ป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าที่มีทรัพยากรหลากหลาย
ล้วนมีประโยชน์ มีค่าต่อมนุษย์และสัตว์ในการดำรงฃีพ
ป่าที่สมบูรณ์เป็นธรรมชาติเหลือน้อยลง ทุกวัน
เล่าถึงป่าหนึ่งในเมืองพัทลุงที่คงอยู่ มีอยู่ในท้องที่อำเภอตะโหมด
เป็นป่าที่มีคนเถื่อน สัตว์เถื่อน ตั้งแต่ซาไก ถึงเสือตัวใหญ่ ๆ ฯลฯ

เล่าถึงความเป็นป่าในอดีตของป่าตะโหมด
เพราะตอนนี้เริ่มมีข่าวการลักลอบบุกรุกเข้าตัดไม้ในท้องที่อำเภอตะโหมด
บริเวณป่าแห่งนี้ มีผู้แอบรุกเป็นพัก ๆ จึงมีข่าวเป็นช่วง ๆ เช่น
ข่าวการไล่ให้กลุ่มซาไกถอยหนี เพราะรู้เห็นการลอบตัดไม้ หรือเพื่อประโยชน์อื่น
ข่าวการบุกเข้าล่าเสือ เพื่อส่งชายต่างประเทศ ฯ และเข้าหาทรัพยากรอื่น ๆ ที่สมบูรณ์ในป่านี้
แต่ข่าวเรื่องความน่ากลัว และอันตรายของธรรมชาติ และสัตว์ป่าแห่งตะโหมดมีมาแต่โบราณ
ตะโหมดซึ่งเคยเป็นเส้นทางโบราณที่ชาวบ้านเดินทางข้ามเขาบรรทัดไปปะเหลียน
มีเล่าขานกันมา และบันทึกไว้ในวรรณกรรมต่าง ๆ ขอยกมาบางความจากวรรณกรรมบางเรื่อง
พอเป็นสังเขป เนืองจากวรรณกรรมเหล่านั้น กวีได้บรรยายถึงสภาพธรรมชาติ
ป่าไม้ ภูเขา ลำธาร สัตว์ป่า ฯ ไว้อย่างไพเราะ เช่น
จาก "นิราศเมืองปะเหลียน" กล่าวถึงการเดินทางผ่านป่าตะโหมดบางตอน
ที่กวีได้เดินทางไปราชการผ่านป่าตะโหมด ว่า
....รำพันพลางช้างเดินจนเกินวัด เข้าพงชัฏตัดทางขึ้นข้างขวา
ออกจากดงลงข้ามลำน้ำมา สายชลาลึกเชื่ยวเป็นเกลียวโชน
ช้างข้ามพ้นแต่คนเดินลำบาก ชูห่อหมากห่อผ้าผวาโผน
บ้างเดินเลียบริมหาดไม่อาจโจน พอตัวโอนตีนตะแคงน้ำแทงไป
.....................
คราวขึ้นเขาช้างเราเดินช้า ๆ เอางวงคว้าหนีชะง่อนก้อนไสล
คุกเท้าหน้าลงยันให้มั่นใจ คลานขึ้นได้อย่างลำบากยากเต็มทน
คชาชาติเชิงฉลาดไม่ใช่น้อย งวงนั้นคอยดึงลองสองสามหน
จนรู้แน่ว่าไม่แพ้กำลังตน พอทานทนน้ำหนักได้ไม่ตกลง
...................
ในนิราศนี้มีบทกล่าวชมนก ชมไม้ไพเราะอีกมากบท
(นิราศเมืองปะเหลียน, ประพันธ์โดย พระยาโสภณพัทลุงกุล ปี พ.ศ.2422)
อีกวรรณกรรมหนึ่งกล่าวถึงนาม ตะโหมด ไว้บางตอน เช่น
จากนางเลือดขาวคำกาพย์ เมื่อคราวนางเดินทางผ่านบริเวณตะโหมด ว่า-
มากึ่งทุ่งควนตะโหมด เจ้าหน่อถามแก่พ่อตา
โน่นควนไหรพ่อขา ตาโมบอกหลอกกุมาร
นั่นแหล่ลูกควนตะโหมด ผึพรายโภตแรงเกินการ
ผีตะโหมดครั้งโบราณ คนไปใกล้ไม่รอดมา
จับได้ชวนกันกิน สูบเลือดสิ้นม้วยชีวา
.................
นอกจากสภาพภูมิศาสตร์แล้ว นามตะโหมดนั้นสัณนิฐานกันหลายที่มา เฃ่น
บ้างว่ามาจาก "โมชะฬะ" เป็นจารึกอักษรขอมบนศิลาจากรึก พบที่พุกาม เมืองพม่า
บ้างว่าเพี้ยนมาจาก"โมชฬนคร" ซึ่งเป็นชื่อของสองเมืองมารวมกัน
คือ "นครตระ" และ"โมชฬนคร" ฯ
(วิทยานิพนธ์ "การศึกษานางเลือดขาวคำกาพย์ ตำนานเมืองพัทลุง", ฯ 2550)
เรื่องของป่าตะโหมด เป็นเรื่องต้องอนุกรักษ์ รักษา
ต้องได้รับการคุ้มครองให้ธรรมชาติให้คงอยู่ให้มาก ให้นานที่สุด
คุ้มครองสัตว์ป่า คนเถือนกลุ่มซาไก ฯลฯ
เพราะกล่าวกันว่า มนุษย์ซาไกอาศัยอยู่ที่ใด
ป่านั้นบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ว่ายังบริสุทธิ์อยู่.
( ภาพจาก www.yala.go.th)
เขียนโดย sidabhai ที่ 2009-03-28 21:34:02 น. 6 ความคิดเห็น
คุณรู้เรื่องค่อนข้างดีนะ...แปลกใจ
siwaya2517-ขอบคุณ
เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งจากวรรณกรรมพื้นบ้านภาคใต้ ฯ
เห็นคำว่า 'ตะโหมด'แล้ว อดึกถึง ผีโขมด ไม่ได้น่ะค่ะคุณลุง
คุณเมย์ , ชื่อตะโหมด คงลากเข้าหาความ
ตามที่โบราณสันนิฐาน ก็ได้
จากการลงสำรวจพื้นที่ ชาวบ้านบอกมาจากผู้นำชื่อ โต๊ะโหมด เมื่อสมัยอยุธยา
แต่ผมว่าน่าจะมาจากคำว่า โกมอล นั่นคือ ชื่อของบิดาของสุลต่านสุไลมาน ต่อมาเพี้ยนเป็น โต๊ะโหมด เพราะสำเนียงคนใต้จะชอบออกเสียงสั้นๆ ส่วนต.เต่ากับก.ไก่ ออกเสียงคล้ายกันในภาษาใต้แถวสงขลา
ก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็น ตะโหมดในปัจจุบัน
ที่ว่า ทำไม ต้องตั้งหมู่บ้านแถวนั้นว่า โกมอล เพราะน้องชายของสุลต่านสุไลมาน หลังจากโดนอยุธยาตีสงขลาแตก ก็ได้มาเป็นเจ้าเมืองพัทลุง ก่อนสุลต่านสุไลมานตาย มีรับสั่งว่า ให้ไปตั้งเมืองที่ไชยบุรี ซึ่งก็เป็นทางผ่านไปเมืองนี้ แสดงว่าชาวบ้านที่ถูกต้อนมาหลังจากสงขลาโดนเผาเมือง น่าจะมาตั้งรกรากที่นี่ ส่วนความสำพันธ์ของตะโหมดกับไชยบุรีก็ยังมีให้เห็น เช่นชื่อ น้ำตกหม่อมจุ้ย เป็นต้น
ดร.สุริยะ /ขอบขอบคุณ
ส่วนใหญ่ตรงและคล้ายข้อมูลเก่าเดิม
ที่อ้างถึง เว้นแต่คำโกมอล -โต๊ะโหมดนั้น
น่าจะห่างไกลไปหน่อย