preload
s  h  o  w  s  h  o  w
Nov 19

สถานที่สำหรับอาหารมื้อเย็น เราเลือกตลาดโต้รุ่ง ในตัวอำเภอสังขละฯ บนรถมีเกริ่นถึงเมนูอาหารที่พลาดไม่ได้ ผมถามเด็กชายทั้งสองว่า หมูสีส้ม วางอยู่บนตะแกรง ข้างล่างคล้ายหม้อต้มน้ำร้อน ควันลอยกรุ่นขึ้นมา มีไม้เสียบชิ้นหมูจุ่มเอาไว้ เป็นอาหารอะไร เมื่อคืนตอนที่แวะตลาดซื้อข้าวของเครื่องใช้ก่อนกลับไปนอนที่พัก บังเอิญเจอแล้วเห็นคนนั่งรุมกันเยอะมาก

แกะนอน โชว์ทักษะกินหมูจุ่มแบบฉบับมอญขั้นเทพ

แกะนอน โชว์ทักษะกินหมูจุ่มแบบฉบับมอญขั้นเทพ

 

                     

                                                                                                       ตอนที่ 3(จบ)

 

 

 

               กล้วยไม้หายาก แต่โอกาสหายากยิ่งกว่า

               ไม่ว่ากล้วยไม้ที่พวกเราซื้อหามาจากร้านค้าในตลาดชายแดนด่านเจดีย์ 3 องค์จะหายากหรือง่าย ผมคุยกับไกด์พงษ์ศักดิ์ว่า นายเป็นไกด์ คงจะเคยเจอคำถามว่า มาที่นี่แล้วควรซื้อของที่ระลึกหรือของฝากอะไร อย่างไร

             “นายต้องบอกเขาว่า ไม่ว่าซื้ออะไรไป ซื้อก็เสียใจ ไม่ซื้อก็เสียใจ”

              พงษ์ศักดิ์ ทำหน้างง ผมจึงอธิบาย

             “ซื้อก็เสียใจ คือได้ของที่แพงเกินไปก็เสียใจ ส่วนไม่ซื้อก็เสียใจ คือ เพราะโอกาสที่จะมาถึงแหล่งท่องเที่ยวที่นานๆครั้งได้มานั้นหายากยิ่ง บางทีไม่ว่าจะถูกจะแพงก็ควรซื้อไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจภายหลังไง”

             ระหว่างออกจากด่านเจดีย์ 3 องค์ มุ่งกลับตัวอำเภอเมืองสังขละบุรี เราก็คุยกันมากขึ้น ไกด์หนุ่มน้อยเชื้อสายมอญดูผ่อนคลาย และ ปล่อยมุขออกมาเรื่อยๆ ภายในรถจึงครื้นเครง แม้จะต้องนั่งตัวเกร็งกันอยู่บ้างเวลาเจอด่านตรวจ

             ชั่วเวลาพยาธิในท้องไม่ทันร้อง เราก็มาถึงเขตอำเภอ แวะจัดการกับก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารมื้อเที่ยงอย่างรวดเร็วตรงทางผ่านนั่นเอง ในสังขละฯ ถ้าคุณเป็นพวกมีเส้น โอกาสที่จะหาร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆรับประทานยากพอสมควร ผมลองให้ไกด์พงษ์ศักดิ์ช่วยแนะนำ เขาพึมพัมกับตัวเองอยู่นานสองนาน คาดว่า กูเกิ้ลในสมองของเขาไม่สามารถค้นหาได้

             ทว่า ถ้าเป็นอาหารมื้อเย็น เขามั่นใจว่า อาหารที่เขาจะพาไปกินนั้น พวกเราต้องชอบแน่ แม้จะคันในหัวใจใคร่รู้ว่า ประมาณไหนกัน ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ ด้วยเวลานี้ยังห่างจากตอนเย็น

            “จากนี้ โปรแกรมทำอะไร ยังไงต่อไกด์” เมื่อมาอยู่ในที่ที่คุณไม่คุ้นเคย ชีวิตน้อยๆก็ต้องยกให้ไกด์เป็นผู้กำหนดแล้วล่ะ

            “ไปเล่นน้ำกันมั้ยครับ” เขาเสนอ ผมบอกก็ดี ไหนๆวันนี้ก็ตะลุยทางน้ำมาตั้งแต่เช้า นึกถึงตอนล่องแม่น้ำสามประสบ น้ำใสๆกับลมเย็นๆ ตกบ่ายอากาศเริ่มร้อน แหวกว่ายในลำน้ำ ก็น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสมาชิก

             อย่างที่ทราบ สังขละฯ อยู่ในภูมิประเทศที่มีทั้งภูเขา และ แม่น้ำ ลักษณะการท่องเที่ยวที่นี่จึงสามารถใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน เบื่อภูเขาก็ลงน้ำ เบื่อลำน้ำก็เที่ยวป่าต่อ

             ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู น่าจะกลับที่พักให้สมาชิกเรียกความสดชื่นก่อน บ่ายคล้อยแล้วค่อยเริ่มกิจกรรมทางน้ำตามที่ไกด์วางไว้

             “งั้นกลับที่พักแล้วรับแกะนอนมาเที่ยวด้วย”

               ….

             แดดยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแรง…คนกลับคึกคัก

            หลังจากได้พัก และ บนรถยังมีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งเป็นเด็กชายแกะนอน นายพรานนักล่าจั๊กจั่น ยิ่งทำให้บรรยากาศแผนการท่องเที่ยวช่วงบ่ายของเรามีชีวิตชีวา

            แกะนอน ระริกระรี้ ตั้งแต่อยู่รีสอร์ต เขาขออนุญาตจากพ่อแม่เรียบร้อย ดูจากแต่งตัวที่คิดว่าหล่อที่สุดในวันหนึ่งของเขา ใบหน้าที่ยิ้ม ตาเปล่งประกาย ก็พอจะรู้ว่า เขาดีใจมากแค่ไหนที่จะได้นั่งรถไปเที่ยว แม้จะเป็นสถานที่ไม่ไกลออกไปจากบ้านเขาเท่าไหร่

            “ผม.. ผม..เอ่อ เอ่อ ไม่ได้มาเที่ยวฝั่งนี้นานแล้ว สาม …สาม ปี แล้วมั้ง” เขาบอกทุกคนบนรถเมื่อรถแล่นผ่านตัวอำเภอ น้ำเสียงกระตือรือร้นขัดกับคำพูดที่ติดเอ่ออ่าของเขา เราไม่อยากจะเชื่อ

           “แน่นะ นานขนาดนั้นเลยเหรอ 3 เดือนรึปล่าว” ผมแซวเขา ปีนี้เขาเพิ่งจะ 7 ขวบ แสดงว่า ครั้งสุดท้ายที่เขาข้ามฝั่งมอญมาไทยก็ตอนอายุ 4 ขวบ เด็กตัวกะเปี้ยกจะจำแม่นขนาดนั้นเชียว แต่ก็เป็นไปได้ เพราะ ปกติเขาคงใช้ชีวิตอยู่แต่บ้าน-โรงเรียนวัดวังก์วิเวการามที่อยู่ฝั่งเดียวกันย่อมไม่ค่อยได้มีโอกาสข้ามเที่ยวฝั่งตัวอำเภอ

            ไกด์พงษ์ศักดิ์ที่นั่งติดกัน มองดูน้องชายแล้วหัวเราะ หึ หึ ความช่างเจรจาพาทีของน้องชายคล้ายๆจะบอกเราว่า อย่าไปจริงๆจังๆกับเขานักเลย

            แกะนอน หรือ เด็กชายพ้งผัด ยังชี้ชวนให้ดูนั่นนี่ไปตลอดทาง พอถามเรื่องหนึ่ง เขาก็ต่อได้ไปเรื่องที่สองสามสี่ ดูๆแล้วอีกไม่นานคงเจริญรอยตามพี่ชายของเขา

          “รอ รอ ให้ 9 ขวบ ขวบ ผมก็จะทำครับ”

            รถแล่นไม่นานนัก มาถึงสถานที่ขึ้นป้ายบอกว่า จุดพักผ่อนลงเล่นน้ำลำน้ำซองกาเลีย มองเห็นริมน้ำมีกระต็อบหลังเล็กๆเรียงรายตามฝั่งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งลง สั่งอาหาร และ เครื่องดื่ม ขณะที่ใครใคร่ลงน้ำก็สามารถหย่อนตัวลงข้างๆได้เลย

             ลำน้ำใสไหลค่อนข้างเชี่ยว ไม่มีใครลงเล่นน้ำ เพียงเอาขาแช่น้ำพอได้สัมผัสถึงความเย็นชื่นของลำธาร ไกด์พงษ์ศักดิ์ และ แกะนอน แม้อยากจะเล่นใจจะขาดก็สะกดอาการเอาไว้ รายของแกะนอนหมดสิทธิ์ตั้งแต่ออกจากรีสอร์ตแล้ว เขาถูกคำสั่งห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด เพราะ ด้วยร่างกายของเขามีความผิดปกติเกี่ยวกับปอด

             ไกด์พงษ์ศักดิ์บอกว่า น้องชายเขาตอนเด็กๆป่วยเป็นโรคปอดอักเสบ พอถูกความเย็นจะมีปัญหา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องระมัดระวัง นอกจากไม่สามารถลงเล่นน้ำเย็นๆได้ อาหารพวกเย็นๆ เช่น ไอศกรีม ก็ต้องหลีกเลี่ยง นับเป็นเรื่องที่สร้างความผิดหวังให้เด็กน้อยที่ได้แต่เอาขาตะกุยน้ำจนกางเกงขายาวที่อุตสาห์พับแล้วเปียกไปครึ่งท่อน

            “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวตอนเย็นลุงจะพาไปเที่ยวในเมือง หาของอร่อยๆกินกัน” ผมปลอบใจ และ ให้ความหวังชดเชยความผิดหวังของเขา

             เราอยู่เล่นน้ำเฉพาะขาที่ซองกาเลียจนพอใจ จากนั้นขับรถกลับมาที่พักอีกครั้ง อาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า รอเวลาจะไปหาของอร่อยตามที่วางแผนขั้นต่อไป

             เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะพยายามทำตัวให้ช้าๆเหมือนที่เปรยกับตัวเองที่ร้านอาหารเมื่อวันวาน ยังไงซะ ค่ำคืนนี้ต้องจัดหนัก เพราะ เป็นคืนร่ำลา

            มาถึงตรงนี้ ผมคิดว่า คิดถูกแล้วที่วางโปรแกรมไว้ 3 วัน 2 คืน โดยเที่ยวแบบไม่เหนื่อยมากนักกับสังขละฯเพียงที่เดียว จากเดิมที่คิดว่า อยู่ตรงนี้ 1คืน แล้วไปค้างที่อำเภออื่นของเมืองกาญจน์อีกสักคืน

            ที่สังขละฯเวลาเท่านี้กำลังดี ไม่มากไม่น้อย เช้า ทำบุญตักบาตร ล่องน้ำดูเมืองบาดาล ชมวัดวังก์วิเวการาม ไปด่านเจดีย์ 3 องค์ บ่ายลงเล่นน้ำที่ซองกาเลีย เวลายังเหลือๆ พอตะลุยดูชีวิตยามค่ำคืนของผู้คนที่นี่

            แกะนอน และ พี่ชาย ฆ่าเวลารอพวกเราด้วยการเล่นฟุตบอล ผมนึกสนุกขอร่วมแจม แกะนอนจัดเต็มในชุดแข่ง ยกเว้นรองเท้า ทั้งคู่เป็นแฟนทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเหมือนกับผม เมื่อเราต่างก็เป็นสาวกปิศาจแดงเช่นกัน หนี่งคนมีอายุกับสองเด็กน้อย3 แข้งติ่งแมนยูฯบนลานสนามหญ้าหน้ารีสอร์ทจึงบรรเลงไปอย่างสนุกสนาน

            มองดู แกะนอน และ พงษ์ศักด์ ผมเห็นตัวเองในตัวของเด็กชายทั้งสอง เด็กผู้ชายกับฟุตบอลเป็นเหมือนชีวิตและจิตวิญญาน กลิ่นหญ้าในสนาม ลูกฟุตบอลสักลูก ชุดแข่ง และ รองเท้าสตั๊ด คือ ความใฝ่ฝัน และ เฝ้าถวิลหา

              

            ฝนตกพรำๆ ก่อนจะค่ำ

            สถานที่สำหรับอาหารมื้อเย็น เราเลือกตลาดโต้รุ่ง ในตัวอำเภอสังขละฯ บนรถมีเกริ่นถึงเมนูอาหารที่พลาดไม่ได้ ผมถามเด็กชายทั้งสองว่า หมูสีส้ม วางอยู่บนตะแกรง ข้างล่างคล้ายหม้อต้มน้ำร้อน ควันลอยกรุ่นขึ้นมา มีไม้เสียบชิ้นหมูจุ่มเอาไว้ เป็นอาหารอะไร เมื่อคืนตอนที่แวะตลาดซื้อข้าวของเครื่องใช้ก่อนกลับไปนอนที่พัก บังเอิญเจอแล้วเห็นคนนั่งรุมกันเยอะมาก

            “อ้อ หมูจุ่ม” ไกด์พงษ์ศักดิ์ บอก

            “อร่อยมากด้วย” แกะนอน เสริม

             ผมว่า “งั้นคืนนี้เราจะกินไอ้นี่กัน ลองดู”

            ทั้งพี่และน้องยิ้ม ระล่ำระลักผลัดกันเล่าข้อมูลหมูจุ่มเหมือนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหมูจุ่ม หมูที่เห็นสีส้มเพราะใช้สีผสมอาหารให้ยั่วยวน น้ำซุปของร้านในตลาดโต้รุ่งหวานไปสู้ร้านที่ตลาดสดของหมู่บ้านมอญไม่ได้ คนมอญและคนที่นี่มักจะกินกันมากกว่า

            ที่ร้านหมูจุ่ม ร้านเพิ่งเปิดบริการลูกค้า ผู้หญิงพื้นบ้านรุ่นป้า และ หลาน กำลังช่วยกัน จุดเตาติดไฟ เตรียมของ

            เราสามคน ผม แกะนอน พงษ์ศักดิ์ นั่งล้อมวง จดจ้องไปที่ชิ้นส่วนหมูสีส้มแจ๊ด หม้อต้ม คล้ายกำลังรอดูการละเล่นมากกว่ารอกินอาหาร

            ถามป้าเจ้าของร้านบอกว่า เปิดขายไปจนถึงดึก ยิ่งดึก คนยิ่งคึก คาดว่า นักท่องเที่ยวต่างสะดุดตา และ ชอบบรรยากาศการกินแบบนี้ที่ดูอบอุ่นเป็นกันเองในหมู่เพื่อนฝูง

           พวกเรารอน้ำซุปเดือด จากนั้นก็คนละหนุบสองหนุบ ไม้แล้ว ไม้เล่า ส่งหมูเข้าปาก ตามด้วยน้ำซุปแบบยกชามในเวลาชั่วพริบตา

           แกะนอน บอกว่า เขาสามารถกินหมูจุ่มครั้งละหลายๆไม้ หมูจุ่มขายเป็นไม้ ไม้ละบาท กินเสร็จวางไม้ไว้ ตอนอิ่มจะจ่ายเงิน แม่ค้าก็จะเก็บไม้ไปนับค่อยคิดเงินตาม

           คืนนั้นจำได้ แกะนอน คนเดียว 20 ไม้ เท่าๆกับพี่ชาย ส่วนผมได้ส่วนแบ่งน้อยที่สุดจากงบประมาณที่ลองกินกัน 50 บาท

           ….

          ตลาดกลางคืนแต่ละที่ล้วนมีชีวิตและสีสันเสมอ

          หลังอิ่มหนำสำราญเหมือนได้ดูการแสดงแถมแฝงด้วยความเป็นอยู่ของผู้คนสังขละฯ ครั้งหน้าเมื่อย้อนมาที่นี่ใหม่ ผมจะบรรจุไว้เป็นมื้อเย็นหรือดึกอย่างแน่นอน

          เรากลับถึงที่พักก็เป็นเวลาที่จั๊กจั่นและพวกพ้องแมลงทั้งหลายออกมาเล่นไฟกันแล้ว

           อากาศหลังฝนเย็นสบาย เรานั่งคุยกันต่อ คุยไปพลางฟังเสียงแมลงทั้งหลายดังระงมไปพลาง มโหรีประจำค่ำคืนบรรเลง เวลาเดียวกันนั้นสองพี่น้องพรานนักล่าจั๊กจั่นออกหาเหยื่ออีกครั้ง

          คืนนี้จั๊กจั่นเยอะกว่าคืนก่อน ไม่นานนักจั๊กจั่นที่แกะนอน พงษ์ศักดิ์ ช่วยกันจับได้ถูกยัดลงขวดน้ำขนาดกลางเต็ม

          “คืนนี้ พวกผมจะจับให้ได้เยอะๆ เอาให้ครูทอดให้ลุงกินครับ” พงษ์ศักดิ์บอก

          ครูที่พวกเขาเอ่ยถึง คือ ภรรยาเจ้าของรีสอร์ตรับราชการเป็นครู ซึ่งต่อมาเราได้คุยกัน จึงรู้ว่า ไม่บ่อยครั้งนักที่ลูกค้าที่มาพักจะได้ลิ้มลองจั๊กจั่นทอด มันเป็นอาหารพิเศษสำหรับแขกที่พิเศษ

         ทุกคนที่นี่ชอบกินจั๊กจั่นทอด และ ชักชวนคนที่สนิทสนมกินด้วยคล้ายกับจั๊กจั่นทอดคือมิตรภาพที่จะแสดงออกต่อกัน

         ตลอดวันนี้เราสนิทสนมกันขึ้น เด็กสองคนก็รู้สึกเช่นกัน แทนมิตรภาพที่ดีที่เสนอมา ผมสนองด้วยการจับแมลงผู้เคราะห์ร้ายลงไปในกระเพาะหลายตัว รสชาติของมันคล้ายๆกับมันฝรั่งทอด แต่ กรอบ มัน เค็มลงตัว

           ราตรีเหลืออีกไม่ยาวนานแล้ว…

          ที่ไกลตาหมอกลงหนาตาขึ้นทุกทีราวกับทุกที่ทุกทางบนเขาแห่งนี้คลุมไปด้วยม่านหมอก

           วงสนทนายังอยู่ จั๊กจั่นยังบินเล่นไฟ แต่ผมเตรียมตัวเข้านอนในฐานะโชเฟอร์ที่จะต้องขับกลับกทม.ตอนรุ่งเช้าของพรุ่งนี้

           แกะนอน ตาเยิ้ม พงษ์ศักดิ์ ยังปกติ กลับไปถึงกรุงเทพฯ ผมคงอดคิดถึงเด็กสองคนนี้ไม่ได้ มีคำกล่าวในนวนิยายจีนที่ผมชอบอ่านบอกว่า สหายกันวันเดียวแต่ผูกพันชั่วชีวิต ประสาอะไรกับเด็กเชื้อสายมอญที่น่ารักสองคนนี้อยู่กับเขามาสองวันสองคืน

           ก่อนที่ผมจะแยกตัวไปนอน ผมอยากได้เบอร์รองเท้าของทั้งคู่ เพื่อที่จะซื้อสตั๊ดสำหรับเตะฟุตบอลส่งมาให้

           “ถือเป็นของขวัญปีใหม่นะ เดี๋ยวลุงซื้อแล้วส่งมาให้”

           พงษ์ศักดิ์ ดีใจมาก ขณะที่ แกะนอน ตาที่หยาดเยิ้มเพราะความง่วงกลับลุกวาวขึ้น ในนั้นมีความหวังที่เจิดจ้าวิบวาวอยู่

           คืนร่ำลาจบลงพร้อมสัญญา

           ….

          เช้าของอีกวัน ออกเดินทางกลับกทม.

          ช่วงเวลาแห่งการทำชีวิตอย่างช้าๆเหมือนสัญญานโทรศัพท์ยุค 2 G หมดลง ผมพกใบสัญญาที่ไม่ได้มีลายลักษณ์อักษรลงนามกำกับแต่อย่างใดหลายเรื่องกลับบ้าน

          สังขละบุรี มีเรื่องต้องสัญญาว่าจะกลับมาอีก สัญญาว่ามาแล้วต้องมาสะพานมอญ หมู่บ้านมอญ ล่องเรือดูเมืองบาดาล กราบขอพรหลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม ด่านเจดีย์ 3 องค์ ซองกาเลีย หมูจุ่ม จั๊กจั่นทอดกรอบ และ เล่นฟุตบอลกับเด็กๆ

          เหล่านี้ล้วนต้องพกพาเอาไว้ในใจ…

          อะไรก็ตาม ลองได้อยู่ในใจแล้ว แม้สัญญาจะไม่ได้ผูกมัด หากไม่ผูกพันคงไม่ได้แล้ว ผมหลับตาย้อนนึกถึงชีวิตในสังขละฯ อดที่จะเปรียบเทียบกับที่ท่องเที่ยวที่แล้วมาไม่ได้

           สถานที่บางแห่งแม้ไม่ได้สวยงาม วิวทิวทัศน์ไม่ยิ่งใหญ่ตระการตา หากแต่มีใครสักคนร่วมทาง ร่วมทำอะไรด้วยกัน ที่ไม่สวยไม่ยิ่งใหญ่ก็ไม่นับเป็นอย่างไรได้

          ในทางกลับกัน สถานที่บางแห่งสวยงามจับใจ ทิวทัศน์เพริศแพร้วราวกับสวรรค์สรรสร้าง แต่ปราศจากคนรู้ใจเฝ้ามองอยู่ร่วมกัน สถานที่นั้นก็กลายเป็นเปลี่ยวร้างจืดชืด

          ถ้ามีสองอย่างถึงพร้อม ทั้งสถานที่สวยงาม และ คนร่วมทาง ความหมายของการท่องเที่ยวจะประทับฝังลึกอยู่ในใจไปนานเท่านาน ที่ๆแบบนี้อาจมีไม่มากในชีวิตที่เราพานพบ วันนี้นับว่าต้องจดจำไว้อีกที่แล้ว…

           สังขละบุรี เมืองเล็กๆ เมืองนี้…นี่เอง

 

 

 

                                                                                         …………. 😆 . 😆 ………………

   

 

 

แกะนอน และ พี่ชายไกด์พงษ์ศักดิ์ กดไลค์ให้ซองกาเลีย

แกะนอน และ พี่ชายไกด์พงษ์ศักดิ์ กดไลค์ให้ซองกาเลีย

 

2

 

ลำน้ำซองกาเลียมองจากถนนลงไป

ลำน้ำซองกาเลียมองจากถนนลงไป

 

อีกมุมบนถนนมองซองกาเลีย

อีกมุมบนถนนมองซองกาเลีย

 

ชาวมอญชอบกินหมูจุ่ม แม่ค้าร้านนี้กำลังจัดเตรียมของเพื่อเปิดบริการ

ชาวมอญชอบกินหมูจุ่ม แม่ค้าร้านนี้กำลังจัดเตรียมของเพื่อเปิดบริการ

 

เราเป็นกลุ่มแรกที่เดินเข้ามา

เราเป็นกลุ่มแรกที่เดินเข้ามา

 

แกะนอน ไม่ยอมวาง มีความสุขที่สุดที่ได้ลิ้มลอง

แกะนอน ไม่ยอมวาง มีความสุขที่สุดที่ได้ลิ้มลอง

 

แกะนอนอร่อยสุดๆ

แกะนอนอร่อยสุดๆ

ผลงานของผมไม่ทันเด็ก

ผลงานของผมไม่ทันเด็ก

 

ตลาดโต้รุ่งมีอะไรให้แวะชิม แวะอุดหนุนพอสมควร

ตลาดโต้รุ่งมีอะไรให้แวะชิม แวะอุดหนุนพอสมควร

 

ทริปนี้ มีความทรงจำหลายอย่าง น้องคนนี้่ยืนให้ถ่ายภาพอยู่หน้าสะพานมอญแลกกับเงิน

ทริปนี้ มีความทรงจำหลายอย่าง น้องคนนี้่ยืนให้ถ่ายภาพอยู่หน้าสะพานมอญแลกกับเงิน

 

กล้วยหอมนาค ของท้องถิ่นที่กทม.หากินไม่ได้

กล้วยหอมนาค ของท้องถิ่นที่กทม.หากินไม่ได้

 

เจดีย๋พุทธคยา สีทองอร่าม

เจดีย๋พุทธคยา สีทองอร่าม

 

14

 

ด่านเจดีย์3องค์ มีอะไรให้ศึกษามากกว่ามาจับจ่ายถ่ายเดียว

ด่านเจดีย์3องค์ มีอะไรให้ศึกษามากกว่ามาจับจ่ายถ่ายเดียว

 

16

 

17

 

อนาคตแม่ค้าขายกล้วยไม้ ณ สุดแดนตะวันตก

อนาคตแม่ค้าขายกล้วยไม้ ณ สุดแดนตะวันตก

 

ยามเช้าวันจะกลับกทม.สนามหญ้า โอล์ดแทรฟฟอร๋ดที่รอสตั๊ดของสองเด็กน้อยมาเหยียบ

ยามเช้าวันจะกลับกทม.สนามหญ้า โอล์ดแทรฟฟอร๋ดที่รอสตั๊ดของสองเด็กน้อยมาเหยียบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comments are closed.