Blog spaceline

จิตวิญญาณ หากถูกกักขังไว้ ด้วยข้อจำกัดแห่งตนแล้วไซร้ ย่อมมิสามารถจะเป็นอิสระได้เลย ตลอดชีวิต

ไวน์ กับ เทพเจ้า ดวงอาทิตย์ และ บาทหลวง

มนุษย์เชื่อว่า แสงสว่างของดวงอาทิตย์ คือ ที่มาของ ความอบอุ่น พระอาทิตย์ เป็นสัญลักษณ์ของ ความเจริญงอกงามแห่งสากล

 

ไวน์ กับ เทพเจ้า ดวงอาทิตย์ และ บาทหลวง

 

 

ไวน์ น้ำเมรัยที่ยากแท้หยั่งถึง มีความเกี่ยวข้องกับคัมภีร์ไบเบิ้ล มาเป็นเวลาช้านาน ผูกพันกับ ความคิดของมนุษย์ ตั้งแต่เริ่มเกิดจนกระทั่งตาย เป็นสัญลักษณ์ของ การปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ผู้ชายดื่มไวน์ หมายถึง การปลดเปลื้องความทุกข์ระทม ให้หมดไปโดยสิ้นเชิง เป็นสัญลักษณ์ของ อภินิหาร และ ความสุข

 

เรื่องราวของไวน์ มีตำนานเล่าขานกันมาถึงยุคกรีก รุ่งเรือง คนกรีก ยกย่อง ดีโอนีซัส เป็นพระเจ้าแห่งไวน์ ดีโอนีซัส เป็นเทพเจ้าผู้ชอบความสำราญ แต่มีความระห่ำอยู่ในสายเลือด ชอบสวมเสื้อผ้าชุดหนัง ทำมาจากหนังแพะตัวผู้ ชอบเริงระบำ ร้องรำทำเพลง ชอบดื่มเมรัย ให้มึนเมา ทุกโมงยามค่ำเช้า นี่เองกระมัง อาณาจักรกรีก จึงถึงยุคเสื่อม ในเวลาต่อมา

 

ในสมัยเพลโต้ นักปราชญ์ผู้ล้ำลึกของกรีก บันทึกเรื่องมารยาท การดื่มไวน์ เป็นคำจารึกในประวัติศาสตร์ว่า การดื่มไวน์ แม้จะหลงใหลได้ปลื้ม เพลิดเพลินกันจนมึนเมาก็ตามที แต่แขกผู้มาร่วมสังสรรค์ ต้องรู้จักกฎมารยาทของการดื่มที่ดี ต้องรู้จักเกรงใจ เจ้าภาพผู้เอ้อเฟื้อมิตรภาพ บันทึกอันเก่าแก่บทหนึ่งของกรีก บรรยายว่า คนกรีกมีกระบสนการทำเหล้าองุ่น มาช้านาน พิถีพิถันศาสตร์แห่งเมรัย มีการคัดเลือกพันธ์องุ่นชนิดเยี่ยม ไว้ปลูกให้เจริญเติบโต มีขั้นตอนในการหมัก รวมไปถึงกรรมวิธี ในการบ่มไวน์ ให้มีรสชากลมกล่อม นุ่มนวล แสดงว่า คนกรีกในยุคโบราณ เป็นคอไวน์ ระดับกองแนสเซอร์ ที่ยอดเยี่ยมหาใดปาน

 

ยุคโรมันรุ่งเรืองสุดขีด ชาวกรุงโรมยกย่อง เบคัส ให้เป็น เทพเจ้าแห่งไวน์ แต่คอเหล้าบางคน นับถือให้เป็น พระเจ้าแห่งสุรา ด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จาก บาร์เหล้าในต่างประเทศ มีการนำเอาชื่อ แบคคัส ไปใช้เรียกเป็น สถานบันเทิงกันเกร่อ คล้ายกับคนไทยที่ยกย่อง โกวเล้ง ว่า เป็นนักปราชญ์แห่งสุราเมรัย แม้กระทั่งโกวเล้งตาย เพื่อนร่วมน้ำใจแห่งกระบี่ไร้เทียมทาน สิบแปดอรหันต์ ยังหยอดหยดเหล้าใส่ปากจนครบหยด และเอาขวดเหล้าใส่โลงศพ ครบสี่สิบเจ็ดขวด ตามอายุขัย เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งวาระสุดท้ายของชีวิต

 

อาณาจักรโรมัน เจริญรุ่งเรืองสุดขีด เหมือนกับยุคกรีกโบราณ นักรบขุนศึกศักดินา มีทรัพย์ศฤงคารกันมั่งคั่ง แวดล้อมไปด้วยพวกทาสรับใช้ ทั้งชายหญิง พวกนี้คอยป้อนยาปลุกกำหนัด ให้ทุกโมงยาม สรวลเสเฮฮากันเป็นที่เอิกเกริก หนึ่งในยาปลุกราคะ ก็คือ ไวน์แดง ดื่มไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ไฟแห่งความปรารถนาแรงกล้า จะเข้ามาแทนที่ พวกนักรบโรมัน ไปรบทัพจับศึกที่ไหน จะบรรทุกผลองุ่นไว้เป็นเสบียงคลัง รวมไปถึง ต้นองุ่น ก็หอบเอาไปด้วย ชนะศึกที่เมืองไหน ก็หว่านเมล็ดพันธ์พืช กับปักต้นกล้า หยั่งดินลงไปให้แพร่กระจาย ขยายพันธ์ไปทั่วทุกเขต เป็นลักษณะที่ดีของชาวโรมัน แสดงให้เห็นบุคคลิกแท้จริงว่า คนกรุงโรม เป็นคนรักไวน์อย่างสุดขั้วชีวิต ทุกวันนี้ ประเทศอิตาลี มีสถิติในการผลิตเหล้าองุ่นได้มากที่สุดในโลก ไม่มีใครทัดเทียม อย่างนี้ต้องเรียกว่า สมควรแล้วล่ะ ไห้เขาเถอะ

 

ในยุคต่อมา มนุษย์มีความเชื่ออย่างจับจิตว่า ดวงอาทิตย์ มีความผูกพันกับไวน์ เป็นปรัชญาอย่างลึกซึ้ง โดยพยายามเอาไปโยง ให้มีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกัน ระหว่าง พระอาทิตย์ พื้นโลก และไวน์ มนุษย์เชื่อว่า แสงสว่างของดวงอาทิตย์ คือ ที่มาของ ความอบอุ่น พระอาทิตย์ เป็นสัญลักษณ์ของ ความเจริญงอกงามแห่งสากล คนโบราณเชื่อว่า พระพักตร์ของดวงอาทิตย์ เป็นตัวแทนของบิดา นำความมีชีวิต มาสู่พื้นโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมารดา ดังนั้น ต้นองุ่น จึงเป็น ความสมดุล ของสองขั้ว ที่หล่อหลอมให้เกิด ความเจริญงอกงามเติบโต พระอาทิตย์ เป็นพละกำลัง ให้ความแข็งแรง ความสมบูรณ์ โลกเป็นผู้ให้อาหาร ปุ๋ย และ ความมั่นคงปลอดภัย

 

ไวน์หลายบริษัท มีความเชื่อในเรื่องของ ดวงอาทิตย์กับพื้นโลก จึงออกแบบเป็นฉลากรูปพระอาทิตย์ บนเนินไร่องุ่น มีลำแสงตะวัน สาดส่องปกคลุมทั่วผืนไร่ รูปลำแสงที่ปรากฎบน พระพักตร์ของดวงอาทิตย์แบบนี้ คนผรั่งเรียกว่า ฟีบัส หมายถึง ดวงอาทิตย์ กำลังส่องแสงรัศมี ปกคลุมไปทั่วพื้นโลก

 

ไวน์เกี่ยวข้องกับบาทหลวง ในคริสต์ศาสนา มาเป็นเวลาช้านาน เริ่มกันมาตั้งแต่ยุคโรมันล่มสลาย สมัยก่อนมีโบสถ์คริสต์ที่ไหน ต้องมีไร่องุ่นอยู่ด้านหลังโบสถ์ บาทหลวงปลูกต้นองุ่นไว้ เพื่อนำมาทำเป็นเหล้าองุ่น สำหรับใช้ในพิธีทางศาสนา และ ถือเสมือนหนึ่งเป็นยารักษาโรค ในเบอร์กันดี ประเทศฝรั่งเศษ มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง เช่น พระเบเนดิคไทน์ ในโบสถ์คลูนี่ เป็นผู้ใส่ใจ ในการปลูกองุ่นมาก ต่อมา ได้ซื้อที่ดินในเขตโก้ต เดอ นุย แห่งแคว้นเบอร์กันดี ปลูกองุ่นและผลิต เหล้าไวน์ กันเป็นล่ำเป็นสัน

 

ต่อมา ซิสเตอร์เซียน ได้สร้างอาณานิคม ปลูกองุ่น ผลิตไวน์ ตามต่อกันมา แล้วแพร่หลายไปในประเทศเยอรมันนี บาทหลวง ได้ยึดพื้นที่ผลิตเหล้าองุ่น ในแถบลุ่มแม่น้ำโมเซล แม่น้ำไรน์ บาทหลวงเยอรมันนี นี่แหละครับ เขาบอกว่า เป็นผู้บรรจุไวน์ใส่ขวดขาย เป็นเจ้าแรกในโลก ต่อมา บาทหลวงชื่อ ดอมเปริยอง ก็เป็นบาทหลวงองค์แรกที่ผลิตแชมเปญได้สำเร็จ

 

ส่วนที่แคลิฟอร์เนีย บาทหลวงฟรานซิสกัน จากสเปน เป็นผู้นำเอากรรมวิธีการปลูกองุ่น ผลิตเหล้าไวน์ไปเผยแพร่ เริ่มจากประเทศเม็กซิโก แล้วดั้นด้นไปถึง เขตนาปาของแคลิฟอร์เนีย ในทุกวันนี้

 

และนี่คือ ตำนานแห่งไวน์ ที่มีความผูกพันกับสิ่งเร้นลับของพระผู้เป็นเจ้า พระอาทิตย์ และ โลกมนุษย์

 

 




Tag: แห่งชีวัน

เขียนโดย spaceline ที่ 2009-03-27 15:42:51 น. 4 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1, เว็บไซต์ :

ขยับจากยุคพระผู้สร้างโลก
มาสู่ยุคโรมันคลาสสิก

ไวน์ช่างเป็นเครื่องดื่มร่วม
สมัยนิยม ควบคู่วิวัฒนาการของ
มนุษย์นะครับ


    | chanpanakrit2 | 27 มีนาคม 2552 | 19:37:18

ความคิดเห็นที่ 2, เว็บไซต์ :

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ที่แบ่งปันนะคะ ^_^


    | nabhasan2007 | 27 มีนาคม 2552 | 21:35:10

ความคิดเห็นที่ 3, เว็บไซต์ :

...ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ดีๆค่ะ ไม่ได้แวะมาหลายวัน สบายดีนะค่ะ ;-))


  | tomorrow02 | 28 มีนาคม 2552 | 09:06:17

ความคิดเห็นที่ 4, เว็บไซต์ :

thank you.....


    | spaceline | 29 มีนาคม 2552 | 19:30:03

ส่งความคิดเห็น


ชื่อ *

อีเมล์ *


เว็บไซต์



Validate code