SINGINGINTHERAIN

I believe in love

เขียนอย่างไรให้เป็นมืออาชีพ & ให้6 "ศรัทธา…FAITH"

March8

 

วันหยุดแบบสบายๆ  ที่ผ่านมา  ฉันได้มีโอกาสไปร่วมอบรมการเขียน พร้อมชม ให้ 6 เธียเตอร์ทอล์คชุด”ศรัทธา…FAITH”

ของสำนักพิมพ์ ณ.เพชร  ที่โรงแรมสยามซิตี้มา  หลังจากรอคอยเธอ(งานนี้)มาแสนนาน…   

 

.

 

เช้าวันเสาร์ที่ 6 มี.ค.ฉันอาบน้ำ แต่งตัว แล้วเดินทางไปยังโรงแรมสยามซิตี้  ด้วยใจระทึก  

ไปถึงโรงแรมตอน 9 โมงกว่า ๆ   

ทันทีที่ย่างก้าวเข้าสู่โรงแรม  โอแม่เจ้า!..ช่างเป็นโรงแรมที่สวยจริงๆ

เมื่อถึงหน้าห้องกมลทิพย์บอลรูม  ฉันและผู้เข้าอบรมอื่นๆ  ต่างถูกกวาดต้อน  เอ๊ย!  ถูกต้อนรับขับสู้อย่างดี  และถูกเชื้อเชิญ
เข้าไปในห้องอบรมที่หรูเลิศอลังการ   

 

มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 100 ชีวิต  (มารู้ตอนหลังว่า  หลายคนเป็นนักเขียน บางคนเขียนลงนิตยสาร  บางคนเขียนบทละครโทรทัศน์   บางคนก็เขียนนิยาย)

 

 

Photobucket

 

พอได้เวลา  ผู้เข้าอบรมพร้อม  วิทยากรพร้อม  ไฟ  แสงสีเสียง  พร้อม(เอ่อ..อันหลังนี่หมายถึงจอขนาดใหญ่  2 ข้าง  ของเวที)

 

งานนี้น้องจุ้มจิ้ม AF1 หรือ ทพญ.กิตติลักษณ์  จุลลัษเฐียร (ตัวจริงน่ารักมั่กๆ) เป็นพิธีกรตลอดงาน  

มีนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายท่าน  มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์  คือ

 

อาจารย์ชมัยพร  แสงกระจ่าง   นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  เจ้าของนามปากกา”ไพลิน  รุ้งรัตน์”

ครูเคท  เนตรปรียา  ชุมไชโย

อาจารย์ฐานวดี   สถิตยุทธการ
  ซึ่งเป็นผู้เขียนบทละครโทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น “เจ้ากรรมนายเวร” “สงครามนางฟ้า”

คุณเพชรยุพา  บูรณ์สิริจรุงรัฐ  บอกอร้อยล้าน เจ้าของสำนักพิมพ์ ณ.เพชร  ผู้จัดงาน

ดีเจอ้อย  นภาพร  ไตรวิทย์วารีกุล

อาจารย์ฐนธัช   กองทอง
  

 

 

Photobucket 

วิทยากร:ดีเจอ้อย  และคุณเพชรยุพา

 

บรรยากาศการอบรมก็เป็นไปแบบสบาย ๆ  โดยเฉพาะในช่วงของคุณเพชรยุพา  ที่พูดถึงไดอาล็อกของอาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์   โดยน้ำเสียงและลีลาท่าทางประกอบ  เหมือนอาจารย์มาก ๆ  จนฮากันแทบตกเก้าอี้

 

หลากหลายเรื่องราวจากวิทยากร  ที่ได้สดับตรับฟังมา  มันทำให้ฉันได้รับรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น

 

ก่อนเขียน ต้องอ่านก่อน  จะได้รู้ว่าคนอื่นเขียนอย่างไร

 

อ่านแล้วถามตัวเองว่า จะเอาประสบการณ์อะไรมาเขียน 

 

คนที่เขียนได้รางวัล  มักเลือกมุมที่เข้มข้นของตัวเองมาเขียน

การเขียนสารคดี  ต้องใช้หลักฐานหรือข้อเท็จจริง  และไม่ทำให้คนอื่นเสียหาย  หรือเดือดร้อน

 

สารคดี ใช้กลวิธีของเรื่องสั้นได้  แต่ไม่ต้องใช้จินตนาการ

 

                                          อาจารย์ชมัยพร  แสงกระจ่าง

 

 

 

จะเขียนอะไร  รอให้ความคิดตกผลึกก่อน

คิดไปเรื่อย ๆ หาข้อมูลเพิ่มเติม

 

*ต้องถามตัวเองว่า  ผู้อ่านอยากอ่านอะไร

 

การอ่านมาก  เราจะมีคลังคำศัพท์มาก  และมีระบบความคืดที่ซับซ้อนขึ้น

 

ต้องศึกษาภาษาให้แตกฉาน  ดูความหมายให้ถูกต้อง

ทำความคิดให้เป็นระเบียบ  และมีวินัยในการเขียน

 

 

ช่วงนี้ NON FICTION กำลังมาแรง

NON FICTION  คือ เรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง เช่น  อัตตชีวประวัติบุคคล  ปรัชญา  ศาสนา  ความเชื่อ 
ประวัติศาสตร์

 

เวลาเสนอเรื่องต่อนิตยสาร  ให้ทำ Proposal คือ  บอกเขาถึงโครงเรื่องแต่ละเล่มจะเขียนอะไร  กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้อ่าน(ในกรณีเขียนลงนิตยสารเป็นตอน ๆ  ก่อนจะรวมเล่มทีหลัง )

 

การจะส่งเรื่องไปยังนิตยสาร  หรือการเข้าถึงนิตยสาร  ดูว่าผู้อ่านเป็นใคร  อ่านแล้วได้อะไร

                                      

                                         ครูเคท  เนตรปรียา  ชุมไชโย

 

 

 

บางทีการสอนการเขียนอาจยาก  แต่จะสอนวิธีคิด

 

ดูว่าเรามีวัตถุดิบอะไร

 

เขียนให้ใครอ่าน(ให้ตรงใจคนส่วนใหญ่)

 

การตั้งชื่อหนังสือ  คนเขียนต้องสัมพันธ์กับบก.ต้องเปิดใจไม่มีอีโก้

 

การทำหนังสือซักเล่ม  ก่อนอื่น  สายส่งจะได้ผลประโยชน์เหนาะๆ (ฉันฟังแล้ว  ก็นึกในใจ  “อย่างงี้กรูเป็นสายสืบ เอ๊ย สายส่งดีกว่าหว่ะ  จะนั่งเขียนให้เมื่อยทำไมว้า 555″)

ที่ได้ถัดมาก็คือคนเขียน

 

 

ส่วนสำนักพิมพ์ต้องจ่าย  ค่าพิมพ์  ค่าลิขสิทธิ์  ค่าอาร์ตเวิร์ก   ค่าเคาะคำ  ค่าคำศัพท์  ค่าการตลาด  ค่าประชาสัมพันธ์ (โห…ต้องจ่ายจิปาถะจริงๆ)

                               

                                      คุณเพชรยุพา  บูรณ์สิริจรุงรัฐ 

                                ดีเจอ้อย  นภาพร  ไตรวิทย์วารีกุล

 

 

 

การเขียนบทละคร  อาจเริ่มเรื่องด้วยการที่คนดูพอจะรู้เรื่องย่อ ๆ ของละคร  หรือเริ่มเรื่องด้วยเหตุการณ์ปัจจุบัน  แล้วเล่าย้อนหลังไปในอดีต

 

ถ้านักแสดงคนไหนไม่เวิร์ค  บางทีก็เขียนบทให้ตายไปเลย

 

นิยาย 5 หน้า  เมื่อมาเป็นบทละครจะมีประมาณ 45 หน้า

 

ผู้เขียนบท ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง  เพราะเวลาถ่ายทำตอนกลางคืน  ผู้กำกับโทรมาตอนตี 3ให้แก้บทก็มี

 

การเขียนบทละคร  ต้องดูว่าเขียนให้ช่องไหน   เพราะแต่ละช่อง  ละครจะแตกต่างกันออกไป

 

ละครออกอากาศเวลาไหน  ถ้าเป็นช่วงก่อนข่าว  ก็จะเป็นเรื่องแบบหนึ่ง  ถ้าหลังข่าวก็อีกแบบหนึ่ง

ละครจะออกอากาศในช่วงไหน  เช่น ช่วงปิดเทอม  ก็ต้องเว้นบทละครที่ไม่เหมาะกับเยาวชน

 

                                       อาจารย์ฐานวดี   สถิตยุทธการ

                                       อาจารย์ฐนธัช   กองทอง 

 

 

Photobucket

                         งานนี้ได้(ซื้อ)หนังสือมา 2เล่ม

 

หลังจากอบรมเสร็จ  ก็สนุกและเพลิดเพลินไปกับเธียเตอร์ทอล์คชุด “ศรัทธา…FAITH”ในห้องเดียวกันนั่นเอง  

เก้าอี้ถูกจัดให้เป็นแถว ๆ คล้าย ๆ กับในคอนเสิร์ต   

แต่ฉันได้ที่นั่งหลังๆ  แถมนั่งหลังคนตัวสูงอีก  เลยถ่ายรูปมาไม่กี่รูปค่ะ  เสียดายจริงๆ

 

ทอล์คโชว์เปิดฉากด้วยการแสดงของครูมานพ   มีจำรัส  ซึ่งมีลีลาอันพลิ้วไหว  ใช้ภาษากายเล่าเรื่องราวต่าง ๆ 

และบังเอิ๊ญ  บังเอิญ   ฉันได้เจอครูมานพ   ตอนครูเดินไปเข้าห้องน้ำด้วย

 

ถัดมาก็เป็นการแสดงรำกลองสะบัดชัย  ของคุณเพชรยุพา  ซึ่งนุ่งผ้าหยักรั้ง  อื้อ..หือ  ขาวมากค่ะ  ผิวเธอขาวสวยจริง ๆ  แต่….

เธอบอกว่าเธอเป็นทอมค่ะ อิอิ

 

รำเสร็จ  ไม่พูดพล่ามทำเพลงก็ต่อด้วยทอล์กโชว์กันเลย  จริง ๆ เธอก็แว๊บไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บนึงค่ะ  ออกมาอีกเธอเป็นชุดขาว   แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องแม่ของเธอให้ฟัง

“แม่บอกว่า  บก.แปลว่าแบกกรรม”

“แต่ตัวเองแปลว่า บ้ากาม 555″

(เธอไม่ได้ว่าใครนะคะ  แต่คงจะประชดตัวเอง)

 

แล้วก็เล่าว่าครั้งนึง  เคยไปวัดแห่งหนึ่ง ย่านเยาวราช  เพื่อจะไปไหว้พระขอพร   ซึ่งที่วัดนั่น  ควันธูปตลบอบอวลไปหมด 

ระหว่างขอพรไปก็สำลักควันไป   พอขอพรเสร็จก็ค่อยกระดื๊บๆ  คืบคลานออกมาจากวัด  ราวกับตอนเกิดเหตุที่ซานติก้าผับ  เพราะควันธูปลอยเต็มไปหมด (พอจะเดาออกกันมั๊ยว่าวัดไหน)

ระหว่างทอล์คโชว์  ก็มีการแซวผู้ชมเป็นระยะ ๆ  ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น  แต่เป็นคนที่รู้จักกัน  ที่มาชมงานนี้  อย่าง ครูเคท  ,ศันสนีย์  เมอเร่อร์  ,มาริสา  สุโกศล หนุนภักดี ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่นั่นเอง   ,วินนี่  เดอะปุ๊    ,กรรณิการ์  ธรรมเกษร

 

 

Photobucket

 

หลังจากฮากันกระจายกับทอล์โชว์แล้ว  ก็สุขสำราญบานตะไทกับวงสินเจริญ  

 

สำหรับวงนี้  ขอเม้าท์นิสนึงว่า  เมื่อก่อนเฉยๆ กับวงนี้มากกกกก   แต่พอมาได้ดูเล่นสดๆตัวเป็นๆ แล้ว  ต้องบอกว่า อื้อ  ฮือ  ฝีมือเค้าไม่เบาจริง ๆ  

 

และงานนี้ได้”หนิง”  มือกลองตัวเล็ก  แต่น่ารัก(คนชื่อหนิง  มักเป็นเช่นนี้แล 555) ของวงบูโดกัน  มาช่วยเสริมเติมความมันให้กับวง  จนคนดูอดที่จะขยับแข้งขยับขาไม่ได้  

 

โดยเฉพาะ เพลง”คนล่าฟัน  เอ๊ยล่าฝัน” ของคาราบาว  วงสินเจริญเล่นได้มันส์  ถึงใจพระเดชพระคุณ   นี่ถ้ามีแฟนคลับของคาราบาวมาดู  คงอดที่จะยกเขาควาย(นิ้วชี้ และนิ้วก้อย)ขึ้นมาไม่ได้เป็นแน่ อิอิ

 

และเมื่อนักร้องรับเชิญอย่าง  มาริสา  สุโกศล  หนุนภักดี   ขึ้นมาร้องเพลงร่วมกับสินเจริญ   ก็เรียกเสียงปรบมือดังสนั่นลั่นห้อง(งานนี้ไม่ค่อยมีกรี๊ด  เพราะคนดูส่วนใหญ่  ประมาณ 40 อัพแล้ว)

 

ฉันเพิ่งเคยเห็นตัวจริงคุณมาริสา เป็นครั้งแรก  สวยค่ะ  หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา  และที่เด็ดกว่านั้นคือ  เพลงที่เธอร้อง จะเป็นเพลงอะไรไปไม่ได้นอกจาก “เพราะชีวิต คือ ชีวิต  เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป” (แต่เสียงนิ่มกว่า คุณกมลา) และร้องได้เพราะมากๆ

 

หลังจากวงสินเจริญเล่นจบ  ทางผู้จัดงานก็แจกจักรยานกับแขกผู้มีเกียรติระดับวีไอพี   แล้วฉันก็กลับ  ไม่ได้อยู่ต่อจนเลิกงาน  เพราะปาเข้าไปทุ่มนึงแล้ว  กว่าจะกลับถึงบ้านกลัวจะดึก  

 

ตอนนั่งแท็กซี่กลับบ้าน  ดันเจอแท็กซี่เสื้อแดงอีก  เหอๆ  เสียงวีระ มุสิกพงศ์  ดังลั่นมาจากวิทยุไปตลอดทาง(เป็นมลพิษกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ)

 

ในยามที่หัวใจหดหู่แห้งหล้ง  วันๆ อยู่แต่ในถ้ำ  จู่ๆ ฉันก็ได้สิ่งที่มาเยียวยาหัวใจ

นั่นคือ  ความสุข  สนุกสนาน  ที่ได้รับจากงานนี้ และได้ความรู้มาประดับหัวอีกด้วย   ที่สำคัญ คือ  มีข้าวปลาอาหารอร่อยๆ(บุ
ฟเฟท์) ของว่าง  ขนมนมเนย  ผลไม้  น้ำชากาแฟ   เลี้ยงกันให้ได้อิ่มอร่อยตลอดทั้ง 2 วัน(อันนี้ชอบมากค่ะ 555)

 

งานนี้เป็นงานหนึ่งที่ประทับใจมากค่ะ   นับเป็นงานที่รวมเอาการอบรม  และทอล์คโชว์เข้าไว้ด้วยกัน  ได้อย่างลงตัว

 

 

และขอทิ้งท้ายไว้ด้วยบทความดีๆ เกี่ยวกับการให้ค่ะ

 

Photobucket

 

 

 

ฝากข่าวนิดนึงนะคะ

 

Photobucket

 

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน  จะออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท  ที่รร.บ้านห้วยแห้ง  จ.อุทัยธานี  ระหว่างวันที่ 15 -30 มี.ค.นี้ 

 

ผู้มีจิตศรัทธา  สามราถนำเสื้อผ้า  รองเท้า  ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่  ข้าวสาร  อาหารแห้ง  นม  ขนม ของเด็กเล่น  เครื่องกีฬา

เครื่องเขียน หนังสือ นิตยสาร วารสาร  หนังสือการ์ตูน

 

หรือบริจาคปัจจัย สร้างพระพุทธรูปให้กับโรงเรียน  และสร้างห้องน้ำ  หรือบริจาคเงินสมทบได้ที่  มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่  ซอยม.ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา  ถนนอิสระภาพซอย 15 โทร.02-465-6165,02-466-8354,02-465-8532

 

บริจาคได้ถึงวันที่ 14 มีค.นี้(จะบริจาคมากหรือน้อย  ตามแต่ศรัทธาค่ะ)



by posted under Uncategorized | Comments Off    

You must be logged in to post a comment.