เมื่อนักเคมีทำขนม

“กลิ่นลำดวนหอมหวนเหมือนกลิ่นเจ้า ที่คลึงเคล้าชมชิดยังคิดได้
เดือนดับลับเมฆมืดไป เหมือนมืดในวิหารบนคิรี "
(อิเหนา)
วันนี้ขอเสนอขนมไทยหอมๆ รับหน้าร้อนค่ะ
ขนมกลีบลำดวน เป็นขนมหวานไทยโบราณ และเป็นขนมที่นิยมใช้ในงานมงคลด้วยค่ะ
ส่วนประกอบ แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 + 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลไอซิ่ง 1 + 1/4 ถ้วยตวง
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำมัน 1 ถ้วยตวง
กลิ่นมะลิ (หรือถ้าไม่มีก็ใช้กลิ่นวานิลาแทนไปก่อนก็ได้ค่ะ) 1/2 ช้อนชา
สีผสมอาหาร
เทียนสำหรับอบขนม หรือกลีบดอกมะลิ ดอกกุหลาบ

ก่อนอื่นต้องร่อนแป้งสาลี ผงฟู น้ำตาลไอซิ่ง กับเกลือเข้าด้วยกันก่อนนะคะ จากนั้นก็ค่อยๆใส่น้ำมันทีละน้อย นวดแป้งไปเรื่อยๆค่ะ นวดจนสามารถปั้นแป้งเป็นก้อนได้ แล้วแป้งไม่แตกร่วงออกมา ตรงนี้ใช้เวลานานเหมือนกันค่ะ สุพรรณไม่ใคร่จะสันทัดการนวดแป้งเท่าใดนัก

"ลำดวนยวนใจให้ไคลคลา สายหยุดหยุดช้าแล้วยืนชม "
(ขุนช้าง ขุนแผน)
ระหว่างที่นวด ก็เหยาะกลิ่นมะลิไปด้วยค่ะ ขนมจะได้หอมๆๆ
พอแป้งได้ที คราวนี้ถ้าอยากให้ขนมสีสวยๆ ก็แบ่งแป้งออกมา แล้วเหยาะสีผสมอาหารลงไปบนแป้ง เหยาะนิดเดียวพอนะคะ สุพรรณเหยาะแค่สองหยดเองค่ะ แล้วก็นวดแป้งอีกทีจนสีเนียนกลืนกันทั่วแป้ง
จากนั้นก็ปั้นแป้ง ทำกลีบดอกลำดวนค่ะ
อันที่จริงแล้วทำกลีบดอกมีหลายแบบนะคะ แต่สุพรรณทำแค่สองแบบอย่างในรูปค่ะ

ไม่ต้องปั้นแป้งใหญ่มากนะคะ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณเหรียญห้าบาทก็พอค่ะ เวลาอบ แป้งจะพองขึ้นอีกค่ะ
สุพรรณทำไม่ค่อยเท่ากันอ่ะค่ะ มือไม่เที่ยง ฮ่าๆ
เคล็ดลับ.... ใช้มีดคมๆบางๆนะคะ จะตัดแป้งได้เนียนสวยค่ะ
อารมณ์ตอนนวดแป้งกับตอนทำกลีบนี่ต่างกันลิบลับเลยค่ะ มือสุพรรณค่อนข้างเล็ก นวดแป้งลำบากหน่อย เหนื่อยๆๆ... มือไม่มีกระดูกค่ะ
แต่ตอนที่ทำกลีบนี่เพลินมากๆเลยค่ะ

พอทำกลีบเสร็จแล้ว เอาขนมวางเรียงไว้บนถาดที่ทาด้วยน้ำมัน แล้วเอาเข้าอบด้วยไฟ 350°F ประมาณ 10-15 นาทีค่ะ จากนั้นก็เอาขนมออกมาวางพักที่อุณหภูมิห้อง รอจนขนมคลายร้อน แล้วค่อยให้พายบางๆแซะขนมออกมาค่ะ ย้ำนะคะว่าต้องให้ขนมคลายร้อนแล้ว มิฉะนั้นขนมอาจจะแตกได้ค่ะ (รู้สึกว่าเขียนอธิบายเหมือนในสมุดแล็บเลย มี room temperature ด้วย)
อบเสร็จก็จะได้ขนมหน้าตาแบบนี้ค่ะ
"ลำดวนหวนหอมตรลบ กลิ่นอายอบสบนาสา
นึกถวิลกลิ่นบุหงา รำไปเจ้าเศร้าถึงนาง"
(กาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์)
จากนั้นเอาขนมใส่ขวดโหล แล้วอบขนมด้วยเทียนอบขนมค่ะ แต่สุพรรณหาเทียนอบขนมไม่ได้ จึงอบด้วยกลีบดอกกุหลาบแทนค่ะ กล่าวคือ เด็ดกลีบดอกกุหลาบออกมาทีละกลีบให้ช้ำน้อยที่สุด แล้ววางไว้บนขนม ปิดฝาทิ้งไว้หนึ่งคืนค่ะ ไม่กล้าทิ้งไว้นานกว่านั้น กลัวกุหลาบเน่าค่ะ
ว่ากันว่าให้อบด้วยกุหลาบมอญสีชมพู จะหอมไปทั้งยามหลับยามตื่นเลยค่ะ
แต่สุพรรณไม่สันทัดเรื่องดอกไม้ค่ะ ดูไม่ออกว่าอันไหนกุหลาบมอญ อันไหนกุหลาบอเมริกัน

“พระพายโชยโรยรินกลิ่นลำดวน
เหมือนจะชวนชื่นใจเมื่อไกลเชย”
(นิราศพระประธม)
ทำเสร็จแล้ว ชิมแล้วค่ะ สูตรนี้รับประกันความอร่อยค่ะ เนื้อแป้งไม่กระด้าง ไม่หนัก หอม นุ่ม หวานกำลังดี ขนมกลีบลำดวน หอมจริงๆค่ะ หอมไปทั้งครัวเลยค่ะ
สุพรรณตั้งใจจะทำไปฝากพ่อกับแม่วันสงกรานต์นี้ แล้วก็จะทำไปวัดด้วยค่ะ เกิดมาชาติหน้าเผื่อจะได้เป็น สุพรรณิการ์ผมหอม สาธุ

"มองดูเดือนเหมือน วงนลาฏน้อง
ช่างผุดผ่องพาจิตพิสมัย
รื่นรื่นกลิ่นลำดวนรัญจวนใจ
เหมือนเข้าใกล้กลิ่นนางเมื่อกลางวัน"
(พระอภัยมณี)
เขียนโดย supanika ที่ 2009-03-26 08:45:38 น. 20 ความคิดเห็น
แอบย่องมาขโมยขนมไปหม่ำครับ อิอิ
ทำเองไม่เป็น แต่ถ้าเรียกให้ชิมรับรองไม่ปฏิเสธครับ ;)
เก่งจัง อยากขอทานขนมฝีมือคุณอีฟบ้างค่ะ.. :)
เปิดร้านอาหารไทยท่าจะดีน่ะเนี่ยอีฟ ฮ่ะๆ
สี่กลีบสวย นวลออบรรจงสร้าง
สองมือนาง แต้มสรรสิ่งควรหวล
หนึ่งลำดวล เชยคู่นางควร
ฤ โอดครวญ ถวิลรสสองมือนาง
คุณสุพรรณหายไปไหนหลายวันเลย
คิดถึงๆ
สวัสดีวันสงกรานต์ ปีใหม่ของไทยครับ
ขอให้คุณสุพรรณิการ์มีแต่ความสุขนะครับ
เก่งนะเนี่ย
พี่ยังไม่เคยทำเลยค่ะ
สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ...


สุขสันต์วัน ปีใหม่ไทยเจ้าค่ะ ...
^_^
หอมหอม ต้องกลิ่นลำดวนหอม
ดมดอม บ่กล้ากลืนกลีบกลัวเฉา
พิศพิศ เพลินพิศ พอทำเนา
ลิ้มลิ้ม เราเกรงต้องมนต์ สุพรรณิการ์ ฯ
ให้ชื่อกลอนบทนี้ว่า "งึกๆงักๆ" เห็นกำลังฮิต ^^
อยู่เมืองไทยแท้ๆ ยังทำขนมไทยไม่เป็นเลย
เก่งจังเลย