาและให้ไปรับผลบุญนั้นๆเสียก่อน
 
หากดวงวิญญาณใดไม่อาจระลึกถึงคุณงามความดีของตนได้เลย พระองค์ก็ทรงจิตไว้เป็น อุเบกขา ว่าเป็นกรรมของสัตว์โลก แล้วก็จัดส่งให้ไปรับกรรมหรือรับการลงทัณฑ์ตามควรแก่กรรมของสัตว์โลกนั้นๆเอง
 

 

 
 
คาถาบูชาพระยม

(ท่องนะโม 3 จบ)
ปะโตเมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตะเมตะ นิพพานัง สุขะโตจุติ (3 จบ)

 
 
อานิสงค์ของการบูชานับถือพระยมนั้นเชื่อกันว่าภูติผีปีศาจไม่กล้าระราน ผู้นั้นจะมีตบะบารมีที่น่าเกรงขาม ผู้ที่คิดร้ายด้วยทุจริตมิชอบอิจฉาตาร้อนจะแพ้ภัยตัวเอง นอกจากนี้หากหมั่นบูชาพระองค์ท่านเสมอๆ ท่านว่าจะห่างไกลจากความป่วยไข้ มีอายุยืนนาน หากรับราชการหรือทำมาค้าขายด้วยความซื่อตรงก็จะบังเกิดความเจริญมีความสุขในชีวิตยิ่งๆขึ้นไป
 
 
 
ปล. อีกแรงบันดาลใจให้ค้นหาเรื่องราวพระยม…
 
ในมหากาพย์มหาภารตะ มหามติวิทูรก็คือพระยมที่ถูกสาปโดยฤาษีมันทยาให้ต้องมาจุติบนโลกมนุษย์ในแผ่นดินหัสตินาปุระเนื่องจากการตัดสินที่ไม่ถูกใจท่านฤาษีเอง เรื่องราวนั้นก็มีว่า…
 
วันหนึ่งขณะที่ฤาษีมันทยากำลังบำเพ็ญพรตอย่างยิ่งยวดหน้าอาศรมจนกระทั่งไม่สามารถได้ยินสรรพสำเนียงใดๆทั้งสิ้นอยู่นั้น
ก็มีโจรกลุ่มหนึ่งได้บังอาจนำเอาทรัพย์สิ่งของที่ปล้นมาได้พร้อมด้วยตัวมันเองเข้าไปซุกซ่อนอยู่ในอาศรมของฤาษี
ครั้นกลุ่มทหารติดตามมาถึง พบท่านฤาษีนั่งภาวนาอยู่หน้าอาศรม หัวหน้านายทหารก็ได้พยายามสอบถามถึงร่องรอยของเหล่าโจร
หากฤาษีท่านเอาแต่เงียบไร้ท่าทีตอบรับใดๆ ยังผลให้บรรดาทหารใจร้อนอดรนทนไม่ไหวพากันถือวิสาสะเข้าตรวจค้นอาศรมของฤาษีและจับโจรพร้อมของกลางได้โดยละม่อม
 
ระหว่างเดินทางกลับเพื่อไปเข้าเฝ้าถวายรายงานต่อพระราชา หัวหน้าของทหารกลุ่มนั้นก็ฟุ้งซ่านครุ่นคิดไปเองและเออไปเองว่า ฤาษีท่านนี้เห็นทีจะเป็นหัวหน้าโจรเพราะสอบถามสิ่งใดก็ไม่ตอบ
 
ครั้นเมื่อมาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระราชา หัวหน้านายทหารก็รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมสรุปตามที่ตนเองเชื่อเป็นตุเป็นตะโดยไม่ต้องไต่สวนว่า ฤาษีมันทยานั้นคือหัวหน้าโจรกลุ่มนี้
 
ข้างฝ่ายพระราชาเมื่อรับฟังรายงานเสร็จก็กริ้วและทรงตัดสินลงโทษทันทีโดยไม่สืบสาวราวเรื่อง ว่าให้นำฤาษีมันทยานั้นไปตัดคอเสียบประจาน ซะ
 
ด้วยอำนาจแห่งการบำเพ็ญตบะมานาน ปรากฏว่าหลังจากโดนตัดคอแล้วฤาษีมันทยากลับไม่ตาย บรรดาเพื่อนฤาษีที่อาศัยอยู่ในละแวกต่างก็แปลกใจพากันมาถามถึงสาเหตุ

ฤาษีมันทยาก็ตอบได้แต่เพียงว่า ไม่รู้เหมือนกัน
 
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้กลับกลายเป็นเรื่องราวที่เลื่องลือกันไปทั่วแคว้นในอันที่ฤาษีมันทยาถูกตัดคอเสียบประจานแต่ไม่ตาย
 
จนในที่สุดพระราชาต้องสอบถามหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง อันนำมาซึ่งความเศร้าพระทัยเป็นที่สุดที่ทรงตัดสินผิด
 
พระราชารีบเสด็จไปที่อาศรมของฤาษีมันทยาทันทีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และทรงทำพิธีขอให้ฤาษีมันทยายกโทษให้แก่ความผิดพลาดของพระองค์
 
ฝ่ายฤาษีมันทยาที่ถือว่า ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินและพระราชานั้นเป็นผู้คุ้มครองโลก
ก็หาได้โกรธเคืองพระราชาแต่อย่างใดไม่ หากแต่สงสัยว่าทำไมเหตุร้ายนี้จึงเกิดแก่ฤาษีขึ้นมาได้
 
ฤาษีมันทยาจึงเดินทางไปเฝ้าขอคำตอบจากท่านธรรมเทพหรือพระยมที่ดูแลยมโลก
 
“ครั้งหนึ่งท่านเคยทรมานนกและผึ้ง
ท่านไม่รู้หรือว่ากรรมดีกรรมชั่วไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนแต่ส่งผลไม่ว่าในทางดีหรือทางร้ายในอนาคตทั้งสิ้น”
 
ฤาษีมันทยาจึงถามอีกว่า แล้วตัวท่านฤาษีไปก่อการทรมานนั้นไว้ตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า
 
“ก็ตอนที่ท่านยังเป็นเด็กอยู่ยังไงล่ะ”
 
ฤาษีมันทยาที่ปกติเป็นฤาษีใจดีมีเหตุผลเมื่อได้ยินคำตอบถึงกับโกรธพระยมเป็นที่สุด จึงสาปพระยมหรือธรรมเทพว่า
“การตัดสินของท่านนั้นไม่สมเหตุสมผล นำเอาการกระทำของเด็กที่ยังไม่ประสามาตัดสินให้ต้องโดนตัดคอในตอนหลังเยี่ยงนี้
ท่านจงไปจุติยังโลกมนุษย์เสียเถิด”
 
พระยมหรือธรรมเทพในเวลานั้นก็จึงต้องมาเกิดเป็นลูกของทาสีที่เกิดจากพิธีนิโยคของฤาษีวยาสในนามว่า วิทูร
 
และด้วยเหตุที่วิทูรเป็นคนที่มีความรู้มีคุณธรรมอย่างสูงส่ง เป็นคนตัดสินความถูกผิด ความดีงาม ในสังคมในสมัยของราชวงศ์กุรุอย่างเที่ยงตรง จึงได้รับการยกย่องเป็น มหามติ และเป็นนายกรัฐมนตรีของกรุงหัสตินาปุระ แคว้นกุรุ
 
 
 
 
ขอบคุณ
ภาพและเรื่องจากอินเตอร์เน็ต

 

 

 

Comments are closed.