
ซีซาร์ มิลลาน เคยพูดไว้ว่า เมื่อคนสักคนหนึ่งจะเลี้ยงหมาสักตัว หมาที่เขาได้มามักไม่ใช่หมาที่อยากได้หรือใฝ่ฝันไว้แต่จะเป็นหมาที่มีความหมาย และ มีความจำเป็นต่อเขาอย่างที่สุด
ไม่มีคำพูดใดๆจะปลอบใจผมได้ดีกว่านี้แล้ว
สำหรับกับ “ลูซี่” ลูกหมาขนสีเทาหม่นหายาก นัยตาสีฟ้าชวนฝัน ว่าที่แฟนสาวของวายร้ายตาโปน “ลัคกี้”
ยอมรับว่า ผมต้องการและอยากจะได้หมาตัวเมียที่สเปคเลิศเลอเฟอร์เฟคแต่ราคาค่างวดแพงเกินกว่าจะไขว่คว้าจริงๆ สุดท้ายแล้วหากผมจะได้ “ลูซี่” มาก็น่าจะเป็นลูซี่ที่เป็นเฟรนซ์บูลด็อกแบบธรรมดาๆแต่เธอจะมีคุณค่าและความหมายต่อเราอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ตอนนี้เราต้องอดทนและรอคอยกันต่อไปอีกสักหน่อย
วันเวลาที่ผ่านไปในทุกวัน ทุกนาทีมีลูกหมาเกิดใหม่มากมาย บางทีเป็นร้อยเป็นพันหรือเรือนหมื่น ในจำนวนมากหลายเหล่านั้นจะต้องมีสักตัวแหละน่าที่จะมาเป็นเพื่อนแก ลัคกี้ จงเชื่อมั่นในพรหมลิขิต 5555
ระหว่างนี้เป็นช่วงแห่งการรอคอย และ ระหว่างที่รอคอยผมก็ไม่ลืมที่จะสังเกตดูพฤติกรรมของหมาหนุ่มตัวเดียวในบ้านว่าเขาเป็นอย่างไร
คนหากไร้คู่ อยู่อย่างโดดเดี่ยว บ้างก็ว่ามันเหงาสุดจะทนทาน บ้างก็ว่าอารมณ์จะแปรปรวนยิ่งกว่าอากาศที่ไม่รู้ตกลงนี่หน้าอะไรกัน หนาว ร้อน หรือว่า ฝน
แล้วหมาล่ะ?...เราย่อมไม่มีทางรู้ว่าเขาเหงา หรือ อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อยหรือไม่ ถามไปมันก็คงไม่ตอบทำได้แต่ลอบจับตาดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
ลัคกี้เปลี่ยนไปพอสมควร!
ยกตัวอย่าง เรื่องนอน ผมรู้สึกว่าเขานอนหลับได้ไม่ยาวเหมือนเมื่อก่อน ทุกๆคืนแม้ยังเข้านอนตอนประมาณสี่ทุ่ม หลับลึกและกรนเสียงดังไม่ต่างจากคนตามปกติ แต่ราวๆตีสองก็จะปลุกผมด้วยวิธีส่งเสียงเห่าที่ข้างเตียงให้เปิดประตูห้องนอน จากนั้นพอพ้นออกจากห้องผมเขาก็จะเดินตรงไปใช้ขาข่วนประตูให้เกิดเสียงปลุกป้าแม่บ้านที่อยู่อีกห้องหนึ่งให้พาเขาเดินลงบันไดไปที่ชั้นล่างเพื่อเปิดประตูอีกชั้นออกไปทำธุระเบาๆแล้วขอเข้าบ้านมานอนต่อถึงตีห้า
ความเป็นหนุ่มอาจทำให้เขากระสับกระส่ายนอนไม่หลับหรือเป็นเพราะยิ่งอายุมากขึ้นความต้องการในการนอนก็น้อยลงเหมือนกับคนที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ไม่อาจทราบได้ แต่ผมและป้าแม่บ้านเราก็ต้องรับมือกับเขาในทุกๆคืนอย่างนี้มาต่อเนื่องจนเริ่มชินกันแล้ว
เรื่องการกิน ดูเหมือนเขาต้องการปริมาณอาหารต่อมื้อของเขามากขึ้น ปกติหมาหนุ่มต้องการอาหารสองมื้อ คือ เช้าและเย็น สองมื้อในปริมาณที่ไม่มากไม่น้อยนับว่าเพียงพอต่อกิจกรรมนั่งๆนอนๆเดินวนรอบบ้าน ออกแรงด้วยการเดินรอบหมู่บ้านในช่วงวันหยุดของผมบ้างแต่ระยะหลังเขาเพราะต้องเสริมกล้ามเนื้อหรือเพราะกระเพาะขยายตัวไม่ทราบเขาบริโภคน่องไก่สัปดาห์ละหนึ่งกิโลกรัมเป็นอย่างน้อยตามด้วยตับไก่อีกราวครึ่งกิโลฯไม่นับฟักทองและผักสีเขียวต้มตลอดจนผลไม้หลังมื้ออาหารอีกจำนวนหนึ่ง
สองเรื่องนี้ว่าไปแล้วไม่นับเป็นอย่างไรได้ก็หมาโตขึ้น เป็นหนุ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายย่อมตามมาเป็นธรรมชาติ ผมไม่ยอมแพ้พยายามดูลึกเข้าไปที่ข้างใน
หมาที่ปกติมักมีจิตใจที่มั่นคง ไม่ถูกยั่วยุโยกคลอนจิตใจได้ง่าย แต่ยกเว้นลัคกี้ จมูกทำหน้าที่รับรู้สัมผัสก่อนสายตาโปนๆของเขาจะทำงานเพ่งมองหาเป้าหมาย จากนั้นก็จะแสดงออกทั้งตื่น และ เต้น ตลอดเวลา
ลัคกี้ตื่นเต้นง่าย บางครั้งความตื่นเต้นก็มาพร้อมกับตึงเครียดเป็นเหตุให้หลายครั้งที่เด็กๆอย่างเช่นสมาชิกสาวน้อยหรือหลานสาวตัวน้อยของผมโดนเขี้ยวเล็บของหมอนี่งับและตะกุยเข้าใส่ แต่ระยะหลังเขาพฤติกรรมส่วนนี้ของเขาดีขึ้นอาจจะยังมีความตื่นเต้นอยู่เพราะต้องตื่นตัวกับสิ่งเร้าแต่ก็ไม่ได้แอบก้าวร้าวตามมาเท่าไรแล้ว นั่นอาจเพราะ จิตใจของเขามั่นคงขึ้น
คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาย่อมมีประสบการณ์และการมองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ผมคิดว่า หมาก็คงไม่ต่าง พฤติกรรมที่ก้าวร้าวนอกจากจะบำบัดด้วยการพาพวกเขาออกกำลังกาย ปลดปล่อยพลังงานที่ล้นทะลักให้ระบายออกช่วยได้มาก แต่ความรักความเข้าใจที่เพียรเพาะด้วยเวลานั้นก็ช่วยได้ไม่น้อยเช่นกัน
วายร้ายตาโปนได้รับความรักความเอ็นดูจากสองสาวมากขึ้นๆเพราะความนิ่งและสงบของเขา พิจารณาจากตรงนี้ ลัคกี้มีภาวะจิตใจที่นิ่งและมั่นคง ชนิดที่ผมเองอดไม่ได้ที่จะชื่นชมเขาเพราะไม่ได้คาดหวังมากนักกับวายร้ายที่ดื้อดึงตัวหนึ่ง
ไม่ใช่เพียงผม ผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านบางครั้งก็ชมไม่ขาดปากว่า หมาที่ซีซาร์อาจต้องส่ายหัวอย่างลัคกี้จะอ่อนหวานและอ่อนโยนได้ปานนั้น
ทุกๆเช้าเขาจะอ้อนและอ่อนหวานกับสาวๆ เรียกให้จูบ ให้หอมแก้ม เพียงแค่ยื่นหน้าให้เจ้าหมอนี่ก็จะยื่นจมูกบี้แบนมาชนแก้ม ช่างเป็นภาพที่ละมุนละมัยในยามเช้าสำหรับผมเหลือเกิน
ยิ่งกับป้าแม่บ้านที่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเขา เพราะ เป็นผู้ที่อยู่กับเขาตลอดทั้งวัน คอยให้ข้าวให้น้ำ หมอนี่ออดอ้อนในแบบที่ไชยา มิตรชัย หรือ พระเอกลิเกวิกไหนเห็นคงต้องยอมเรียกพี่
ยามใดที่ป้ามีธุระต้องออกนอกบ้าน หมาตัวหนึ่งที่ร่าเริงจะกลายเป็นหมาที่มีปัญหาขึ้นมาทันที คล้ายๆกับหมาเหงาขาดความอบอุ่น หลายครั้งที่เพื่อนบ้านช่วยบอกเล่ายืนยันให้ฟังว่า หลังจากที่คล้อยหลังป้าแล้ว เขาที่อยู่เพียงลำพังภายในบ้านเราจะสะท้อนความในใจของเขาออกมาด้วยการหอนอย่างโหยหวนชวนให้คนฟังสลดหดหู่คล้ายกับเขากำลังเปล่งเสียงร้องไห้เพียงแต่ไม่มีน้ำตาไหลเป็นทางออกมาเท่านั้น
เสียงหอนโหยหวนนั้นคงเพราะจิตใจของเขาสั่งให้เขาเป็นเช่นนั้น
ทว่า กับเรา ผม และ สมาชิกที่เหลือเจ้าหมอนี่ไม่เคยมีอาการแบบที่ว่า คงเพราะเขาชินแล้วว่า เราต้องออกจากบ้านในตอนเช้าและกลับมาในตอนฟ้ามืดเป็นปกติจนเขาคุ้นเคย แต่กับป้าเขาไม่เคยห่างและไม่เคยชิน
เมื่อญาติผู้ใหญ่ออกจากบ้านไปกันหมดนั่นหมายถึงเขาต้องอยู่คนเดียวจึงเป็นภาวะที่เขายอมรับไม่ได้
นี่เป็นเรื่องของใจที่ผมมองเห็นว่า เขาเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด
ลึกลงไปข้างในใจมากไปกว่านี้ เช่น เรื่องของวัยหนุ่มกับอาการการเรียกร้องของหัวใจ มีเหงา อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว บ้างหรือไม่ ผมยังมองไม่เห็นคงต้องเฝ้ามองและลอบติดตามความผิดปกติต่อไป
แล้ววันหนึ่งผมก็พบว่า เขามีความผิดปกติอย่างหนึ่ง ด้วยท่าทางและพฤติกรรมที่แสดงออกทำให้ต้องฉุกคิดว่า นี่ใช่เป็นอาการที่สมควรเชื่อมโยงกับเรื่องราวของหัวใจดีหรือไม่
มันเริ่มต้นมาจากท่าทางเหมือนคนกำลังจะบิดขี้เกียจ เขาเหยียดขาหน้าออกไป หน้าอกไถไปกับพื้นหญ้า หรือ พื้นซีเมนต์ สองขาหลังทำหน้าที่ยันและผลักตัวให้เคลื่อนไปข้างหน้า เหมือนท่าคลานศอกของเหล่าทหารที่ฝึกรบ ทำจนครบรอบหมดพื้นที่แล้วพยุงตัวลุกขึ้นใหม่ ย่อตัวลงทำแบบเดิม ณ จุดเริ่มต้นเดิมไปจนสิ้นสุดรันเวย์ เขาทำซ้ำๆวนๆเวียนๆอยู่อย่างนั้นราว3-4 รอบ จนกระทั่งหน้าอกอันเต่งตันที่มีขนขึ้นสวยงามพลันกลายเป็นปื้นแดงไร้ขนเงางาม อาณาบริเวณยิ่งนานยิ่งแผ่กว้างเกือบเท่าฝ่ามือคน
ตำแหน่งนี้ที่เขาลงทุนลงแรงถูไถในทุกๆโอกาสที่มี มันไม่ใช่ตำแหน่งเดิมๆที่เขาเคยคัน หรือเคยถูกแบคทีเรีย ไวรัส ยึดครองพื้นที่บนผิวหนังของเขา
ตำแหน่งพวกนั้นหายเป็นปลิดทิ้งไปนานแล้ว
ครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณที่ที่ลึกลงไปจะเป็นที่ตั้งของหัวใจ ข้อสันนิษฐานของผมมีเพียงประการเดียวหน้าอกเป็นตำแหน่งที่เท้าของหมามักไม่อาจเอื้อมถึง ลัคกี้มันเรียนรู้ว่า เวลาคันการเกาทำได้ลำบากมีแต่ต้องทำวิธีนี้เท่านั้น
เมื่อคันก็ไถ เมื่อไถก็หายคัน นานวันไป เชื่อว่า หมาหนุ่มของผมนอกจากจะมีชื่อจีนเป็น “อาเกา” “เฮียเกา” เขาจะกลายเป็นผู้ชำนาญในการเกา แก้อาการคันตรงหัวใจได้ชนิดหาตัวจับยาก 5555
ทว่า ความจริง “อาเกา” คงยังไม่ทราบ รอกระทั่งมันอายุอานามของมันเท่าๆกับนายของมันเมื่อไหร่มันจะทราบเองว่า ในโลกของบุรุษสงบเสงี่ยมเจื๋ยมเจี้ยมอย่างเรา เมื่อใดเกิดอาการคันที่หัวใจ ย่อมมีวิธีเกาได้หลายหลากกว่านี้ มากกว่าเอาตัวถูไถไปกับพื้นวิธีเดียว :)
.........................
**หมายเหตุ : สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังครับทุกท่าน ขอขอบคุณสำหรับการติดตามและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันทั้งในบล็อก และ เฟซบุ๊ค ขอบคุณสำหรับพรปีใหม่ และ ขอได้รับพรจากผมและลัคกี้กลับไปเป็นร้อยเท่าพันทวีคูณ ขอให้มีความสุขตลอดปี 2555 เราขอเพียงได้เป็นส่วนหนึ่้งของรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกท่านเหมือนเดิมแค่นี้ก็สุขใจแล้วครับ
ด้วยรักเสมอมาและตลอดไป
Showshow & Lucky (และอาจจะมี Lucyในอนาคตอันใกล้นี้:)))
เคยรู้สึกมั้ย เวลาคันแล้วถูกเกา นี่คือเหงา เอ๊ย! อาเกา อ่อนหวานเสมอในยามเช้า เพราะด้านหลังของผมเขียนว่า "เลี้ยงแล้วรวย" ทุกคนในบ้านจึงรัก5555 เหงาๆก็เอาลูกบอลมาเล่น เหงามากๆพี่ๆก็จับมาแต่งตัวไม่เว้นแม้แต่กราฟฟิคในคอม ท่าเหินฟ้า คะนองเดช มีน้องเป็ดคอยคุมเชิง เป็นท่านอนที่สบายที่สุด นั่งก็มั่น ยืนก็มั่น อย่างนี้ไม่มีเหงาหรอกครับคุณพี่:)) แต่เหงา....มันห้ามกันได้หรือ?







เขียนโดย showshow ที่ 2012-01-16 18:08:17 น. 11 ความคิดเห็น
ขอให้ปะป๊าหาลูซี่เจอเร็วๆ นะลักกี้ ^^
HI LUCKY! HAPPY NEW YEAR,HOW ARE YOU? YOU LOOK BETTER,IS YOUR HOUSE FLOODING? WISH YOU THE BEST AND YOUR DAD WILL FIND YOU A PRETTY GIRLFRIEND, FROM BUDDY AND HIS MOM!
Lucy Lucy Lucy เธออยู่หน่ายยย....หุ หุ
คิดถึงอยู่นะ หวัดดีปีใหม่นะ Lucky -ขอให้มีความสุขสมหวังมากๆปีใหม่นี้นะคะทั้ง Lucky และเจ้าของ ขอให้หายคันนะคะคั
อ่านจากแววตาแล้ว ละขี้อยากบอกว่า
"คนมีคู่ไม่รู้หรอก"
เอ๋ก็มีลูกสาวอยู่ 1 ตัว ชื่อปาล์มมี่ เป็น เฟรนด์บลูด๊อก เหมือนกัน แต่เป็นสีดำลายเสือ เขาพึ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคไต เป็นได้แค่อาทิตย์เดียวเอง เขาเหมือนลัคกี้มาก ๆ เวลา เห็นรูปลักกี้แล้วนึกถึงเขาตลอด อยากจะบอกว่ารักและคิดถึง เขาเป็นสุดยอดหมาที่น่ารักจริง ๆ